Comfort Zone คืออะไร ทำไมถึงเป็นสิ่งที่ขัดขว้างความสำเร็จของคุณ-

Comfort Zone คืออะไร? ทำไมมันขัดขวางความสำเร็จของเรา? [ฉบับละเอียด]

Neale Donald Walsch ผู้เขียนหนังสือชื่อดัง Conversations with God เคยกล่าวไว้ว่า “ชีวิตเริ่มต้นที่จุดสิ้นสุดของ Comfort Zone”

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

ชีวิตเราไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้อยู่แต่ในที่ปลอดภัย ชีวิตของเราทุกวันเต็มไปด้วยโอกาสต่าง ๆ ที่โยนถาโถมเข้ามาใส่เพื่อผลักดันให้เราออกจากขอบเขตของ Comfort Zone แต่ก็เป็นเรื่องยากจริง ๆ ที่สมองเราจะอนุญาตให้เราคว้าโอกาสนั้นไว้

เราหลายคนจึงติดกับดักอยู่ในนั้น

แต่เมื่อถ้าเราอยากเติบโต อยากเก่งขึ้น อยากพัฒนา อยากประสบความสำเร็จ เราต้องกล้าโยนตัวเองออกจาก Comfort Zone ให้ได้ และข่าวดี เราทุกคนสามารถทำได้

บทความนี้ผมจะพาทำความรู้จัก Comfort Zone อย่างละเอียดโดยรวบรวมมาจากหนังสือหลาย ๆ เล่ม และแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ รวมถึงประสบการณ์ส่วนตัว รับรองว่า ถ้าอ่านจบ เราจะมีความกล้าหาญที่จะออกจาก Comfort Zone มากขึ้นอย่างแน่นอน และมันจะกลายเป็นหนึ่งสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตเรา

Comfort Zone คืออะไร?

Comfort-Zone-คืออะไร

Comfort Zone คือ สภาวะที่เราใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ ทั้งทางกายและทางใจ ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไร ไม่มีความกังวล ความเครียดอะไรกับชีวิตมากนัก เพราะเราดำเนินชีวิตอย่างเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทุกวัน โดยรู้ชัดว่าในแต่ละวันเราต้องเผชิญอะไรบ้าง

แต่ถ้าจะนิยามในเชิงจิตวิทยา ก็คงต้องขออ้างถึง Dr. Abigail Brenner จิตแพทย์ชาวอเมริกา เขาได้ให้นิยามไว้ว่า “Comfort Zone คือ โครงสร้างจิตวิทยา อารมณ์ และพฤติกรรมที่กำหนดกิจวัตรประจำวันของเรา ซึ่งบ่งบอกถึงความคุ้นเคย ความปลอดภัย และความมั่นคง”

ฟังดู ๆ แล้ว มันก็น่าจะดีใช่ไหมครับ

แต่เหรียญมีสองด้าน

เช่นเดียวกับความร้อน ความร้อนสามารถให้ความอบอุ่นหรือสามารถทำเรามอดไหม้ได้ Comfort Zone ก็เช่นกันสามารถให้ความสบายใจ รู้สึกดีแต่มันจะยับยั้งศักยภาพการเติบโตของเราไว้

“เราจะไม่สามารถก้าวหน้าได้เลยเวลาอยู่ใน Comfort Zone ความสำเร็จต่าง ๆ ก็จะหยุดชะงักทันที จะทำได้ก็ต่อเมื่ออยู่นอกเขตแดนนี้เท่านั้น”

ถ้าไม่เสี่ยง ก็ไม่เติบโต นั่นคือเหตุผลที่ผู้คนที่ประสบความสำเร็จหรือนักคิดที่มีอิทธิพลส่วนใหญ่แนะนำให้พวกเราก้าวข้ามขีดจำกัด ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่อยู่นอกเหนือ Comfort Zone

Comfort Zone จึงเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับมนุษย์ที่อยากจะพัฒนาตัวเองและบรรลุเป้าหมายความสำเร็จ

มันคือนักดับความฝันที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา ตัวฉกาจเลยแหละ

อย่าให้มันดับฝันเราเลย

ทำไมการออกจาก Comfort Zone จึงเป็นเรื่องยาก?

ทำไมการออกจาก Comfort Zone จึงเป็นเรื่องยาก?

การหาแรงจูงใจที่จะออกจาก Comfort Zone ไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อไปนี้คือเหตุผล 3 ประการว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

🟪 1. เรากลัวความไม่แน่นอน

ใน Comfort Zone ทุกสิ่งคาดเดาได้ จึงทำให้รู้สึกปลอดภัย เช่น เรารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อใช้เส้นทางเดิมในการเดินทางไปทำงานทุกวัน

แต่เมื่อเราคิดที่จะออกจาก Comfort Zone เราจะพบกับความไม่แน่นอน เพราะมันเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งตามหลักจิตวิทยา ความไม่แน่นอน = ความอันตราย

ดังนั้นแม้ว่าจะรู้ว่าเราต้องออกจาก Comfort Zone ถึงจะเติบโตได้ ความกลัวก็จะรั้งเราเอาไว้ไม่ให้กล้าก้าวไปข้างหน้า เช่น เราอาจลังเลที่จะเดินออกไปทำตามความฝัน เพราะเรากลัวความไม่นอน กลัวว่าจะล้มเหลวหรือกลัวว่าจะเกิดเรื่องแย่ ๆ อะไรกับชีวิตเรา

🟪 2. เราโดนความสบายล่อใจ

แม้ว่าเราต้องการที่จะเติบโต แต่พลังของความสบายนั้นแข็งแกร่งกว่าเยอะ เพราะมันมอบความปลอดภัย ความสบาย ความมั่นคง จึงเป็นธรรมดาที่เราอยากจะอยู่กับความสบายนั้น

แต่การอยู่ใน Comfort Zone จะทำให้เราไม่ก้าวไปข้างและเติบโตได้ ตามที่ Dr. Margie Warrell นักเขียนผู้เชี่ยวชาญเรื่องความกล้าหาญ เธอพูดไว้ว่า “การเติบโตและความสบายไม่สามารถขึ้นขี่ม้าเดียวกันได้” หมายความว่า เราต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอว่าจะเลือก “เติบโต” หรือ “ความสบาย”

แต่ถ้าเราเลือกอยู่กับความสบายนั้นหมายความว่า เราเสี่ยงที่จะพลาดชีวิตที่ได้ใช้ศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองไป

🟪 3. เรามีกรอบคิดแบบตายตัว (Fixed Mindset)

เมื่อเรามีกรอบความคิดที่ตายตัว เราจะมีแรงจูงใจน้อยลงในการมองหาโอกาสที่จะเติบโต และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

เราจะบอกตัวเองว่า “ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก”“มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันถนัดเลย” หรือ “ฉันไม่สามารถทำอะไรให้สำเร็จได้หรอก” ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อจะให้เรารู้สึกดีที่จะได้อยู่ที่เดิม ๆ ใน Comfort Zone

🟪 4. เราชินกับนิสัยเดิม ๆ

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้ได้นั้นเป็นเรื่องที่ยาก เพราะพฤติกรรมของเราเมื่อได้กลายเป็นนิสัยแล้ว มันยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้

ยิ่งเราทำพฤติกรรมเดิม ๆ อยู่ในที่เดิม ๆ มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งติดอยู่กับรูปแบบชีวิตแบบเดิม ๆ มากเท่านั้น และยิ่งนาน ยิ่งถอนตัวยาก เช่น เราเกลียดการอ่านหนังสือมาทั้งชีวิต อยู่เฉย ๆ จะจับให้ตัวเองไปนั่งอ่านหนังสือวันละ 1 ชั่วโมงเพื่อพัฒนาตัวเองก็เป็นเรื่องที่ยาก

Comfort Zone สู่ Growth Zone

เพือเข้าใจ Comfort Zone มากขึ้น เราต้องเข้าใจในทางทฤษฎีจิตวิทยาที่ได้แบ่งโซนออกเป็น 4 โซนเพื่ออธิบายเส้นทางของการเติบโต ตั้งแต่ Comfort Zone > Fear Zone > Learning > Growth Zone
ขอบคุณภาพจาก : positivepsychology

เพื่อเข้าใจ Comfort Zone มากขึ้น เราต้องเข้าใจในทางทฤษฎีจิตวิทยาที่ได้แบ่งโซนออกเป็น 4 โซนเพื่ออธิบายเส้นทางของการเติบโต ตั้งแต่ Comfort Zone > Fear Zone > Learning > Growth Zone

🟪 1. Comfort Zone : โซนแห่งความสบาย

เป็นจุดเริ่มต้นของเรา เป็นเหมือนบ้านที่เมื่ออยู่แล้วจะรู้สึกสบายใจ ในโซนนี้เรามีความสามารถและทักษะตรงกับระดับความท้าทายในสิ่งที่เราทำ เราเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเต็มที่ โดยมันเริ่มจากเราฝึกฝนซ้ำ ๆ จนเชี่ยวชาญ ทำให้เรารู้วิธีจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้

เป็นบ้านที่ให้ความรู้สึกที่ปลอดภัยให้แก่จิตใจเรา

เช่น เราเป็นนักขาย ทำยอดขายทะลุเป้าหมายโดยตลอด 5 ปี และช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างมหาศาล ซึ่งการทำยอดขายแบบนี้เรารู้สึกเป็นเรื่องธรรมดาของเราไปแล้ว หมายความว่าการขายเป็น Comfort Zone ของเรา เรารู้สึกควบคุมสิ่งต่าง ๆ ได้ คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ และมั่นใจในฝึมือการขายของเรา

ข้อดีของโซนนี้คือ ความรู้สึกปลอดภัย เพราะได้ทำอะไรที่เป็นสิ่งที่เราทำได้เก่งอยู่แล้ว ข้อเสียคือ เราจะไม่เติบโตพัฒนาไปมากกว่านี้

ซึ่งถ้าเราอยากเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ไม่อยากแค่ขายอะไรแบบเดิม ๆ แล้ว อยากท้าทายมากขึ้น อยากขยายขีดจำกัดของตัวเอง เราต้องก้าวออกจากโซนนี้ไปสู่โซนต่อไปคือ Fear Zone

🟪 2. Fear Zone : โซนแห่งความกลัว

หลังจากเราตัดสินใจว่าไม่อยู่แบบเดิมแล้ว อยากเติบโตมากขึ้น อยากออกจากโซนแห่งความสบายแล้ว สิ่งที่จะโผล่เข้ามาอย่างทันทีคือ ความกลัว มันจะโผล่มาทักทายเพื่อทดสอบเรา ซึ่งเป็นธรรมดาที่เราจะรู้สึกกลัวกับสิ่งที่เราไม่คุ้นชิน ไม่เคยทำหรือไม่เคยพบเจอมาก่อน

เราจะพบเจอกับความรู้สึกแห่งความกลัว ความกังวล ความเครียด ความไม่มั่นใจในตัวเอง กลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวทำไม่ได้ กลัวว่าเราไม่เก่งพอ กลัวผิดพลาด กลัวผิดหวัง กลัวล้มเหลว กลัวมีคนจะมองไม่ดี เหตุผลของความกลัวจะโผล่มามากมาย แต่ให้รู้ไว้ว่านี้เป็นระบบธรรมชาติของสมองที่เราวิวัฒนาการมา เพื่อปกป้องไม่ให้เราไปเสี่ยงทำอะไรที่อันตราย (สมองมันอยากให้เราปลอดภัย อยากให้เรากลับไป Comfort Zone) เมื่อเข้าสู่โซนนี้ มันจะวัดความกล้าหาญและวัดว่าเราจะเอาจริงแค่ไหน เราจะมี 2 ทางเลือก คือ กลับไปสู่พื้นแห่งความสบายหรือจะเดินหน้าต่อไปโซนแห่งการเรียนรู้

“ความกลัวเป็นสิ่งเดียวที่รั้งเราไว้”

เคล็ดลับที่จะเอาชนะความกลัวนั้นได้

1. ยอมรับ

แทนที่จะแสร้งว่ามันไม่มีอยู่จริง เราต้องยอมรับว่าความกลัวนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง เรารู้สึกกลัวจริง ๆ ดังนั้น แทนที่จะพยายามทำให้ความกลัวหายไป เราต้องก้าวผ่านมันด้วยการยอมรับการมีอยู่ของมัน แล้วอำนาจของมันจะลดน้อยเรา เราจะมีอำนาจเหนือมัน

2. ระบุความกลัว

จากนั้นตั้งสติระดมความคิดทุกอย่างเกี่ยวกับความกลัวนั้น แล้วเขียนออกมาว่า อะไรคือสิ่งที่เรากลัว เอามันออกมาให้หมดจากหัวแล้วเขียนเป็นข้อ ๆ

3. แสวงหาแนวทางแก้ไข

ให้หาวิธีลดความกลัวด้วยการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความกลัวนั้น เช่น ไปปรึกษาคนที่มีประสบการณ์ด้านนั้น ๆ ลงเรียนคอร์สสักคอร์ส เข้าไปคลุกคลีกับคนที่เก่งด้านนั้นแล้ว

จำไว้ว่า สิ่งไหนถ้าเรารู้และเข้าใจมัน ความกลัวจะจางหายไปอัตโนมัติ (วิธีนี้ผมใช้ได้ผลกับตัวเอง)

แน่นอนว่างานนี้ไม่ใช่งานง่าย ๆ ในช่วงแรก แต่มันคุ้มค่ากับความพยายาม เพราะเมื่อเราก้าวผ่านความกลัวได้ เราจะเข้าสู่โซนต่อไปคือ Learning Zone แล้วประตูแห่งความเป็นไปได้มากมายจะเปิดเพื่อต้อนรับเรา

🟪 3. Learning Zone : โซนแห่งการเรียนรู้

หลังจากก้าวผ่านโซนแห่งความกลัวมา ถ้าเรามาถึงโซนนี้ต้องบอกว่า “ยินดีด้วย มีเพียงกลุ่มคนไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นมาถึงโซนนี้ได้”

ในโซนนี้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ลองผิด ลองถูก เจอกับความท้าทาย ความเสี่ยง ความกดดัน ความอึดอัด ความล้มเหลว และปัญหาต่าง ๆ นานา แต่มันคุ้มค่า เพราะสิ่งที่เราจะได้คือ เราจะเติบโต เก่งขึ้น และรู้จักตัวเองมากขึ้น

จงมองว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้ค้นพบอะไรใหม่ ๆ เป็นบันไดสู่ความสำเร็จ เป็นการผจญภัยในโลกใหม่ และอย่าลืมปลดปล่อยความอยากรู้อยากเห็น ถามคำถามให้เยอะ สงสัยใคร่รู้ให้มาก แล้วเราจะพบตัวเองว่า “เราเป็นได้มากกว่าที่เราคิด เรามีศักยภาพมากกว่าที่เราเป็นอยู่”

“อย่าหวังว่ามันน่าจะง่ายกว่านี้ แต่หวังให้ตัวคุณเก่งขึ้น อย่าหวังให้อุปสรรคน้อยลง แต่หวังให้มีทักษะเพิ่มขึ้น อย่าหวังให้ปัญหาน้อยลง แต่หวังให้ปัญญามากขึ้น”- Jim Rohn

🟪 4. Growth Zone : โซนแห่งการเติบโต

หลังจากผ่านโซนแห่งการเรียนรู้มาแล้ว ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ นานา เราจะมาเจอโซนแห่งสุดท้าย ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของเรา เป็นโซนที่เรารู้ชัดแล้วว่าเป้าหมายของเราคืออะไร จุดมุ่งหมายในชีวิตของเราคืออะไร เราตระหนักถึงความฝัน มีแรงบันดาลใจหล่อเลี้ยงชีวิต สัมผัสถึงการเติบโต เราจะเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวเอง เราจะเปิดกว้าง พร้อมเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ได้ใช้สมองอย่างเต็มศักยภาพ และชอบพาตัวเองไปอยู่ในพื้นที่ที่จะช่วยให้ได้เติบโตและเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เราจะอ่านหนังสือมากขึ้น เรียนคอร์สต่าง ๆ มากขึ้น มีเพื่อน มีสังคมที่มีความเชื่อคล้าย ๆ กัน

เรียกได้ว่า เป็นโซนแห่งการเติมเต็มที่แท้จริง

8 เหตุผลทำไมต้องก้าวออกจาก Comfort Zone

8 เหตุผลทำไมต้องก้าวออกจาก Comfort Zone

🟪 1. หากไม่เสี่ยง เราจะไม่ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง

การใช้ชีวิตแบบ Comfort Zone คือการทำในสิ่งที่ปลอดภัย คุ้นชินและง่ายสบาย เพราะเรารู้ผลลัพธ์แน่นอนว่า ถ้าอยู่ใน Comfort Zone เราจะได้อะไร (ผลลัพธ์เดิม ๆ)

แต่หากเราไม่เสี่ยงหรือทำอะไรบางอย่างใหม่ ๆ ที่ทำให้เรากลัว เราจะไม่สามารถเข้าใจอย่างแท้จริงว่า ตัวตนที่แท้จริงเราเป็นยังไง เพราะเราจะได้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับตัวเรามากที่สุดเมื่อเราทำสิ่งที่ใหม่ ๆ ที่ท้าทาย และเรียนรู้วิธีที่จะเอาชนะมัน

เราค้นพบตัวเองเมื่อเราเสี่ยง เรามองเห็นส่วนลึกของตัวเองข้างใน ตัวตนที่แท้จริงของเรา และเมื่อเราได้เชื่อมต่อกับตัวตนที่แท้จริง ประตูสู่การเปลี่ยนแปลงก็จะเปิดออกพร้อมต้อนรับการเติบโต ความก้าวหน้า ความรัก และความเข้าใจที่เราจะไม่สามารถพบได้ใน Comfort Zone

🟪 2. เราจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มากมาย

การก้าวออกจาก Comfort Zone จะนำพาเราไปสู่ดินแดนที่แปลกใหม่ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ รู้จักผู้คนใหม่ ๆ ซึ่งนำไปสู่มุมมองใหม่ ๆ ที่กว้างไกลกว่าที่เรารู้จักมาทั้งชีวิต

แถมยังเมื่อเราเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มากขึ้น เราก็จะเก่งขึ้น เราก็จะสามารถช่วยเหลือแบ่งปันให้ผู้คนอื่น เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนอื่นได้

แต่กลับกัน ถ้าเราอยู่แต่ใน Comfort Zone สิ่งที่เราเจอในแต่ละวัน ข้อมูลที่เราเสพก็จะไม่ต่างเดิมจากเมื่อวาน สมองของเราจะไม่ได้อัปเกรดอะไรใหม่ ๆ ผลลัพธ์ของชีวิตเราก็จะเหมือนเดิม

🟪 3. เราจะพร้อมสำหรับช่วงเวลาที่ยากลำบาก

แม้เราจะรู้สึกปลอดภัยใน Comfort Zone แต่พื้นที่นั้นจะไม่ปกป้องเราจากปัญหาหรือสถานการณ์บางอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ ซึ่งมักจะปรากฏขึ้นโดยที่ไม่คาดคิด

หากเราไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลง ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้เราเสียหลักและส่งผลต่อจิตใจได้

ดังนั้น การเรียนรู้ที่จะอยู่นอก Comfort Zone จะช่วยให้เรารับมือกับความแปลกใหม่ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ความไม่แน่นอนในชีวิต และที่สำคัญช่วยให้เรามีความเข้มแข็งทางอารมณ์ รับมือกับความทุกข์ยาก ความล้มเหลวได้ดีขึ้น

🟪 4. เราจะมีชีวิตที่มีสีสันมากขึ้น

แน่นอนว่า Comfort Zone จะให้ความรู้สึกสบายแก่เรา แต่มันก็เป็นดาบสองคมเช่นกัน เพราะเมื่อเราอยู่สบาย ๆ ในแบบเดิม ๆ นานไปเราจะเริ่มเบื่อ และขี้เกียจ เราก็จะกลายเป็นซอมบี้ที่เดินและพูดได้ ใช้ชีวิตเดิม ๆ ไปทุก ๆ วัน

แต่เมื่อเราได้ออกจาก Comfort Zone เราจะได้ท้าทายตัวเอง ได้ทำอะไรใหม่ ๆ ชีวิตในแต่ละวันเราจะตื่นเต้นที่จะได้ตื่นขึ้นมาพบโจทย์ใหม่ ๆ ตื่นเต้นได้เจอกับอะไรใหม่ ๆ ที่จะผลักดันให้เราพัฒนาขึ้น

🟪 5. เราจะโปรดักทีฟ

เราจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความสบายจะทำลายประสิทธิภาพการทำงาน เพราะหากไม่มีความกังวลหรือความเครียดที่มาพร้อมกับกำหนดเดดไลน์และความคาดหวัง เรามักจะลงมือทำในระดับธรรมดา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ปานกลาง และทำให้ตนเองรู้สึกพอใจ ไม่เครียด

🟪 6. ความคิดสร้างสรรค์ของเราจะเพิ่มขึ้น

โลกของ Comfort Zone คือโลกที่ทุกสิ่งเป็นสิ่งที่เรารู้และคุ้นชินกับมัน และจะไม่มีไอเดียดี ๆ หรือการค้นพบใหม่ ๆ เกิดขึ้น แต่โลกอีกฝั่งจะเป็นดินแดนที่จะท้าทายให้เราดึงศักยภาพเพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ หาวิธีใหม่ ๆ ที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น เราจะได้ไอเดียใหม่ ๆ แนวคิดใหม่ ๆ มองโลกใบเดิมที่แตกต่างออกไป

🟪 7. เราจะมีความมั่นใจและเชื่อในตัวเอง

แม้ว่าการออกจาก Comfort Zone นั้นดูน่ากลัว แต่เมื่อเราออกจากมันและเริ่มทำ เอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ จนบรรลุเป้าหมายได้ เราจะรู้สึกได้ถึงพลัง เราจะรู้สึกว่าเราแข็งแกร่งกว่าที่เราคิดมาก เรามีศักยภาพมากกว่าที่เราคิด ซึ่งตอกย้ำให้เราเชื่อมั่นในตัวเอง

เมื่อเราเชื่อมั่นในตัวเอง เราก็ยิ่งจะอยากท้าทายทำสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น เมื่อเราทำสิ่งใหม่ ๆ ท้าท้าย เราก็จะเก่งขึ้น พัฒนาขึ้น เมื่อเก่งขึ้น พัฒนาขึ้นเราก็จะสำเร็จมากขึ้น แล้วมันจะกลายเป็นวงจรแห่งความสำเร็จ ซึ่งเริ่มต้นจากการออกจาก Comfort Zone

🟪 8. เราจะแตกต่าง

ชีวิตจะเติมเต็มมากขึ้นเมื่อเราเรียนรู้ เติบโต เชื่อมโยง และแตกต่าง แต่เมื่อเราอยู่ใน Comfort Zone เราก็จะทำอะไรในระดับปานกลาง และได้กลายเป็นหนึ่งในฝูงชนอีกมากมายที่มุ่งหน้าเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน

แต่เมื่อเราออกจาก Comfort Zone ทำอะไรที่ยากขึ้น ท้าทาย เราจะเริ่มโดดเด่น และแตกต่างจากคนส่วนมาก เราจะเริ่มก้าวไปข้างหน้าในชีวิต โอกาสจะเริ่มปรากฏมากขึ้น คนอื่นจะเริ่มมองมาที่เรา และชื่นชมเราในความกล้าหาญที่พวกเขาไม่กล้า

เราเกิดมาในชีวิต เราคงไม่อยากจะให้คนอื่นมองว่า เราก็เหมือน ๆ คนอื่น ๆ

สัญญาณที่บ่งบอกว่าเราติดอยู่ใน Comfort Zone

เนื่องจาก Comfort Zone เป็นพื้นที่ที่เราค่อย ๆ สร้างมันขึ้นมา ตลอดหลายปี หลายครั้งเราจึงไม่รู้ตัวว่าเรากำลังติดอยู่กับมัน เพราะเราคุ้นชิน กลายเป็นนิสัยและวิถีชีวิตของเราจนไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้ปิดกั้นความเป็นไปได้ในการเติบโตของเรา

ต่อไปนี้คือสัญญาณที่จะบอกว่าเรากำลังอยู่ใน Comfort Zone

  • เราไม่ได้เติบโต พัฒนาทั้งในด้านอารมณ์ ความรู้ และปัญญา
  • เราคิดว่าตัวเราไม่พร้อมที่จะทำอะไรใหม่ ๆ
  • บอกตัวเองด้วยประโยคแง่ลบ เช่น คนอื่นเก่งกว่า เราไม่เก่งพอหรอก
  • พอใจในจุดที่เป็นอยู่
  • เรารู้สึกไม่มีแรงจูงใจที่จะทำอะไรใหม่ ๆ
  • เราสามารถคาดการณ์อนาคตที่จะเกิดขึ้นในชีวิตได้
  • เราไม่ได้เป็นฝ่ายทำให้สิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น แต่เป็นฝ่ายตั้งรับ ปล่อยให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นกับเราแทน
  • เราไม่มีเป้าหมายหรือความฝันที่ชัดเจน
  • เราไม่มีคำว่า ล้มเหลว ผ่านเข้ามาในหัว
  • เราพูดคำว่าไม่กับสิ่งต่าง ๆ บ่อย ๆ
  • เรากลัวที่จะเสี่ยง แล้วยอมปล่อยให้โอกาสดี ๆ ผ่านไปพร้อมข้ออ้างต่าง ๆ นานา
  • เราทำสิ่งเดิม ๆ ทุกวัน ๆ ติดต่อกันเป็นเวลาหลายเดือน หลายปี
  • เรารู้สึกโดดเดี่ยว เริ่มรู้สึกว่าชีวิตไม่มีความหมาย
  • เราไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ไม่มีข้อมูลใหม่ ๆ เข้ามาสู่ชีวิต

7 ขั้นตอนในการออกจาก Comfort Zone

7 ขั้นตอนในการออกจาก Comfort Zone

🟪 1. ประเมิน

ใช้เวลาเพื่อไตร่ตรองและถามตัวเองว่ารู้สึกยังไงที่ได้อยู่ใน Comfort Zone เขียนด้านบวกและด้านลบทั้งหมด และความรู้สึกที่มีต่อมัน

จากนั้นจดทุกสิ่งที่อยู่นอก Comfort Zone เช่น เป้าหมาย ความฝัน ความทะเยอทะยาน พร้อมจดความรู้สึกต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น เช่น ความกลัว ความกังวล ความเครียด ความผิดหวัง

การเขียนสามารถช่วยให้เราเข้าใจถึงอารมณ์และค้นหาแรงจูงใจที่จำเป็นเพื่อใช้ในการออกจาก Comfort Zone

🟪 2. หาจุดที่เหมาะสม

ถ้าจะขยายขีดจำกัดของตัวเองเพื่อก้าวออกจาก Comfort Zone เราต้องตั้งเป้าหมายที่จะช่วยกดดันตัวเอง แต่อย่าให้กดดันมากเกินไป

เวลาตั้งเป้าหมายให้พิจารณาระดับแรงกดดัน

ระดับ 1-4 ยืดหยุ่น

  • ระดับ 1 ไม่ค่อยมีแรงกดดัน
  • ระดับ 2-4 ระดับยืดหยุ่น ซึ่งเป็นจุดที่เราถูกกดดันให้ออกมานอก Comfort Zone แค่เล็กน้อย พอคุ้นเคยแล้วจุดนี้จะกลายเป็นระดับ 1 ใหม่

ระดับ 5-7 ระดับเครียด

  • ระดับ 5-7 เป็นระดับที่เหมาะสม การกดดันตัวเองถึงระดับนี้ จะส่งผลดีต่อตัวเรา และยิ่งถ้ามีแรงสนับสนุนที่เหมาะสม จากโค้ช เพื่อนร่วมงาน คนรัก ที่ปรึกษา เพื่อนสนิท ยิ่งจะทรงพลัง

ระดับ 8-10 จุดแตกหัก

  • ระดับนี้อันตรายที่สุด เครียดสุด ๆ และมีโอกาสที่เราจะยอมแพ้ได้ง่าย

การหาจุดที่เหมาะสมในการท้าทายตัวเองโดยไม่กดดันมากเกินไปเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เรายังคงจะยืนหยัด ไม่ท้อแท้ง่าย ๆ เพราะการออกจาก Comfort Zone ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

🟪 3. ตั้งเป้าหมาย

การตั้งเป้าหมายจะช่วยให้สมองเราได้รู้ว่าเราปักธงว่าต้องการอะไร และช่วยให้เรามีทิศทางที่จะเดิน

โดยเริ่มจากการเขียนออกมาว่า เป้าหมายของเราคืออะไร แล้วสร้างแผนลงมือว่าต้อง action อะไรบ้างเพื่อที่จะออกจาก Comfort Zone ได้ (อย่าลืมวางเป้าหมายในระดับที่เครียดในระดับ 5-7)

แล้วทำให้เป้าหมายชัดเจนและวิธีการนั้นละเอียดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวที่จะบอกทิศทางการก้าวออกจาก Comfort Zone ของเรา

และที่สำคัญเมื่อได้เป้าหมาย เราต้องซอยมันออกให้เล็กเท่าที่จะทำได้ เพื่อทำให้เป้าหมายนั้นไม่ดูน่ากลัวหรือยากจนเกินไป เพื่อที่เราจะได้ค่อย ๆ ก้าวทีละก้าว

ส่วนจะเริ่มตั้งเป้าหมายยังไง แนะนำให้ใช้กรอบคิดการตั้งเป้าหมายที่ชื่อว่า “SMART Goal” (สำหรับคนที่อยากอ่านเพิ่มเติม ผมได้ทำบทความไว้อย่างละเอียด สามารถอ่านได้ที่นี่ การตั้งเป้าหมายแบบ SMART Goal)

🟪 4. ปลูกฝังทัศนคติเชิงบวก

การมีทัศนคติเชิงบวกเป็นสิ่งสำคัญ เป็นตัวเปลี่ยนเกมของการออกจาก Comfort Zone เลยทีเดียว

ทัศนคติเชิงบวกหมายถึงการเผชิญกับทุกสถานการณ์และความท้าทายในชีวิตด้วยการมองแง่มุมที่ดี ซึ่งเมื่อต้องเผชิญกับมัน ลองนำวิธีนี้ไปใช้

  • รักตัวเอง โอบกอดตัวเอง เมื่อล้มเหลว ผิดพลาด
  • มองความล้มเหลวแต่ละครั้งเป็นบทเรียน
  • เวลาเผชิญปัญหา ให้เปลี่ยนคำว่า “ปัญหา” เป็น “โอกาส”
  • อยู่กับปัจจุบันแทนที่จะจมปลักอยู่กับอดีตที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้
  • หัวเราะและยิ้มให้กับชีวิตเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้าย
  • ท่องเอาไว้ว่า “แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไป”
  • บอกตัวเองว่าอย่างน้อยเราก็ยังมีลมหายใจอยู่
  • เปลี่ยนจากพูดกับตัวเองในแง่ลบ ๆ ให้พูดในแง่บวกแทน คบหาคนที่ใช่

🟪 5. คบหาคนที่ใช่

ระบุคนในชีวิตของเราว่าคนแบบไหนที่จะช่วยให้เราออกจาก Comfort Zone และพร้อมที่จะสนับสนุนเราแม้เราจะล้มเหลว และหลีกเลี่ยงคนกลุ่มนี้ คนที่ขัดขวางการเติบโตของเรา เช่น พูดกับเราว่า เป็นไปไม่ได้หรอก ทำไม่ได้หรอก มันอันตราย

การมีคนคอยสนับสนุน ให้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะทำให้เราก้าวออกจาก Comfort Zone ได้ง่ายขึ้น

🟪 6. รับผิดชอบตัวเอง

ความรับผิดชอบเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราออกจาก Comfort Zone ได้ เทคนิคคือเราต้องบอกคนกลุ่มข้อที่ 5 บอกพวกเขาว่าเรากำลังพยายามจะทำอะไรอยู่

นี่เป็นก้าวสำคัญเพราะผู้คนกลุ่มนี้จะคอยช่วยติดตามเรา เราต้องการให้พวกเขาเป็นคนคอยผลักดันเราไปข้างหน้า

แล้วเราจะล้มเลิกยากขึ้นและมีความรับผิดชอบมากขึ้น เมื่อรู้ว่ามีคนคอยจับตามองอยู่ และเราก็จะกลัวขายหน้าด้วย

🟪 7. ลงมือทำทีละก้าว

การจะก้าวออกจาก Comfort Zone ไม่ใช่งานที่ง่าย การคิดเยอะและมองไปข้างหน้ามากเกินไป จะทำให้เรารู้สึกท้อแท้ หรือกลัวจนต้องผัดวันประกันพรุ่งได้

“หนทางนับหมื่นลี้ เริ่มต้นที่ก้าวแรก”

นั่นเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมเราจะต้องค่อย ๆ ก้าว ลงมือทำทีละก้าว มองไปข้างหน้าแค่ไม่กี่เมตร แล้วก้าวขาขวา ก้าวขาซ้าย ก้าวขาขวา และก็ก้าวขาซ้าย ไปเรื่อย ๆ และทุก ๆ ก้าวมันหมายความว่า เรากำลังก้าวออกจาก Comfort Zone ซึ่งหมายความว่าเรากำลังก้าวหน้า พัฒนามากขึ้นทุกย่างก้าว

10 คำคมเกี่ยวกับ Comfort Zone เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

1. การเติบโตทั้งหมดทั้งมวล เริ่มต้นที่จุดสิ้นสุดของ Comfort Zone ของคุณ ― Tony Robbins

2. คุณจะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อคุณเต็มใจที่จะรู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจเมื่อได้ลองอะไรใหม่ ๆ ― Brian Tracy

3. จงทำสิ่งใด สิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณกลัวทุกวัน ― Eleanor Roosevelt

4. หากคุณไม่ออกจากกรอบที่ได้รับการเลี้ยงดูมา คุณจะไม่มีวันเข้าใจว่าโลกมันกว้างใหญ่ขนาดไหน  ― Angelina Jolie

5. คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณได้เลย จนกว่าคุณจะก้าวออกจาก Comfort Zone ของคุณ ― Roy T. Bennett 


6. อย่าให้ความกลัวมาตัดสินใจแทนคุณ” ― Annette White

7. คุณสามารถเลือกความกล้าหาญหรือเลือกความสะดวกสบายได้ แต่คุณไม่สามารถมีมันทั้งสองได้ ― Brene Brown

8. สิ่งที่ยากที่สุดที่จะทำคือการออกจาก Comfort Zone ของคุณ แต่มันคือสิ่งที่คุณต้อง จงละทิ้งชีวิตที่คุณคุ้นชินแล้วเสี่ยงเพื่อใช้ชีวิตที่คุณใฝ่หา ― T. Arigo

9. เราต้องซื่อสัตย์กับสิ่งที่เราต้องการและเสี่ยงมากกว่าที่จะโกหกตัวเองแล้วหาข้ออ้างที่จะอยู่ใน Comfort Zone ของตัวเอง ― Ray Bennett 

10.การค้นพบตัวเองที่แท้จริงเริ่มต้นที่จุดสิ้นสุดของ Comfort Zone ― Adam Braun

บทสรุป

แม้ว่า Comfort Zone จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดี และปลอดภัยในชีวิต แต่เราก็ไม่ควรจะอยู่ในนั้นนานเกินไปเพราะมันจะไม่อนุญาตให้เราเป็นคนที่อยากเป็น คนที่เก่งกว่าเดิมได้ และแน่นอนว่า ความฝันและเป้าหมายของเราจะไม่บรรลุได้เลย ถ้าเรายังปล่อยตัวเองให้อยู่ในนั้น

ดังนั้น เราต้องกล้าที่จะอนุญาตให้ตัวเองออกมาจากในนั้น เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเรามองย้อนกลับมองชีวิตของตัวเอง เราจะไม่เสียใจเลยที่วันนั้นกล้าตัดสินใจที่สลัดความกลัวแล้วเดินออกวิ่งไล่ตามสิ่งที่เราใฝ่ฝัน

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อน ๆ จะได้ประโยชน์จากบทความนี้นะครับ ผมตั้งใจเขียนจริง ๆ นะครับ

และผมขอทิ้งท้ายด้วยประโยคสุดท้ายว่า “สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นนอก Comfort Zone”

ผมรอดูสิ่งมหัศจรรย์ของเพื่อน ๆ อยู่นะครับ 💪