Growth Mindset คืออะไร [ฉบับสมบูรณ์]

Growth Mindset คืออะไร? [ฉบับสมบูรณ์] – พร้อม 16 วิธีพัฒนา Growth Mindset

ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ ความเชื่อสามารถส่งผลต่อชีวิตของเราอย่างมหาศาล มันแทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของชีวิตเรา เป็นตัวตัดสินว่าเราจะได้สิ่งที่ต้องการหรือไม่ ซึ่งความเชื่อทั้งหมดจะมาจากกรอบคิด (Mindset)

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

โดยทั่วไปแล้วกรอบคิด (Mindset) จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กรอบหลักได้แก่ กรอบคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) และกรอบคิดแบบตายตัว (Fixed Mindset)

ทั้งสองนี้สามารถกำหนดผลลัพธ์ในชีวิตของเราได้ จะเป็นตัวขัดขวางไม่ให้เราได้ดึงศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่หรือส่งเสริมให้เราได้ดึงศักยภาพที่แท้จริงออกมา ขึ้นอยู่กับว่าเรามีกรอบคิดแบบไหน

ถ้าเราอยากได้ผลลัพธ์ในชีวิตแบบไหน ก็จงเริ่มต้นที่เปลี่ยนกรอบคิด (Mindset) เสียก่อน จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างเร่งด่วนที่เราต้องเรียนรู้กรอบคิดเหล่านี้ เพื่อปรับเปลี่ยนสร้างชีวิตที่เราต้องการ

เอาละ 🙌 เรามาเริ่มที่กรอบคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) กันก่อนเลยนะครับ

Growth Mindset คืออะไร?

Growth Mindset คือกรอบคิดที่เชื่อในความเพียรพยายาม เชื่อว่าเราทุกคนสามารถเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงระดับความรู้ และความสามารถได้ เพียงแค่ต้องมีความพยายาม การฝึกฝนและประสบการณ์มากพอ

คนกลุ่มนี้จะคอยแสวงหาโอกาสที่จะได้รับความรู้ ความเข้าใจใหม่ ๆ และขยายทักษะของตัวเองอยู่เสมอ และไม่กลัวที่จะต้องเผชิญกับความท้าทายและความล้มเหลว

และเชื่อว่าใครก็สามารถเป็นอะไรก็ได้ เราจะเป็นแบบไอน์สไตน์หรือบิล เกตส์ก็ได้ ถ้ามีแรงจูงใจ ความพยายามและได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม

Growth Mindset เชื่อว่าคุณสมบัติของตัวเองเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

Fixed Mindset คืออะไร?

Fixed Mindset คือกรอบคิดที่เชื่อว่าความฉลาด ความสามารถของเรานั้นถูกกำหนดและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษ และทุกคนมีความสามารถและสติปัญญาที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ด้วยเวลา หรือความพยายามเลย

คนกลุ่มนี้จะตัดสินแค่ 2 ทางเลือกว่าตัวเองมีทักษะหรือไม่มีเท่านั้น ถ้าไม่มีก็ไม่สามารถพัฒนาได้ พวกเขายังเชื่อว่าความล้มเหลวเป็นเครื่องยืนยันถึงการไม่มีความรู้และความสามารถ พวกเขาจะยอมแพ้ได้อย่างง่ายดาย และกลัวความล้มเหลว ซึ่งทำให้พวกเขาปฏิเสธสิ่งที่จะทำให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาเติบโต

Fixed Mindset เชื่อว่าคุณสมบัติของตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

Growth Mindset vs. Fixed Mindset

Growth Mindset vs. Fixed Mindset

Benjamin Barber นักสังคมวิทยาชื่อดัง กล่าวว่า “ผมไม่ได้แบ่งโลกออกเป็นโลกของคนอ่อนแอกับโลกของคนเข้มแข็ง หรือโลกของความสำเร็จกับโลกของความล้มเหลว แต่ผมแบ่งออกเป็นโลกของคนที่ชอบเรียนรู้กับโลกของคนที่ไม่ยอมเรียนรู้”

ต่อไปนี้เป็นข้อแตกต่างระหว่าง Growth Mindset และ Fixed Mindset

Growth Mindset

  • พรสวรรค์ ความสามารถ และสติปัญญาสามารถพัฒนาได้ด้วยความพยายามและการฝึกฝน
  • ความพยายามคือสิ่งที่ทำให้เราฉลาดหรือเก่งขึ้น
  • ต้อนรับความผิดพลาด เพราะเชื่อว่ามันทำให้เราพัฒนาและเติบโตขึ้น
  • โอบกอดความท้าทาย
  • อดทนต่อความล้มเหลวและความพ่ายแพ้
  • ค้นหาแรงบันดาลใจในความสำเร็จของผู้อื่น
  • ยอมรับคำวิจารณ์ คำติเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาเติบโต
  • โอบรับความแปลกใหม่ด้วยความต้องการที่จะฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ อยู่เสมอ
  • มุ่งเน้นที่กระบวนการและการเรียนรู้โดยไม่ต้องกังวลกับผลลัพธ์

Fixed Mindset

  • พรสวรรค์ ความสามารถ และสติปัญญาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
  • เชื่อว่าความพยายามไม่มีค่า
  • กลัวความผิดพลาด เพราะไม่อยากดูโง่
  • หลีกเลี่ยงความท้าทาย
  • ยอมแพ้ง่าย ๆ
  • ไม่ชอบเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ เพราะจะรู้สึกว่าเราไม่เก่ง
  • ไม่อยากฟังความคิดเห็นเชิงลบ แม้ว่าอาจเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเติบโตก็ตาม
  • หลีกเลี่ยงประสบการณ์ใหม่ ๆ เพราะกลัวความล้มเหลว
  • มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ ไม่สำเร็จก็ล้มเหลว

เราสามารถเปลี่ยนแปลง Mindset ได้หรือไม่?

มนุษย์เราทุกคนสามารถเปลี่ยนการทำงานของสมองและรูปแบบการคิดของตัวเองได้

ในทางประสาทวิทยาได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่าสมองจะยังคงพัฒนาและเปลี่ยนแปลงต่อไป แม้จะอายุเยอะแล้วก็ตาม 

สมองจะเปลี่ยนแปลงผ่านการเติบโตและการปรับโครงสร้าง

จากการศึกษาพบว่าสมองสามารถขยายการเชื่อมโยงข้อมูลใหม่ ๆ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับเส้นประสาทที่มีอยู่ และสามารถพัฒนาความเร็วของการส่งข้อมูลในสมอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราสามารถพัฒนาความคิดและเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเองได้

ตามที่ Dr. Carol Dweck ผู้เขียนหนังสือ “Mindset: The New Psychology of Success” ได้เขียนไว้ว่า “คุณสามารถเปลี่ยน Mindset จาก Fixed Mindset เป็น Growth Mindset ได้ สิ่งนี้ได้รับการสนับสนุนโดยการศึกษาทางประสาทวิทยาแล้ว และแม้แต่ความฉลาดก็เปลี่ยนแปลงได้”

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ Growth Mindset

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ Growth Mindset

มีการวิจัยมากมายเกี่ยวกับกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิดอยู่ ต่อไปนี้คือ 6 ความเชื่อที่ผิด

ความเชื่อที่ผิด 1: ไม่มีอย่างใดก็อย่างหนึ่ง

หลายคนเชื่อว่าถ้าเรามี Fixed Mindset แสดงว่าเราจะไม่มี Growth Mindset ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด กระบวนการกรอบคิดของเรานั้นจะเปลี่ยนแปลงตามประสบการณ์ของเรา และเราจะสลับไป ๆ มา ๆ ระหว่างสองกรอบคิดเหล่านี้ เช่น เราอาจจะมีกรอบคิดแบบ Growth Mindset ในที่ทำงาน แต่ก็สามารถมีกรอบคิดแบบ Fixed Mindset ในกด้านอื่น ๆ ของชีวิตไปด้วย

ความเชื่อที่ผิด 2: Growth Mindset เป็นเรื่องของคนคิดบวก

จริง ๆ แล้วมันเป็นมากกว่านั้น คนที่มี Growth Mindset จะยอมรับคำวิจารณ์ คำติชม และเรียนรู้จากประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต และพยายามคิดหาวิธีการปรับปรุงพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ มันไม่ใช่เรื่องของการคิดบวก แต่เป็นทัศนคติที่เปิดรับทุกสิ่งเพื่อเรียนรู้และเติบโต

ความเชื่อที่ผิด 3: Growth Mindset จะให้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป

ความเป็นจริงคือ การเติบโตและการเรียนรู้มักจะเป็นสิ่งที่ยากและมีอุปสรรคอยู่เสมอ และมักจะเกิดเหตุการณ์ที่เราไม่ได้คิดไว้ บางอย่างอาจไม่ได้ผล บางอย่างอาจจะได้ผล

ความเชื่อที่ผิด 4: Growth Mindset เป็นเรื่องที่ยาก

การเปลี่ยนวิธีคิดอาจดูเหมือนเป็นงานที่ท้าทาย การเปลี่ยนจากการคิดลบอาจเป็นเรื่องยาก แต่มันเป็นไปได้ ถ้าเรารู้วิธีที่มีประสิทธิภาพ

การเปลี่ยนความคิดก็เหมือนกล้ามเนื้อ ที่เราสามารถฝึกได้ การพัฒนา Growth Mindset สามารถฝึกฝนกันได้

ความเชื่อที่ผิด 5: Growth Mindset เป็นเรื่องของเด็ก

การมี Growth Mindset นั้นไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของเด็กเท่านั้น เราทุกคน ทุกวัยสามารถเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงมันได้เสมอ มันเป็นเรื่องของวิธีคิด ไม่ได้เกี่ยวกับเพศหรือวัย

ความเชื่อที่ 6: Growth Mindset เกิดขึ้นอัตโนมัติ

การที่เราจะมี Growth Mindset ได้นั้นมันต้องเกิดจากความตั้งใจ การฝึกฝน การพัฒนา เราต้องรังสรรค์มันขึ้นด้วยตัวเอง ไม่ใช่สิ่งที่จะอยู่เฉย ๆ เกิดขึ้น ดังนั้น ถ้าเรานั่งรอให้ตัวเองมีมัน ก็คงต้องรอตลอดชีวิต

ประโยชน์ของการคิดแบบ Growth Mindset

ประโยชน์ของการคิดแบบ Growth Mindset

1. รักการเรียนรู้

กระบวนการคิดแบบ Growth Mindset จะช่วยให้เราเปิดรับข้อมูลใหม่ ๆ และเปิดกว้างสำหรับการเรียนรู้ในอนาคต เพราะเชื่อว่าเราสามารถบรรลุสิ่งที่ต้องการได้ ผ่านความพยายาม ผ่านการเรียนรู้ ดังนั้น จึงทำให้เราพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา

2. สำเร็จในอาชีพการงานมากขึ้น

ในอนาคตโลกการทำงานของเราจะเปลี่ยนแปลงเร็วมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า ดังนั้นโอกาสจะเป็นของคนที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวพร้อมเรียนรู้อยู่เสมอ ซึ่งถ้าเรามี Growth Mindset เราจะสามารถรับมือ และปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น เราจะมีทักษะใหม่ ๆ เก่งขึ้นเรื่อย ๆ คนจ้างงานเราก็จะชื่นชอบเรา ส่งผลให้ชีวิตในหน้าที่การงานของเราประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคนที่มี Fixed Mindset

3. เราจะรู้สึกเห็นคุณค่าตัวเองมากขึ้น

กระบวนการคิดแบบ Growth Mindset เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ เชื่อว่าตัวเองสามารถบรรลุสิ่งที่ต้องการได้เพียงแค่ต้องมีความเพียรพยายามมากพอ 

เรามองเห็นความเป็นไปได้ของตัวเอง เราเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง เราพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ส่งผลให้เรารู้สึกเห็นคุณค่าในตัวเอง และยิ่งถ้าเราสามารถบรรลุสิ่งที่ต้องการได้ เรายิ่งรู้สึกมีกำลังใจและภูมิใจในตัวเอง

4. มองหาโอกาสอยู่เสมอ

ด้วยกรอบคิดแบบ Growth Mindset จะทำให้สมองของเราคอยมองหาโอกาส และไม่ปิดกั้นความท้าทายใหม่ ๆ เพราะเราเชื่อว่าโอกาส ความท้าทาย เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เราได้พัฒนาและเติบโตเก่งขึ้น

5. สนุกกับชีวิต 

คุณลักษณะอย่างหนึ่งของคนที่มี Growth Mindset คือ ไม่จำเป็นต้องเก่งตั้งแต่แรก แต่ขอแค่ได้สนุกกับการได้ลงมือทำมันก็พอ

เราจะไม่สนใจผลลัพธ์ แต่เราจะเน้นไปที่กระบวนการ การเรียนรู้ เราจะสนุกกับการได้เห็นตัวเองเก่งขึ้น แม้จะมีอุปสรรคโผล่มาบ้าง แต่เรารู้ว่าเราจะได้พัฒนาและเติบโตขึ้น

6. ช่วยให้มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น

คนที่มี Fixed Mindset จะมองคู่รักของตัวเองว่าต้องสมบูรณ์แบบ ไม่มีข้อบกพร่อง และเชื่อว่าทั้งคู่ไม่สามารถพัฒนาและเติบโตได้ 

แต่คนที่มี Growth Mindset จะมองเห็นข้อบกพร่องของตัวเองและคนที่รัก แล้วพวกเขาก็พร้อมที่จะแก้ไขเพื่อให้มันดีขึ้น พวกเขาจะเรียนรู้ เปิดรับที่จะปรับปรุงให้ความสัมพันธ์ออกมาดีที่สุด

7. มีความรับผิดชอบต่อชีวิต

คนที่มี Fixed Mindset เวลาทำอะไรผิดพลาดมักจะคอยโยนความผิดไปให้คนอื่น พยายามหาข้อแก้ตัวต่าง ๆ นานา เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดี แต่สำหรับ Growth Mindset พวกเขายินดีรับผิดชอบต่อทุกการกระทำและการตัดสินใจของตัวเอง โดยไม่โทษคนอื่น เพราะพวกเขาเชื่อว่าโลกอยู่ในกำมือของเรา และผลลัพธ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นสามารถทำให้พวกเขาพัฒนาและเติบโต เก่งขึ้นได้

8. เป็นมิตรกับความล้มเหลว

แน่นอนว่าเวลาเราล้มเหลว เราจะรู้สึกผิดหวัง แต่ทุกครั้งที่ล้มเหลวมันทิ้งข้อมูลบางอย่างให้เราเรียนรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก

คนที่มี Growth Mindset เชื่อว่าความล้มเหลวนั้นคือโอกาส โอกาสที่พวกเขาจะได้เรียนรู้ว่าวิธีแบบไหนที่จะนำไปสู่ความสำเร็จได้ 

15 ตัวอย่าง Growth Mindset และ Fixed Mindset

ตัวอย่างที่ 1

Fixed Mindset: ฉันเก่งหรือไม่ก็ไม่เก่ง

Growth Mindset: ฉันสามารถพัฒนาทักษะเพียงแค่ต้องมีความพยายามและการฝึกฝน

ตัวอย่างที่ 2

Fixed Mindset: เมื่อมีคนให้คำติชม ฉันรู้สึกเหมือนถูกวิพากษ์วิจารณ์

Growth Mindset: ฉันรู้ดีใจเมื่อมีคนให้คำติชม เพราะมันจะช่วยให้ฉันได้เรียนรู้และเติบโต

ตัวอย่างที่ 3

Fixed Mindset: ฉันแค่ไม่เก่งคณิตศาสตร์เลย

Growth Mindset: คณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่ยากสำหรับฉัน แต่ฉันรู้ว่าฉันสามารถพัฒนาและเรียนรู้ได้

ตัวอย่างที่ 4

Fixed Mindset: ฉันอายจะพูดหน้าชั้นเรียน

Growth Mindset: ถ้าฉันฝึกฝน ฉันสามารถมีความมั่นใจและพัฒนาทักษะการพูดในที่สาธารณะได้

ตัวอย่างที่ 5

Fixed Mindset: ฉันเป็นนักเขียนที่ดีอยู่แล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มแล้ว

Growth Mindset: ฉันเชื่อว่ามีพื้นที่ให้พัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้นเสมอ

ตัวอย่างที่ 6

Fixed Mindset: คนที่มีความฉลาดโดยธรรมชาติ ยังไงก็ประสบความสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องพยายามอะไรให้มากหรอก

Growth Mindset: ไม่มีใครเกิดมาฉลาด เราทุกคนสามารถฉลาดได้ เพียงแค่ต้องใช้เวลา ความพยายาม และความเพียร

ตัวอย่างที่ 7

Fixed Mindset: ความสำเร็จของคนอื่นทำให้ฉันรู้สึกแย่กับตัวเอง

Growth Mindset: ความสำเร็จของคนอื่นส่งเสริมและเป็นแรงบันดาลใจให้ฉัน พวกเขาแสดงให้ฉันเห็นถึงความเป็นไปได้ พวกเขาทำได้ ฉันก็ทำได้

ตัวอย่างที่ 8

Fixed Mindset: คนที่ประสบความสำเร็จเพราะโชคดี มีความสามารถ และไม่เคยล้มเหลวมาก่อน

Growth Mindset: ความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ล้มเหลวหลายครั้งก่อนที่จะสำเร็จ และเพราะพวกเขาไม่ยอมแพ้ จึงสำเร็จได้ 

ตัวอย่างที่ 9

Fixed Mindset: ฉันหวังว่าฉันจะร้องเพลงเก่งเหมือนคุณ มันไม่ยุติธรรมเลย

Growth Mindset: ทักษะการร้องเพลงของคุณเป็นแรงบันดาลใจให้ฉัน คุณมีคำแนะนำที่จะช่วยให้ฉันเป็นเหมือนคุณไหม? 

ตัวอย่าง 10

Fixed Mindset: มันน่าอายถ้าฉันทำผิดพลาด

Growth Mindset: ทุกคนล้วนเคยทำผิดพลาด และความผิดพลาดคือโอกาสในการเรียนรู้

ตัวอย่างที่ 11

Fixed Mindset: ถ้าฉันไม่ทำอะไรใหม่ ๆ หรือสิ่งที่ทำยาก ๆ ฉันก็จะไม่ล้มเหลว

Growth Mindset: ฉันต้องลองอะไรใหม่ ๆ และยาก เพราะมันจะทำให้ฉันได้เรียนรู้ และเติบโต แม้จะล้มเหลวในช่วงเริ่มต้นก็ตาม

ตัวอย่างที่ 12

Fixed Mindset: เมื่อฉันล้มเหลวหรือผิดหวัง ฉันรู้สึกท้อแท้และยอมแพ้

Growth Mindset: เมื่อฉันล้มเหลวหรือผิดหวัง ฉันจะลองใช้บทเรียนที่ได้จากความล้มเหลวนั้น เพื่อเรียนรู้ และลองใหม่อีกสักตั้ง

ตัวอย่างที่ 13

Fixed Mindset: ความล้มเหลวหมายความว่าถึงเวลาต้องยกธงขาวยอมแพ้

Growth Mindset: ฉันล้มเหลวจริง ๆ ก็ต่อเมื่อฉันหยุดความพยายามเท่านั้น

ตัวอย่างที่ 14

Fixed Mindset: ฉันทำไม่ได้หรอก!

Growth Mindset: ฉันยังทำไม่ได้ตอนนี้ แต่ฉันจะยังทำต่อไป ฉันจะลองหาวิธีการใหม่ ๆ หรือขอความช่วยเหลือจากคนที่รู้จนกว่าจะทำได้

ตัวอย่างที่ 15

Fixed Mindset: ถ้าฉันไม่พัฒนาในทันที ฉันจะหงุดหงิด และต่อว่าตัวเองช่างโง่จริง ๆ 

Growth Mindset: ฉันรู้ว่าการพัฒนาต้องใช้เวลา และฉันก็ยินดีกับก้าวเล็ก ๆ แม้จะพัฒนาได้เล็กน้อย แต่เมื่อนานไปมันสามารถสร้างความแตกต่างได้

16 วิธีพัฒนา Growth Mindset

16 วิธีพัฒนา Growth Mindset

1. ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ

ตระหนักอยู่เสมอว่ามนุษย์เรามีความไม่สมบูรณ์แบบเป็นธรรมชาติ เราจะผิดพลาดอยู่เสมอ แต่สิ่งสำคัญเราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดเหล่านั้น จงกล้าที่จะเริ่มต้น แม้ยังไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม แล้วค่อย ๆ เรียนรู้ไประหว่างการลงมือทำ

2. มองความท้าทายเป็นโอกาส

การมีกรอบความคิดแบบเติบโต หมายถึงการเพลิดเพลินกับโอกาสในการพัฒนาตนเอง ซึ่งในการที่เราพัฒนาตนเองได้นั้น เราจะต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นจงโอบกอดความท้าทาย แล้วมองมันว่ามันคือของขวัญที่จะทำให้เราเติบโต

3. แทนที่จากคำว่า “ล้มเหลว” เป็น “เรียนรู้”

เมื่อเราทำอะไรผิดพลาดหรือล้มเหลว จงบอกตัวเองว่าเราไม่ได้ล้มเหลว แต่เรากำลังได้รับบทเรียนเพื่อเรียนรู้ต่างหาก เรียนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องและอะไรคือสิ่งที่ผิด

4. ให้คุณค่ากับกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์สุดท้าย

คนที่มีกรอบคิดแบบเติบโตจะสนุกกับกระบวนการและเรียนรู้ไปกับมัน โดยไม่สนใจว่าผลลัพธ์ที่จะออกมาจะเป็นยังไง เพราะพวกเขารู้ดีว่า ผลลัพธ์เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการ

5. มีจุดมุ่งหมายในชีวิต

การวิจัยเรื่องกรอบคิดการเติบโตแสดงให้เห็นว่า นักเรียนที่มีความคิดแบบเติบโตนั้น จะมีจุดมุ่งหมายมากกว่า พวกเขาจะมีภาพเป้าหมายไว้ในใจตลอดเวลา ทำให้พวกเขาสามารถบังคับตัวเองให้พัฒนาตนเองอยู่เสมอ และเมื่อเผชิญกับความผิดพลาด ความล้มเหลว พวกเขาก็พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไป ไปยังเป้าหมายที่ตั้งไว้

6. เน้นการเติบโตมากกว่าความรวดเร็ว

การเรียนรู้อย่างรวดเร็วไม่เท่ากับการเรียนรู้ที่ดี บางครั้งการเรียนรู้ที่ดีอาจต้องใช้เวลาสำหรับการลองผิด ลองถูก ดังนั้น อย่ามองแต่เรื่องว่าต้องเรียนรู้ให้เร็ว ให้ไว แต่ให้เน้นว่าการเรียนรู้เหล่านี้จะช่วยให้เราเติบโตหรือไม่

7. ให้เครดิตแก่การกระทำไม่ใช่เพราะตัวเรา

เวลาทำอะไรสำเร็จ อย่าบอกว่าตัวเองเป็นที่คนเก่ง ตัวเองฉลาด อย่าบอกว่าที่ทำสิ่งนี้ สิ่งนั้นสำเร็จได้ เพราะเราเอง แต่ให้บอกตัวเองว่า เพราะการกระทำที่ได้ทำต่างหากที่ทำให้เราเก่งหรือสำเร็จ

8. นิยามคำว่า “อัจฉริยะ” ใหม่

อัจฉริยะไม่ใช่สิ่งที่ควรใส่ใจ มันอยู่เหนือการควบคุมของเราและในระยะยาวแล้ว ความอัจฉริยะแทบจะไม่ได้ช่วยให้คนเราประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่นเลย แต่คนที่เป็นอัจฉริยที่แท้จริงคือคนที่หมั่นฝึกฝน พัฒนาตัวเองอย่างหนัก และถูกทิศทางต่างหาก

9. เชื่อว่าสมองต้องฝึกฝนเหมือนกล้ามเนื้อ

สมองก็เหมือนกล้ามเนื้อที่ต้องออกกำลังกาย เช่นเดียวกับร่างกาย ยิ่งออกกำลังกายสมองมากเท่าไหร่ สมองก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น หาสิ่งใหม่ ๆ ให้สมองได้เสพ ได้เรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ เช่น อ่านหนังสือ ลงเรียนคอร์ส พูดคุยกับเก่ง ๆ

10. ใช้คำว่า “ยัง” แทนคำว่า “ไม่”

เวลาที่เรากำลังพยายามทำอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่สำเร็จ ให้บอกตัวเองว่า “ยัง” เช่น เรายังไม่เชี่ยวชาญ เรายังไม่เก่ง แสดงว่าเราต้องฝึกฝนมากขึ้น ไม่ใช่บอกตัวเองว่า “ไม่” เราไม่เชี่ยวชาญ เราไม่เก่ง

11. เรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น

ไม่ควรเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น แต่เราสามารถเรียนรู้จากคนอื่นได้ ความผิดพลาดคือทางลัดสู่การเติบโต เราต้องคอยเรียนรู้ความผิดพลาดจากคนอื่นอยู่เสมอ เพื่อนำมาใช้ป้องกันไม่ให้ตัวเองทำผิดพลาดเช่นคนอื่น

12. ลบเสียงลบ ๆ ภายในหัวออกไป

สิ่งที่เราพูดกับตัวเองสำคัญกว่าทุกสิ่ง มันจะกำหนดว่าเราจะเป็นคนยังไง ถ้าอยากมี Growth Mindset ต้องหมั่นคอยลบคำพูดลบ ๆ เช่น “ฉันคงทำสิ่งนี้ไม่ได้หรอก” “ฉันไม่เก่งพอ” “ฉันไม่มีศักยภาพที่จะทำมัน” “ฉันทำไม่สำเร็จหรอก”

13. น้อมรับคำเสนอแนะ

คุณสมบัติสำคัญข้อหนึ่งของการเป็นคนที่มี Growth Mindset คือ การกล้าที่จะน้อมรับคำแนะนำ โดยเฉพาะจากคนที่เรามั่นใจว่าเขาได้แนะนำอย่างจริงใจ และให้คิดไว้เสมอว่า คำแนะนำคือของขวัญที่จะนำมาใช้พัฒนาตัวเอง ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น เก่งขึ้น แม้จะเป็นคำติชมเชิงลบก็ตาม

14. ใส่ใจกับคำพูดและความคิด

ใส่ใจกับคำพูดที่พูดกับตัวเอง แม้แต่คำพูดในใจก็ตาม ถ้าเราพูดแง่ลบกับตัวเอง ผลลัพธ์ในชีวิตก็จะเป็นเช่นนั้น ดังนั้นให้ระวังสิ่งที่เราพูดและคิดให้ดี เวลาคิดลบโดยเฉพาะการคิดเพื่อไม่ให้เราเติบโต ให้พยายามแทนที่ความคิดเชิงลบด้วยความคิดเชิงบวกทันที

15. อยู่กับความเป็นจริง

ไม่ว่าจะทำอะไร โดยเฉพาะเรื่องของการเติบโต ทุกอย่างล้วนต้องใช้เวลา มีช่วงเวลาของการบ่มเพาะ การประเมินเวลาอย่างสมเหตุสมผล ไม่เร็วเกินไปหรือช้าเกินไป จะช่วยให้เราไม่ย่อท้อ และยอมแพ้เร็วเกินไป

16. เชื่อในตัวเอง

ก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ เราต้องเชื่อว่าเราทำได้ก่อน เชื่อว่าเราสามารถเก่งขึ้นได้ พัฒนาให้ดีขึ้นได้ ประสบความสำเร็จได้ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ ซึ่งเราสามารถทำได้ทั้งหมด เพียงแค่ต้องเชื่อในตัวเองและทุ่มเทความพยายามให้มากพอ

บทสรุป

โดยสรุปแล้ว Growth Mindset คือ ความเชื่อที่ว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับเรา อำนาจอยู่ในมือเรา เราสามารถทำทุกสิ่งได้ ถ้าพยายามมากพอ ส่วนคนที่มีความคิดแบบ Fixed Mindset ไม่เชื่อในอำนาจของตัวเองว่าสามารถเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาได้

ตอนนี้เราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Growth Mindset และ Fixed Mindset กันไปแล้ว เราคิดว่าเรากำลังอยู่กลุ่มไหนครับ?

หากเราคิดว่าเรามีกรอบความคิดแบบ Growth Mindset อยู่แล้ว ก็เยี่ยมมาก สำหรับใครที่ยังลังเลก็ขอให้ลองใช้ 16 วิธีพัฒนาด้านบน ถ้าเราพยายามระลึกถึงทั้ง 16 ข้อนี้บ่อย ๆ รับรองว่ามันจะช่วยให้เรามี Growth Mindset ได้ สมองของเราจะค่อย ๆ เรียนรู้และเปลี่ยนความคิดอัตโนมัติ

เมื่อเปลี่ยนความคิด การกระทำก็จะเปลี่ยน เมื่อการกระทำอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง เราก็สามารถบรรลุทุกความสำเร็จที่เราต้องการได้

เพราะ Growth Mindset เป็นสารตั้งต้นของทุกความสำเร็จ 

ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลหรือทำให้เพื่อน ๆ เข้าใจ Growth Mindset มากยิ่งขึ้นนะครับ

แล้วพบกันที่ปลายทางของความสำเร็จครับ 🙌