สรุปหนังสือ ที่...หัวมุมถนน (Closer Than You Think) - รวิศ หาญอุตสาหะ

📚 สรุปหนังสือ ที่…หัวมุมถนน (Closer Than You Think) – รวิศ หาญอุตสาหะ

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“ชีวิต” เป็นผลกระทบ ผลรวมของการลงมือทำในทุกวัน วันแล้ว วันเล่า และมันเป็นเรื่องของเหตุ และผล เราได้รับสิ่งนี้วันนี้ ก็เพราะเราสะสมเหตุปัจจัยมาก่อนหน้านี้ เราเรียกมันว่า “อุปนิสัย” และการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกวันนี่ สม่ำเสมอ เป็นกิจวัตรนี่แหละ คือ ตัวตัดสินชีวิตของเรา และชีวิตที่เราต้องการได้

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“หนังสือแค่เล่มเดียวบางทีก็เปลี่ยนชีวิตคนได้จริงๆ”

สรุปหนังสือ ที่…หัวมุมถนน เขียนโดย รวิศ หาญอุตสาหะ

  • ชีวิต คือ การทำการทดลองอยู่เสมอ เกือบทุกมิติในชีวิตของเราคือการทดลอง แต่สิ่งที่เราไม่ค่อยทำกันคือ การเก็บผลการทดลอง
  • อย่าปล่อยให้การทดลองเป็นเรื่องของนักเรียน นักศึกษา หรือนักวิทยาศาสตร์ เท่านั้น เพราะเราทุกคนมีความเป็นนักทดลองอยู่ในตัวอยู่แล้ว
  • การบ่น คือ การสูญเสีย Productivity ที่ไม่ทำให้เกิดประโยชน์อะไรแม้แต่น้อย
  • การบ่น คือ No Action ไม่ก่อประโยชน์ต่อชีวิต
  • วินัยกับตารางชีวิตที่ดีจะทำให้เรามีทั้ง พลังกาย พลังใจ ที่เข้มแข็ง มันเป็นเครื่องมือที่จะทำให้ออกไปทำสิ่งยาก ๆ ในวันที่เราไม่อยากทำ
  • ในวันที่ไม่อยากทำ ก็ยังทำ นี้คือ เครื่องวัดของผู้ประสบความสำเร็จ
  • งานที่เหมาะ คือ เป็นงานที่เราทำได้ดี สร้างประสิทธิภาพได้สูงสุด และมีความสุขที่ได้ทำด้วย
  • สิ่งที่ดีที่สุดในการใช้ Smartphone คือ การหาจุดสมดุลให้ได้
  • มีงานวิจัยเชื่อว่า แค่คุณเอามือถือไปวางไว้อีกห้องหรือไปวางไว้ไกล ๆ บ้าง จะทำให้ทั้งชีวิตส่วนตัว เรื่องงาน และความสัมพันธ์กับคนรอบตัวดีขึ้นแน่นอน
  • วิทยาศาสตร์สมัยใหม่มองความตาย (ที่ไม่ใช่ตายเพราะอุบัติเหตุหรือโดนฆ่าตาย) เป็นความผิดพลาดทางเทคนิคทั้งสิ้น
  • เป้าหมายต่อไปของมนุษยชาติอาจจะเป็น การแก่ให้ช้าที่สุด เจ็บป่วยให้น้อยที่สุด หรือถ้าจะให้สุดจริง ๆ คือ ไม่ตาย (Immortality)
  • ชีวิตคนเราต้องสะสมของไว้ ทั้งความรัก ความหลงใหล เพราะวันหนึ่งเมื่อโอกาสและเวลาเหมาะสมการเอามันออกมาใช้จะทรงพลังมาก
  • ไดอารี่เป็นเหมือนคลังข้อมูลส่วนตัวของเรา ที่นานวัน จะยิ่งมีค่ามากขึ้น และบอกเราว่า ถ้ามีประวัติศาสตร์อันไหนที่เราอยาก (หรือไม่อยาก) ให้ซ้ำรอย เราควรทำอย่างไร
  • ในทุกวินาทีของชีวิตเรา สมองของเรานั้นทำการประมวลผลข้อมูลมหาศาลโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย แต่ข้อมูลเหล่านี้ส่งผลต่อชีวิตเราทั้งสิ้น
  • ถ้าเราอยากเข้าใจตัวเอง เราต้องแยกความหมายระหว่าง Pleasure (ความสุขแบบที่ทำแล้วรู้สึกดีทันที) กับ Enjoyment (ความสุขที่ทำยากกว่า ใช้ความอดทนในการทำ)ให้ออกก่อน
  • ความจริง มนุษย์ส่วนใหญ่จะไม่ให้ค่ากับสิ่งที่ตัวเองมองไม่เห็น แต่เรามักไม่รู้ตัวว่ากำลังทำแบบนั้นอยู่
  • การลงทุนในนิสัยที่ทำง่ายที่สุดและให้ผลตอบแทนสูงสุดอย่างหนึ่งในชีวิต คือ การใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
  • จงลงทุนกับ “วิธีคิด” แล้ว “วิธีการ” ที่ถูกต้องจะตามมา เพราะเมื่อ “วิธีคิด” เปลี่ยน “วิธีการ” ก็จะเปลี่ยน

เรื่องของโชค

  • โชคชะตา หมายถึง โชคดีที่ได้มานั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณโดยสิ้นเชิง แต่เราสามารถควบคุม
  • โชคกับโชคชะตา ไม่เหมือนกัน แต่โชคชะตาเป็น Subset ของโชค
  • โชคชะตาได้ และอัตราการควบคุมโชคชะตานั้น ขึ้นอยู่กับ อัตราส่วนของการทำงานหนักของเรา
  • ยิ่งเราทำงานหนักเท่าไหร่ โชคชะตาก็จะมีผลต่อโชคของเราน้อยเท่านั้น
  • ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่หัวมุมถนนเสมอ
  • มีแต่คนรอบข้างบอกว่าเรา โชคดี เมื่อเราประสบความสำเร็จแล้ว แต่หารู้ไม่ กว่าจะมาถึงจุดนี้ เค้าได้ผ่านพ้นอะไรมาบ้าง โชคดีไม่มีอยู่จริง มีแต่การลงมือทำเท่านั้นที่มีความจริง

เรื่องของการวิ่งมาราธอน

  • แม้เราจะตัวเล็กนิดเดียว แต่ธรรมชาติสร้างเราให้มีพลังที่ซ่อนอยู่ อยู่ที่ว่าเราเลือกเอาออกมาใช้เมื่อไรเท่านั้นเอง
  • การวิ่งไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของร่างกาย แต่เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของจิตใจ
  • การวิ่งทำให้ได้ค้นพบคุณค่าใหม่ในชีวิต นั่นคือ คุณค่าของการมีวินัยในตัวเอง โดยไม่มีใครบังคับ
  • วินัยกลับไม่ใช่กรงขัง หากมันกลับกลายเป็นกุญแจที่จะไขไปสู่ชีวิตที่มีอิสรภาพจากพันธนาการต่าง ๆ
  • เมื่อวิ่งอย่างมีวินัย จะส่งผลกระทบต่อการวินัยในด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น การนอนเป็นเวลา ตื่นอย่างมีวินัย กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หรือมีตารางการทำงานที่มีวินัย
  • มาราธอนก็เหมือนกับเป้าหมายใหญ่ ๆ ในชีวิต เราไปถึงได้ ใจต้องถึง วินัยต้องได้ แล้วอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

ความสำเร็จเล็ก ๆ

  • ตัวเรา คือ ผลรวมของสิ่งที่เราทำในแต่ละวัน ดังนั้นการทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำให้เวลานี้มีค่าที่สุด และมีความหมายที่สุด
  • การทำบางอย่างสำเร็จเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในตอนเช้า จะทำให้ทั้งวันที่เหลือของเรามีโอกาสสำเร็จทุกเรื่อง
  • เรามีแผนในอนาคตได้คิดยาว ๆ ได้ แต่ทุกอย่างเริ่มต้นจากตอนนี้ โดยเฉพาะความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราสำเร็จในแต่ละวัน

การกระทำทุกอย่างมีผลลัพธ์เสมอ

  • ทุกการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่งผลต่อเนื่องกันหมด (Butterfly Effect)
  • ไม่ต้องกังวลกับเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ แต่ให้เรานำพลังงานทั้งหมดมาใช้กับเรื่องที่เราควบคุมได้
  • ณ ขณะปัจจุบัน คือ สิ่งเดียวที่เราควบคุมได้ ทำปัจจุบันขณะให้ดีที่สุด
  • การใช้ชีวิตแบบละเอียดนั้น จริง ๆ คือ การใส่ใจกับเรื่องที่ทำอยู่ และนึกถึงผลกระทบของมัน
  • เรื่องเล็ก ๆ น้อย สามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตโดยรวม เช่น
    • การไม่ยอมทำเรื่องเล็ก ๆ เก็บเงินแค่ 10% ของรายได้ทุกเดือน ผ่านไปจน 60 เฝ้าถามตัวเองว่าทำไมฉันมีชีวิตที่ตกยากขนาดนี้
    • การไม่ยอมทำเรื่องเล็ก ๆ สละเวลาอ่านหนังสือสัปดาห์ละเล่ม แต่เลือกดูทีวีแทน ผ่านไป 5 ปี คนที่อ่าน จะได้รับผลลัพธ์ที่แตกต่างกันมหาศาล
    • การไม่ยอมทำเรื่องเล็ก ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เรื่องเล็ก ๆ อันนี้ หลายปีต่อมา เราอาจจะนอนผ่าตัดหัวใจอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาล

ทัศนคติ

  • คำว่า ทัศนคติ มองในอีกมุม คือ การเลือก ว่าจะใช้ชีวิตแบบไหน
  • โลกใบนี้มีคนอยู่ 2 ประเภทใหญ่ ๆ
    • Fixed Mindset เชื่อว่าความเก่งเป็นพรสวรรค์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ คนเราถ้าจะเก่งก็เก่ง ไม่เก่งก็ไม่เก่ง รวมถึงยังกลัวความล้มเหลวด้วย
    • Growth Mindset ทำงานหนัก ใช้ศักยภาพตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่าอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
  • เราไม่สามารถที่จะควบสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราได้ แต่เราสามารถเลือกควบคุมวิธีการที่เราจะตีความ และรับมือกับมันได้
  • เราต่างรับผิดชอบต่อประสบการณ์ของเราทั้งสิ้น และไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เรามีการตีความทุก ๆ แบบ และทุก ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสมอ เหตุการณ์เดียวกัน สามารถเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตีความของเรา

ความสุข คือ สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ไม่ใช่ปลายทาง

  • ความสุขไม่ได้มาจากของที่ “หาได้” แต่เป็นของที่เรา “ได้หา” ต่างหาก
  • การค้นหา การทดลอง และเรียนรู้ คือ จุดมุ่งหมายและความหมายของการดำรงอยู่ของมนุษย์เรา
  • Be the Best of Yourself ความปรารถนาที่จะเป็นมากที่สุด และสูงสุดเท่าที่ตัวเองจะเป็นได้ คือ เส้นทางที่เราต้องเดิน เราเริ่มสนุกกับการเดินทางมากขึ้น และใช้เวลาโฟกัสไปที่เส้นทาง ไม่ใช่แค่ปลายทางเพียงอย่างเดียว

เป้าหมาย และสมอง

  • สมองของเราจะตอบสนองกับเป้าหมายเล็ก ๆ มากกว่าเป้าหมายใหญ่ ๆ ดังนั้น ให้เอาเป้าหมายใหญ่ ๆ มาแบ่งเป็นเป้าหมายเล็ก ๆสมองเราชอบรางวัล ความสำเร็จจากการทำทีละนิด เปรียบเสมือนรางวัลที่สมองได้รับ
  • Step // Short Term Goal // Long Term Goal // Dreams
    • Step คือ งานที่ใช้เวลาไม่เกินสองวันเพื่อทำให้เสร็จ
    • Short Term Goal คือ เป้าหมายรายสัปดาห์
    • Long Term Goal คือ เป้าหมายที่ยาวพอที่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม
    • Dreams คือ Life Long Work หรือเป้าหมายในระยะไกล
  • คนที่อยู่รอบ ๆ ตัว จะส่งผลอย่างยิ่งต่อเป้าหมาย
  • คนรอบข้างเราและเราต่างต้องเป็น Support System ที่ดีซึ่งกันและกัน
  • การมี Support System ที่ดี จะทำให้เข้าถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น
  • อะไรก็ตามที่เรารู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับเราอย่างเฉพาะเจาะจงที่สุด เราจะพยายามทำมัน
  • สมองชอบอะไรที่มีความเฉพาะเจาะจง ดังนั้น เวลาวางแผน ต้องวางเป็นขั้นเป็นตอน โอกาสในการทำเสร็จจะเพิ่มขึ้น
  • นักวิจัยพบว่า การบอกตัวเองถึงตัวตนของเรา จะช่วยเปลี่ยนวิธีการที่คิดมากกว่าการใช้คำที่บ่งบอกถึงการกระทำ
  • จะออกไปวิ่งให้เปลี่ยนจากการบอกตัวเองว่า “ฉันกำลังจะออกไปวิ่ง” แต่ให้บอกตัวเองว่า “เราเป็นนักวิ่ง”
  • การให้การกระตุ้นเชิงบวก (Positive Reinforcement) นั้นมักให้ผลดีกว่าการให้รางวัลเฉย ๆ หรือใช้ความกลัว
  • เราควรให้ Motivation ของชีวิตเราเป็นเป้าหมาย และการพัฒนาตัวเอง โดยพยายามไม่เอาความกลัวหรือรางวัลที่เป็นเงินทองเป็นตัวตั้ง
  • ถ้ามีอะไรที่ลางสังหรณ์ของเราบอกว่ามันจะมาขัดขวางเป้าหมาย ลองเชื่อดู

มหาเศรษฐี สอนอะไรลูก

  • เข้าใจโลกหลาย ๆ ด้าน สำคัญต่อโอกาสในการประสบความสำเร็จมาก
  • หลีกเลี่ยงการคิดว่าความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่จงเชื่อว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป
  • ให้เล่นกีฬา (Rich Sport) เพราะตอนเล่นกีฬาเหล่านี้เป็นช่วงแห่งการ Networking และ Mentoring
  • เขียน Vision ให้เขียนว่าในอนาคตอยากได้อะไร อยากเป็นอะไร เหมือนกับการเขียนจดหมายหาตัวเองในอนาคต
  • เลือกเส้นทางที่มีความสุข เพราะช่วงเวลาเหล่านี้จะช่วยให้เด็กกล้าแสดงออก กล้าคิดนอกกรอบ กล้าลองอะไรใหม่ ๆ

ปริมาณ + ความสม่ำเสมอ = คุณภาพ

  • ปริมาณกับความสม่ำเสมอมักเป็นเรื่องที่มาคู่กัน
  • ถ้าเราทำทั้งปริมาณและความสม่ำเสมอได้มากพอ คุณภาพจะตามมาเอง
  • อัจฉริยะจึงไม่ใช่เรื่องคุณภาพแต่เพียงอย่างเดียว ปริมาณก็สำคัญไม่แพ้กัน คนเหล่านี้ต่างกล้าที่จะล้มเหลว และลงมือทำหลาย ๆ ครั้ง จนสำเร็จในที่สุด

การเขียนบันทึกไดอารี่ มีประโยชน์อะไร

  1. เป็นการดาวน์โหลด และปิดสวิตช์ตัวเอง
  2. เราจะมองเห็นความเชื่อมโยงพฤติกรรมของเรากับผลของมันได้อย่างชัดเจน
  3. เราจะมีโอกาสค้นพบว่าอะไรที่ ทำให้เราทำอย่างนั้น อย่างนี้
  4. ไดอารี่ คือ คลังข้อมูลชั้นยอด
  5. การเขียนไดอารี่ทำให้เรามองเห็นตัวเองมากขึ้น
  6. สามารถเก็บไว้ วันหนึ่งสามารถถ่ายทอดชีวิต และประสบการณ์ให้คนรุ่นหลังต่อไปได้

เราใช้เหตุผลในการดำเนินชีวิต เยอะแค่ไหน?

  • เราไม่ได้ตัดสินอะไรโดยใช้เหตุผลสักเท่าไรนัก
  • คนที่อยู่รอบตัวเรามีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจของเรา
  • มีการทดลอง ที่ให้ผู้เข้าทดลองหนึ่งคนดูภาพของเส้นตรงสามเส้น ซึ่งใครดูก็รู้ว่ามันยาวไม่เท่ากัน แต่ในกลุ่มนอกเหนือผู้เข้าทดลอง จะมีหน้าม้า ซึ่งจะบอกว่าเส้นตรงทั้งหมดยาวเท่ากัน บทสรุปคือ 70% ของผู้เข้าทดลอง จะบอกว่าเส้นตรงนี้ยาวเท่ากันในที่สุด ทั้งๆ ที่เห็นอยู่ชัดแล้วว่ามันไม่เท่ากัน

อะไรคือศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา?

  • มีสองสิ่งที่ขวางทางคนส่วนใหญ่ไม่ให้ได้สิ่งที่ต้องการในชีวิต คือ Ego และ Blindspot ซึ่งเรามีกันทุกคน
  • Ego และ Blindspot นั้นเกิดจากกลไกการทำงานของสมอง ถ้าเราเรียนรู้จากมัน เราจะมีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีขึ้น
  • Ego Barrier คือระบบการป้องกันตัวเองที่ถูกซ่อนอยู่ ทำให้เรายอมรับข้อผิดพลาดและจุดอ่อน ของตัวเองได้ยาก
  • Blindspot คือ วิธีคิดส่วนตัวของเราที่ทำให้เรามองไม่เห็นภาพที่แท้จริงของเรื่องที่เรากำลังต้องตัดสินใจ