3 สิ่งที่ผู้ประสบความสำเร็จทำ (3 Things Successful People Do The Road Map That Will Change Your Life) เขียนโดย John C. Maxwell Min

📚 สรุปหนังสือ 3 สิ่งที่ผู้ประสบความสำเร็จทำ (3 Things Successful People Do)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

การประสบความสำเร็จเป็นสิ่งที่เราทุกคนล้วนต้องการ หนังสือเล่มนี้ได้ตอบโจทย์มุมมองของความสำเร็จ และวิธีการได้ครอบคลุมและดีที่สุด โดยสรุป คือ เราต้องมีจุดมุ่งหมายในชีวิต เติบโตสู่ศักยภาพสูงสุดของตัวเอง แล้วแบ่งปันความสำเร็จนี้ให้แก่ผู้คน

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“เราดำรงอยู่ชั่วคราวด้วยสิ่งที่เรารับ แต่เราอยู่ตลอดไปด้วยสิ่งที่เราให้”

สรุปหนังสือ 3 สิ่งที่ผู้ประสบความสำเร็จทำ (3 Things Successful People Do – The Road Map That Will Change Your Life) เขียนโดย John C. Maxwell

  • แน่นอว่ามันยากที่จะนิยามความสำเร็จ แต่ถ้าเราไม่รู้ว่า “ความสำเร็จคืออะไร” แล้วเราจะบรรลุมันได้ยังไง?
  • เราจะเริ่มเส้นทางแห่งความสำเร็จยังไง? ต้องมีอะไรถึงประสบความสำเร็จ? สิ่งที่เราต้องจำเป็นต้องมี 2 สิ่ง คือ ภาพแห่งความสำเร็จที่ถูกต้อง และหลักการที่ถูกต้องในการไปถึงความสำเร็จนั้น
  • ภาพแห่งความสำเร็จที่ถูกต้องของความสำเร็จ “ความสำเร็จ คือ การเดินทางมากกว่าจุดหมายปลายทาง”
  • ประโยชน์ของการมุ่งความสนใจไปที่เส้นทางแห่งความสำเร็จแทนที่จะไปถึงจุดหมายหรือบรรลุเป้าหมาย คือ การที่เรามีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จในวันนี้ คือสิ่งที่เราเป็นอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เราหวังว่าจะเป็นอย่างเลือนลางในวันใด วันหนึ่งในอนาคต
  • 3 สิ่งที่ต้องทำในการบรรลุความสำเร็จ คือ รู้จุดมุ่งหมายในชีวิต เติบโตเพื่อบรรลุศักยภาพสูงสุด และหว่านเมล็ดพันธุ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

สิ่งที่ 1 ที่ผู้ประสบความสำเร็จทำ: รู้จุดมุ่งหมายในชีวิต (Knowing Your Purpose)

  • ถ้าเราสามารถไปที่ใดก็ได้ (บรรลุความสำเร็จ) เราอยากจะไปที่ไหน คำตอบของคำถามนี้ จะช่วยตัดสินว่า เราจะประสบความสำเร็จหรือไม่
  • เราทุกคนต่างเดินทาง ไม่ว่าเราจะรู้หรือไม่ก็ตาม เรากำลังเดินทางไปสู่จุดจบของชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • คำถามที่แท้จริงสำหรับเรา คือ เราจะเลือกจุดหมายปลายทางและกำหนดทิศทางของเส้นทางนั้น หรือปล่อยให้ตัวเองถูกคลื่นซัดไป ซัดมา ปล่อยให้คนอื่นตัดสินใจว่าเราจะลงเอยที่ใด ทางเลือกทั้งสองขึ้นอยู่กับเรา
  • ความสำเร็จคือการเดินทาง เราจะไม่ประสบความสำเร็จเมื่อไปถึงสถานที่ใดสถานที่หนึ่งหรือบรรลุเป้าหมายบางอย่าง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราควรเดินทางโดยไม่ระบุจุดหมายปลายทาง
  • เราไม่สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายและเติบโตไปสู่ศักยภาพได้ หากไม่รู้ว่าควรไปในทิศทางใด เราต้องระบุและแล่นเรือไปยังปลายทางของเรา และปลายทางที่ว่า คือ “ความฝัน”

ความฝันช่วยให้เรารู้ว่าเราจะไปที่ไหน

  • ความฝันทำหลายสิ่งหลายอย่างให้เรา
  • ความฝันมอบทิศทางให้แก่เรา
    • เราทุกคนต้องการบางสิ่งที่คุ้มค่าที่จะตั้งเป้าไว้ ความฝันทำให้เราได้รับสิ่งนั้น มันทำหน้าที่เป็นเข็มทิศบอกทิศทางที่เราควรเดินทาง
    • จนกว่าเราจะระบุทิศทางที่ถูกต้องได้ เราจะไม่มีทางรู้แน่ชัดว่าการเคลื่อนไหวของเรานั้นคืบหน้าไปจริงๆ
    • หากเราก้าวไปในทิศทางอื่นนอกเหนือจากความฝัน เราอาจจะพลาดโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ
  • ความฝันทำให้เราเห็นศักยภาพที่แท้จริงของเรา
    • หากปราศจากความฝัน เราอาจมองไม่เห็นศักยภาพในตัวเอง เพราะไม่ได้มองข้ามสถานการณ์ปัจจุบัน
    • ความฝันทำให้เราเริ่มมองเห็นตัวเองในมุมมองใหม่ ว่าเรามีศักยภาพ และสามารถขยาย และเติบโตเพื่อไปให้ถึงมันได้
    • ยิ่งมีความฝันมากเท่าไหร่ ศักยภาพก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
  • ความฝันช่วยจัดลำดับความสำคัญในชีวิตของเรา
    • ความฝันทำให้เรามีความหวังในอนาคต และมีพลังในปัจจุบัน
    • ความฝันทำให้เราสามารถจัดลำดับความสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำ
    • คนที่มีความฝันจะรู้ว่า ต้องสละอะไรเพื่อที่จะไปถึงมัน จะสามารถวัดทุกอย่างได้ว่า สิ่งนี้ สิ่งนั้นจะช่วยให้ฝันเป็นจริงหรือไม่
    • ความฝันทำให้เราจดจ่อกับสิ่งที่ทำให้เข้าใกล้ความฝันมากขึ้น และไม่ให้ความสนใจกับสิ่งที่ไม่สำคัญ
  • ความฝันเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับสิ่งที่เราทำ
    • ความฝันทำให้เรามองสิ่งเดิมเปลี่ยนไป เช่น เราจะรู้สึกงานนี้มีคุณค่า มูลค่ามากขึ้น แม้มันดูไม่น่าตื่นเต้นหรือไม่ให้รางวัลเราในทันที เมื่อเรารู้ว่างานนี้มีส่วนทำให้เราเข้าใกล้ หรือเติมเต็มความฝันมากยิ่งขึ้น
    • ทุกสิ่งที่เราทำ จะกลายเป็นส่วนสำคัญเล็ก ๆ ในภาพที่ใหญ่ขึ้น
    • ความฝันทำให้เรามีความเพียรพยายาม

ทัศนคติกำหนดว่าเราจะไปถึงจุดไหน

  • ทัศนคติเป็นทรัพย์สินที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
  • สุนทรพจน์ของ John F. Kennedy นำแนวคิดเรื่องการลงจอดบนดวงจันทร์ จากความฝันที่เป็นไปไม่ได้ไปสู่เป้าหมายที่ทำสำเร็จ การลงจอดบนดวงจันทร์กลายเป็นความจริง เพราะทัศนคติที่เปลี่ยนไป เมื่อทัศนคติของเรามองไปไกลกว่าความสามารถในปัจจุบัน แม้แต่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ก็เป็นไปได้
  • ความฝัน + ทัศนคติที่ถูกต้อง = ความสำเร็จ หากปราศจากอันใดอันหนึ่ง เราจะไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ไกลนัก
    • ความฝันที่ไม่มีทัศนคติเชิงบวก คือ การฝันกลางวัน
    • ทัศนคติเชิงบวกโดยปราศจากความฝัน คือ ไม่ก้าวหน้าไปไหนได้ไกล
  • ทัศนคติเป็นตัวกำหนดว่าเราสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ไกลแค่ไหน
  • ทัศนคติ ไม่ใช่ความฉลาด, ความสามารถ, การศึกษา, ความสามารถเชี่ยวชาญ, โอกาส หรือแม้กระทั่งการทำงานหนัก แต่มันเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดว่าเราจะทำตามความฝันได้หรือไม่
  • ทัศนคติไม่เพียงแต่ชี้นำอนาคต ยังส่งผลต่อตัวตนของเราในทุกวันนี้ด้วย สิ่งที่เราเลือกในตอนนี้เป็นผลมาจากทัศนคติ ทัศนคติกำหนดการกระทำ และการกระทำกำหนดความสำเร็จ
  • ตัวตนที่เราเป็นและที่ที่อยู่ทุกวันนี้เป็นผลมาจากทัศนคติ
  • ทัศนคติ คือ การเลือก เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตัวเราต่างหากที่สำคัญ
  • ความจริง คือ ไม่ว่าสถานการณ์จะดีแค่ไหน เราก็สามารถหาเหตุผลที่จะมีทัศนคติเชิงลบได้ และไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน เราก็สามารถหาวิธีรักษาทัศนคติที่ดีได้
  • ยิ่งมีทัศนคติที่ดีเท่าไหร่ ก็จะไปได้ไกลมากขึ้นเท่านั้น
  • ผลการศึกษาของ Fortune 500 พบว่า 94% ของผู้บริหารที่ตอบแบบสำรวจทั้งหมดถือว่าความสำเร็จของพวกเขามาจากทัศนคติมากกว่าปัจจัยอื่น ๆ
  • ทัศนคติทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลว
  • คุณภาพชีวิต และระยะเวลาบนเส้นทางแห่งความสำเร็จขึ้นอยู่กับทัศนคติ และเราคือผู้เดียวในโลกนี้ที่มีพลังที่จะทำให้มันดีขึ้น
  • 7 สัญญาของทัศนคติที่ดี
    1. เชื่อมั่นในตนเอง – การเห็นคุณค่าตนเองในเชิงบวกเป็นคุณลักษณะเฉพาะของบุคคลที่มีทัศนคติที่ดี
    2. ความเต็มใจที่จะเห็นสิ่งที่ดีที่สุดในผู้อื่น – ยากที่จะเห็นใครที่คิดบวก ไม่รักคนอื่น และไม่พยายามมองหาข้อดีในตัวผู้อื่น
    3. มองเห็นโอกาสได้ทุกที่ – โอกาสไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชค สิ่งเหล่านี้เป็นผลจากทัศนคติที่ถูกต้อง
    4. สนใจไปที่วิธีแก้ปัญหา ไม่ใช่ปัญหา – มองเห็นวิธีแก้ปัญหาในทุกปัญหา และความเป็นไปได้ในทุกความเป็นไปไม่ได้
    5. ความปรารถนาที่จะให้ – ใช้เวลาและพลังงานไปกับสิ่งที่สามารถมอบให้ผู้อื่นได้ มากกว่าสิ่งที่จะได้รับ
    6. ยืนหยัด – ความสามารถในการกัดไม่ปล่อย เอาชนะความท้อแท้ และเดินหน้าต่อไปเมื่อเผชิญกับความผิดหวัง
    7. ความรับผิดชอบต่อชีวิต – เต็มใจที่จะรับผิดชอบต่อชีวิต ต่อความคิด ต่อผลลัพธ์ของตนเอง

เป้าหมาย สร้างเส้นทางสู่ความสำเร็จ

  • คนส่วนใหญ่ให้เวลากับการวางแผนวันหยุดพักผ่อนมากกว่าที่พวกเขาทำเพื่อวางแผนชีวิต
  • เป็นความจริงที่ว่าเราไม่สามารถเริ่มต้นเส้นทางแห่งความสำเร็จได้ จนกว่าจะรู้ว่าเราต้องการไปที่ไหน แต่เราก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน หากไม่รู้ว่าคุณเริ่มต้นจากที่ไหน
  • เป้าหมายที่ตั้งไว้จะกลายเป็นเส้นทาง จะแสดงให้เราเห็นว่าต้องเดินทางอย่างไร
  • สิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จ คือการเคลื่อนไปสู่จุดหมายอย่างต่อเนื่อง และการตั้งเป้าหมายเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นต่อไป
  • ในการเดินทาง เราต้องวางแผน หากเราเพิ่งเริ่มขับรถ จะไม่มีการบอกว่าเราจะลงเอยที่ใด แต่เมื่อเราวางแผนล่วงหน้าและรู้ว่ากำลังจะไปที่ใด เราก็จะสามารถเดินทางไปถึงจุดหมายได้สำเร็จ และสามารถทำได้ในเวลาที่เหมาะสม แถมยังสนุกกับการเดินทางไปพร้อมกันด้วย
  • เป้าหมายช่วยดึงความรู้สึกสัมผัสถึงจุดมุ่งหมาย
  • เป้าหมายทำให้เรามีบางสิ่งที่เป็นรูปธรรมเพื่อมุ่งเน้น และมันจะส่งผลดีต่อการลงมือทำ
  • เป้าหมายช่วยให้เรามุ่งความสนใจไปที่จุดมุ่งหมาย และช่วยให้เรารู้ว่าเรากำลังจะไปไหน
  • เราจะไม่ก้าวไปข้างหน้าเว้นแต่จะมีแรงจูงใจให้ทำเช่นนั้น ซึ่งเป้าหมายสามารถช่วยสร้าง และรักษาแรงจูงใจนั้นได้
  • เมื่อเราทำกิจกรรมขนาดใหญ่ (เช่น ความฝัน) แล้วแยกย่อยออกเป็นส่วนเล็ก ๆ (เป้าหมาย) ที่จัดการได้ง่ายฃ เท่ากับว่าเราได้เตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับความสำเร็จแล้ว
  • เป้าหมาย คือ ตัวแทนของความคืบหน้า
  • เป้าหมายเป็นเหมือนเครื่องหมายกิโลของเส้นทางแห่งความสำเร็จ
  • ความฝันกำหนดเป้าหมาย เป้าหมายนำไปสู่การกระทำ การกระทำสร้างผลลัพธ์ และผลลัพธ์ทำให้เราประสบความสำเร็จ
  • เคล็ดลับในลงมือตามเป้าหมาย คือ การเริ่มต้น
  • ในขณะที่ลงมือทำตามเป้าหมาย เราจะต้องทบทวนเป้าหมายและความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อทำการปรับเปลี่ยน เป้าหมายบางอย่างอาจไม่ส่งผลดีต่อความฝัน เราต้องคอยกำจัดทิ้งไป
  • เมื่อบรรลุเป้าหมายบางอย่างแล้ว ให้ใช้เวลาในการเฉลิมฉลองด้วย
  • แนวทางการตั้งเป้าหมาย
    • เขียน – กระบวนการเขียนเป้าหมายช่วยให้เราชี้แจงสิ่งที่ตั้งใจจะทำ เข้าใจถึงความสำคัญของเป้าหมาย และมุ่งมั่นที่จะทำให้มันเกิดขึ้น การเขียนเป้าหมายทำให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น
    • ส่วนตัว – เป้าหมายต้องอยู่ในอำนาจที่เราจะสามารถควบคุมได้ และบรรลุผลสำเร็จเป็นการส่วนตัว
    • เจาะจง – ทำให้เป้าหมายเฉพาะเจาะจงให้ได้มากที่สุด ถ้าเป้าใหญ่ ให้ย่อยลงให้เจาะจงมากขึ้น
    • สามารถบรรลุได้ – อย่าวางมันให้ไกลเกินเอื้อมจนไม่สามารถบรรลุได้ เราจะท้อแท้ เพราะเป้าหมายต้องสร้างแรงจูงใจ ไม่ใช่ข่มขู่
    • วัดผลได้ – วิธีวัดผลง่ายที่สุดให้ถามตัวเองว่า “ฉันบรรลุเป้าหมายนี้แล้วหรือยัง” ถ้าตอบได้หรือไม่ได้ แสดงว่าเป้าหมายนี้วัดผลได้
    • มีเดดไลน์ – หากไม่มีเส้นตาย เป้าหมายส่วนใหญ่ไม่เคยเปลี่ยนจากความฝันสู่ความเป็นจริงได้ ให้เขียนวันที่ต้องเสร็จสิ้นสำหรับทุก ๆ เป้าหมาย

สิ่งที่ 2 ที่ผู้ประสบความสำเร็จทำ: เติบโตสู่ศักยภาพสูงสุดของตัวเอง (Growing to Your Maximum Potential)

วางแผนการเติบโต

  • คนส่วนใหญ่ไม่เต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลง แต่ความจริง หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง การเติบโตก็เป็นไปไม่ได้
  • การเติบโตเป็นทางเลือก เราสามารถเลือกที่จะเติบโตหรือต่อต้านมัน แต่จงรู้ไว้ว่า ผู้คนที่ไม่เต็มใจที่จะเติบโต จะไม่มีวันบรรลุศักยภาพของตน
  • คนที่มีความสุขที่สุด คือ คนที่เติบโตขึ้นทุกวัน
  • วิธีการสร้างการเติบโตให้ตนเอง
    1. เลือกชีวิตแห่งการเติบโต
      • วิธีเดียวที่จะปรับปรุงคุณภาพชีวิต คือการปรับปรุงตัวเอง
      • ถ้าต้องการเดินทางสู่ความสำเร็จ ก็ต้องมีชีวิตที่เติบโต และวิธีเดียวที่จะเติบโต คือ เลือกที่จะเติบโต
    2. เริ่มเติบโตตั้งแต่วันนี้
      • วิธีที่ดีที่สุดเพื่อประสบความสำเร็จ คือ การเริ่มเติบโตในวันนี้
      • การเติบโตในวันนี้ คือการลงทุนเพื่ออนาคต
      • ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเข้าใกล้ศักยภาพของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
    3. เปิดใจเรียนรู้
      • อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการเติบโตไม่ใช่ความเขลา มันคือความรู้
      • ยิ่งเรียนรู้มากเท่าไหร่ โอกาสที่คิดว่าเรารู้ทั้งหมดก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และหากเป็นแบบนี้ เราก็จะไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ และเราก็จะไม่เติบโต
    4. มุ่งเน้นการพัฒนาตนเองไม่ใช่การเติมเต็ม
      • การเติมเต็มตนเองคือการรู้สึกดี แต่การพัฒนาตนเองนั้นสำคัญกว่า
      • ความรู้สึกดีเป็นผลพลอยได้ ไม่ใช่เป้าหมาย
    5. อย่าพอใจกับความสำเร็จในปัจจุบัน
      • ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของความสำเร็จในวันพรุ่งนี้คือความสำเร็จของวันนี้
      • ไม่ว่าวันนี้จะประสบความสำเร็จแค่ไหน อย่าพึ่งพอใจ
    6. เรียนรู้ตลอดชีวิต
      • การเรียนรู้บางสิ่งทุกวันคือแก่นแท้ของการเป็นผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
      • ต้องปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ ไม่เพียงแต่การได้มาซึ่งความรู้เพื่อทดแทนสิ่งที่ลืม แต่ยังต้องสร้างจากสิ่งที่เราเรียนรู้จากเมื่อวานนี้ด้วย
    7. จดจ่อกับสิ่งสำคัญไม่กี่เรื่อง
      • โฟกัสให้แคบลง ให้เวลาและพลังงานไปกับสิ่งที่เป็นหัวใจของชีวิตเราเท่านั้น
    8. สร้างแผนเพื่อการเติบโต
      • กำหนดตารางพัฒนาตัวเอง เวลา 1 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์สำหรับการพัฒนาตัวเอง
      • เริ่มต้นด้วยการระบุ 3-5 ด้านที่ต้องการเติบโต จากนั้นมองหา หนังสือ วิดีโอ พอดแคสต์ แล้วรวมไว้ในตารางพัฒนาตัวเอง
    9. ต้องแลกเปลี่ยน
      • การเติบโตนั้นคุ้มค่ากับราคาที่เราจ่ายไปเสมอ
      • ความสำเร็จต้องใช้ความพยายาม และเราไม่สามารถเดินทางได้ หากนั่งเฉยๆ
    10. ลงมือทำ
      • สิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาตนเองคือการลงมือทำ
      • เรียนรู้เพื่อนำไปลงมือทำ ลงมือทำในสิ่งที่เรียน

จัดการกับอุปสรรค

  • เมื่อออกเดินทาง เราไม่มีทางรู้แน่ชัดว่ามันจะเป็นไปตามแผนหรือไม่ หลายอย่างที่ไม่คาดอาจเกิดขึ้น
  • กุญแจสำคัญประการหนึ่งสู่ความสำเร็จคือการก้าวต่อไปในการเดินทาง ทำให้ดีที่สุดจากทางเบี่ยงและอุปสรรค เปลี่ยนความยากลำบากให้เป็นข้อได้เปรียบ
  • สิ่งเบี่ยงเบนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสองทางที่เราต้องเผชิญ คือ ความกลัวและความล้มเหลว
  • ความจริงเกี่ยวกับความกลัว
    • เราทุกคนล้วนมีความกลัว
    • ความกลัวอาจเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ หากเราให้อนุญาตมาควบคุมชีวิต
    • รูปแบบความกลัวที่สามารถสร้างขึ้นในชีวิต: ความกลัวทำให้เกิดการไม่ลงมือทำ การไม่ลงมือทำนำไปสู่การขาดประสบการณ์ การขาดประสบการณ์ทำให้เกิดความเขลา และความเขลาทำให้เกิดความกลัว
    • ความกลัวทำให้ไปไม่ถึงศักยภาพ และป้องกันไม่ให้ก้าวไปข้างหน้าสู่จุดมุ่งหมายในชีวิต
    • ความกลัวส่วนใหญ่ที่เราเผชิญไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง สิ่งเหล่านี้เกิดจากความรู้สึกของเราทั้งนั้น
    • 60% ของความกลัวของเรานั้นไม่สมเหตุสมผลโดยสิ้นเชิง และไม่เคยเกิดขึ้น
    • การจัดการกับความกลัว 3 ทางเลือก
      1. หลีกหนี อยู่ห่างจากผู้คน สถานที่ หรือสถานการณ์ใด ๆ ก็ตามที่อาจก่อให้เกิดความกลัว
      2. หวัง หวังว่ามันจะหายไป เหมือนกับการหวังให้ใครสักคนไม่รู้มาช่วยเหลือเรา
      3. เผชิญหน้าและเอาชนะมัน เป็นวิธีเดียวที่ได้ผลจริง
    • สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำในช่วงที่เผชิญกับความกลัวที่แท้จริง คือ การยอมรับและก้าวไปข้างหน้า
    • ตราบใดที่เรายังคงขยายขีดความสามารถ ยังเสี่ยงในการทำให้ความฝันเป็นจริง เราจะต้องพบกับความกลัว
    • กระบวนการชนะความกลัว
      • แบบเดิม – ความกลัว > ไม่สนใจ > ขาดประสบการณ์ > ความเขลา > ความกลัวที่เพิ่มขึ้น
      • เปลี่ยนเป็น – ความกลัว > ลงมือทำ > ได้รับประสบการณ์ > เกิดปัญญา > ความกลัวลดลง และความสำเร็จที่เพิ่มขึ้น
  • ความจริงเกี่ยวกับความล้มเหลว
    • ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ว่าเราจะล้มเหลวหรือไม่ ปัญหาอยู่ที่ว่าเราได้กำไรจากความล้มเหลวนั้น ๆ หรือไม่ หรือปล่อยให้ความล้มเหลวนั้นเป็นอุปสรรค
    • หากต้องการก้าวต่อไปในเส้นทางแห่งความสำเร็จ ต้องเรียนรู้ที่จะล้มเหลวเพื่อไปข้างหน้า
    • คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ มักจะกลัวความล้มเหลวและการปฏิเสธ จนพวกใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ซึ่งพวกเขาไม่ได้ตระหนักว่าความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในรับมือกับความล้มเหลวแล้วก้าวต่อไป
    • เมื่อมีทัศนคติที่ถูกต้อง ความล้มเหลวจะไม่เป็นอันตราย และมันสามารถเป็นจุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จได้
    • คนที่ประสบความสำเร็จ จะไม่ปล่อยให้ความล้มเหลวอยู่ในหัวนาน พวกเขามุ่งความสนใจไปที่รางวัลของความสำเร็จ นั่นคือ เรียนรู้จากความผิดพลาดและคิดว่าจะปรับปรุงตนเองและสถานการณ์ได้ยังไง
    • การทำผิดพลาด ล้มเหลวก็เหมือนการหายใจ เป็นสิ่งที่เราจะทำตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ จงเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและก้าวต่อไป
    • เมื่อประสบกับความล้มเหลว ให้คิดว่าเหตุใดจึงล้มเหลว แทนที่จะคิดว่าใครเป็นคนผิด หรือฉันล้มเหลว
    • สิ่งสำคัญ 2 อย่างที่จะเปลี่ยนความล้มเหลวเป็นความสำเร็จ คือ ความไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้กับความล้มเหลว และความเต็มใจที่จะเรียนรู้จากความล้มเหลว
    • ความสำเร็จส่วนใหญ่ล้มเหลวโดยเฉลี่ย 7 ครั้งก่อนที่จะประสบความสำเร็จ
    • ความล้มเหลวไม่ใช่จุดที่สิ้นสุด

สิ่งที่ 3 ที่ผู้ประสบความสำเร็จทำ: หว่านเมล็ดพันธุ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น (Sowing Seeds That Benefit Others)

  • การสร้างและรักษาครอบครัวที่เข้มแข็งให้ประโยชน์แก่เราในทุก ๆ ด้าน รวมถึงช่วยให้เราประสบความสำเร็จด้วย
  • การแต่งงานที่ดีและครอบครัวที่เข้มแข็งคือความสุข ทำให้การเดินทางสู่ความสำเร็จนั้นคุ้มค่าที่จะทำ
  • แม้ว่าเราอาจจะสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องมีคนอื่น แต่เราจะไม่สามารถบรรลุศักยภาพสูงสุด และไปสู่ระดับสูงสุดได้หากเราเดินทางคนเดียว
  • ผู้คนที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด จะเป็นตัวกำหนดระดับความสำเร็จหรือความล้มเหลว
  • หากต้องการเดินทางสู่ความสำเร็จไปให้ไกล จงร่วมมือกับผู้อื่นที่รู้วิธีทำให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น
  • การจะประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง เราต้องพาใครซักคนข้ามเส้นชัยไปด้วย
  • คนส่วนใหญ่คิดถึงความสำเร็จ ในแง่ของการได้มา แต่ความจริง คือ ความสำเร็จเริ่มต้นจากการให้
  • ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จอยู่ภายใน และยังมีคนจำนวนมากที่ไม่พบสิ่งนี้ในตัวเอง
  • ยิ่งเข้าใจคนอื่นมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จจะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
  • เมื่อรู้จุดมุ่งหมายในชีวิต และมีการเจริญเติบโตไปถึงศักยภาพสูงสุดของตัวเองแล้ว ส่วนที่เหลือที่สำคัญมากของการเดินทางไปสู่ความสำเร็จ คือ การช่วยเหลือผู้อื่น
  • เราทำมาหากินโดยสิ่งที่เราได้รับ แต่เราสร้างชีวิตด้วยสิ่งที่เราให้
  • จุดประสงค์ของมนุษย์คือการรับใช้ แสดงความเห็นอกเห็นใจ และเต็มใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่น – Albert Schweitzer
  • ไม่มีความสำเร็จใดจริงแท้ หากไม่มีผู้สืบทอด
  • เริ่มต้นด้วยการแบ่งปันหนังสือและแหล่งข้อมูลที่เปลี่ยนชีวิตเรา
  • เมื่อเราเก่งแล้ว การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ เพราะเมื่อเราได้ช่วยเหลือให้เขาเรียนรู้ที่จะบินได้ พวกเขาจะสามารถไปได้ทุกที่ นี่คือการให้อิสรภาพ
  • เราทุกคนมีเหตุผลที่เกิดมา แต่หลายคนไม่รู้ว่าทำไม ความสำเร็จในชีวิตไม่เกี่ยวอะไรกับสิ่งที่เราได้รับในชีวิตหรือทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ แต่มันคือสิ่งที่เราทำเพื่อคนอื่น – Danny Thomas