สรุปหนังสือ ลบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง Hegarty On Creativity - John Hegarty

📚 สรุปหนังสือ ลบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง (Hegarty On Creativity)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ ลบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง (Hegarty On Creativity)

“ความคิดสร้างสรรค์ (Creative)” เป็นรากฐานที่สร้างสรรค์มนุษย์ทุกยุค ทุกสมัย ทุกสิ่งที่เราใช้ ที่เราเห็น ที่เราสัมผัส ทั้งในอดีต และปัจจุบัน ล้วนผ่านกระบวนการของความคิดสร้างสรรค์มาทั้งสิ้น ซึ่งหลังจากอ่านก็ได้รับมุมมองของการมองความคิดสร้างสรรค์ ในมุมที่ใหม่ รู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ไกลตัวเหมือนอย่างที่เคยมองมา และเห็นความสำคัญว่า มันคือส่วนประกอบที่ค่อนข้างสำคัญต่อการจะประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง (ไม่ได้เฉพาะเกี่ยวกับคนที่ทำงานสร้างสรรค์เท่านั้น) ดังนั้น คนที่มีความรู้ ฝึกฝนเกี่ยวกับ ความคิดสร้างสรรค์ ย่อมมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากกว่า

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“ความคิดสร้างสรรค์เป็นตัวกำหนดอนาคต”

สรุปหนังสือ ลบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง : Hegarty On Creativity เขียนโดย John Hegarty

  • ความคิดสร้างสรรค์ส่งผลต่อชีวิตของเราในหลายทาง ตั้งแต่เสื้อผ้าที่ซื้อ บ้านที่อยู่อาศัย อาหารที่กินไปจนถึงรถที่เราขับ มันคือสิ่งที่สร้าง และทำให้โลกของเราสมบูรณ์ขึ้น มันคือสิ่งที่ให้คำจำกัดความแก่โลกใบนี้ 
  • แทบทุกแง่มุมของชีวิตเราล้วนได้รับอิทธิพลจากความคิดสร้างสรรค์
  • สิ่งที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการทำงานสร้างสรรค์ คือ การตระหนักรู้ ความละเอียดอ่อน ความหลงใหล ความใส่ใจ ความมุ่งมั่นและการคิดอะไรแปลกใหม่
  • เวลาเป็นเพื่อนสำคัญที่สุดของความคิดสร้างสรรค์
  • ความคิดสร้างสรรค์ คือ ส่วนผสมของอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลาย
  • กระบวนการสร้างสรรค์จะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่า “เราทำอะไรลงไป ไม่ใช่ เราได้อะไรออกมา”
  • สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ เชื่อว่าความล้มเหลวไม่มีอยู่จริง โยนความคิดที่ว่าตัวเองจะล้มเหลวทิ้งไป
  • ไอเดียเป็นรากฐานของการทำงานสร้างสรรค์ ไม่ว่าเราจะสร้างอะไร งานเขียน ภาพยนตร์ ภาพวาด หรือบทเพลง ทุกอย่างล้วนเริ่มต้นจากไอเดียทั้งสิ้น หากปราศจากไอเดีย จะไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นได้
  • การคิดไอเดียเป็นเรื่องที่มีความเท่าเทียม เราไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตหรือต้องมีประกาศนียบัตรเพื่อที่จะคิดไอเดียดี ๆ ออกมา ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ แถมยังที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว เพศ หรืออายุมาเกี่ยวข้อง
  • ไอเดียนั้นรอเราอยู่ทุกที่ ขอเพียงแค่คิดมันออกมา และถ้าไอเดียของเราเจ๋งพอ มันอาจพลิกหน้าประวัติศาสตร์ไปเลยก็ได้
  • เรามีอิสระและความสามารถที่จะสร้างไอเดียจากความว่างเปล่าได้ทุกที่ทุกเวลา และอย่าลืมแบ่งปันให้โลกรับรู้ด้วย
  • คุณค่าของไอเดียอยู่ที่ว่ามันนำเอาแรงบันดาลใจรอบตัวเรามาตีความจนเกิดเป็นสิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างไร
  • โลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของแท้
  • ทุกไอเดียล้วนหยิบยืม หลอมรวม หักล้าง ต่อยอด และได้รับอิทธิพลจากไอเดียอื่น ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นจากอากาศธาตุ
  • รากฐานของสุดยอดไอเดียทั้งหลายคือความจริง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่สุดในการทำงานสร้างสรรค์
  • ทุกคนล้วนมีความคิดสร้างสรรค์ในตัวอยู่แล้ว มันคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์เราน่าสนใจ 
  • สิ่งที่ต้องทำ คือ คิดและเสนอไอเดียที่สดใหม่อย่างแท้จริงในแบบที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจะทำแบบนั้นได้ ก็ต่อเมื่อยอมเอาชื่อเสียงของตัวเองเข้าไปเสี่ยง
  • จงอย่ากลัว ความไม่กลัว คือ คุณสมบัติที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานสร้างสรรค์ทุกแขนง
  • เราทุกคนคือศิลปิน
  • หนึ่งในทักษะที่ยอดเยี่ยมที่สุดของมนุษย์ คือ การรู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์อะไรและเคารพมัน มองให้เห็นพรสวรรค์ของตัวเอง
  • ไม่มีใครสร้างสรรค์ผลงานเพียงเพราะอยากจะทำ เราต่างก็อยากถ่ายทอดอะไรบางอย่าง เราอยากถ่ายทอดทัศนคติหรือความเชื่อของตัวเอง 
  • หยุดคิด เริ่มใช้ความรู้สึก ถึงแม้ความคิดสร้างสรรค์จะเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับสมอง แต่มันก็ต้องอาศัยหัวใจในการขับเคลื่อนเช่นกัน 
  • การคิดมากเกินไปเป็นอันตรายต่อกระบวนการสร้างสรรค์ ขัดขวางไม่ให้จินตนาการ
  • เมื่อใช้ ความรู้สึก เราจะเริ่มออกสำรวจความเป็นไปได้ทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการทำงานสร้างสรรค์ 
  • ถ้านี่เป็นการแข่งขันเพื่อครองใจผู้ชม ศิลปินที่จะคว้าชัยชนะ คือ คนที่ถ่ายทอดประเด็นของตัวเองได้เร็วกว่า คมกว่า และกระตุ้นผู้ชมให้ฉุกคิดได้มากกว่า
  • การนำของที่ไม่น่าจะอยู่ด้วยกันได้มาอยู่ใกล้กัน เป็นการบังคับให้สมองพยายามหาทางคลี่คลายความขัดแย้งตรงหน้า ช่วยให้ไอเดียติดหนึบในหัวได้ในที่สุด เช่น รายการตลก เอานักปรัชญากับกวีมาแข่งฟุตบอลกัน
  • คิดสวนทาง โลกมุ่งหน้าไปทางไหน จงไปอีกทาง
  • การเล่าเรื่องเป็นรูปแบบการสื่อสารที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา เรื่องราวช่วยให้เราได้รับความบันเทิง เรียนรู้ ติดต่อสื่อสาร และเข้าสังคมกับคนอื่น ๆ ได้
  • ทุกเรื่องราวล้วนทิ้งความรู้สึกบางอย่างให้กับเรา
  • หากไอเดียเป็นรากฐานของกระบวนการสร้างสรรค์ เรื่องราวก็คือพาหนะที่ช่วยพาไอเดียไปถึงจุดหมายด้วยการทำให้มันโดดเด่นและน่าจดจำ
  • อย่ากลัวเทคโนโลยี เทคโนโลยีควรเป็นสิ่งที่มารับใช้ความคิดสร้างสรรค์ของเรา
  • การมองโลกในแง่ร้าย คือ จุดจบของความคิดสร้างสรรค์
  • ความคิดสร้างสรรค์เป็นพลังงานเชิงบวกที่พาเราไปพบกับสิ่งดี ๆ ท้าทายให้เราเปลี่ยนแปลง ช่วยให้เรามองโลกในแง่มุมที่แปลกใหม่และน่าสนใจยิ่งขึ้น
  • ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของการออกสำรวจและเดินทางไปยังที่ที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อน
  • ทำไม คือคำที่สำคัญที่สุดในพจนานุกรมของเรา
  • จงถามว่า ทำไม กับทุกคนและทุกสิ่งทุกอย่าง คำถามอันเรียบง่ายนี้เพียงข้อเดียว อาจพาเราไปพบกับไอเดียที่ท้าทายโลกใบนี้ ไอเดียที่ทุกคนต้องพูดถึง
  • การทำงานสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นแค่อาชีพ แต่ยังเป็นความหมกหมุ่นอย่างหนึ่งด้วย
  • ทำตัวขี้สงสัย ตั้งคำถามกับทุกเรื่อง เปิดรับข้อมูลตลอดเวลา ใช้วิถีชีวิตที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
  • ลองมองไปรอบตัว ยิ่งวัตถุดิบของเราแตกต่าง และน่าประหลาดใจมากเท่าไหร่ ไอเดียของเราก็ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น
  • ความคิดสร้างสรรค์ คือ “การแสดงออกถึงตัวตน”
  • แรงบันดาลใจมีอยู่รอบตัว สิ่งที่เรามองเห็น ได้ยิน ได้สัมผัส ได้ลิ้มรส และได้กลิ่น ล้วนมีส่วนช่วยให้เราสร้างไอเดียใหม่ ๆ ได้ทั้งสิ้น แม้เราจะไม่รู้ตัวก็ตาม
  • โลกใบนี้สามารถมอบแรงบันดาลใจให้เราได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่เราต้องเปิดรับมันด้วยประสาทสัมผัสทั้งหมดที่มี เราถึงจะรับและเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นไอเดียที่สดใหม่ได้
  • จงถอดหูฟังแล้วออกไปสัมผัสกับโลกภายนอก แล้วเราจะต้องทึ่งว่าข้างนอกนั่นมีไอเดียมากมายแค่ไหนที่รอให้ค้นพบ
  • สุงสิงอยู่กับความยอดเยี่ยม อ่านเรื่องห่วย ๆ เราก็จะคิดอะไรห่วย ๆ และสร้างผลงานห่วย ๆ
  • จงมองหางานผลงานที่ยอดเยี่ยม เพราะความยอดเยี่ยมจะกระตุ้นให้เราก้าวไปข้างหน้า
  • ทุกสิ่งต่างก็เชื่อมโยงกัน และยิ่งเราสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งต่าง ๆ ได้มากเท่าไหร่ งานของเราก็จะยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น
  • การมองเห็นความน่าสนใจในทุกสิ่งเป็นวิธีบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ที่ดีที่สุด
  • การเคารพผลงานหรือผู้คนที่มาก่อนนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าถึงกับต้องเทิดทูนบูชา
  • จงจดจ่อเข้าไว้
  • ฝึกฝนทักษะจนชำนาญและจดจ่ออยู่กับมันทั้งวันทั้งคืน พวกเขาทุ่มสุดตัวให้กับศิลปะแขนงที่ตัวเองเลือก และนั่นก็ทำให้ผลงานของพวกเขาพิเศษกว่าใคร 
  • เราไม่ได้เก่งทุกเรื่อง เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะทำงานกับคนที่เก่งในเรื่องที่เราทำได้ไม่ดี
  • ความคิดสร้างสรรค์มักจะเบ่งบานในยามคับขัน ถ้าทุกอย่างสะดวกสบายเกินไป ความคิดสร้างสรรค์ของเราจะตันเอาได้ 
  • สภาพอากาศแย่ ๆ มักจะดีต่อการคิดไอเดีย ฝนที่ตกทั้งวันทั้งคืนเป็นไพ่ตายของวงการสร้างสรรค์
  • การเชื่อมั่นมากเกินไปอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเองได้ หนึ่งในวิธีป้องกันคือเราต้องหาใครสักคนที่ไว้ใจได้ ใครสักคนที่คอยพูดความจริงกับเรา
  • ถ้าอยากไปให้ถึงจุดสูงสุด ต้องเรียนรู้ที่จะรับฟังอ่อนน้อมถ่อมตน และตระหนักว่าจุดอ่อนของตัวเองคืออะไร 
  • การคิดไอเดียเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็ทำได้ แต่กุญแจสำคัญอยู่ที่การแยกให้ออกว่าไอเดียไหนที่ยอดเยี่ยม อันไหนไม่ได้เรื่อง
  • การตรวจแก้ ช่วยให้ไอเดียของเราไม่ซับซ้อนจนเกินไป และยังทำให้เรามั่นใจด้วยว่ามันเป็นไอเดียที่ดี
  • ในการทำงานสร้างสรรค์ การใช้อารมณ์ความรู้สึกและเหตุผลพร้อม ๆ กันนั้นเป็นเรื่องยาก ถึงแม้ไอเดียที่ยอดเยี่ยมจะมาจากการใช้อารมณ์ความรู้สึก แต่มันก็ต้องถูกประเมินด้วยเหตุผลว่าดีพอหรือยัง
  • ข้อสรุปที่ได้จากคนส่วนใหญ่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ แต่งานสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยม จะต้องทำให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจ ต้องนำเสนอแนวคิดที่ไม่เคยมีใครนึกถึงมาก่อน
  • การไล่ตามกระแส มักลงเอยด้วยความล้มเหลว
  • การทำสิ่งที่แตกต่างโดยไม่เดินตามกระแสจะทำให้เรากลายเป็นผู้นำกระแสแทน และการชี้นิ้วบอกโลกได้ว่าอะไร ควรเป็นที่นิยมหรืออะไรควรตกกระแส
  • จังหวะเวลา คือ ทุกสิ่ง
  • ไอเดียที่ยอดเยี่ยมแต่ดันมาผิดเวลาก็อาจล้มเหลวไม่เป็นท่าได้
  • ความสามารถในการขายไอเดียดี ๆ นั้นสำคัญไม่แพ้ความสามารถในการคิดมันออกมา การดึงแก่นของงานออกมาถ่ายทอดเป็นประโยคสั้น ๆ คือ กุญแจสำคัญที่ทำให้ผู้คนเข้าใจและยอมรับมัน 
  • ไอเดียที่ยอดเยี่ยมจะเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ก็ต่อเมื่อแบ่งปันให้โลกรับรู้ และต้องอธิบายออกมาได้ดีเยี่ยมด้วย
  • ชื่อเสียงมาพร้อมกับอำนาจ แต่อำนาจนั้นไม่ได้มาจากชื่อเสียง มันมาจากชื่อเสียงของผลงานต่างหาก
  • ถ้าเรายังไม่เคยล้มเหลว นั่นหมายความว่ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่
  • จงคิดไว้ว่าจะต้องล้มเหลว และเมื่อล้มเข้าจริง ๆ ก็อย่าไปยึดติดกับมัน  อย่าไปนึกถึงมัน เดินหน้าต่อไป ลืมมันซะ
  • คนทำงานสร้างสรรค์จำนวนมากไม่ประสบความสำเร็จเพราะพวกเขาวิ่งไล่ตามเงิน ไม่ใช่โอกาส
  • เงินอาจจะมีพลัง แต่มันไม่มีจิตใจ มันเป็นแค่เครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย
  • วิธีที่ดีที่สุดจะทำเงินได้มาก ๆ คือ เราต้องคิดค้น และสร้างสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการ ชื่นชอบ กระตุ้นจินตนาการและทำให้ผู้คนรู้สึกดีขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ
  • หากเราทำงานสร้างสรรค์โดยมีแต่เรื่องเงินอยู่ในหัว รับรองได้เลยว่า เราจะคิดได้แต่ไอเดีย ๆ แถมยังถังแตก
  • หากความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของไอเดีย 80% มันก็เป็นเรื่องของการลงมือทำ 80% ด้วย กุญแจสำคัญอยู่ที่การรักษาสมดุลระหว่างสองส่วนนี้ให้ได้
  • กิจวัตรเดิม ๆ ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์
  • ถ้าคิดว่าจะเติบโตในวงการสร้างสรรค์ เราต้องเตรียมรับมือกับสิ่งที่เหนือความคาดหมายเอาไว้
  • อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน เราควรเลิกคาดการณ์ว่าจะมีอะไรรออยู่ข้างหน้า แล้วหันมาทำปัจจุบันให้เต็มที่ และตักตวงความสุขจากมันให้ได้มากที่สุด
  • ทำสิ่งที่น่าสนใจ แล้วสิ่งที่น่าสนใจจะเกิดกับเราเอง
  • วิธีทำนายอนาคตที่ดีที่สุด คือ การสร้างมันขึ้นมาเอง ซึ่งทำได้ด้วยการทำช่วงเวลาในปัจจุบันให้น่าสนใจที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • อย่ามองโลกในแง่ร้าย อยู่ท่ามกลางคนที่ไม่กลัวที่จะท้าทายตัวเรา อย่าหยุดสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ บนโลกใบนี้ 
  • เงินไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นเพียงเครื่องมือ จำไว้ว่ามันควรจะเป็นเหตุผลสุดท้ายที่ทำให้เราลงมือทำอะไรสักอย่าง
  • ไม่ว่าจะทำอะไร หรือ เผชิญกับอุปสรรคใดก็ตาม จงจำไว้ว่าตัวเองโชคดีขนาดไหน และสนุกไปกับมัน