สรุปหนังสือ ลงมือทันที 7 วันพิชิตการผัดวันประกันพรุ่ง (Procrastination And Regain Your Motivation) Min

📚 สรุปหนังสือ 7 วันพิชิตการผัดวันประกันพรุ่ง (Immediate Action)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“การผัดประกันพรุ่ง” คือศัตรูที่ฉกาจที่สุดของมนุษย์เราทุกคน มันขัดขวางเรากับความฝัน มันขัดขวางเรากับศักยภาพที่แท้จริงของเรา ถ้าเราสามารถเอาชนะมันได้ ชีวิตของเราจะพัฒนาก้าวไปได้ไกลขึ้นอีกมหาศาล

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“เพราะเหตุใดเราจึงปล่อยให้การผัดวันประกันพรุ่งขโมยอนาคต และทำลายศักยภาพของเรา ทำไมปล่อยให้มันยืนขวางอยู่ระหว่างเรากับความฝันของเรา?”

สรุปหนังสือ ลงมือทันที 7 วันพิชิตการผัดวันประกันพรุ่ง (Immediate Action: A 7-Day Plan to Overcome Procrastination and Regain Your Motivation) เขียนโดย Thibaut Meurisse

  • มีกี่โรคที่ยังรักษาไม่หาย มีสิ่งประดิษฐ์อีกกี่ชิ้นที่ยังต้องค้นหา และอีกกี่ความฝันที่ยังไม่เป็นจริง ที่เกิดจากการผัดวันประกันพรุ่ง?
  • ต้นทุนของการผัดวันประกันพรุ่งเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เพราะมันได้ทำลายความฝันมากกว่าสิ่งอื่นใดบนโลกใบนี้
  • การผัดวันประกันพรุ่งเป็นความรู้สึกที่ทำให้เราไม่กล้าทำในสิ่งที่รู้ว่าเราควรจะทำ
  • เรากำลังปล่อยให้การผัดวันประกันพรุ่ง มาขัดขวางไม่ให้เราสร้างมรดกทิ้งไว้บนโลกใบนี้หรือไม่?

การผัดวันประกันพรุ่งคืออะไร?

  • การผัดวันประกันพรุ่ง คือ การรู้ว่ามีสิ่งที่ควรทำ แต่ไม่ลงมือทำ
  • การผัดวันประกันพรุ่งไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะเป็นสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนต้องเจอ
  • เป้าหมายไม่ใช่เพื่อพยายามกำจัดการผัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่เพื่อทำให้เชื่อง
  • ในมุมทางชีววิทยา สมองของเราได้รับการออกแบบมา เพื่อให้แน่ใจว่าจะอยู่รอดและสืบพันธุ์ได้ ไม่ชอบการสูญเสียพลังงานหรือรับความเสี่ยง เว้นแต่จำเป็นจริงๆ ดังนั้นเมื่อเรารู้สึกว่าไม่ลงมือทำอะไรสักที มักจะเป็นเพราะสมองรับรู้ว่าสิ่งนี้เป็นการสิ้นเปลืองพลังงานหรือเป็นความเสี่ยง
  • การผัดวันประกันพรุ่งเป็นกลไกปกป้องที่เกิดขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดและขยายพันธุ์
  • แต่ทุกวันนี้ เราอาศัยอยู่ในโลกที่แตกต่างจากบรรพบุรุษของเราอย่างมาก พวกเราส่วนใหญ่ไม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความเป็นความตายในชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุนี้ การผัดวันประกันพรุ่งกลายเป็นกลไกป้องกันที่ล้าสมัย และหากไม่ระมัดระวัง กลไกนี้จะขัดขวางไม่ให้เราเข้าถึงศักยภาพที่แท้จริงได้

แผน 7 วันเพื่อเอาชนะการผัดวันประกันพรุ่ง

วันที่ 1 ปลดปล่อยความคิดของคุณ

  • จิตใจของเราไม่ชอบคิดหลายสิ่งหลายอย่างพร้อมกัน แต่พวกเรามักให้มันทำงานการประมวลผลจำนวนมากในคราเดียว
  • สิ่งที่จิตใจของเราเกลียดที่สุดคือค้าง ๆ คา ๆ ด้วยสิ่งที่ทำยังไม่เสร็จ เช่น
    • อีเมลที่ไม่ได้รับคำตอบ
    • ภาษีค้างชำระ
    • โปรเจกต์ที่ไม่สมบูรณ์
    • งานบ้านที่ค้างคา
    • ปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข
  • เมื่อเก็บสะสมสิ่งที่ยังทำไม่เสร็จ เราจะสร้างความค้างคาหลายรายการ ซึ่งกินพื้นที่ในจิตใจ จะรู้สึกท่วมท้น ทำให้จิตใจไม่รับสิ่งใหม่ ๆ แล้วเราจะพบว่า เราติดไม่ไปไหนได้
  • จงปลดปล่อยความคิดเพื่อสร้างความชัดเจนและสร้างแรงกระตุ้นให้เอาชนะการผัดวันประกันพรุ่งด้วย 2 วิธี
    1. ทำงานหลักให้เสร็จ
      • เลือกงานสำคัญที่ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่ใช้เวลานาน แต่เป็นงานที่เราพยายามจะทำให้มันสำเร็จ เช่น การทำความสะอาดห้อง การทำเรื่องภาษีให้จบ การทำแผนการออกกำลังกาย การทำแผนธุรกิจ เป็นต้น
      • จากนั้น จัดมันในวันนี้ ทำจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ 100% หากต้องการเวลามากกว่านี้ ให้สัญญาว่าจะทำให้เสร็จในสัปดาห์นี้
      • เมื่อทำมันสำเร็จ เราจะได้รับแรงบันดาลใจและแรงผลักในการทำสิ่งอื่นต่อไป
    2. จัดระเบียบจิตใจ
      • ทำรายการที่ต้องลงมือทำ เขียนมันออกมาว่าสิ่งไหนต้องทำให้เสร็จ แต่ยังไม่เสร็จ
      • กำหนดเวลาเพื่อเคลียร์งานเหล่านี้ให้เสร็จให้ได้มากที่สุด

วันที่ 2 ระบุเหตุผลที่ผัดวันประกันพรุ่ง

  • ขาดความชัดเจน – ด้วยความไม่แน่ใจไม่ชัดเจนในสิ่งที่ต้องทำ เราจึงเลื่อนมันออกไป
  • การไม่ตระหนักรู้ – หากปราศจากความเข้าใจที่ถูกต้องว่าการผัดวันประกันพรุ่งคืออะไร และมันทำงานยังไง เราจะพบว่าตัวเองเลิกทำสิ่งต่าง ๆ บ่อยกว่าที่เราต้องการ
  • ไม่จดจ่อ – เมื่ออยู่ในสภาวะที่มีสิ่งเร้าคอยกระตุ้นที่มาก เราจะพบว่าตัวเองไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ต้องทำได้ เราจะรู้สึกว่ามันท้าทาย ไม่สนุก และน่าเบื่อ
  • ความกลัว – การที่รู้สึกว่าเรายังดีไม่พอหรือกลัวว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับเรา เราจึงละทิ้งความฝัน
  • ขาดความรู้สึกเร่งด่วน – เราบอกตัวเองว่าเราสามารถทำงานได้ในวันพรุ่งนี้ สัปดาห์หน้า หรือเดือนหน้า
  • ขาดการกำหนดกิจวัตรที่มีประสิทธิภาพ – เพราะไม่มีการกำหนดกิจวัตรประจำวันที่สม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้เราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ต้องทำที่สำคัญที่สุด จึงเสียสมาธิไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญ เช่น อีเมล โซเชียลมีเดีย YouTube
  • แรงต้านที่ไม่จำเป็น – เราไม่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เราลงมือทำได้
  • ภาระงานทางจิตใจที่หนักอึ้ง – มีสิ่งที่ต้องทำที่ยังทำไม่เสร็จมากเกินไป ทำให้รู้สึกล้นหลาม และท้อแท้

วันที่ 3 ทำความเข้าใจเรื่องการผัดวันประกันพรุ่งให้ลึกซึ้ง

  • เราสามารถชนะการผัดวันประกันพรุ่งได้ด้วยการเริ่มต้นทำความเข้าใจว่าแรงจูงใจของมันทำงานยังไง แล้วเปลี่ยนการรับรู้เรื่องการผัดวันประกันพรุ่งใหม่
  • แรงจูงใจทำงานอย่างไร
    • พวกเราหลายคนเชื่อว่าเราต้องมีแรงจูงใจที่มาก เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมาย แม้ว่ามันจะช่วยได้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้สึกมีแรงจูงใจตลอดเวลา เพราะบางวันเราอาจจะรู้สึกตื่นเต้นที่จะลงมือทำ ขณะที่บางวันเราจะรู้สึกเหมือนอยากทำทุกอย่าง แต่ไม่ลงมือทำ
    • ทางออก คือ การตระหนักว่าแรงจูงใจไม่ได้นำไปสู่การลงมือทำ แต่การลงมือทำต่างหากที่จะสร้างแรงจูงใจให้เกิดขึ้นได้
    • เช่น Stephen King นักเขียนชื่อ เขาจะไม่รอให้แรงจูงใจ ทุกเช้าเขานั่งที่โต๊ะทำงานแล้วก็เขียนหนังสือ และเมื่อเขาเริ่มเขียน แรงบันดาลใจก็เกิดขึ้นเอง
    • เราไม่จำเป็นต้องรู้สึกมีแรงจูงใจก่อน เพราะนี่เป็นวิธีคิดที่ไม่ถูกต้อง เรียกว่า “การใช้ความรู้สึกตัดสิน” (Emotional reasoning)” เป็นความคิดที่ว่าเพราะเรารู้สึก มันจึงเกิดเป็นความจริง (เรารู้สึกอย่างไร มันก็จะเป็นอย่างนั้น)
      • เพราะรู้สึกไม่มีแรงจูงใจ จึงทำให้ไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้ในวันนี้
      • เพราะรู้สึกกลัว จึงทำให้ไม่สามารถชวนคนคนนั้นออกเดทได้
      • เพราะรู้สึกเหนื่อย จึงทำให้ไม่สามารถทำงานด้วยความกระตือรือร้นได้ในวันนี้
      • ผลจากการคิดเช่นนั้น สุดท้ายเราจึงผัดวันประกันพรุ่ง
  • แบบจำลองจิตใจ (Mental model)
    1. ตัวเราในปัจจุบัน VS ตัวเราในอนาคต
      • คิดว่าตัวตนในอนาคตของเรานั้นเป็นตัวตนที่มีอยู่จริง และเป็นตัวตนที่แท้จริง
      • เราโกหกตัวเอง แสร้งทำเป็นว่าอนาคตของเราจะทำหน้าที่แทนเราในวันพรุ่งนี้ สัปดาห์หน้า หรือปีหน้า
      • เราเห็นตัวตนในอนาคตของเราดีกว่า เก่งกว่า และฉลาดกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
      • เช่น มีสิ่งต้องทำ แต่บอกว่าเดี๋ยวค่อยทำ (เพราะคาดหวังตัวเราในอนาคตจะเป็นคนทำ)
      • การเอาชนะการผัดวันประกันพรุ่ง ต้องตระหนักว่าไม่มีตัวตนในอนาคตที่เราจัดการสิ่งที่ต้องทำในปัจจุบันแทนเราได้ และพรุ่งนี้ ตัวตนในอนาคต จะกลายเป็นตัวตนปัจจุบัน และเราจะต้องเผชิญกับปัญหาเดียวกัน คือ ผัดวันประกันพรุ่งอีก
    2. ความอยู่รอด VS การเติบโต
      • จิตใจของเราได้รับการออกแบบมาเพื่อความอยู่รอด แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราเจริญเติบโต
      • เราต้องรู้เท่าทันสมองของเรา มันจะยื่นข้อเสนอเพื่อความอยู่รอดเสมอ และทำให้เราหลีกเลี่ยงการเผชิญกับความกลัว ความล้มเหลว จึงทำให้เราไม่กล้าลงมือทำ ดังนั้น หากต้องการเติบโต ต้องเข้าใจว่าสมองดึกดำบรรพ์ของเรานั้นปรารถนาดี แต่เราต้องไม่เชื่อมัน
      • การผัดวันประกันพรุ่ง คือ ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่เราประสบระหว่างสัญชาตญาณกับสิ่งที่เหนือสัญชาตญาณ มันเป็นต้นทุนของการเป็นมนุษย์
      • ทางเลือกเป็นของเราว่า เราจะเลือกการอยู่รอด หรือจะเติบโต

วันที่ 4 เพิ่มความชัดเจน

  • เหตุผลง่าย ๆ หนึ่งประการที่ทำให้เราผัดวันประกันพรุ่ง คือ การขาดความชัดเจน
  • ปกติเราผัดวันประกันพรุ่งด้วยเหตุผลต่อไปนี้
    1. ไม่มีเหตุผลที่จะลงมือทำ (ทำไม)
      • ลองนึกภาพ ถ้ามีเวลาให้เราทำสิ่งที่เราชอบ เราจะผัดวันประกันพรุ่งหรือไม่ คำตอบก็คงไม่แน่นอน เช่น ให้ดูซีรีส์ที่ชอบมาก ๆ เราทุกคนคงจะดู
      • บ่อยครั้งที่เราผัดวันประกันพรุ่ง โดยไม่รู้ว่าทำไมจึงควรทำ หรือเราไม่สนุกกับงานนั้น แต่หากเรามีเหตุผลที่ชัดเจนและน่าสนใจพอ เราก็จะลงมือทำได้ง่ายขึ้น
      • เมื่อพบว่าตัวเองผัดวันประกันพรุ่ง ให้ถามว่า “ทำไมสิ่งนี้ถึงสำคัญ?”
      • ให้ลองทำดังนี้
        • เสริมสร้างเหตุผลที่ต้องทำ – เขียนคำตอบว่าทำไมต้องลงมือทำสิ่งนี้
        • ถามตัวเองว่าจะเกิดอะไรขึ้นในระยะยาว – ถ้าไม่ลงมือทำสิ่งนี้ให้เสร็จสิ้น ผลกระทบเชิงลบคืออะไร?
        • นึกภาพว่าเราจะรู้สึกดีกับตัวเองแค่ไหน เมื่อทำมันเสร็จสิ้น
        • แค่ลองเริ่ม – เตือนตัวเองว่าสิ่งนี้อาจจะง่ายกว่าที่เรากลัว
    2. ไม่รู้แน่ชัดว่าผลลัพธ์ที่ได้ควรเป็นคืออะไร (อะไร)
      • เราจะยังผัดวันประกันพรุ่ง เมื่อไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะมีหน้าตายังไง
      • ต้องรู้เป้าหมายที่แน่นอนที่ต้องการไปให้ถึง นึกภาพว่าผลลัพธ์สุดท้ายควรเป็นอย่างไร
      • พยายามหาเป้าหมายที่วัดได้เฉพาะ
      • ให้ถามตัวเองว่า
        • ฉันสามารถนึกภาพผลลัพธ์สุดท้ายได้หรือไม่?
        • ฉันรู้หรือไม่ว่าฉันกำลังพยายามทำอะไรอยู่กันแน่?
      • ยิ่งมีความชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำมากเท่าไหร่ การเริ่มต้นก็จะยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น
    3. ทำไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะลงมือทำอย่างไร (อย่างไร)
      • ขาดวิธีการที่จะลงมือทำ ให้ใช้เวลาค้นหาวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่จะลงมือทำสิ่งนั้น
      • ให้ลองทำดังนี้
        • เขียนแผนวิธีการบรรลุผล
        • ขอให้ผู้ที่มีประสบการณ์ที่ทำสำเร็จแล้ว ช่วยกำหนดแนวทางให้
        • ค้นหาคำแนะนำบนโลกออนไลน์

วันที่ 5 พัฒนาการจดจ่อให้เหมือนเลเซอร์

  • เมื่อถูกกระตุ้นมากจากสิ่งภายนอก การจัดการกับงานที่สำคัญที่สุดจะกลายเป็นเรื่องยาก ทำให้จิตใจไม่พร้อมจดจ่อกับสิ่งที่ต้องทำตรงหน้า
  • เราต้องลดระดับการถูกกระตุ้นจากภายนอกลง วิธีที่มีประสิทธิภาพ คือ กำจัดสิ่งรบกวนสมาธิให้ได้มากที่สุด และทำงานที่สำคัญที่สุดก่อนจะทำสิ่งอื่น
  • อินเทอร์เน็ตเป็นที่มาของความฟุ้งซ่านที่มากที่สุด ดังนั้น หลีกเลี่ยงการใช้เน็ตในตอนเช้า และปิด Wi-Fi
  • ตัวอย่างกิจกรรมที่กระตุ้นอารมณ์เราได้อย่างมาก
    • ดูราคาหุ้น ยอดขาย
    • อ่านอีเมล
    • ดูมือถือ
    • เข้า Social Media
    • เล่นเกม
    • ดู YouTube
  • วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดวิธีหนึ่งในการเอาชนะการผัดวันประกันพรุ่ง คือ การทำงานที่สำคัญที่สุดเป็นอย่างแรกของวัน และหลีกเลี่ยงสิ่งที่รบกวนให้มากที่สุด
  • เมื่อถูกกระตุ้นจากสิ่งภายนอกมาก สมองมักหลอกเรา
    1. การกลับไปทำงานเป็นเรื่องง่าย สมองจะบอกว่าเราสามารถกลับไปทำงานได้ทุกเมื่อที่ต้องการ แต่ในความเป็นจริง จะพบว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
    2. ค่อยทำก็ได้น่า สมองจะโกหก โดยบอกว่าวันนี้ทำได้ทุกวัน หรืออาจจะรอจนถึงพรุ่งนี้ก็ได้
    3. จิตใจจะโน้มน้าวใจว่าต้องการความตื่นเต้น เช่น เข้าไปดูเพื่อน ๆ ใน IG ดูเทรน Twitter

วันที่ 6 ปลดปล่อยความกลัว

  • สาเหตุหลักประการหนึ่งที่ผัดวันประกันพรุ่ง เป็นเพราะความกลัวที่ซ่อนอยู่ เราอาจกลัวทำงานได้ไม่ดีพอ อาจกลัวว่าคนอื่นจะคิดยังไงเมื่อเราทำ
  • ความกลัวว่าจะไม่ดีพอทำให้คนจำนวนมากทำสิ่งต่าง ๆ ได้ต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริง
  • ความแตกต่างระหว่างผู้ที่ประสบความสำเร็จสูงกับคนอื่น คือ ผู้ที่ประสบความสำเร็จสูงใช้ความรู้สึกไม่ดีพอเพื่อพัฒนาตนเอง พร้อมเผชิญกับความกลัว และเอาชนะมัน เพื่อทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จ
  • ถ้ามีอะไรที่กลัว เรากลัวอะไร? ทำไมเราไม่ลงมือทำในสิ่งที่รู้ว่าควรทำ?
  • ชีวิตเรามีทางเลือกเพียง 2 ทาง ถ้ารู้สึกกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ
    1. รู้สึกกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ แล้วปล่อยให้มันควบคุมชีวิตของเรา
    2. รู้สึกกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ แล้วลงมือทำ แม้ความรู้สึกนี้ยังอยู่
  • จำไว้ว่า อะไรก็ตามที่คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ถ้ามีใครสักคนบนโลกนี้ เคยทำมาก่อน เราก็จะทำมันได้เช่นกัน
  • ยิ่งลงมือทำมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น
  • อย่าให้ความกลัวมาขัดขวางการลงมือทำ ให้จำไว้ว่า พยายามทำให้ดีที่สุด ณ จุดที่ที่เราอยู่ตอนนี้
  • คุณมักจะลำบากในการทำงานให้เสร็จเนื่องจากเรื่องราวที่คุณบอกตัวเองเกี่ยวกับงานนั้นและวิธีที่คุณนึกภาพมันออกมา (เช่น คุณสร้างเรื่องใหญ่จากมัน) หากเป็นเช่นนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการมองตัวเองว่าเป็นผู้เรียนรู้ที่ไม่มีใครหยุดยั้ง ตื่นเต้นกับการเดินทางในอนาคต
  • เรามักไม่ลงมือทำให้เสร็จสิ้นเพราะเรื่องราวและภาพที่เราบอกตัวเองเกี่ยวกับสิ่งนั้น เช่น มันน่ากลัว มันนู้น มันนี้ สิ่งเหล่านี้ขัดขวางเรา วิธีการแก้ คือ ให้มองตัวเองว่าเป็นผู้ที่ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดใจให้กว้าง ยอมรับความไม่สมบูรณ์ ตื่นเต้นกับการเดินทาง

วันที่ 7 สร้างกิจวัตรประจำวันและความสม่ำเสมอ

  • การผัดวันประกันพรุ่งส่วนใหญ่เป็นนิสัย และเป็นนิสัยที่ไม่ดี ซึ่งวิธีแก้ปัญหานี้ คือ การสร้างกิจวัตรประจำวัน
  • เมื่อทำบางสิ่งอย่างสม่ำเสมอทุกวันเป็นระยะเวลานานพอ มันจะกลายเป็นนิสัยที่มั่นคง และเพียงแค่ 1 หรือ 2 นิสัยที่มั่นคงในระยะยาวก็สามารถส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมากต่อชีวิตของเรา
  • กิจวัตรประจำวันจะช่วยให้เรามีสมาธิและจดจ่อกับงานได้ และไม่ถูกกระตุ้นจากสิ่งภายนอก
  • ถ้าเราพัฒนานิสัยการสร้างกิจวัตรประจำวันขึ้นมาได้ โอกาสที่จะผัดวันประกันพรุ่งของเราจะลดลงอย่างมาก
  • ขั้นตอนการสร้างกิจวัตรประจำวัน
    1. ตัดสินใจว่าจะทำที่ไหนและเมื่อไหร่
      • ให้เริ่มกิจวัตรประจำวันในเวลาเดียวกัน และที่เดิมทุก ๆ วัน
      • เช่น ทุกวัน 07.00 ต้องตื่นนอน 08.00 ต้องเริ่มอ่านหนังสือที่โต๊ะกาแฟ 09.00 เริ่มทำงานที่โต๊ะที่ทำงาน
    2. ตัดสินใจว่าจะทำอะไรบ้าง
      • กำหนดสิ่งที่ทำในกิจวัตรตอนเช้า เลือกกิจกรรมง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เข้าสู่สภาวะที่จดจ่อได้ดี เช่น นั่งสมาธิสัก 5 นาที ชงชา
      • ให้แน่ใจว่าจะไม่ดูมือถือ YouTube หรือสิ่งรบกวนอื่น ๆ เด็ดขาด
    3. เริ่มทำงาน
      • เมื่อทำกิจวัตรเสร็จ ให้เริ่มทำงานทันที
      • ให้จัดการงานที่สำคัญที่สุดก่อน
      • เมื่อทำงานสำคัญที่สุดเสร็จแล้ว เราจะสัมผัสได้ถึงความสำเร็จที่น่าพอใจ ซึ่งจะช่วยให้เราทำงานชิ้นต่อ ๆ ไป ได้สำเร็จมากขึ้นในระหว่างวัน
    4. ทำงานโดยไม่มีอะไรมารบกวน
      • แน่ใจว่าสามารถทำงานได้โดยปราศจากสิ่งรบกวน
      • หากทำได้ ให้ปิดมือถือหรือ Wi-Fi ใช้โปรแกรมช่วย Block พวกโซเชียลมีเดีย
  • สิ่งสำคัญที่สุด คือคุ เราสามารถลดแนวโน้มที่จะผัดวันประกันพรุ่งได้ โดยทำงานที่สำคัญที่สุดเป็นสิ่งแรกในตอนเช้าให้เป็นนิสัย แค่ฝึกทำสิ่งนี้ทุกวัน การผัดวันประกันพรุ่งจะน้อยลงอย่างแน่นอน