7 เทคนิคทำให้อ่านหนังสือมากขึ้น [จากวิจัยของฮาร์วาร์ด]

ใช้ 7 เทคนิคการอ่านหนังสือได้มากขึ้นทันที [จากวิจัยของฮาร์วาร์ด]

การอ่านหนังสือเป็นกุญแจสู่ทุกความสำเร็จในชีวิต มหาเศรษฐีและผู้ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดอย่าง Bill Gates หรือ Elon Musk ต่างก็อุทิศเวลาพิเศษให้กับการอ่านโดยเฉพาะ

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

Elon Musk เคยกล่าวถึงความรู้เกี่ยวกับวิธีสร้างจรวดว่าได้มาจากการอ่านหนังสือทั้งนั้น

หนังสือให้ประโยชน์มากมายต่อเรา จากการศึกษาได้พิสูจน์แล้วว่าการอ่านสามารถลดความเครียด เพิ่มทักษะการจดจ่อ และช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจำระยะยาวและระยะสั้นได้

แน่นอนว่าประโยชน์ของการอ่านหนังสือนั้นเห็นได้ชัดเจน แต่การอ่านหนังสือนั้นเป็นยาเบื่อของหลายคน อ่านได้ไม่กี่หน้าก็ต้องปิด หรือแม้แต่เห็นแค่ตัวหนังสือก็แทบจะไม่มีแรงจะอ่านแล้ว

แต่วันนี้โชคดีผู้เชี่ยวชาญจาก Harvard Business Review (รวมถึงคนอื่น ๆ อีกสองสามคน) ได้ค้นพบเคล็ดลับและเทคนิคการอ่านหนังสือที่จะช่วยให้เราทำการอ่านหนังสือให้ติดเป็นนิสัยติดตัวเรา และเทคนิคเหล่านี้ยังช่วยเพิ่มปริมาณการอ่านและประโยชน์ที่จะได้รับด้วย

อ่าน 7 เทคนิคการอ่านหนังสือต่อไปนี้ แล้วเราจะกลายเป็นคนที่มีนิสัยรักการอ่านมากขึ้น (เนื้อหาส่วนนี้มีที่มาจาก How to Read (a Lot) More Books This Year, According to Harvard Research)

เทคนิคการอ่านหนังสือมากขึ้น [จากวิจัยของฮาร์วาร์ด]

1

อย่าฝืน ถ้ารู้สึกไม่สนุก

บางทีเราเริ่มอ่านหนังสือ แต่พบว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ค่อยสนุกเลย และเราก็ทนที่จะอ่านต่อไป เพราะไม่อยากเป็นคนที่ล้มเลิกอะไรง่าย ๆ การทำแบบนี้ไม่ส่งผลดีอะไรเลย ทั้งถ้าเราอ่านในสิ่งที่ไม่รู้สึกสนุก สมองจะลดประสิทธิภาพในการจดจำ และมันจะค่อย ๆ บั่นทอนกำลังใจในการอ่านหนังสือเล่มต่อ ๆ ไปด้วย

ไม่คุ้มค่าที่ต้องฝืน ถ้ารู้สึกไม่ชอบ ไม่สนุก

Gretchen Rubin ผู้เขียนหนังสือขายดีเรื่อง The Happiness Project และผู้เชี่ยวชาญด้านนิสัยที่ Harvard Business Review พบว่าความคิดแบบ “ผู้ชนะไม่ล้มเลิก” อาจจะไม่เหมาะกับนิสัยการอ่าน

เขาบอกว่า “การเลิกแต่เนิ่น ๆ จะทำให้คุณมีเวลาอ่านหนังสือดี ๆ มากขึ้น และเลิกอ่านหนังสือแบบรู้สึกว่าเป็นภาระ หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ”

ทุก ๆ ปีมีหนังสือออกใหม่มากมายที่ให้เราเลือกอ่าน ทำไมเราต้องใช้เวลากับหนังสือที่เราไม่สนุก ไม่ชอบด้วยล่ะ?

หากพบว่าไม่ชอบหนังสือที่อ่านอยู่ ก็จงวางมันลง และอย่ารู้สึก หยิบเล่มอื่นมาอ่านแทน

2

อ่านทุกครั้งเมื่อมีเวลา

อ่านทุกครั้งเมื่อมีเวลา - เทคนิคที่ทำให้อ่านหนังสือมากขึ้น [จากวิจัยของฮาร์วาร์ด]

สตีเฟน คิง ราชานักเขียนนวนิยายสยองขวัญ เขาถือว่าการอ่านเป็นปัจจัยหลักของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในฐานะนักเขียนของเขา เขาแนะนำผู้คนให้อ่านหนังสือวันละประมาณ 5 ชั่วโมง หากต้องการเดินตามรอยการเป็นนักเขียนเช่นเขา

เขาทำได้ยังไง 5 ชั่วโมงต่อวัน เขาเอาเวลาที่ไหน แท้จริงแล้วสตีเฟน คิงจะอ่านหนังสือระหว่างเดินทางหรือตอนอยู่นอกบ้านตลอดเวลา แม้ในเกมการแข่งขันเบสบอล เขาก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านระหว่างดูกีฬาไปด้วย เขาใช้เวลาทุกวินาทีไปกับอ่าน เขาไม่ยอมเสียเวลาทิ้งเปล่าประโยชน์

นิสัยนี้เองที่ทำให้เขาสามารถประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้ ปัจจุบันเขาขายหนังสือได้มากกว่า 350 ล้านเล่มไปแล้ว เขียนนิยายไปแล้วจำนวน 64 เล่ม ถูกนำไปใช้ทำหนัง 50 เล่ม เขียนเรื่องสั้นมากกว่า 200 เรื่อง

เราได้เรียนรู้อะไรจากราชานักเขียนนวนิยายสยองขวัญคนนี้

ทุกนาทีซ่อนอยู่ในทุกมุมของวัน และทุกนาทีนี้รวมกันก็เป็นหลายนาที เพียงพอที่จะทำให้เราได้อ่านหนังสือดี ๆ และบางครั้งเราไม่จำเป็นต้องเพิ่มเวลาในการอ่านหนังสือเข้ามาในชีวิตประจำวันด้วยซ้ำ แค่ใช้เวลาที่ซ่อนอยู่ในแต่ละวัน เปลี่ยนมาเป็นอ่านหนังสือ ก็ช่วยให้เราได้อ่านหนังสือได้มากโขแล้ว

จงพกหนังสือติดตัวตลอดเวลา ถ้ามีช่วงเวลาไหนว่าง ก็ขอให้หยิบขึ้นมาอ่านในทันที อย่าทิ้งเวลาเสียเปล่า

3

เงียบไว้

การแชร์เรื่องราวความตั้งใจของเรากับผู้อื่น ทำให้เรามีโอกาสน้อยลงที่จะประสบความสำเร็จ

จากการศึกษาในปี 2009 พบว่าเมื่อนักเรียนที่ต้องการเป็นนักจิตวิทยาเขียนกิจกรรมที่จะช่วยให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายนั้น และแชร์เรื่องราวนี้ให้แก่ผู้เข้าร่วมทดลอง พวกเขามีโอกาสน้อยลงที่จะทำกิจกรรมเหล่านั้น แต่กลับกันกลุ่มที่ไม่ได้บอกเกี่ยวกับเป้าหมายของเขา พวกเขาใช้เวลามากกว่าเพื่อลงมือทำกิจกรรมเหล่านั้น

การศึกษาชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าการบอกเป้าหมายให้ผู้อื่นรับทราบอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก

เมื่อคนมีเป้าหมายเดียวกัน พวกเขาจะรู้สึกมีแรงจูงใจที่จะทำงานหนักน้อยลง ดังนั้น หากเรามุ่งมั่นที่จะอ่านหนังสือมากขึ้นให้เก็บเป้าหมายนั้นไว้กับตัวเอง ไม่ต้องบอกใค

4

จำกัดสิ่งรบกวน

จำกัดสิ่งรบกวน - เทคนิคที่ทำให้อ่านหนังสือมากขึ้น [จากวิจัยของฮาร์วาร์ด]

สิ่งแวดล้อมมีผลอย่างมากต่อการอ่านหนังสือ เราจะเผชิญกับสิ่งรบกวนสมาธิขณะอ่าน สภาพแวดล้อมที่สงบและเอื้อสามารถช่วยให้มีสมาธิได้

ลองใช้เทคนิคเหล่านี้

  • เลือกสถานที่ที่เหมาะสม – จะส่งผลต่อการอ่านหนังสือ ที่ที่เงียบปราศจากสิ่งรบกวน มีแสงสว่างเพียงพอ
  • สร้างเวลาอ่านโดยเฉพาะในแต่ละวัน – หาเวลาที่เรารู้สึกมีสมาธิมากที่สุดในการอ่าน เช่น ตอนเช้า
  • ปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด – ปิดการแจ้งเตือนไลน์ สายเรียกเข้า ข้อความ ปิดมือถือ แท็บเล็ต แล็ปท็อป
  • หยุดพักบ่อย ๆ – การอ่านทีเดียวยาว ๆ จะทำให้สมาธิฟุ้งซ่านได้ เราต้องกำหนดเวลาหยุด เช่น ทุก 25 นาที หยุด 5 นาที

หัวใจสำคัญคือ เอาสิ่งที่คิดว่าจะรบกวนสมาธิเราในตอนอ่านออกไปให้ไกล หรือปิดมันไว้ และอย่าให้มีเรื่องอะไรมาค้างคาในหัว เคลียร์มันก่อนที่จะเริ่มอ่าน แล้วเราจะพบว่าเรามีสมาธิในการอ่านมากขึ้น

5

อ่านหนังสือที่จับต้องได้

ให้ความสำคัญกับหนังสือที่จับต้องได้มากกว่าการอ่าน E-Book บนมือถือหรือแท็บแล็ต เพราะการอ่านที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้นั้น มักจะดึงความสนใจของเรา ทำให้ฟุ้งซ่านไม่มีสมาธิ เรามักจะสลับจอไปมา เดี๋ยวอ่านได้ 1 หน้าก็แว๊บไปดู Facebook หรือ Tiktok ได้

ทางที่ดีเราต้องแก้ตั้งแต่ต้นลมคือ อ่านหนังสือที่จับต้องได้ มันจะช่วยให้เรามีสมาธิจดจ่อ รู้สึกเป็นทางการ และสมองรับข้อมูลได้ดีกว่า

6

อ่านตามคนอื่น

อ่านตามคนอื่น - เทคนิคที่ทำให้อ่านหนังสือมากขึ้น [จากวิจัยของฮาร์วาร์ด]

การตัดสินใจเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย และสามารถหยุดความตั้งใจของเราเมื่อต้องการสร้างนิสัยใหม่ ๆ เช่น การอ่านหนังสือได้

ความพยายามในการพยายามเลือกหนังสือที่อ่านนั้น อาจทำให้เราพลังใจของเราหมดไปก่อนที่จะได้อ่านหนังสือจริง ๆ

วิธีแก้คือ ให้หารายชื่อหนังสือที่มีคนแนะนำไว้แล้ว เช่น Bill Gates และ Mark Zuckerberg พวกเขาจะคอยแบ่งปันว่าพวกเขาอ่านหนังสืออะไรอยู่ เราสามารถเริ่มต้นจากสิ่งที่ผู้ประสบความสำเร็จอ่านได้

หรืออาจจะไปหาอ่านคนที่ได้สรุปหนังสือและแนะนำหนังสือก่อน เพื่อมั่นใจว่าหนังสือเล่มนี้เราสนใจจริง ๆ ค่อยซื้อมาอ่านก็ได้

7

เปลี่ยนความคิด

นักเขียนชื่อดัง Ryan Holiday เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับการอ่านคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราอ่านหนังสือได้มากขึ้น เขาพูดเสริมว่า “คุณต้องหยุดคิดว่ามันเป็นกิจกรรมบางอย่างที่คุณทำ มันต้องรู้สึกเป็นธรรมชาติพอ ๆ กับการกินและการหายใจ”

ถ้าเราเปลี่ยนความคิด เราก็จะเปลี่ยนการกระทำ จงเริ่มต้นที่เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการอ่าน มองหาประโยชน์ที่จะได้รับจากมัน มองว่าเราก็สามารถกลายเป็นคนที่อ่านหนังสือได้ แล้วเราจะมีแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น จนในที่สุดเราอ่านบ่อย ๆ เราก็จะกลายเป็นคนที่มีนิสัยอ่านหนังสือได้

สำหรับใครสนใจวิธีการอ่านหนังสือให้เร็วขึ้น ผมได้เขียนไว้ สามารถอ่านได้ที่นี่ครับ วิธีการอ่านหนังสือเร็ว: 7 กลยุทธ์อ่านได้เร็วขึ้น