20 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับความสุข

⭐ 20 สิ่งถ้ารู้แล้ว จะมีความสุขในชีวิตมากขึ้น (ยิ่งรู้ ยิ่งมีความสุข)

ความเอ๋ย ความสุข ใคร ๆ ทุก คน ชอบเจ้า เฝ้าวิ่งหา นี่คือประโยคของท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ครับ ใช่ครับ ลึกๆ แล้วมนุษย์ล้วนปรารถนาความสุขด้วยกันทั้งนั้น ความสุขคือรากเหง้าของทุกสิ่งทุกอย่างที่เราการกระทำ

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

ท่านดาไลลามะเคยกล่าวไว้ว่า “ความประสงค์สูงสุดของชีวิตก็คือ การแสวงหาความสุข”

นี่คือสิ่งที่เราควรจะยอมรับ “เราทุกคนล้วนปรารถนาความสุข” ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ เพราะการยอมรับ = การงอกเงย

เมื่อยอมรับ เราก็จะเปิดใจเรียนรู้ความสุขมากขึ้น

จะมีความสุขในชีวิตได้ ต้องเริ่มต้นจากการมีความสุขกับตัวเอง จะมีความสุขกับตัวเองได้ ก็ต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจความสุขก่อน ซึ่งบทความนี้พยายามจะตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้ด้วยการแบ่งปันมุมมองความสุขในหลาย ๆ มุม เพราะความสุขไม่ได้มีแง่มุมเดียว

ผมเชื่อว่าเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าเราเข้าใจ “ความสุข” ยิ่งมาก เราจะมีความสุขได้ง่ายยิ่งขึ้น

ผมหวังว่าเพื่อน ๆ จะได้รับประโยชน์จากบทความนี้จริง ๆ นะครับ 🙏

(ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยทุกข้อ แต่ขอให้มีสักข้อ สักประโยคที่สามารถเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ผมก็ดีใจมากแล้วครับ)

ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านนะครับ

มาลองดูกันครับว่าจะมีอะไรบ้าง? 😊

Table Of Contents
  1. ข้อที่ 1 เราทุกคนล้วนปรารถนาความสุข
  2. ข้อที่ 2 เราต่างมีความสุขในรูปแบบของเรา
  3. ข้อที่ 3 ความสุขเป็นเรื่องของสารเคมีในสมอง
  4. ข้อที่ 4 เราทุกคนคู่ควรแก่ความสุข
  5. ข้อที่ 5 ความสุข คือ ทักษะหนึ่ง
  6. ข้อที่ 6 ความสุขเป็นเรื่องของ “มุมมอง” มากกว่า “สถานการณ์”
  7. ข้อที่ 7 ความสุข คือ ทางเลือก
  8. ข้อที่ 8 ความสุขอยู่ตรงนี้ ไม่ได้อยู่ตรงนั้น
  9. ข้อที่ 9 วิธีสร้างความสุข คือ ทำให้คนอื่นมีความสุข
  10. ข้อที่ 10 อยากมีความสุข ก็ต้องบ่มเพาะนิสัยแห่งความสุข
  11. ข้อที่ 11 เรามีหน้าที่รับผิดชอบความสุขของตัวเอง 100%
  12. ข้อที่ 12 ความสุขแทรกตัวอยู่กับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน
  13. ข้อที่ 13 ความสุขไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทาง แต่อยู่ระหว่างทาง
  14. ข้อที่ 14 ความสัมพันธ์ที่ดี คือ หัวใจของการมีความสุข
  15. ข้อที่ 15 ถ้าไม่มีความสุข ไม่ได้หมายความว่า เราเป็นคนบกพร่อง
  16. ข้อที่ 16 ตั้งเป้าหมายเพื่อความสุข ไม่ใช่ตั้งเป้าหมายเพื่อความสำเร็จ
  17. ข้อที่ 17 สร้างพื้นที่แห่งความสุขของตัวเองขึ้นมา
  18. ข้อที่ 18 ความสุขจะมีค่าไม่ได้ ถ้าไม่มีความทุกข์
  19. ข้อที่ 19 การรู้จุดมุ่งหมายของชีวิตช่วยเติมเต็มความสุข
  20. ข้อที่ 20 ถามตัวเองบ่อย ๆ
  21. ก่อนจากกัน

ข้อที่ 1 เราทุกคนล้วนปรารถนาความสุข

คงยากที่ปฏิเสธว่าลึก ๆ แล้วทุกสิ่งที่เราทำล้วนมีความปรารถนาที่ฝังอยู่ในตัวเราว่า “เราทำเพราะอยากได้รับความสุข”

ทุกคนต่างมีเป้าหมายหนึ่งที่เหมือน ๆ กัน ในชีวิต คือ ต้องการได้รับความสุข ไม่ว่าทางใด ทางหนึ่งเสมอ

ความสุข คือ ตัวขับเคลื่อนมนุษย์เรา และเราขับเคลื่อนตัวเองผ่านความสุขเช่นกัน ซึ่งถ้าปราศจากแรงขับเคลื่อนนี้ มนุษย์ก็อาจจะสูญพันธุ์ไปแล้ว

ดังนั้น ถ้าจะบอกว่า ความสุข คือ ทุกสิ่งทุกอย่างของเรา อาจจะจริง เพราะมันคือธรรมชาติในตัวเรา

ยิ่งเรายอมรับความจริงนี้ได้เร็วเท่าไหร่ เราก็จะเป็นมิตรและเข้าใจความสุขมากขึ้นเท่านั้น

ข้อที่ 2 เราต่างมีความสุขในรูปแบบของเรา

หลายครั้งเราไม่มีความสุขเพราะเรายินยอมให้ผู้อื่นหยิบยื่นและกำหนดความสุขแทนตัวเรา

ต้องมีชีวิต ต้องใช้ชีวิตแบบนี้สิถึงจะประสบความสำเร็จ มีความสุข นั้นคือสิ่งที่ผู้อื่น สังคมขีดเส้นให้เรา

แต่หลาย ๆ ครั้งเมื่อเราไปถึงจุดนั้น เรากลับพบว่า มันไม่ใช่ความสุขที่เราปรารถนาเลย

ความสุขไม่ได้มีแบบเดียว ความสุขไม่มีสูตรสำเร็จ อย่าให้คนอื่นมากำหนดว่าความสุขของเราคืออะไร

เราต้องหาความสุขในฉบับของเราเองและไม่จำเป็นต้องเป็นแบบคนอื่น

ชีวิตเป็นของเรา ความสุขก็เป็นของเรา เรามีเสรีภาพในการออกแบบ สร้างความสุขฉบับตัวเราเอง

จงค้นหามัน เพราะผลลัพธ์ที่จะได้ มันคุ้มค่าเหนือสิ่งใด

ข้อที่ 3 ความสุขเป็นเรื่องของสารเคมีในสมอง

ยิ่งเราเข้าใจว่าความสุขเป็นสารเคมีที่เกิดขึ้นในสมองเรามากเท่าไหร่ เรายิ่งจะสังเคราะห์มันได้บ่อยมากขึ้นเท่านั้น

ความสุข คือ วิทยาศาสตร์ มันเป็นไปตามกฎแห่งเหตุและผล สร้างเหตุแห่งความสุข ก็จะได้รับผลแห่งความสุข

ความรู้สึกที่เรียกว่า “ความสุข” มาจากสารเคมีในสมอง 4 ชนิด ได้แก่ Dopamine, Endorphin, Oxytocin และ Serotonin

ดังนั้นความสุขเป็นผลผลิตของสมอง เป็นกระบวนการเคมี ซึ่งถ้าเรารู้และเข้าใจกลไกการทำงานของมัน เราก็จะสามารถสังเคราะห์ความสุขออกมาได้ดีขึ้น เก่งขึ้น และบ่อยขึ้น

สมอง คือ เครื่องมือผลิตความสุข ทำความรู้จักเค้าไว้ก็ดี

ข้อที่ 4 เราทุกคนคู่ควรแก่ความสุข

ความสุข คือ ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต และเป็นของขวัญสำหรับทุกคน

เราทุกคนต่างมีศักยภาพแห่งความสุขอยู่ในตัว

สิ่งที่อันตรายที่สุด คือ การที่คิดว่าเราไม่สามารถมีความสุขได้ เพราะเราคิดเช่นไร เราย่อมจะได้รับเช่นนั้นจริง ๆ

ความสุขมีเพื่อนสนิทที่ชื่อว่า ทัศนคติบวก และมีศัตรูที่ชื่อว่า ทัศนคติลบ

การคิดว่าเราไม่สมควรแก่ความสุขเป็นการปิดประตูตายของความสุข

ไม่มีผู้ที่มีความสุขและประสบความสำเร็จด้วยการมองโลกแง่ร้าย

แน่นอนบางครั้งมันอาจจะยากที่จะมีความสุขในห้วงเวลาที่เราทุกข์ทรมาน แต่ใช่ว่าในวันข้างหน้า เราไม่สมควรที่จะมีความสุข อนาคตไม่จำเป็นต้องเท่ากับปัจจุบัน

จงอย่าเสียศรัทธาว่าเราไม่สามารถมีความสุขได้ ความสุขอยู่ในกำมือของเรา แค่แบมันออกมา

ของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตที่เราจะมอบให้ตัวเองได้ คือ “ความสุข” และเราสามารถมอบของขวัญชิ้นนี้ให้ตัวเองได้ทุกวัน

ข้อที่ 5 ความสุข คือ ทักษะหนึ่ง

ความสุขเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้ได้เช่นการพูดภาษาอังกฤษหรือการเล่นกีตาร์ แต่ต่างที่เป็นทักษะของจิตใจ

หลายคนมักมองว่า ความสุข เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ แต่แท้จริงแล้ว ความสุข คือ สิ่งที่ต้องฝึกฝน

ความสุขเป็นสิ่งที่ควบคุมและฝึกฝนเรียนรู้กันได้ ไม่ต่างกับทักษะอื่น ๆ ที่เราเคยฝึกฝน

ยิ่งฝึกฝนพัฒนาทักษะนี้มากเท่าไหร่ ชีวิตเราก็จะมีความสุขง่ายมากขึ้นเท่านั้น แม้ในสถานที่ยากก็ตาม

ยิ่งฝึก ยิ่งเก่ง ยิ่งเก่ง ยิ่งสุข ไม่มีอะไรคุ้มค่าน่าลงทุนเท่าทักษะนี้อีกแล้ว

เพราะความสุขในชีวิต ถูกกำหนดโดย “ทักษะในการมีความสุข” มากกว่าสิ่งอื่นใด

ข่าวดี เราทุกคนล้วนฝึกฝนทักษะนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ใดก็ตาม แถมฟรี

ไม่จำเป็นต้องเป็นมนุษย์ที่วิเศษจึงจะมีความสุขได้

ทำไมบางคนมีความสุขง่ายกว่าคนอื่น ก็เพราะพวกเค้าฝึกฝนทักษะความสุขมาเยอะ แม้จะไม่รู้ตัวก็ตาม

ความสุขคือการฝึกฝน ไม่ใช่การวิ่งไล่ตาม

ข้อที่ 6 ความสุขเป็นเรื่องของ “มุมมอง” มากกว่า “สถานการณ์”

ชีวิตเป็นเรื่องของมุมมอง จะสุข จะทุกข์ ล้วนขึ้นอยู่ที่เราเลือกที่จะมองสิ่งนั้นยังไง และสิ่งนี้ทำให้เกิดความแตกต่าง

มีงานวิจัยได้บทสรุปว่า “สิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดความสุขของเราคือมุมมองของเรา” ไม่ใช่เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดในชีวิต

ตัวเราเป็นผู้กำหนดโลกของเราเอง เราอยากให้โลกของเราเป็นสุขหรือทุกข์ ล้วนขึ้นอยู่กับมุมมองที่เราตีความหมายจากเหตุการณ์เหล่านั้น

แน่นอนว่าทั้งหมดไม่ได้เกิดจากตัวเราเพียงอย่างเดียว สังคม สิ่งแวดล้อมก็มีส่วนรับผิดชอบด้วยส่วนหนึ่ง

แต่โลกภายนอกไม่เท่ากับโลกภายในเสมอไป

มองให้ดีก็เห็นความสุข

แค่เราปรับมุมที่จะมองนิดเดียว โลกของเราก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันที

โลกใบนี้มีมุมมองให้มองหลากหลายมุม แล้วแต่เราจะเลือกมอง ความสุขเป็นหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

ข้อที่ 7 ความสุข คือ ทางเลือก

ความสุขของเราไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับการยอมรับของผู้อื่น

ความสุขไม่ได้อยู่ ๆ จะเกิดขึ้นเอง แต่มันคือสิ่งที่เราตัดสินใจเลือก

อย่ารอความสุขเดินมาหา เราต้องเป็นผู้คว้ามันมาด้วยมือตัวเอง ความสุขก็เปรียบเหมือนอากาศที่ล่องลอยอยู่เต็มไปหมด เพื่อรอคอยให้เราสูดดม

การมีความสุขหมายความว่า “เราตัดสินใจที่จะเลือกมีความสุข” แถมเป็นการเลือกที่ไม่เสียเงินด้วย

ไม่ว่าจะเกิดขึ้นอะไร เราเลือกที่จะสุขได้ จงเลือกความสุข

ความสุขมีไว้เลือก ไม่ได้มีไว้ชม

ข้อที่ 8 ความสุขอยู่ตรงนี้ ไม่ได้อยู่ตรงนั้น

หยุดวิ่งไล่ความสุข หยุดดีเลย์ความสุขออกไป ความสุขอยู่ที่นี่และเดี๋ยวนี้ อนาคตเป็นเพียงนิยายที่ไม่มีวันมาถึงจริง

ไม่โหยหา “ความสุข” ในอนาคต หันมาเสพ “ความสุข” ในตอนนี้

ความสุขไม่ได้อยู่ที่ 10 ปี 5 ปี 10 เดือน 10 วันข้างหน้า แต่มันอยู่ที่นี่ ที่ปัจจุบันขณะ

ถ้าตอนนี้ วันนี้เรามีความสุข อนาคต พรุ่งนี้เราก็จะมีความสุข ทำวันนี้ให้เต็มที่

จงเป็นคนโลภที่จะเสพความสุข ซึมซับความสุขให้มากเท่าที่จะทำได้

ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันขณะ เรียนรู้อดีต พร้อมเปิดรับอนาคตที่จะเข้ามาแล้วเราจะเข้าถึงความสุขได้ง่ายขึ้น

Happiness is here and now ความสุขอยู่ ณ ตรงนี้ และ ณ เดี๋ยวนี้

ข้อที่ 9 วิธีสร้างความสุข คือ ทำให้คนอื่นมีความสุข

ความสุขก็เหมือนบูมเมอแรง ยิ่งทำให้คนอื่นมีความสุขมากเท่าใด ก็จะได้รับความสุขคืนกลับมาเท่านั้น

บ่อยครั้งที่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพียงลำพัง ไม่ได้มอบความสุขให้เรา แต่ความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สร้างผลกระทบที่ดีต่อผู้อื่น กลับมอบความสุขให้แก่เราได้มหาศาล

การได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้คนอื่นมีความสุข เราก็จะกลายเป็นความสุขของคนนั้นไปด้วย

ผลตอบแทนจากการทำให้คนอื่นมีความสุขนั้นมหาศาล ลองสังเกตคนที่ชอบให้และช่วยเหลือคนอื่นด้วยใจจริง พวกเค้ามักจะมีความสุขตลอดเวลา เพราะมีความทรงจำดี ๆ ติดตัวให้คอยนึกถึงอยู่เสมอ

ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าการทำให้คนอื่นมีความสุข และมันคือ ความสุขที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งที่มนุษย์สามารถทำได้

เรายิ้มได้ เมื่อได้ทำให้คนอื่นยิ้มและมีความสุขได้ ยิ่งให้มากเท่าไหร่ เราก็จะได้รับมากเท่านั้น

ข้อที่ 10 อยากมีความสุข ก็ต้องบ่มเพาะนิสัยแห่งความสุข

ความสุขในชีวิตมาจากอุปนิสัย สิ่งที่เราทำในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ จะกำหนดว่าเราจะมีความสุขหรือไม่

เราเป็นทั้งนายและทาสของนิสัย มนุษย์เราเป็นผลผลิตรวมของอุปนิสัย และความสุขก็เกิดจากนิสัยเช่นกัน

ความสุขเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นครั้ง เป็นคราว มันควรอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา และวิธีที่ดีที่สุด คือ ทำความสุขให้กลายเป็นนิสัย

ตัวอย่างนิสัยแห่งความสุข

  1. มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง
  2. ฝึกมองโลกในทัศนคติเชิงบวก
  3. ออกกำลังกายบ้าง
  4. ซาบซึ้งกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ
  5. อ่านหนังสือ ขยายขอบเขตของสิ่งที่รู้
  6. ยิ้มให้เยอะ ๆ
  7. เสพสิ่งที่ดีต่อจิตใจ

อยากมีความสุขมากขึ้น ก็ต้องบ่มเพาะนิสัยแห่งความสุข แล้วความสุขจะติดตัวเราไปตลอด

สุขจนเป็นนิสัยไปเลย

ข้อที่ 11 เรามีหน้าที่รับผิดชอบความสุขของตัวเอง 100%

ความสุขของเรา คือ ความรับผิดชอบของเราเอง อย่าหวังพึ่งพาผู้อื่นที่จะมาทำให้เรามีความสุข

เราเป็นคนเดียวที่สามารถเป็นผู้กำหนดและมอบความสุขให้แก่ชีวิตเราได้

มันคือจุดเริ่มต้นของการเชื่อว่าชีวิตอยู่ในมือของเรา ไม่ใช่ของใครคนอื่น

ถึงแม้บางครั้งมันจะยาก แต่อย่าสูญเสียความเชื่อที่ว่า เรามีอำนาจในการกำหนดความสุขของตัวเอง

หยุดคาดหวังว่าจะมีใครมาทำให้เรามีความสุข เราต้องสุขด้วยตัวเราเอง

ความสุขคือความรับผิดชอบของเรา ความสุขอยู่ในกำมือของเรา

ข้อที่ 12 ความสุขแทรกตัวอยู่กับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน

ความสุขในชีวิตไม่จำเป็นต้องเป็นความสุขที่ใหญ่โตเสมอไป เราสามารถมีความสุขกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันได้เสมอ

มีสิ่งไหนบ้างในแต่ละวันที่เราทำเป็นประจำ ลองใช้ความรู้สึกสัมผัสกับมันให้ลึกและซึ้งมากยิ่งขึ้น แล้วจะพบว่า เราสามารถมีความสุขได้ แม้จะไม่ใช่สิ่งใหญ่โต

เห็นนกร้องก็มีความสุข ได้ฟังเพลงที่โปรดปรานก็มีความสุข ได้เห็นรอยยิ้มของผู้คนก็มีความสุข ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมรู้ว่ายังมีลมหายใจก็มีความสุข

ความสุขไม่ใช่สิ่งแสนวิเศษ แต่เป็นสิ่งที่แสนธรรมดาที่แทรกตัวอยู่ในชีวิตประจำวัน

เพราะความสุขไม่ได้วัดกันที่ขนาด แต่วัดที่ความสม่ำเสมอต่างหาก

สุขแม้แต่กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเรียบง่าย แต่ลงตัว และยั่งยืน

จงทำให้ “ความสุข” เป็นสิ่งสำคัญเหมือน “อาหาร” และ “น้ำ”

ข้อที่ 13 ความสุขไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทาง แต่อยู่ระหว่างทาง

ชีวิต คือ การเดินทางอันยาวไกล ถ้าไม่มีความสุขระหว่างการเดินทาง เป้าหมายนั้นก็อาจไม่ควรค่าแก่การทุ่มเท

ตลอดเส้นทางของชีวิต ทุกย่างก้าว จะมีเรื่องท้าทายมากมาย ให้ได้สร้างประสบการณ์ ลิ้มรสชาติ แล้วเราจะเติบโต

จงสนุก และมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างทาง นำชีวิตผูกไว้กับระหว่างทางมากกว่าผูกไว้กับจุดหมายปลายทาง

เพราะเราไม่รู้หรอกว่า เราจะไปถึงปลายทางเมื่อไหร่ อาจจะไม่ถึงเลยก็ได้ ชิงมีความสุขตั้งแต่ตอนนี้ น่าจะเยี่ยมกว่า

ความสุข ความงามของชีวิตอยู่ระหว่างทาง หาใช่เส้นชัยไม่

เราทุกคนล้วนเป็นนักเดินทาง การผจญภัยมีไว้สำหรับทุกคน และเราทุกคนอยู่ในการผจญภัยนี้แล้ว จงตื่นเต้น และมีความสุขกับมัน

ข้อที่ 14 ความสัมพันธ์ที่ดี คือ หัวใจของการมีความสุข

เมื่อเราเห็นคนที่รักมีความสุข เราก็พลอยมีความสุขไปด้วย

ความสุขเป็นโรคติดต่อ ความสุขเป็นสิ่งที่ส่งต่อได้ และความสุขของเรามักขึ้นอยู่ผู้คนรอบข้างของเรา

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ ทุกคนล้วนต้องการความสัมพันธ์ที่ดี

งานวิจัยยืนยันว่า ชีวิตที่มีความสุข คือ ชีวิตที่ให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์รอบตัวมากกว่าที่จะสนใจชื่อเสียง เงินทอง

หนึ่งสิ่งที่ทำให้คนเรารู้สึกไม่มีความสุขมากที่สุด คือ ความรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ

ถ้าอยากให้คนรอบข้าง คนที่เรารักมีความสุข จงเป็นผู้มีความสุข แล้วความสุขจะถูกส่งต่อหาพวกเขา พวกเขาจะได้รับความสุขจากเรา

เพราะความสุขแพร่กระจายได้ ความสุขของเราจะกลายเป็นความสุขคนที่เรารักด้วย และความสุขของคนรอบข้างก็จะกลายเป็นความสุขของเราด้วย

อยากมีความสุข ต้องคัดกรองคนที่จะเข้ามาในชีวิตให้ดี เพราะจะส่งผลกระทบต่อความสุข ความทุกข์ของเราได้มหาศาล

ข้อที่ 15 ถ้าไม่มีความสุข ไม่ได้หมายความว่า เราเป็นคนบกพร่อง

เราทุกคนล้วนต้องมีช่วงเวลาแห่งการไม่มีความสุข การไม่มีความสุขเป็นปกติของความเป็นมนุษย์

เราไม่สามารถมีความสุขตลอดเวลาได้ และเช่นกันเราไม่สามารถไม่มีความสุขตลอดเวลา ดังนั้น ถ้าไม่มีความสุข ก็ใช่ว่าเราเป็นคนที่แย่ เป็นคนที่บกพร่อง

อย่าปล่อยให้ความสุขหรือการไม่มีความสุข มากำหนดคุณค่าของตัวเรา

มันโอเคที่จะไม่มีความสุข และไม่มีอะไรผิดปกติเลย ตัวตนความเป็นมนุษย์ในตัวเราต่างหากที่สำคัญ

ข้อที่ 16 ตั้งเป้าหมายเพื่อความสุข ไม่ใช่ตั้งเป้าหมายเพื่อความสำเร็จ

ความสำเร็จสำคัญ สำคัญมากด้วย แต่ไม่ใช่เป้าหมายหลักที่เราควรโฟกัส

เราล้วนอยากประสบความสำเร็จ แต่เบื้องหลังของความสำเร็จนั้น คือ ความสุข

เราคาดหวังว่าจะได้รับความสุขจากความสำเร็จนั้น

การที่เราตั้งเป้าหมายไปที่ความสำเร็จอาจจะไม่ใช่จุดโฟกัสที่ดีนัก เพราะจะทำให้เรารอคอยถึงความสำเร็จเสียก่อน ถึงจะเติมเต็มหรือมีความสุข

การตั้งเป้าหมายเพื่อความสุข จะทำให้เรามีมุมมองไม่ใช่แค่ต้องสำเร็จอย่างเดียว โดยไม่สนใจความสุข มันทำให้คอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ใช่ความสำเร็จสำคัญ แต่ความสุขสำคัญกว่า เพราะสำเร็จโดยปราศจากสุข ก็อาจจะว่างเปล่า

เป้าหมาย คือ ความสุข เงินตราและชื่อเสียง คือ องค์ประกอบของความสุขนั้น

ข้อที่ 17 สร้างพื้นที่แห่งความสุขของตัวเองขึ้นมา

ความสุขต้องพื้นที่ ความสุขต้องการการออกแบบ

ในชีวิตเราทุกคนต้องมีบางสิ่งที่เรารู้สึกดี สนุก และมีความสุขที่ได้ทำมัน

ลองสร้างสภาพแวดล้อมแห่งความสุขขึ้นมา ไม่ต้องรอให้มันเกิดขึ้นเอง เราออกแบบความสุขได้

เช่น เราชอบธรรมชาติ ก็ลองเอาต้นไม้เล็ก ๆ มาปลูกดีไหม เราชอบดูซีรีส์ ก็จัดเวลาให้ตัวเองได้ดูซีรีส์ และสร้างบรรยากาศดี ๆ ดีไหม

ออกห่างจากโซเชียลมีเดียบ้าง ลองหางานอดิเรกที่ทำแล้วมีความสุข

ถ้าดิสนีย์แลนด์ คือ พื้นที่แห่งความสุข ก็จงสร้างดิสนีย์แลนด์ฉบับของตัวเองขึ้นมา แล้วเพลิดเพลินกับมัน

ข้อที่ 18 ความสุขจะมีค่าไม่ได้ ถ้าไม่มีความทุกข์

เราซาบซึ้งความสุขมากขึ้น เมื่อเราเคยเผชิญความทุกข์ยากมาก่อน

ความสุข เป็นสิ่งที่รูปธรรม ไม่มีใครมาขีดเส้นแบ่งให้เราได้ว่า ความสุขระดับนี้ ระดับไหน ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่จะเราเห็นคุณค่าของความสุขได้ชัดเจน คือ ต้องมีตัวเปรียบเทียบ

ตัวเปรียบเทียบที่ทรงพลังที่สุด หาใช่เทียบกับคนอื่น แต่เป็นการเทียบกับความทุกข์ที่เราเคยพบเจอมา

ยิ่งคนผ่านความทุกข์มามากเท่าใด ยิ่งซาบซึ้งคุณค่าของความสุขมากขึ้นเท่านั้น

เราไม่อาจหาความสุขพบในที่ที่ปลอดปัญหา เรามักจะพบความสุข ทั้ง ๆ ที่มีปัญหา มีความทุกข์อยู่นี่แหละ

ปราศจากความทุกข์ยากลำบาก ความสุขก็เป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย สิ่งที่ได้มายาก มักจะงดงามเสมอ

ความเจ็บปวด ความทุกข์ยากลำบาก เปรียบเหมือนดวงตะวัน ในที่สุดก็จะลับขอบฟ้าแล้วเปิดทางให้ความสุข จงต้อนรับมัน

No pain No happiness ไม่มีความเจ็บปวด ก็ไร้ความสุข

ข้อที่ 19 การรู้จุดมุ่งหมายของชีวิตช่วยเติมเต็มความสุข

คงยากที่จะมีความสุขอย่างเต็มเปี่ยม ถ้าไม่รู้ว่าชีวิตเรามีจุดมุ่งหมายอะไร

งานวิจัยพบว่า สิ่งที่บ่งบอกว่าคนเรามีความสุขหรือไม่นั้น ให้ดูว่าคนนั้นคิดว่าตัวเองมีจุดมุ่งหมายในชีวิตหรือไม่

การแสวงหาจุดมุ่งหมายในชีวิต เช่น เราเกิดมาเพื่ออะไร? ดำรงเพื่ออะไร? และจะทิ้งมรดกอะไรไว้บนโลกใบนี้?

จะทำให้มีความสุขอย่างเต็มเปี่ยม เพราะรู้ว่าสิ่งที่เราทำมีความหมายอย่างไรต่อตัวเองและผู้อื่น

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อแค่เพิ่มประชากรมนุษย์ เราถูกจับมาอยู่บนโลกนี้เพื่อสร้างความหมายบางอย่าง

ถึงแม้มันจะเล็กน้อย ก็มีความหมาย เช่น เป็นพ่อแม่ที่ดีของลูก เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ดีในสังคม เป็นแฟนที่ดี ช่วยเหลือน้องหมา

ความหมายช่วยเติมเต็มเหตุผลของการมีอยู่ และเหตุผลของการมีอยู่ช่วยเติมเต็มความสุขของเรา

จุดมุ่งหมาย จะเป็นเข็มทิศในชีวิต เมื่อเผชิญสถานการณ์เลวร้าย เราจะทน และมีความสุขได้ เมื่อรู้ว่าเราสู้เพื่ออะไร จงใช้ชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมาย

ข้อที่ 20 ถามตัวเองบ่อย ๆ

เรามักเสียเวลา เสียพลังงานไปกับสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขจริง ๆ

บางคนใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อหมดไปกับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ต้องการอย่างแท้จริง พอรู้ตัว ก็สายเสียไปแล้ว

เรามักจะเสียใจกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ มากกว่ากับสิ่งที่ทำ

เราต้องทุ่มเททรัพยากรที่มีจำกัดไปกับสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง การกลั่นกรองด้วยการตั้งคำถามกับตัวเอง จึงเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด

เมื่อเปลี่ยนคำถาม ชีวิตก็เปลี่ยน

ลองถามตัวเองบ่อย ๆ ว่า “สิ่งที่ทำอยู่นี้ ทำให้เรามีความสุขจริง ๆ ไหม?”

ถามตอนนี้เลยครับ

ก่อนจากกัน

อ่านจบแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ มีชอบข้อไหนเป็นพิเศษไหมครับ? 😊

หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้รับประโยชน์จากบทความนี้นะครับ และอย่าลืมแวะเข้ามาอ่านบ่อย ๆ นะครับ เพราะผมจะคอยอัปเดตเนื้อหาอยู่เสมอ เมื่อเจอมุมมองเกี่ยวกับความสุขที่น่าสนใจ และคิดว่าจะมีประโยชน์ 🙏

สำหรับผมแล้ว ความสุข ที่นิยามตอบโจทย์ที่สุด ณ ปัจจุบัน คือ “ความสุข คือ ชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยความหมายและคุณค่า”

แล้วเพื่อน ๆ ละครับ ตอนนี้นิยามความสุขของตัวเองว่ายังไงครับ?

ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้ครับ ขอให้เป็นวันที่มีความหมายครับ!