10 เทคนิคเปลี่ยนคุณให้มีนิสัยรักการอ่านไปตลอดชีวิต

10 เทคนิคเปลี่ยนคุณให้มีนิสัยรักการอ่านไปตลอดชีวิต

“การมีนิสัยรักการอ่านคือการสร้างที่หลบภัยให้ตัวเองจากความทุกข์ยากเกือบทั้งหมดของชีวิต” — W. Somerset Maugham

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

นี่เป็นประโยคที่เห็นด้วยอย่างที่สุด จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียน ตกผลึกออกมาเพียง 1 ประโยคว่า “การอ่านหนังสือให้อะไรเรามากจริง ๆ ครับ”

แต่ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ผู้เขียนจะสามารถอ่านหนังสือได้ทุกวันอย่างทุกวันนี้ เรียกได้ว่าตั้งแต่ตอนเด็ก ไม่เคยมีความคิดเลยว่าตัวเองจะมีนิสัยรักการอ่านได้ (ไม่เคยมีภาพนี้ในหัวเลยครับ)

และทุกวันนี้ กล้าพูดกับตัวเองได้เลยว่า “การอ่านหนังสือเป็นจุดที่เปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต”

ดังนั้น การลงทุนบ่มเพาะนิสัยรักการอ่านเป็นอะไรที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตแล้วครับ

วันนี้ผู้เขียนจึงได้รวบรวมเทคนิคที่จะช่วยให้เรามีนิสัยรักการอ่านหนังสือ ทั้งจากประสบการณ์ส่วนตัว และได้ไปค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเพื่อน ๆ ผู้อ่านจะได้ประโยชน์และข้อมูลที่ดีที่สุดครับ

และไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเป็นใคร จะเกลียดการอ่านเข้าไส้ ก็สามารถสร้างนิสัยการอ่านได้ ถ้ารู้เทคนิคครับ

หมายเหตุ: ทั้ง 10 เทคนิคนี้ ไม่จำเป็นต้องทำทุกเทคนิค แค่เลือกใช้ที่เรารู้สึกใช่สำหรับเราก็พอแล้วครับ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเพื่อน ๆ ได้นะครับ 🙌

เราไปเริ่มกันเลยนะครับ

10 เทคนิคนี้ จะช่วยให้เรามีนิสัยรักการอ่านไปตลอดชีวิต

1

เริ่มต้นด้วย “Why?”

เริ่มต้นด้วย “Why” - เทคนิคเปลี่ยนคุณให้มีนิสัยรักการอ่านไปตลอดชีวิต

จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะสร้างนิสัยอะไร สิ่งสำคัญที่สุดและต้องทำอย่างแรกคือ “การรู้ว่าเราอยากทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร?”

ในการสร้างนิสัยรักการอ่านหนังสือก็เช่นกันครับ

เริ่มต้นเราต้องชัดเจน ตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า เราอยากอ่านหนังสือไปเพื่ออะไร? ทำไมมันถึงสำคัญกับเรา? ทำไมมันจึงมีความหมายและมีค่าสำหรับเรา? สิ่งนี้จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จมากขึ้น? มีความสุขในชีวิตมากขึ้น? เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น?

มันเป็นการให้เหตุผลให้กับสมอง สมองเรามันชอบเหตุผลครับ มันอยากรู้ว่าสิ่งที่จะทำเนี่ย จะได้อะไรกลับมาบ้าง มันจะไม่สิ้นเปลืองแรงไปเปล่า ๆ ใช่ไหม (สมองคิดเรื่องประหยัดพลังงานเป็นหลัก)

ถ้าเรามีเหตุผลที่ชัดเจนมากเท่าไหร่ สมองยิ่งจะอนุญาตให้เราทำสิ่งนี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น และยิ่งถ้า Why เราใหญ่มาก ๆ สมองยิ่งจะพร้อมสนับสนุนให้เราทำสิ่งนี้ได้ง่ายขึ้น

หา Why ว่าทำไมถึงอยากอ่านหนังสือของตัวเองให้เจอครับ แล้วที่เหลือจะง่ายขึ้นเยอะครับ

2

กำหนดเป้าหมาย

ในการสร้างนิสัยรักการอ่าน สิ่งสำคัญที่ต้องทำหลังจากรู้ว่าอยากสร้างนิสัยรักการอ่านไปทำไม เราต้องมีเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม มีความชัดเจน และเจาะจง

การตั้งเป้าหมายจะเป็นเหมือนการปักธงในจุดที่เราจะเดินตามไป จะช่วยให้สมองเรามีความชัดเจนขึ้น

เทคนิคคือตั้งเป้าหมายจากภาพใหญ่ก่อน เช่น ปีนี้จะอ่านหนังสือทั้งหมด 24 เล่ม (น้อยมากขึ้นอยู่กับเรา ไม่มีตัวเลขที่ตายตัว แต่ 24 เป็นเลขที่ไม่ยากหรือไม่ง่ายจนเกินไป ทุกคนสามารถทำได้) ตกเฉลี่ยเดือนละ 2 เล่ม และ 2 อาทิตย์ต่อ 1 เล่ม ซึ่งถ้าเฉลี่ยเล่มละ 300 หน้า ก็อ่านวันละ 25 หน้า ก็ทำได้แล้วครับ (วันละ 25 หน้าไม่ยากเลยเนอะ)

หรือบางครั้ง บางวัน เราอาจไม่บรรลุเป้าหมาย แต่ก็ไม่เป็นไรนะครับ แค่ได้เริ่มก็ดีมากแล้วครับ

3

เริ่มจากหนังสือเล่มเล็ก ๆ

เริ่มจากหนังสือเล่มเล็ก ๆ - เทคนิคเปลี่ยนคุณให้มีนิสัยรักการอ่านไปตลอดชีวิต

สาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ยอมแพ้ต่อการอ่านหนังสือคือ พวกเขาอ่านหนังสือเล่มหนาเกินไป

ในช่วงเริ่มต้นสร้างนิสัยรักการอ่าน ให้เราเริ่มด้วยหนังสือที่ไม่หนา สัก 120-200 หน้ากำลังดี เพราะไม่ว่าเราจะเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ สมองมันไม่อยากทำอะไรที่ดูใช้พลังงานเยอะหรือดูน่ากลัว ดูยาก ดูลำบาก

ดังนั้น การเริ่มต้นด้วยอะไรที่สั้น ๆ เล็ก ๆ ง่าย ๆ จะทำให้มีโอกาสบรรลุผลสำเร็จมากกว่า

3 หนังสือที่ผมอยากแนะนำ ที่เหมาะกับผู้เริ่มต้น และอ่านจบได้เร็ว

  1. ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน : The Alchemist จำนวน 184 หน้า (หนังสือเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจที่จะปลุกหัวใจเราได้ตื่น เพื่อออกล่าความฝันในชีวิต) > อ่านสรุป ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน
  2. เศรษฐีชี้ทางรวย : The Richest Man in Babylon จำนวน 160 หน้า (หนังสือเกี่ยวกับการเงิน ความร่ำรวย จะทำให้เราเข้าใจเรื่องการสร้างความร่ำรวยในวิถีของชาวบาบิโลน) > อ่านสรุป เศรษฐีชี้ทางรวย
  3. กินกบตัวนั้นซะ Eat That Frog! จำนวน 160 หน้า (หนังสือที่จะช่วยให้เราเลิกผัดวันประกันพรุ่ง และบริหารเวลา) > อ่านสรุป กินกบตัวนั้นซะ

การเลือกหนังสือที่จำนวนหน้าน้อยลง ในทางจิตวิทยาจะช่วยให้ได้ให้ประสบความสำเร็จในการสร้างนิสัยรักการอ่าน เพราะจุดที่สำคัญคือ พลังใจ

สมมติเราต้องอ่านหนังสือจำนวน 400 หน้า แค่คิดก็เหนื่อย ไม่อยากลุกมาอ่านแล้ว แต่ถ้าบอกว่า 160 เอง อ่านแป๊ปเดียวก็จบ เราก็จะมีพลัง มีแรงบันดาลใจที่อยากจะลุกขึ้นมาเปิดหนังสืออ่าน

4

พกหนังสือติดตัวเสมอ

ข้อนี้สำคัญและใช้ได้ผลอย่างมาก ไม่ว่าจะไปไหน พกหนังสือติดตัวสักเล่มเสมอ

ในช่วงเริ่มต้นของการสร้างนิสัยรักการอ่านของผู้เขียน ก็ทำแบบนี้ตลอด บนรถเมล์ รถไฟฟ้า ระหว่างรอรถไฟฟ้า รถเมล์ จะหยิบหนังสือมาอ่านเสมอ (ถ้าใครรู้สึกอายที่ต้องถือหนังสือ ใช้อ่านบนมือถือแบบ ebook เอาก็ได้นะครับ หรือถ้ามี kindle ก็จะยิ่งดี)

ในระหว่างเราจะมีช่วงเวลา gap time เสมอคือ ช่วงเวลาที่ต้องรออะไรบางอย่างสั้น ๆ ต้องรอ ซึ่งเป็นเวลาที่เราไม่ควรปล่อยเวลาว่างเปล่า หยิบหนังสือออกมาอ่าน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการฆ่าเวลา (เพียงแค่นิสัยหยิบหนังสือมาอ่านเวลารออะไรสักอย่าง ก็ทำให้เราอ่านหนังสือจบได้อย่างน้อยเดือนละ 1 เล่มแล้วครับ)

5

กำหนดเวลาเพื่ออ่าน

กำหนดเวลาเพื่ออ่าน - เทคนิคเปลี่ยนคุณให้มีนิสัยรักการอ่านไปตลอดชีวิต

ในช่วงเริ่มต้นสิ่งสำคัญคือ เราต้องกำหนดช่วงเวลาให้ชัดเจนว่าจะใช้เพื่ออ่านหนังสือโดยเฉพาะ เพราะถ้าไม่กำหนด ยังไงเราก็จะผัดวันประกันพรุ่ง สุดท้ายก็จะไม่ได้เริ่มอ่านเลย

หลายคนที่บอกว่าไม่มีเวลา จริง ๆ แล้วเราแค่ยังไม่ปักธงตัดสินใจต่างหาก ดังนั้น ถ้าอยากสร้างนิสัยรักการอ่านให้ตัวเอง ต้องปักธงวันเวลาอย่างชัดเจนที่จะใช้เพื่ออ่านหนังสือโดยเฉพาะ

เช่น กำหนดว่าทุกวันจันทร์-ศุกร์จะใช้เวลาช่วง 07.00-07.30 หรือ 22.30-23.00 และเสาร์-อาทิตย์ จะใช้เวลา 21.00-23.00 เพื่อใช้อ่านหนังสือโดยเฉพาะ

6

ตระหนักถึงความสำคัญของการอ่าน

ถ้าสิ่งไหนเรารู้สึกสำคัญและมีผลกระทบต่อชีวิตเรา เราจะทำมันได้ง่ายยิ่งขึ้น

หนึ่งในวิธีที่สำคัญที่หลายคนอาจจะมองข้ามคือ การสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านให้สมองตัวเอง (ในช่วงเริ่มต้น ผู้เขียนก็ใช้วิธีนี้ ซึ่งได้ผลมากครับ)

สร้างความตระหนักด้วยการเสพข้อมูลที่บอกข้อดีของการอ่านหนังสือ เช่น ลองอ่านบทความนี้ที่ผมเคยเขียนไว้นะครับ 10 ประโยชน์ที่จะได้รับจากการอ่านหนังสือ หรือเข้ากลุ่ม คุยกับคนที่ชอบอ่านหนังสือ

หรืออ่านคำคมเกี่ยวกับการอ่านหนังสือ จะช่วยให้เห็นมีแรงบันดาลใจมากยิ่งขึ้น (ผมได้รวบรวม 50 คำคมเกี่ยวกับการอ่านไว้ที่นี่ ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ > 50 คำคมการอ่านหนังสือที่จะทำให้คุณอยากอ่านหนังสือมากขึ้น)

พยายามเสพอะไรเกี่ยวกับหนังสือให้เยอะ ๆ พอถึงจุดหนึ่ง เราจะพบว่า เราเหมือนกลายเป็นคนที่ชอบหนังสืออัตโนมัติ แล้วที่เหลือ การลงมือทำก็จะง่ายขึ้นแล้วครับ

หรือถ้าเราตระหนักรู้ว่าหนังสือสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีให้เราได้ ทำให้เก่งขึ้น หาเงินได้เยอะขึ้น มีเงินไปดูแลครอบครัว พ่อแม่ ลูก ๆ หรือแฟนได้มากขึ้น เราจะยิ่งมีแรงฮึดที่อยากจะลุกขึ้นมาอ่านหนังสือทันที

ยิ่งรู้สิ่งที่จะได้รับและความสำคัญจากการอ่านหนังสือมาก เราก็จะยิ่งจะกลายเป็นคนที่รักการอ่านหนังสือได้ง่ายยิ่งขึ้น

7

รู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด

ไม่ใช่หนังสือทุกเล่มที่เราอ่าน ต้องอ่านให้จบ

ถ้ารู้สึกว่าได้เริ่มอ่านหนังสือสักเล่มไปสัก 30 หน้าแล้วรู้สึกเบื่อ ก็ขอให้เรากล้าที่จะวางมันลงแล้วเริ่มอ่านเล่มอื่นแทน

เพราะสิ่งที่จะฆ่าไม่ให้เราสร้างนิสัยรักการอ่านได้มากที่สุดคือ ความน่าเบื่อ

ดังนั้น ถ้าเล่มไหน อ่านแล้วรู้สึกเบื่อ กล้าที่จะหยุด แล้วหยิบเล่มอื่นมาอ่านแทน อย่าฝืนทนนะครับ

8

ทำรายการหนังสือที่ต้องอ่าน

ทำรายการหนังสือที่ต้องอ่าน - เทคนิคเปลี่ยนคุณให้มีนิสัยรักการอ่านไปตลอดชีวิต

หนึ่งเทคนิคที่ขาดไม่ได้เลย ถ้าอยากเป็นคนที่มีนิสัยรักการอ่านคือ การทำรายการหนังสือที่เราจะต้องอ่านในอนาคต

เมื่อเราตั้งเป้าหมายเสร็จแล้ว เราต้องทำรายการหนังสือที่เรารู้สึกอยากอ่าน โดยเขียนไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัว หรือใน Google Sheet หรือใน platform ต่าง ๆ เช่น Goodreads ก็ได้ (โดยส่วนตัวผู้เขียนใช้ตัวนี้ครับ เพราะเรายังจะได้เห็นเพื่อน ๆ ว่าเขาอ่านเล่มไหนจบไปแล้วบ้าง เขา review เล่มนั้นเป็นยังไง ซึ่งยิ่งจะช่วยให้เรารู้สึกเหมือนโดนป้ายยา ทำให้อยากอ่านหนังสือเล่มนั้นด้วย)

เจอหนังสือเล่มไหนที่น่าสนใจ ก็ให้เก็บไว้ใน list สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องกระตุ้นให้เรารู้สึกสนุกที่อยากจะอ่านหนังสือมากขึ้น

ถ้ายังนึกหนังสือที่อยากเก็บเข้า list ไม่ออก ลองเสิร์ชใน Google keyword นี้ดูนะครับ เช่น แนะนำหนังสือพัฒนาตนเอง แนะนำหนังสือการเงิน แนะนำหนังสือวรรณกรรม หรือเข้ากลุ่มคนที่รักการอ่านใน Facebook แล้วถามเพื่อน ๆ ในกลุ่มว่ามีหนังสือแนะนำไหมก็ได้ครับ

9

ทำบันทึกการอ่าน

ทุกครั้งที่เริ่มอ่านหนังสือเล่มไหน ต้องจดบันทึกลงด้วยว่าเริ่มวันไหนและเมื่ออ่านจบ ก็ให้กลับมาบันทึกว่าอ่านจบวันไหนด้วย พร้อมทำเครื่องหมายว่าได้อ่านเล่มนี้สำเร็จแล้ว และจะยิ่งดี ถ้าเขียน review หรือสรุปตามความเข้าใจของเราสั้น ๆ สัก 2-3 บรรทัดไปด้วย

สิ่งนี้จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากอ่านเล่มต่อ ๆ ไปให้สำเร็จ (และเราจะรู้สึกภูมิใจในตัวเองด้วย) แล้วพอนานเข้า เราจะพบว่า เราหยุดที่จะอ่านหนังสือไม่ได้แล้ว

10

อ่านหนังสือที่รู้สึกสนุกและน่าสนใจ

อ่านหนังสือที่รู้สึกสนุกและน่าสนใจ - เทคนิคเปลี่ยนคุณให้มีนิสัยรักการอ่านไปตลอดชีวิต

หัวใจสำคัญที่จะทำให้เราสามารถเริ่มอ่านหนังสือได้อย่างต่อเนื่องคือ เรารู้สึกสนุกและตื่นเต้นกับหนังสือที่เราอ่าน นี่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยครับ

เวลาจะเริ่มบ่มเพาะนิสัยรักการอ่าน เราต้องเริ่มจากการเลือกหนังสือในหัวข้อที่เราสนใจ (อย่าเลือกตามคนอื่น ให้เลือกตามตัวเอง) เช่น ถ้าเราเป็นคนที่ชอบกีฬา ก็ลองหาหนังสือเกี่ยวชีวประวัติของนักกีฬาที่เราชื่นชอบ หรือชอบจิตวิทยา ก็ลองหาหนังสือที่เกี่ยวกับจิตวิทยา หรือชอบวิทยาศาสตร์ ก็ขอให้เริ่มจากหนังสือที่เกี่ยวข้องกับนักวิทยาศาสตร์ที่เราชื่นชอบ

เพราะการเริ่มต้นยากเสมอ ดังนั้น เราจะรักษาระดับความกระตือรือร้น ความเพียรที่จะอ่านได้นั้น เราต้องรู้สึกดี รู้สึกสนุกกับสิ่งที่เราอ่าน

และผมรับรองได้เลยว่า พอเราเริ่มอ่าน เราจะไม่จบแค่หัวข้อที่เราสนใจ เราจะค่อย ๆ ขยายขอบเขตของความสนใจไปหัวข้ออื่น ๆ โดยอัตโนมัติ

บทสรุป

การอ่านเป็นหนึ่งในนิสัยที่ดีที่สุดที่เราสามารถพัฒนาได้ และเช่นเดียวกับนิสัยอื่น ๆ การปลูกฝังนิสัยการอ่านตลอดชีวิตนั้นเป็นกระบวนที่ต้องอาศัยก้าวทีละก้าวเล็ก ๆ อย่างสม่ำเสมอ

แต่รับรองได้ว่าการลงทุนในการบ่มเพาะนิสัยรักการอ่านเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชีวิตในชีวิตของเราอย่างแน่นอน

มันส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อชีวิตเราทุกด้านอย่างปฏิเสธไม่ได้

เพราะยิ่งอ่านมากเท่าไหร่ ชีวิตของเราก็จะกว้างใหญ่มากเท่านั้น ดั่งคำพูดของ Georage R.R. Martin ผู้เขียนหนังสือ Game of Thrones เคยกล่าวไว้ว่า “นักอ่านใช้ชีวิตนับพันครั้งก่อนที่เขาจะตาย แต่ผู้ที่ไม่เคยอ่านเลย ใช้ชีวิตเพียงหนเดียว”

ขอให้มีความสุขกับการเดินทางทางความคิดด้วยพาหนะที่เรียกว่า “หนังสือ” ครับ 🙌