10 เคล็ดลับความสำเร็จของเจ. เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling)

10 เคล็ดลับความสำเร็จของเจ. เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling)

ต้องการอ่านเคล็ดลับความสำเร็จของเจ. เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) อยู่ใช่ไหมครับ? มาถูกทางแล้วครับ!

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า วิธีที่จะช่วยให้ไปถึงความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น คือ การเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว เพราะทุกความสำเร็จทิ้งร่องรอยให้เราได้แกะรอยเสมอ

บทความนี้ได้รวบรวม 10 เคล็ดลับความสำเร็จของเจ. เค. โรว์ลิง ซึ่งเมื่ออ่านจบเราจะเข้าใจวิธีคิดและเรื่องราวชีวิตของเขามากยิ่งขึ้น และสามารถนำเคล็ดลับบทเรียนเหล่านั้นมาปรับใช้กับตัวเองได้

รับรองว่าจะได้ประโยชน์ และแรงบันดาลใจอย่างแน่นอนครับ : )

เจ. เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) เป็นใคร

Joanne Kathleen Rowling เกิดปี 1965 ปัจจุบันอายุ 56 ปี เธอเป็นนักเขียนชาวอังกฤษที่รู้จักกันในชื่อนามปากกาว่า เจ. เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) ผลงานที่แจ้งเกิดเธอคือ Harry Potter ซีรีส์แฟนตาซีสำหรับเด็กที่ใช้ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1997 ถึง 2007 โดยมีจำนวนทั้งหมด 7 เล่ม

Harry Potter ทำให้เธอประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล มียอดขายมากกว่า 500 ล้านเล่ม (คาดการณ์ว่าเฉพาะซีรี่ย์ Harry Potter ทำเงินได้ถึง 251,482,000,000 บาท) แปลเป็นภาษาต่าง ๆ อย่างน้อย 70 ภาษา และหนังสือเล่มสุดท้ายของซีรีส์ Harry Potter ที่ชื่อว่า Harry Potter and the Deathly Hallows เป็นหนังสือที่ขายได้ 11 ล้านเล่มภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์

เจ.เค. โรว์ลิ่งในปี 2007 งานเปิดตัว Harry Potter เล่มแรก
เจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) ในปี 2007 งานเปิดตัว Harry Potter เล่มแรก ภาพจาก insider

ใน 2004 ทรัพย์สินของเจ.เค. โรว์ลิงอยู่ที่ 1 พันล้านดอลลาร์ ประมาณ 32,684,000,000 บาท ทำให้ Forbes ได้จัดเธอเป็น “มหาเศรษฐีด้วยการเขียนหนังสือ” คนแรก และในปี 2008 Sunday Times Rich List จัดอันดับให้เธอเป็น “ผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดอันดับที่ 12 ในสหราชอาณาจักร” และปี 2010 ในที่สุดเธอก็ได้ถูกเลือกให้ผู้หญิงที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสหราชอาณาจักร

แต่เรื่องราวกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ของเธอ ผ่านอุปสรรค ความยากลำบาก ความล้มเหลว ความท้อแท้ในชีวิตมามากมาย นั้นเป็นเหตุผลที่เธอสามารถสร้างแรงบันดาลให้ผู้คนนับล้านทั่วโลกได้

เมื่อเทียบลองย้อนไปเมื่อปี 1990 แทบจะนึกไม่ออกเลยว่าเจ.เค. โรว์ลิง จะมาถึงจุดนี้ได้ ในตอนนั้นเธอไม่ได้เป็นนักเขียนมีชื่ออะไรเลย งานเขียนของเธอไม่ได้รับการตีพิมพ์

เธออาศัยอยู่ในลอนดอน ทำงานเป็นนักวิจัยและเลขานุการให้กับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) หลังจากนั้นแม่ของเธอเพิ่งจากเธอไป เธอตกงาน หมดตัว หย่ากับสามี กลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เธอต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล เพื่อจัดหาอาหารและบ้านเพื่อตัวเธอกับลูกสาวตัวน้อยของเธอ

อะไรกันทำให้เธอสามารถนำพาชีวิตจากนั้นจนมาถึงจุดที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็นหนึ่งในผู้ประสบความสำเร็จมากที่สุดบนโลกใบนี้ได้ และยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกได้

วันนี้เราจะแกะรอยเคล็ดลับอะไรที่ทำให้เธอสามารถประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ เราไปเริ่มกันเลยครับ

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 1 ทำในสิ่งที่รัก

ถ้ามีคนถามสูตรความสุขของฉัน ขั้นตอนที่หนึ่งคือคุณต้องค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่คุณรักมากที่สุด และขั้นตอนที่สองคือหาคนที่จะยอมจ่ายเงินในสิ่งที่คุณรักที่จะทำ – เจ.เค. โรว์ลิง

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้หนังสือ Harry Potter โด่งดังได้มากขนาดนี้ก็เพราะเจ.เค. เชื่อและรักโลกที่เธอสร้างขึ้นจริง ๆ เธอหลงใหลในเรื่องราวของมัน และตัวละครทั้งหมดในนั้น อยากนำมันออกมาจากจินตนาการในหัว ให้ผู้อื่นได้สัมผัสเรื่องราว ความรู้สึกเช่นเธอ

เจ.เค. โรว์ลิ่งกับเด็ก ๆ ในปี 2007 งานเปิดตัว Harry Potter เล่มแรก
เจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) กับเด็ก ๆ ในปี 2007 งานเปิดตัว Harry Potter เล่มแรก ภาพจาก riseupeight

เราจะทุ่มเทสุดความสามารถก็ต่อเมื่อได้ทำในสิ่งที่รัก งานจะไม่รู้สึกเหมือนเป็นการทำงาน จะสนุกกับมัน แต่ถ้าหากเราไม่ได้ทำงานในสิ่งที่สอดคล้องกับความหลงใหล ความปรารถนาของเรา เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้สึกเติมเต็ม และมีความสุขอย่างแท้จริงได้

ความหลงใหลจะเป็นเชื้อเพลิงพาเราไปสู่ความสำเร็จ ดั่งเช่นเจ.เค. โรว์ลิง เมื่อเธออายุได้ 6 ขวบ เธอเริ่มเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับกระต่าย และใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะเป็นนักเขียนที่ได้ออกหนังสือ

จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ความฝันนั้นได้กลายเป็นความจริง เธอได้กลายเป็นเจ้านิยายแฟนตาซีที่มีมูลค่า 2 หมื่น 5 พันล้านเหรียญ หรือราว 820,762,500,000 บาท

คนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงล้วนรักในสิ่งที่พวกเขาทำ และเจ.เค. โรว์ลิงเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอเริ่มต้นด้วยความรัก และมันก็นำพาเธอมาถึงจุดนี้

ดังนั้น ขอให้แน่ใจว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่เป็นสิ่งที่เรารักและหลงใหลหรือเปล่า? ถ้าไม่ใช่ อาจจะถึงเวลาต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 2 โอบกอดความล้มเหลว

ในงานรับปริญญาฮาร์วาร์ดปี 2008 เจ.เค. โรว์ลิงได้กล่าวสุนทรพจน์ และมีประโยคหนึ่งเธอพูดถึงประโยชน์ของความล้มเหลว “มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีชีวิตอยู่โดยไม่ล้มเหลว เว้นแต่ว่าคุณใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังจนเหมือนไม่ได้มีชีวิตอยู่เลย นั่นหมายความว่า คุณล้มเหลวโดยปริยายแล้ว”

blank
เจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) ในงานรับปริญญาฮาร์วาร์ดปี 2008 ภาพจาก Forbes

และเธอให้พูดต่อว่า “แล้วทำไมฉันถึงพูดถึงประโยชน์ของความล้มเหลว เพราะความล้มเหลวมันหมายถึงการขจัดสิ่งที่ไม่สำคัญออกไป ฉันเลิกแสร้งทำเป็นว่าตัวเองเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันเป็นจริง ๆ แล้วเริ่มรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเพื่อที่จะลงมือทำสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด”

“ฉันได้รับการปลดปล่อยเพราะความกลัวที่ฉันกลัวที่มากที่สุด มันทำให้ฉันตระหนักว่าฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันยังมีลูกสาวตัวน้อยที่น่ารัก ฉันมีเครื่องพิมพ์ดีดเก่า ๆ และความคิดที่ยิ่งใหญ่ และจุดที่ต่ำที่สุดในชีวิตนั้นได้กลายเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้างชีวิตของฉันขึ้นมาใหม่”

ความล้มเหลวคือเพื่อนของเธอ มันทำให้เธอค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตนเอง ผ่านความล้มเหลวที่ได้รับ

ย้อนกลับไปเมื่อเธอพยายามนำ Harry Potter ไปเสนอสำนักพิมพ์ เธอได้รับคำปฏิเสธโดยสำนักพิมพ์ 12 แห่ง เธอต้องเผชิญกับการถูกปฏิเสธจนกระทั่งในที่สุด หนังสือเล่มแรกของเธอก็ได้รับการตีพิมพ์ โดยสำนักพิมพ์ Bloomsbury

แต่ถ้ากลัวและยอมแพ้ไปตั้งแต่การถูกปฏิเสธครั้งที่ 3-4 ทุกวันนี้อาจจะไม่มี Harry Potter เลยก็ได้

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดและผิดพลาดมากที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับเราคือ การที่เราไม่เคยไล่ตามความฝัน เพราะกลัวความกลัวต่างหาก

ลองโยนตัวเองออกไปในจุดที่กลัว แล้วเรียนรู้กับมัน เมื่อล้มเหลวก็ตระหนักว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเรียนรู้ที่จะทำให้เราแกร่งขึ้น และได้เข้าใกล้ความสำเร็จอีกก้าวหนึ่ง

จงลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เมื่อล้มเหลว พยายามอีกครั้ง แล้วมันจะเป็นเรื่องราวที่มีคุณค่า

“คุณจะไม่มีวันรู้จักตัวเองหรือความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์อย่างแท้จริงจนกว่าทั้งคู่จะผ่านการทดสอบจากความทุกข์ยาก” – เจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling)

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 3 ความเชื่อ

แม้หลังจากที่สำนักพิมพ์เหล่านั้นปฏิเสธงานเขียนของเธอ เธอก็ยังยืนหยัดและเชื่อมั่นในตัวเอง ครั้งหนึ่งเธอเคยพูดไว้ว่า “เราสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ด้วยจินตนาการของเรา ถ้าเราเลือกที่จะเชื่อว่าเราทำได้ เราไม่จำเป็นต้องมีเวทย์มนตร์อะไรเลย เพราะมันอยู่ในตัวเรามาโดยตลอด”

เธอกำลังจะบอกเราว่า พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อยู่ในตัวเราทุกคน มันอยู่ข้างหน้า มันคือพลังที่ชื่อว่า “ความเชื่อ”

ครั้งหนึ่งเธอเคยถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดยบอกว่า “มันยาวเกินไป” แต่เจ.เค. ไม่หยุด เธอลุยต่อจนกว่าจะได้รับการตีพิมพ์ เพราะเธอเชื่อมั่นกับมัน แล้วความเชื่อนั้นก็กลายเป็นความจริงในที่สุด

เราแค่ต้องกล้าที่จะเชื่อในตัวเอง เชื่อในความสามารถ พรสวรรค์ของตัวเอง เพราะเมื่อไม่เชื่อ เราก็ปิดประตูแห่งโอกาสความสำเร็จไปแล้ว

ลองเริ่มต้นด้วยการมองหาต้นแบบแห่งความสำเร็จ แล้วระลึกเสมอว่า ถ้าพวกเขาทำได้ เราก็ทำได้เช่นกัน

ถ้าเจ.เค. โรว์ลิงทำได้ เราก็ทำได้เช่นกัน

ไม่สำคัญว่าคน ๆ หนึ่งจะเกิดมาได้ยังไง แต่ที่สำคัญกว่าคือเขาจะเติบโตเป็นอะไรต่างหาก – เจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling)

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 4 อย่าลืมจุดเริ่มต้นของเรื่องราว

ในสารคดีที่ชื่อว่า “A Year in the Life” ออกอากาศปี 2007 เป็นสารคดีติดตาม เจ.เค. โรว์ลิง ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่เธอทำงานกับการเขียนเล่มสุดท้ายของแฮร์รี่ พอตเตอร์

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เธอได้พาเรากลับไปยังอพาร์ตเมนต์ที่เคยอยู่อาศัยขณะเขียนหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์เล่มแรก แล้วเธอได้พูดว่า “ชีวิตฉันเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากอพาร์ตเมนต์นี้” และความทรงจำต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับเธอ ความเหน็ดเหนื่อย ความท้อแท้ในตอนนั้น และสถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นทั้งหมดของเธอ ทำให้น้ำตาของเธอหลั่งไหลออกมา

blank
เจ.เค. โรว์ลิง – J.K. Rowling ร้องไห้ขณะกลับไปที่อพาร์ตเมนต์เดิมที่ใช้เขียนหนังสือแฮร์รี่เล่มแรก ภาพจาก therowlinglibrary

เธอร้องไห้ และไม่เคยลืมว่าชีวิตของเธอได้เริ่มต้นมายังไง และผ่านพ้นอะไรมาบ้าง แม้ว่าเธอจะเป็นเศรษฐีหลายล้านแล้วก็ตาม

จงจดจำ ระลึกถึงจุดเริ่มต้นอยู่เสมอ สิ่งนี้จะทำให้ระลึกว่าเรามาได้ไกลมากแค่ไหนแล้ว แล้วมันจะทำให้เราถ่อมตัว และเห็นคุณค่าในความสำเร็จ

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 5 อย่าละทิ้งความฝัน

หากกำลังท้อแท้กับความฝันที่มี อย่าลืมว่าเจ.เค. โรว์ลิง ต้องใช้เวลาอันยาวนานถึง 5 ปีเพื่อใช้เวลาเขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์เรื่องแรกของเธอ โดยในขณะนั้นต้องใช้เงินจากรัฐบาลเลี้ยงชีพ ต้องใช้เวลาอีก 2 ปีกับการถูกปฏิเสธนับ 10 ครั้งจากสำนักพิมพ์ ก่อนถึงจะได้รับตีพิมพ์ 500 เล่ม หลังจากนั้นอีก 2 ปีแฮร์รี่ พอตเตอร์จึงเริ่มโด่งดังและขายได้ 300,000 เล่ม

blank
เจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) ช่วงเขียนหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์เล่มแรก ภาพจาก theguardian

นี่เป็นข้อพิสูจน์ เป็นหลักฐานแสดงให้เราเห็นว่า ถ้าคนคนหนึ่งมีความฝัน รักที่จะทำมัน และทุ่มเททุกอย่างเพื่อความฝันนั้น สักวันหนึ่งความฝันจะกลายเป็นความจริง

ความฝันจะช่วยให้เรามีความหวัง และถ้าความฝันนั้นแข็งแกร่งมากพอ มันจะผลักดันให้เราไม่ยอมแพ้ แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากแค่ไหน

จงมีความฝัน ถ้ามีและกำลังทำอยู่ ก็ขอให้ยืนหยัดในความฝันนั้น ถ้ายังไม่มีฝัน ก็จงขอให้สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่วันนี้ ถ้ามี แต่ยังไม่เริ่มลงมือ ก็ขอให้ปัดฝุ่นมันแล้วลุยกับมันสักตั้ง

แล้วสักวันหนึ่ง ความฝันนั้นจะเป็นของเรา

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 6 ความสามารถในการเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ทุกความสำเร็จที่แท้จริงล้วนมีจุดเริ่มต้นจากความยากลำบาก

เบื้องหลังความมีชีวิตชีวาของตัวละครและโครงเรื่องที่สุดมหัศจรรย์ของแฮร์รี่ พอต์เตอร์ที่เป็นเรื่องราวโปรดของผู้คนนับล้านทั่วโลกถือกำเนิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ของหญิงผู้ที่แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวที่สามารถแปรเปลี่ยนความทุกข์ยากลำบากกลายเป็นพลังได้

“สถานการณ์ชีวิตในวัย 20 กลาง ๆ ของฉันนั้นย่ำแย่ และตกต่ำจริงๆ”

เจ.เค. โรว์ลิงเปลี่ยนจากการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ว่างงาน ดำรงชีวิตด้วยเงินสวัสดิการของรัฐ กลายมาเป็นหนึ่งในนักเขียนหนังสือขายดีตลอดกาล แต่ระหว่างเส้นทางชีวิตของเธอไม่ง่าย ต้องพบเจอกับความทุกข์ยากลำบากมากมาย การสูญเสีย ความท้าทาย อุปสรรค ความท้อแท้ การถูกปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วน แต่เธอก็ยังเดินหน้าต่อไป เพราะเธอเชื่อมั่นในตัวเอง เธอไม่เคยยอมแพ้ และใช้เหตุการณ์เหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อน

เธอแปรเปลี่ยนจากมะนาวให้กลายเป็นน้ำมะนาว

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 7 เผชิญหน้ากับความกลัว

บนเส้นทางความสำเร็จ เราจะต้องเผชิญกับความกลัวและความกังวลอยู่ตลอดเส้นทาง จงใช้ความกลัวเป็นแรงผลักดันให้เราลงมือทำสิ่งนั้นให้ออกมาดีที่สุด

เจ.เค. โรว์ลิง เล่าว่า ความกลัวที่ใหญ่ที่สุดของเธอคือความกลัวความล้มเหลว เธอเล่าต่อว่าประมาณ 7 ปีหลังจากจบมหาลัย สิ่งที่เธอกลัวที่สุดเกิดขึ้นกับเธอ แม่ของเธอเสีย ตัวเธอหย่าร้างกับสามี ตกงาน เลี้ยงลูกคนเดียว ชีวิตช่วงนั้นของเธอย่ำแย่อย่างมาก แต่สุดท้ายความกลัวที่เธอกลัวมากที่สุดในชีวิตเธอ ก็ให้บทเรียนเธอ และเธอก็ก้าวข้ามมันได้

จงโอบกอดความกลัว ในแง่หนึ่งความกลัวมีประโยชน์ต่อเรา ยิ่งเรากลัวสิ่งไหนมาก เรายิ่งควรเข้าไปเรียนรู้สิ่งนั้นให้มาก เผชิญหน้ากับมัน แล้วเมื่อสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นจริง เราจะรับมือกับมันได้ดีขึ้น

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 8 ไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้

เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการให้ผู้คนชื่นชอบ แต่โลกแห่งความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้เลยที่สิ่งที่ทำจะมีคนชอบทั้งหมด 100%

จะมีหลายคนที่ไม่ชอบงานเราเรื่องราวของเจ.เค. โรว์ลิงก็เป็นเช่นกัน

แน่นอนว่า Harry Potter มีคนยกย่องมากมาย แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่คนพอใจ เพราะมีคนบางกลุ่มโจมตีเธอ และวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน ถึงขนาดมีการถูกนำเอาออกจากโรงเรียนของรัฐแห่งหนึ่งในเมืองบริดจ์พอร์ต รัฐมิชิแกน

ครั้งหนึ่งโรว์ลิงเล่าว่า เธอยินดีกับคำวิจารณ์เกี่ยวกับงานเขียนของเธอ แต่จะไม่ปล่อยให้มันมาทำร้ายเธอได้

หากเราไม่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์เลย แสดงว่าเรากำลังห่างไกลจากความสำเร็จ ยิ่งมีคนวิพากษ์วิจารณ์งานเรามากเท่าไหร่ แสดงว่าเรากำลังเข้าใกล้ความสำเร็จมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ความจริงคือ ไม่ว่าเราจะทำอะไร ดีหรือไม่ดี ผู้คนมักจะมองหาเรื่องแย่ ๆ ให้พูดวิจารณ์อยู่เสมอ อย่าปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นหยุดหรือขัดขวางเรา

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 9 ลงมือทำ

โรว์ลิงเชื่อว่าการลงมือทำตามความคิดเป็นสิ่งสำคัญ อย่าปล่อยให้ความคิดของเราอยู่แต่ในหัว จงลงมือทำความคิดนั้นให้กลายเป็นจริง แม้มันจะเป็นแค่สิ่งเล็กน้อยที่สุดก็สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราให้ดีขึ้นได้

ภาพเจ.เค โรล์ลิงกับรถไฟที่เกิดไอเดียแรกเกี่ยวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์
ภาพเจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) กับรถไฟที่เกิดไอเดียแรกเกี่ยวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์

เส้นทางของแฮร์รี่ พอตเตอร์เริ่มขึ้น เมื่อโรว์ลิงอยู่บนรถไฟ จู่ ๆ ก็แว๊บความคิดเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ขึ้นมา เธอรีบจดบันทึกไว้ หลังจากกลับบ้าน เธอก็เริ่มลงมือเขียนทันที จากนั้น 7 ปีให้หลังเธอก็เขียนเล่มแรกเสร็จในวัย 32 ปี และเขียนเสร็จทั้งหมด 7 เล่มเมื่ออายุ 42 จะเห็นได้ว่าเส้นทางจากความคิดแรกจนเขียนครบทุกเล่มใช้เวลารวมกันถึง 17 ปี

หากเรามีไอเดียที่น่าสนใจ ให้ลงมือทำเลย อย่าหาเหตุผลเข้าข้างตนเองและคาดเดา แล้วปล่อยมันล่องลอยในหัว และคิดว่า “จะเป็นยังไงนะ ถ้า…..” ไปจนวันตาย

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 10 จินตนาการ

งานของโรว์ลิง ใช้การจินตนาอย่างมหาศาล เพราะสิ่งที่เธอเขียนเป็นโลกอีกใบหนึ่งที่ต้องสร้างขึ้นในหัวใหม่โดยการจินตนาการ เธอชอบบอกผู้คนว่า เธออาศัยจินตนาการอย่างมากในขณะที่กำลังเขียน และยังบอกว่า ถ้าต้องการบรรลุสิ่งที่พิเศษ ยิ่งใหญ่ คุณต้องมีจินตนาการและความฝัน

ภาพเจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) เขียนหนังสือ
ภาพเจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) เขียนหนังสือ

เธอมองว่าจินตนาการไม่ใช่แค่สิ่งที่เราค้นพบในหนังสือเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในของมนุษย์ เครื่องมือที่ทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นและเห็นอกเห็นใจมากขึ้น แต่หลายคนไม่ชอบใช้จินตนาการเลย พวกเขาเลือกที่จะอยู่อย่างสบาย ๆ ในขอบเขตประสบการณ์ที่คุ้นเคยของตัวเอง

ลองขยายขอบเขตของความคิด และจินตนาการ ขยายขอบเขตของประสบการณ์ แล้วเราจะพบสิ่งใหม่ ๆ ประสบการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเชื่อมโยงกันกลายเป็นสิ่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่อย่างงานของโรว์ลิง เช่น แฮร์ พอตเตอร์ได้

เราไม่ต้องการเวทมนตร์เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก พลังทั้งหมดที่เราต้องการอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว เรามีพลังที่จะจินตนาการสิ่งที่ดีกว่าเดิมได้ – เจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling)

บทสรุป

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากความสำเร็จของเจ.เค. โรว์ลิง คือ ทุกอย่างเริ่มต้นที่ความคิด ความคิดกำหนดระดับความสำเร็จของเรา และแยกให้ออกว่าอะไรคือสินทรัพย์ แล้วสะสมสินทรัพย์เพื่อสร้าง Passive Income และความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนความสำเร็จ จงอย่ายอมแพ้จนกว่าจะประสบความสำเร็จ สุดท้ายยิ่งเราเรียนรู้มาก ยิ่งทำมาก ยิ่งให้มาก เราก็จะยิ่งได้รับมากเท่านั้น

สรุปทั้ง 10 เคล็ดลับความสำเร็จของเจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling)

  1. จงทำในสิ่งที่รัก
  2. โอบกอดความล้มเหลว
  3. ความเชื่อ
  4. อย่าลืมจุดเริ่มต้นของเรื่องราว
  5. อย่าละทิ้งความฝัน
  6. ความสามารถในการเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก
  7. เผชิญหน้ากับความกลัว
  8. ไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้
  9. ลงมือทำ
  10. ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับเคล็ดลับความสำเร็จทั้ง 10 ข้อของเจ.เค. โรว์ลิง ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า การรู้สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางสู่ความสำเร็จของเราได้

หวังว่าเพื่อน ๆ จะสามารถนำข้อคิด เคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตตัวเองและทำให้ชีวิตพัฒนาขึ้น และมีความหมายมากยิ่งขึ้น

แล้วพบกันที่ปลายทางของความสำเร็จครับ! 💪