10 เคล็ดลับความสำเร็จของวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)

10 เคล็ดลับความสำเร็จของวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)

สวัสดีครับ👋

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

ต้องการอ่านเคล็ดลับความสำเร็จของวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) อยู่ใช่ไหมครับ?

มาถูกทางแล้วครับ!

ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า วิธีที่จะช่วยให้ไปถึงความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น คือ การเรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว เพราะทุกความสำเร็จทิ้งร่องรอยให้เราได้แกะรอยเสมอ

ต่อไปนี้คือ 10 เคล็ดลับความสำเร็จของเขาที่เราสามารถเรียนรู้ เพื่อทำความเข้าใจความคิดและชีวิตของเขา แล้วนำสิ่งเหล่านั้นมาปรับใช้กับตัวเอง

รับรองว่าจะได้ประโยชน์ และแรงบันดาลใจอย่างแน่นอนครับ : )

Contents
  1. วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) เป็นใคร ทบทวนกันสักหน่อย
  2. 10 เคล็ดลับความสำเร็จของวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)
  3. บทสรุป

วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) เป็นใคร ทบทวนกันสักหน่อย

วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)

วอร์เรน บัฟเฟตต์เกิดปี 1930 เป็นที่รู้จักในฐานะนักลงทุนที่เก่ง และต้นแบบนักลงทุน แม้จะอายุถึง 91 ปีแล้วก็ตาม (ในวงการลงทุนเรียกเขาว่า ปู่) เขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งในโลกด้วยทรัพย์สินมูลค่าแสนล้านดอลลาร์ หรือราว 3.747 ล้านล้านบาท โดยนิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับให้เขาเป็นผู้ที่ร่ำรวยเป็นอันดับที่ 6 ของโลก (ข้อมูล 2022)

เขาร่ำรวยมาได้ด้วยการลงทุนเป็นหลัก ปัจจุบันเขาเป็น CEO ของบริษัท Berkshire Hathaway ซึ่งทำธุรกิจในการเข้าไปถือหุ้นบริษัทต่าง ๆ และมีรายได้จากเงินปันผลหรือส่วนต่างเมื่อขายหุ้นออก

แต่เขาไม่ใช่แค่นักลงทุนที่ยอดเยี่ยมและเป็นตำนานเท่านั้น แต่เขายังเป็นคนที่ชาญฉลาดที่สุดคนหนึ่งด้วย และชีวิตของเขาก็เป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้หลาย ๆ คนไม่เฉพาะในกลุ่มของนักลงทุนในตลาดหุ้นเท่านั้น

10 เคล็ดลับความสำเร็จของวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 1 นิยามความสำเร็จให้ชัด

เราจะพบว่าแม้จะเป็นมหาเศรษฐีและเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์นั้น ไม่ได้วัดความสำเร็จของตัวเองด้วยจำนวนเงินที่มี เขาเต็มใจที่จะให้บริจาคเงินเพื่อการกุศลมาตลอด และเขาได้พูดไว้ว่า “มากกว่า 99% ของความมั่งคั่งของผม จะนำไปบริจาค”

แสดงให้เห็นว่าจำนวนเงินนั้นไม่ได้สำคัญสำหรับเขาแล้ว

แทนที่เขาจะวัดความสำเร็จจากความมั่งคั่ง เขาได้เล่านิยามความสำเร็จของเขาไว้ในหนังสือชีวประวัติของเขา The Snowball: Warren Buffett the Business of Life ว่า “ความสำเร็จคือการมีผู้คนมากมายรายรอบตัว คนที่คุณรัก และคนที่รักคุณ”

ใช่ครับ ความสำเร็จของบัฟเฟตต์ คือ “ความรัก” เขาทิ้งท้ายไว้ว่า ในท้ายที่สุดแล้ว การทดสอบขั้นสุดท้ายว่าคุณดำเนินชีวิตอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่าความรักของคุณได้แผ่ขยายออกไปและส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้อื่นมากแค่ไหน

ยิ่งคุณให้ความรักมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งได้รับมากขึ้นเท่านั้น – วอร์เรน บัฟเฟตต์

กลับมาที่เรา เราได้นิยามความสำเร็จของตัวเองแล้วหรือยัง? ความสำเร็จของเราถูกนิยามจากคนอื่น สังคมหรือเปล่า?

สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะมันจะกำหนดมุมมอง ความคิด วิถีชีวิต รวมถึงความสุขของเราด้วย

และที่น่ากลัวที่สุดคือ เมื่อเราไปถึงความสำเร็จแล้ว แต่กลับพบว่ามันไม่ใช่ความสำเร็จที่เราต้องการเลย

เราทุกคนล้วนมีความสำเร็จฉบับของตนเอง จงหามันให้เจอ และการนิยามความสำเร็จคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรทำเป็นสิ่งแรก ถ้ายังไม่ทำ ทำเสียตอนนี้

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 2 อย่ากลัวที่จะแตกต่าง

วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ไม่ได้กลายเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยการทำตามคนส่วนใหญ่ อันที่จริงเขาร่ำรวยได้ด้วยการทำตรงกันข้ามกับคนส่วนใหญ่ ในฐานะนักลงทุนระดับโลก เขาได้ทิ้งมรดกทางความคิดให้กับคนส่วนใหญ่ว่า ถ้าอยากประสบความสำเร็จต้องทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคนส่วนใหญ่

ดังเช่นคำแนะนำที่เป็นแก่นการลงทุนของเขาคือ “จงกลัวเมื่อคนอื่นกำลังโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกำลังกลัว”

ย้อนไปปี 1956 เมื่อบัฟเฟตต์เริ่มบริหารเงินด้วยจำนวน 100,000 ดอลลาร์จากนักลงทุนจำนวนหนึ่ง เขากลับถูกขนานนามว่าเป็นคนประหลาด เขาทำงานในโอมาฮา ไม่ใช่ในวอลล์สตรีท และเขาปฏิเสธที่จะบอกหุ้นส่วนของเขาว่าเขาจะนำเงินไปไว้ที่ไหน ผู้คนบอกว่าเขาจะล้มเหลวแน่ และขอเลิกเป็นหุ้นส่วนกับเขา แต่ 14 ปีต่อมา เงินก้อนนั้นมีค่ามากกว่า 100 ล้านดอลลาร์

ความจริงคือคนส่วนใหญ่มักจะเลียนแบบ ทำตามคนอื่น เพราะกลัวที่ทำสิ่งที่แตกต่างจากสังคม คนรอบข้างอยู่ แต่โดยเฉลี่ยแล้วคนที่ประสบความสำเร็จมีสัดส่วนน้อยกว่าคนที่ไม่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเราต้องการที่จะไปอยู่ในจุดที่เรียกว่าประสบความสำเร็จได้นั้น เราต้องแหวกค่าเฉลี่ยของคนส่วนใหญ่ออกมาให้ได้ นั้นคือ การทำสิ่งที่ตรงข้ามกับคนส่วนใหญ่

วอร์เรนเคยพูดไว้ว่า “คนทั่วไปจะลอกเลียนแบบคนอื่น แต่ขณะเดียวกันเขาไม่ต้องการเป็นคนธรรมดา” ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเป็นคนที่ไม่ธรรมดาด้วยการลอกเลียนแบบคนอื่น

จงอย่ากลัวที่จะแตกต่าง และอย่าให้เสียงคนอื่นดังกว่าเสียงภายในของเรา เพราะนั่นคือหนทางสู่ความไม่ธรรมดา

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 3 ทำในสิ่งที่รัก

วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยกล่าวไว้ว่า “จงทำงานที่คุณรัก” และมักจะพูดว่า “ไม่มีอะไรที่เหมือนกับการทำตามสิ่งที่คุณรัก” เขากล่าวกับผู้ถือหุ้นในปี 2010 ไว้ว่า “ผมรักในสิ่งที่ทำและรักมันมาโดยตลอดที่ได้ทำมัน ชาร์ลีก็เป็นแบบเดียวกัน…บางคนโชคดีมาก หามัน (ความหลงใหล) ได้เร็ว แต่ถ้าคุณยังไม่พบ คุณต้องมองหามันไปเรื่อย ๆ ”

เพราะเขาเชื่อว่า ถ้าหากเราทำในสิ่งที่ไม่ได้รัก ก็เป็นเรื่องที่ยากที่จะมีความสุขกับมันได้ และก็ยากที่เราจะทำมันได้ดี

บัฟเฟตต์ยังนำแนวคิดในเรื่องทำในสิ่งรักใช้ในการตัดสินใจเลือกลงทุนด้วย เขาจะเน้นมองหาและเลือกลงทุนกับบริษัทที่มี CEO ผู้ที่รักในสิ่งที่พวกเขาทำเป็นพิเศษ

ความหลงใหลเป็นสิ่งที่เขายกย่องและให้เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาความสำเร็จ เพราะเขาเข้าใจว่าเรากำลังอยู่ในยุคที่มีการแข่งขันที่สูงมาก หากเราไม่รักในสิ่งที่ทำ เราจะเสียเปรียบและยากที่จะสู้กับคนที่รักในสิ่งที่เขาทำได้

ดังนั้น ความหลงใหล การรักในสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก ที่เราต้องค้นหามันให้เจอเร็ว

เขาทิ้งคำแนะนำไว้ว่า “หากไม่มีความหลงใหล คุณก็จะไม่มีพลังงาน เมื่อไม่มีพลัง คุณจะไม่มีอะไรเลย”

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 4 เป็นนักอ่านตัวยง

ครั้งหนึ่งวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffet) ถูกถามว่าอะไรคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จของเขา เขาตอบว่า “ความรักในการอ่านของเขาช่วยได้” วอร์เรนเป็นนักอ่านตัวยง เขาสนุกกับการอ่านมาก เขาใช้เวลาอ่านหนังสืออย่างน้อย 5 ถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน

วอร์เรน บัฟเฟตต์กำลังอ่านหนังสือ Warren+Buffett+Reading+at+Desk
ภาพ Warren Buffett กำลังอ่านหนังสือ

สิ่งที่เขาอ่านคือ อ่านหนังสือพิมพ์รายวัน (อย่างน้อย 5 ฉบับต่อวัน) รายงานบริษัทประจำปี และชีวประวัติ

มองกลับมาที่เรา ผมเชื่อว่าสิ่งที่บัฟเฟตต์เชื่อว่าการอ่านเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของความสำเร็จของเขา ผมเชื่อเช่นกันนั้นเช่นกันครับ การอ่านจะทำให้เรามีข้อมูลในหัวที่มากขึ้น ซึ่งมันจะช่วยให้เราตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในชีวิตได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น

ดังนั้นหากเรายังไม่ใช่นักอ่าน อาจถึงเวลาที่ต้องพัฒนาการเป็นนักอ่านได้แล้วครับ อาจจะเริ่มอ่านจากสิ่งที่เราสนใจ ไม่ต้อง 5-6 ชั่วโมงเหมือนบัฟเฟตต์ก็ได้ แค่ค่อย ๆ เริ่ม แต่ให้สม่ำเสมอ รับรองว่าเราจะพัฒนาขึ้นในทุก ๆ วันอย่างแน่นอน

“ในแต่ละคืน จงเข้านอนด้วยความฉลาดที่เพิ่มขึ้น แม้เล็กน้อยก็ตาม” – วอร์เรน บัฟเฟตต์

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 5 มองเกมระยะยาว

วอร์เรน บัฟเฟตต์เคยกล่าวไว้ว่า “วันนี้มีคนนั่งใต้ร่มเพราะมีคนปลูกต้นไม้ไว้นานแล้ว” และมันเป็นเรื่องจริงที่สุด ทุกสิ่งที่ได้รับนั้นเป็นเพราะเราหรือใครสักคนได้ลงทุน เสียสละสร้างมันขึ้นมาก่อนจึงออกดอก ออกผลในวันนี้ได้ และที่สำคัญ ยิ่งนาน ยิ่งเติบโต

ซึ่งมันสอดคล้องกับสิ่งที่เรียกว่า “ดอกเบี้ยทบต้น” ที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ยกย่องว่าเป็น 1 ในสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลก แต่พลังของดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานได้ ก็ต่อเมื่อต้องมองภาพระยะยาว

การมีมุมมองระยะยาวเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจลงทุนของบัฟเฟตต์ และเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จของเขา และเขามักจะเตือนผู้คนอยู่เสมอว่า เงินนั้นไม่สามารถเติบโตได้ในชั่วข้ามคืน ความมั่งคั่งที่แท้จริงและความสำเร็จนั้นล้วนต้องใช้เวลา

ซึ่งตรงกับกลยุทธ์ลงทุนง่าย ๆ ของเขา คือ “ซื้อแล้วถือ”

ข้อดีอย่างหนึ่งที่จะได้จากการมองระยะยาวคือ แน่นอนว่าระหว่างทางสู่ความสำเร็จ เราจะพบเจออุปสรรคมากมาย และการมองภาพในระยะยาวนี่เองจะเป็นตัวช่วยให้เราสามารถอดทน อดกลั้นต่ออุปสรรค และพยายามที่จะเอาชนะมันให้ได้ เพราะเรามองเห็นภาพใหญ่ในระยะยาวที่จะเดินไป ระหว่างทางจึงเป็นสิ่งที่เล็กน้อยที่จะต้องก้าวข้ามไป

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นภายในข้ามคืน แต่มันคือการสะสมความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวัน

ผมจะไม่พยายามกระโดดข้ามรั้วที่มีความสูง 7 ฟุต แต่ผมจะมองไปรอบ ๆ แล้วหารั้วที่สูงเพียง 1 ฟุต ที่สามารถก้าวข้ามได้ – วอร์เรน บัฟเฟตต์

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 6 อดทน และวินัย

“ไม่ว่าเราจะมีพรสวรรค์หรือพยายามแค่ไหน บางสิ่งบางอย่างก็ต้องใช้เวลา คุณไม่สามารถทำให้เด็กคลอดออกมาได้ภายใน 1 เดือนโดยการทำให้ผู้หญิง 9 คนท้อง”

นี่คือคำพูดของบัฟเฟตต์ เขาหมายความว่าถึงแม้จะขยันหรือเก่งแค่ไหนก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไปเร่งสิ่งที่ไม่สามารถเร่งได้ หน้าที่ของเราคือ อดทนและมีวินัย

ความอดทนและความสามารถในการชะลอความต้องการของบัฟเฟตต์แสดงให้เห็นผ่านไลฟ์สไตล์และการลงทุนของเขา หลักการลงทุนในแบบของเขาต้องอาศัยความอดทนและการมีวินัยสูงมาก เค้ามักจะย้ำเตือนเสมอว่าความมั่นคงทางอารมณ์ ไม่หวั่นไหวไปกับความผันผวนของราคาหุ้น และการตัดสินใจลงทุนโดยปราศจากอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการลงทุน

ไม่มีความสำเร็จใดได้มาอย่างง่ายดาย สิ่งที่มีค่านั้นต้องแลกด้วยความเพียรพยายาม ความอดทน และวินัย

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 7 เล่นในเกมที่ตัวเองถนัด

ปรัชญาการลงทุนที่เรียบง่ายของวอร์เรน บัฟเฟตต์คือ “อย่าลงทุนในธุรกิจที่คุณไม่เข้าใจ” หมายความว่า เราต้องลงทุนในสิ่งที่เราเข้าใจมันดีหรืออยู่ในขอบเขตของความรู้เรา เช่น ถ้าเราทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมการบิน เราก็ควรลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการบิน เพราะมันเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย และน่าจะเข้าใจมากที่สุด

นั่นคือเหตุผลที่ในอดีตบัฟเฟตต์จะหลีกเลี่ยงการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมาตลอด

เช่น บริษัทโคลา โคล่าที่บัฟเฟตต์ซื้อหุ้นและถือมาตั้งแต่ปี 1988 จนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มลงทุนจากเงินก้อนเดียว 32,707,500,000 บาท ตอนนี้กลายเป็น 719,565,000,000 บาท ที่เขาเลือกซื้อบริษัทโคคา โคล่า และถือมันมาจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะเขาเข้าใจธุรกิจนี้ดี (เขายังดื่มมากถึงวันละ 5 กระป๋อง)

วอร์เรน บัฟเฟตต์กับ Coke

อย่าทำอะไรที่ซับซ้อนยากเกินไป แต่ให้ทำในสิ่งที่เราเชี่ยวชาญ ถนัดหรือทำได้ดีอยู่แล้ว จงต่อยอดมัน

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 8 ลงทุนในตัวเอง

ในปี 2019 วอร์เรน บัฟเฟตต์ได้สัมภาษณ์กับ Andy Serwer บรรณาธิการบริหาร Yahoo Finance และมีช่วงหนึ่งที่เขาได้กล่าวว่า “การลงทุนที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้ คือ การลงทุนในตัวเอง”

นี่อาจเป็นบทเรียนที่เขาได้ตกผลึกออกมาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้ง 88 ปีในชีวิตของเขา

บัฟเฟตต์เป็นตัวอย่างที่ดี และเหมาะสมที่สุดจะบอกว่าเขาคือ “ผู้ไม่เคยหยุดแสวงหาความรู้” แม้เขาจะอายุ 91 ปีแล้วก็ตาม

เพราะอะไรเขาถึงเชื่อว่า การลงทุนในตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

เขามักเล่าเรื่องที่เขากลัวเมื่อต้องพูดในที่สาธารณะเมื่อตอนเป็นหนุ่ม เขาจะมีอาการคลื่นไส้และตื่นตระหนกก่อนที่จะพูดต่อหน้าคนอื่นอยู่เสมอ แต่เขาไม่อยากเป็นแบบนั้นแล้ว เขาลุกขึ้นมาต่อสู้กับความกลัวนั้น เขายอมลงทุนจ่ายเงิน 100 เหรียญเพื่อเข้าเรียนหลักสูตรการพูดในที่สาธารณะของ Dale Carnegie ซึ่งในภายหลังเขาให้เครดิตว่านี่เป็นการลงทุนที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา

เขาแนะนำว่า “ถ้าคุณพัฒนาทักษะการสื่อสารของคุณ ผมรับประกันได้เลยว่าคุณจะได้รายได้เพิ่มขึ้น 10% ถึง 50% ตลอดชีวิตของคุณ”

ในยุคปัจจุบันของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เราสามารถเรียนรู้ทุกสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วเท่าที่ต้องการ

จงค้นหาสิ่งที่รัก ลงทุนในตัวเองเพื่อจะได้องค์ความรู้ ปัญญา และจงอย่าหยุดที่จะเรียนรู้เด็ดขาด

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 9 เลือกคนที่ชื่นชมแล้วแกะรอยเขา

วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) เชื่อว่าคุณสามารถกลายเป็นคนที่คุณอยากเป็นได้ และเร่งความสำเร็จได้ด้วยการเลียนแบบคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว

ในปี 2000 บัฟเฟตต์ได้กล่าวไว้ว่า “เพียงแค่เลือกคนที่คุณชื่นชมมากที่สุดแล้วนั่งลงและเขียนเหตุผลว่าทำไมคุณถึงชื่นชมพวกเขา” จากนั้นเขาก็ให้มองสิ่งต่าง ๆ เช่น บุคลิกภาพ อุปนิสัย และอารมณ์ความรู้สึกของคนนั้นแล้วนำพฤติกรรมที่เขาทำได้ดีกว่าเรามาเป็นต้นแบบ และเขายังแนะนำว่าให้คบหากับคนที่เก่งกว่าเรา

สิ่งที่เขาแนะนำไม่ใช่เขาพูดมาลอย ๆ แต่เขาได้พิสูจน์มันมากับตัวแล้ว ถ้าเราอยู่ในวงการนักลงทุน ทุกคนจะรู้ดีว่าบัฟเฟตต์มีอาจารย์ที่ถือได้ว่าเป็นต้นแบบและมีส่วนสำคัญที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในการลงทุน นั่นก็คือ เบนจามิน เกรแฮม (Benjamin Graham) ผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ซึ่งเขาได้ใช้แนวคิดนี้ในการลงทุน เขาจึงชื่นชมและยกย่องเขาเบนอย่างมาก

จงเลือกไอดอลที่เป็นต้นแบบของความสำเร็จของเราขึ้นมาสักคน แล้วทำในสิ่งที่เขาทำ สร้างคุณสมบัติที่คล้ายกับเขา (ในทางที่ดี) แล้วในท้ายที่สุด เราก็จะมีคุณสมบัติแบบเดียวกันกับพวกเขา และประสบความสำเร็จได้เช่นเขา

เคล็ดลับความสำเร็จข้อที่ 10 แบ่งปัน

ในแง่ของการบริจาคและแบ่งปัน บัฟเฟตต์น่าจะเป็นหนึ่งในผู้ชายที่ใจบุญที่สุดในโลก เขาได้บริจาคทรัพย์สินมากกว่าครึ่งหนึ่ง

ตามรายงานของ Forbes เขาเคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณอยู่ใน 1% ที่โชคดีที่สุดของประชากรมนุษย์ทั้งหมด คุณกำลังเป็นหนี้กับผู้คน 99% ที่เหลือ” หมายความว่าถ้าคุณอยู่ในสถานะ 1% ที่ร่ำรวยมากที่สุดของประชากรทั้งหมด หน้าที่ของคุณคือ การให้แก่ผู้คนที่เหลือ 99%

แต่เขาไม่ได้หยุดเท่านั้น เขายังร่วมก่อตั้งองค์กรที่ชื่อว่า The Giving Pledge ร่วมกับบิล เกตส์ (Bill Gate) โดยมีเป้าหมายคือการสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่ร่ำรวยทั่วโลกสละทรัพย์สมบัติที่มีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งเพื่อการกุศล ไม่ว่าจะในช่วงมีชีวิตอยู่หรือเมื่อเสียชีวิตไปแล้ว โดยตอนนี้มีมหาเศรษฐีที่เข้าร่วมโครงการนี้แล้วทั้งหมด 230 คน (Elon Musk และ Mark Zuckerberg ก็เข้าร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม การให้เป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าคุณจะไม่ใช่มหาเศรษฐีก็ตาม ถึงเราไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีเช่นบัฟเฟตต์ เราสามารถให้ผู้คนได้ ให้เท่าที่เราไหว หรือถ้าไม่มีเงินเลย ก็ให้ในสิ่งอื่นแทนเงินได้

ถ้าคุณมีมากก็ให้ความมั่งคั่งแก่คนอื่น หากคุณมีน้อยก็ให้หัวใจของคุณแทน – สุภาษิตอาหรับ

บทสรุป

ความสำเร็จทิ้งร่องรอยไว้ หากเราเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด เราสามารถเรียนรู้จากบุคคลที่ประสบความสำเร็จแล้วอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ และนี่เป็นวิธีที่ลัดที่สุด

สรุปทั้ง 10 เคล็ดลับความสำเร็จของวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)

  1. นิยามความสำเร็จให้ชัด
  2. อย่ากลัวที่จะแตกต่าง
  3. ทำในสิ่งที่รัก
  4. เป็นนักอ่านตัวยง
  5. มองเกมระยะยาว
  6. อดทน และวินัย
  7. เล่นในเกมที่ตัวเองถนัด
  8. ลงทุนในตัวเอง
  9. เลือกคนที่ชื่นชมแล้วแกะรอยเขา
  10. แบ่งปัน

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับเคล็ดลับความสำเร็จทั้ง 10 ข้อของชายที่ชื่อว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า การรู้สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางสู่ความสำเร็จของเราได้

หวังว่าเพื่อน ๆ จะสามารถนำข้อคิด เคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตตัวเองและทำให้ชีวิตพัฒนาขึ้น และมีความหมายมากยิ่งขึ้น แล้วพบกันที่ปลายทางของความสำเร็จครับ! 💪