11 ขั้นตอนตั้งเป้าหมายให้สำเร็จ! [จากประสบการณ์จริง]

11 ขั้นตอนตั้งเป้าหมายให้สำเร็จ! [จากประสบการณ์จริง]

การตั้งเป้าหมายให้อะไรมากมายแก่เรา เป็นเหมือนเข็มทิศนำทางไปสู่อนาคตที่เราต้องการ ถ้าปราศจากการตั้งเป้าหมายในชีวิต ก็มีโอกาสสูงมากที่เราจะดำเนินชีวิตไปอย่างล่องลอย เหมือนเรือที่พายไปโดยไม่มีจุดหมาย ซึ่งจะมี 2 สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank
  1. ไปถึงจุดหมายที่เราไม่ได้ต้องการ
  2. วนอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหนเลย

ถ้าหากเปรียบเทียบระหว่างคนที่ตั้งเป้าหมายในชีวิตกับคนที่ไม่ตั้งเป้าหมายอะไรเลย คนที่ตั้งเป้าหมายย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า เพราะพวกเขามีเข็มทิศนำทาง และจะจัดลำดับความสำเร็จในชีวิตได้ดีกว่า

หากปราศจากเป้าหมาย ก็ปราศจากจดจ่อและทิศทาง

งานวิจัยพบว่า การตั้งเป้าหมายนั้นเชื่อมโยงกับแรงจูงใจ ความนับถือในตนเอง และความมั่นใจในตัวเอง และยังพบว่าการตั้งเป้าหมายกับความสำเร็จว่ามีความสัมพันธ์กัน

คนที่ตั้งเป้าหมาย จะมองเห็นภาพรวมและความเป็นไปได้ในอนาคต – Rick McDaniel

ต่อไปนี้จะเป็นเคล็ดลับ 11 ขั้นตอนในการตั้งเป้าหมายให้สำเร็จ

1

เชื่อ

ตั้งเป้าหมายต้องเริ่มด้วยความเชื่อ

ขั้นตอนแรกในการตั้งเป้าหมายคือการมีศรัทธาและความเชื่ออย่างแท้จริงในกระบวนการตั้งเป้าหมาย
หากปราศจากความเชื่อ เราก็จะไม่เพียรพยายามที่จะทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จได้
ชีวิตเราเริ่มต้นจากความเชื่อ ความเชื่อจะทำแปรเปลี่ยนเป็นการกระทำ การกระทำจะสร้างผลลัพธ์ให้เกิดขึ้น
จำไว้เสมอว่า มนุษย์เราจะไม่ลงมือทำในสิ่งที่เขาไม่เชื่อ

2

นึกภาพ

ลองนึกถึงสิ่งที่เราปรารถนาอย่างแรงกล้าในชีวิต สิ่งที่เราอยากได้ อยากมี และอยากเป็นมันคืออะไร? สิ่งที่เราอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองคืออะไร? อยากเป็นคนที่เก่งขึ้น อ่านหนังสือบ่อยขึ้น เรียนรู้มากขึ้น เลื่อนตำแหน่งในการงาน มีเงินเดือนที่มากขึ้น มีบ้านหลังโต ๆ สักหลัง มีเงินสักก้อน?

ยิ่งเรามีความชัดเจนในสิ่งที่ต้องการและคิดถึงมันบ่อยมากแค่ไหน เราก็จะยิ่งจดจ่อกับการทำให้มันเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

ลองมองดูสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราสิ สิ่งเหล่านี้ล้วนเคยเกิดขึ้นในความคิดในหัวของใครบางคน ก่อนที่มันจะถูกสร้างขึ้นให้ปรากฎในโลกภายนอก

จงนึกภาพสิ่งที่ต้องการ ฝังมันเข้าไปในจิตใต้สำนึก แล้วเรามันจะผลักดันให้เรากระตือรือลงที่จะลงมือทำอัตโนมัติ

3

ถามว่า “ทำไม

ให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ทำไมต้องการบรรลุเป้าหมาย?”

การรู้ว่าทำไมเราถึงต้องการจะบรรลุเป้าหมายนั้นเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่สุด และเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ถ้าอยากทำเป้าหมายให้สำเร็จ เพราะมันจะช่วยให้เรารู้ได้ทันทีเลยว่า ทำไมเราต้องการเป้าหมายนั้น และมันคุ้มค่าที่จะลงมือ ลงแรงหรือเปล่า

(และอีกอย่าง จำไว้ว่า สมองเป็นนักตั้งคำถาม ถ้ามันไม่รู้ว่าคุ้มค่าและมีเหตุผลมากพอ มันจะต่อต้านไม่ให้เราลงมือ สมองเป็นตัวขี้เกียจสุด ๆ มันไม่อยากให้เราเหนื่อย เลยต้องเรียกร้องเหตุผลของการลงมือทำกับเรา)

เช่น หากเราตั้งเป้า

  1. ฉันจะต้องหาเงิน (เป้าหมาย) จำนวน 1,000,000 ให้ได้ภายใน 3 เดือนข้างหน้า
  2. ฉันจะต้องหาเงิน (เป้าหมาย) จำนวน 1,000,000 ให้ได้ภายใน 3 เดือนข้างหน้า เพื่อนำเงินเหล่านั้นมาจ่ายค่ารักษามะเร็งของลูกอันเป็นที่รัก ถ้าไม่มีเงินจำนวนนี้ เราจะรักษาเขาไม่ได้ (ทำไม)

คิดว่าเป้าหมายไหนทรงพลังกว่ากันครับ แน่นอนว่าข้อที่ 2 อย่างแน่นอน ถ้าเราเกิดสถานการณ์เช่นนี้ เราก็คงจะต้องดิ้นรนทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงินจำนวน 1,000,000 บาท มาให้ได้ และพนันได้เลยว่า เราจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แน่ ๆ เพราะเหตุผลของการหาเงินก้อนนั้นมามันเป็นเรื่องความเป็น ความตาย

นี่คือพลังของ การรู้ว่าทำไมเราต้องบรรลุเป้าหมายนั้น

แรงบันดาลใจเริ่มต้นด้วยความชัดเจนของทำไม – Simon Sinek

4

เขียน

การตั้งเป้าหมายเพื่อความสำเร็จ

จงทำคำมั่นสัญญากับตัวเองด้วยการเขียน หยิบปากกาและกระดาษ 2-3 แผ่นขึ้นมา แล้วเขียน 3 สิ่งนี้ พร้อมคำตอบกับทุก ๆ เป้าหมายที่จะตั้ง

  1. ทำไมเป้าหมายนี้ถึงสำคัญ และมีความหมายต่อเรา? (เขียนเหตุผล – Why)
  2. จะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้เป้าหมายนี้มันเกิดขึ้นจริงได้? (เขียนวิธีการ – How)
  3. ต้องทำสำเร็จภายในวันไหน? (เขียนเดดไลน์ – When)

หลังจากเขียนเสร็จก็ทำให้สิ่งเหล่านี้โผล่ผ่านตาให้เยอะที่สุดในชีวิตประจำวันของเรา ติดไว้ผนัง ติดไว้หน้าตู้เย็น เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ ทำเป็น Wallpaper บนมือถือ

5

สร้างภาพความสำเร็จ

สมองทำงานโดยยึดผลลัพธ์ที่จะได้เป็นหลัก ถ้าภาพไม่ชัดเจน สมองจะต่อต้าน และไม่ปล่อยให้เราลงมือทำ

ดังนั้น เราต้องสร้างภาพแห่งความสำเร็จขึ้นมา รู้ว่าถ้าทำเป้าหมายนี้สำเร็จ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราจะมีความสุขมากขึ้นแค่ไหน มีเงินทองเยอะขึ้นแค่ไหน สุขภาพเราจะแข็งแรงมากขึ้นแค่ไหน ครอบครัว คนที่เรารักจะมีความสุขมากขึ้นแค่ไหน

ยิ่งคิดถึงมันบ่อยแค่ไหน เราก็จะยิ่งอยากจะรีบลงมือทำให้มันสำเร็จได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น

6

แผนการลงมือทำ

การมีเป้าหมายและแผนการลงมือทำประกบคู่ด้วยจะทำให้เราเป้าหมายนั้นเป็นจริงได้เร็วยิ่งขึ้น

หลังจากเราได้กำหนดเป้าหมาย และรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือ ทำมันให้ลงมือทำได้ง่าย ๆ โดยการแบ่งย่อยเป้าหมายใหญ่ ๆ ซอยเป็นสิ่งที่ต้องทำเล็ก ๆ ในแต่ละวัน โดยมี 2 ส่วนที่ต้องทำคือ

  1. ทำรายการสิ่งที่ต้องทำ (To Do List) มันจะช่วยให้เราเห็นภาพงานทั้งหมดว่าจะต้องทำอะไรบ้าง มองไปที่เป้าหมายแล้วเขียนทุกสิ่งที่นึกออกว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น เขียนทุกสิ่งที่ต้องทำออกมาให้หมดแล้วจัดแบ่งเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน
  2. การจัดตารางเวลา (Scheduling) เมื่อได้รายการสิ่งที่ต้องทำก็จัดแจงมันเข้าไปอยู่ในตารางเวลาในแต่ละวัน ว่าจะต้องลงมือทำมันในช่วงเวลาไหนของวัน เช่น หาความรู้ด้านการลงทุนเวลา 20.00-22.00 หรืออัด vdo เพื่อลง Tiktok เวลา 22.00-23.00
7

สติ

ถ้าเราหลงลืมเรื่องเป้าหมาย เราจะหลงลืมที่จะลงมือทำมันด้วย

เราจึงต้องพยายามทำให้เป้าหมายนั้นโผล่ผ่านตาเราให้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน เขียนชื่อเป้าหมายด้วยประโยคสั้น ๆ เช่น “เงิน 1,000,000 บาท! หรือ น้ำหนัก 50 กิโล!” แล้วติดมันไว้ผนัง ติดไว้หน้าตู้เย็น เก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ ทำเป็น Wallpaper บนมือถือ ทำยังไงก็ได้ให้เราเห็นมันได้บ่อยมากที่สุด

จำไว้ว่า หากเราสูญเสียการสติในการตระหนักถึงเป้าหมายแล้ว เราต้องพยายามดึงมันกลับมา ให้มันอยู่ในหัวเราบ่อยให้มากที่สุดในแต่ละวัน

8

ประกาศ

การที่เราประกาศเป้าหมายของเราให้แก่ผู้อื่น จะสร้างแรงบีบบังคับในทางที่ดี ทำให้เราต้องมีความรับผิดชอบในเป้าหมายนั้นมากยิ่งขึ้น

ลองประกาศบอกคนในครอบครัว คนที่เรารัก เพื่อน ๆ หรือบอกคนในโซเซียลมีเดียให้รับรู้ไปเลยว่าเรามีเป้าหมายแบบนี้นะ และจะยิ่งดีขึ้นถ้าบอกพวกเขาถ้าเราไม่ลงมือทำตามเป้าหมาย ให้เตือน ให้คอยจับตามองให้หน่อย

มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม เราจะกลัวคนอื่นมองเราในแง่ไม่ดีอยู่เสมอ เช่น เรากลัวจะเสียหน้า เรากลัวที่จะถูกมองว่าเป็นคนไม่เอาไหน กลัวที่คนอื่นไม่เชื่อมั่นในเราแล้ว

ซึ่งความกลัวเรานี้มันฝังกับเรามาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษเรา เป็นกลัวที่ทรงพลังอย่างมาก จงใช้มันให้เป็นประโยชน์

9

ก้าวทีละก้าว

การตั้งเป้าหมาย ก้าวทีละก้าว

บนกระบวนบรรลุเป้าหมาย ไม่มีอะไรสำคัญมากกว่าวันนี้ อย่ามองภาพไปไกลนัก จงมองไปข้างหน้าในแต่ละวันก็พอ

ตื่นเช้ามาดูรายการที่ต้องทำ แล้วลงมือทำ สิ้นวันทบทวนดูหน่อยว่าทำสำเร็จหมดไหม เข้านอน ตื่นเช้ามาดูรายการที่ต้องทำ แล้วลงมือทำ ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ

ค่อย ๆ ก้าว ค่อย ๆ สะสมความสำเร็จและสนุกไปกับมัน เพราะทุกความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ล้วนมาจากความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวันทั้งนั้น

10

ติดตามผล

ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน กำหนดเวลาไว้ว่าทุกเวลานี้ จะทบทวนเป้าหมาย ยิ่งทบทวนบ่อยมากแค่ไหน เป้าหมายเหล่านี้ยิ่งฝังเข้าไปในหัวของเรามากเท่านั้น ยิ่งมันฝังเข้าไปในหัวเรามากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกมากเท่านั้น

เราจะนึกถึงมันตลอดเวลา มันจะหล่อหลอมอยู่ในตัวเรา แล้วมันจะผลักดันให้เราลงมือทำอัตโนมัติ (อันนี้พิสูจน์จากตัวผู้เขียนเอง)

และการทบทวนอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เราเห็น ความก้าวหน้า ข้อผิดพลาด จะทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนมันได้สม่ำเสมอ

11

รางวัล

เมื่อลงมือทำอะไรสำเร็จ จงให้รางวัลแก่สมอง

เราและสมองเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการรางวัล ไม่ว่าจะทำสำเร็จเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่ขนาดไหน ก็ขอให้เราให้รางวัลตัวเองด้วย และไม่จำเป็นต้องเป็นรางวัลใหญ่ ๆ

เช่น เป้าหมายลดน้ำหนัก 10 กิโล ถ้าเราลดได้ทุก 1 กิโล ก็จะให้รางวัลตัวเองด้วยการจัดอาหารที่เราโปรดปรานสักมื้อ หรือแค่วันนี้เราสามารถอ่านหนังสือได้ 1 ชั่วโมง เราก็ให้ตัวเองได้ดูซีรี่ย์เกาหลีสักตอน

แล้วเราจะสนุกและอยากลงมือมากขึ้น

อย่าลืมว่าเกมนี้ไม่ใช่เกมระยะสั้น จงมีความสุขในระหว่างเส้นทางด้วย