สรุปหนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว เขียนโดย Marie Kondo

📚 สรุปหนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

การจัดบ้านเป็นอะไรมากกว่าที่คิด มันเป็นเรื่องภายในมากกว่าภายนอก เพราะเวลาเราจัดระเบียบโลกภายนอก ก็เท่ากับเราจัดระเบียบโลกภายในด้วย

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

เมื่อโลกภายนอกเป็นระเบียบ ไม่ยุ่งเหยิง โลกภายในก็จะสงบ แล้วเราจะได้โฟกัสเฉพาะสิ่งที่ทำให้มีความสุขและสำคัญในชีวิตได้อย่างแท้จริง

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“การทิ้งคือการสะสางทุกสิ่งทุกอย่างและกดปุ่มเริ่มชีวิตใหม่เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า”

สรุปหนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว เขียนโดย Marie Kondo

  • การจัดบ้านสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเราได้ เพราะบ้านที่เป็นระเบียบเรียบร้อยจะส่งผลดีต่อทุกแง่มุมของชีวิต
  • การจัดบ้านเป็นเรื่องสนุก ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการสำรวจตัวเองอย่างลึกซึ้ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปสู่ชีวิตใหม่
  • บ้านที่รก = สมองที่รก
  • เมื่อบ้านเป็นระเบียบ เท่ากับว่าสิ่งต่าง ๆ และอดีตของเราถูกจัดให้เป็นระเบียบด้วย จึงมองเห็นได้ชัดเจนว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญในชีวิต
  • ความสำเร็จขึ้นอยู่กับวิธีคิด 90% ดังนั้น หากไม่จัดการกับวิธีคิด ต่อให้จัดบ้านได้ดีแค่ไหน สุดท้ายก็จะกลับมารกเหมือนเดิม
  • คนเราไม่มีทางเปลี่ยนนิสัยได้ ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิดเสียก่อน
  • เราจะมีวิธีคิดที่ถูกต้องได้ยังไง คำตอบคือ เราต้องมีเทคนิคที่ถูกต้อง
  • เทคนิคการจัดบ้านมีองค์ประกอบแค่ 2 อย่าง 1 ตัดสินใจว่าจะทิ้งหรือไม่ 2 ตัดสินใจว่าจะเก็บไว้ที่ไหน
  • ที่ต้องทำก็แค่พิจารณาสิ่งของทีละชิ้น แล้วตัดสินใจว่าจะเก็บไว้หรือไม่และจะเก็บไว้ที่ไหน
  • การจัดบ้านเป็นเพียงแค่เครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย เพราะเป้าหมายที่แท้จริง คือ การสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต้องหลังจากบ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว
  • ความลับคือ แทนที่จะเก็บทีละนิด ให้จัดบ้านแบบรวดเดียวจบ แล้วจะรู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่
  • ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการจัดบ้าน จะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกจนทำให้ความคิดและรูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการมองเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในทันที ถ้าเราจัดบ้านแบบรวดเดียวจบ เราจะเห็นผลลัพธ์ และรู้สึกมีกำลังใจอยากรักษาความเป็นระเบียบต่อไป
  • เมื่อจัดบ้านใหม่ทั้งหมด ก็เท่ากับว่าได้ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัว ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อความคิดของเรา
  • ยิ่งได้สัมผัสว่าบ้านที่มีระเบียบส่งผลต่อชีวิตมากแค่ไหน เราก็จะยิ่งไม่มีวันปล่อยให้บ้านรกอีกต่อไป
  • ก่อนจะเริ่มลงมือจัดบ้าน ให้จินตนาการถึงชีวิตที่ต้องการแล้วถามตัวเองว่า “ทำไมถึงอยากจัดบ้าน?”
  • การเก็บของไว้เป็นเพียงการหลอกตัวเองว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ไม่ช้าก็เร็วที่เก็บของทั้งหมดจะเต็ม และห้องก็จะกลับมามามีข้าวของวางระเกะระกะเหมือนเดิม
  • จงเก็บแต่ของที่มีคุณค่าทางจิตใจและกำจัดของเหลือทิ้งให้หมด
  • ทุกครั้งเราต้องตัดสินใจว่าจะเก็บสิ่งนี้หรือทิ้งมัน ดังนั้น การจัดบ้านเปรียบเหมือนการได้พูดคุยกับตัวเอง รู้จักตัวเองผ่านสิ่งของเหล่านั้น
  • วิธีที่ดีที่สุดในการเลือกว่าจะเก็บหรือกำจัดของแต่ละชิ้น คือ ให้ถือของชิ้นนั้นเอาไว้ในมือแล้วถามตัวเองว่า “ของชิ้นนี้ ทำให้เรามีความสุขไหม?” เช่น มีความสุขที่ได้เก็บหนังสือเล่มนี้ ถึงแม้จะยังไม่ได้อ่าน ก็ให้เก็บไว้ แต่ถ้าไม่ ก็ให้โยนทิ้งเสีย
  • หากมีของชิ้นใดที่ตัดใจทิ้งไม่ลง ให้ลองไตร่ตรองถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของมันที่มีต่อชีวิตเรา
  • ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการจัดบ้านคือตอนเช้า เพราะอากาศสดชื่นยามเช้าจะช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งและตัดสินได้อย่างเฉียบคม
  • เวลาจัดของให้จัดไปทีละหมวดหมู่ ไม่ใช่ตามพื้นที่ เช่น แทนที่จะวางแผนจัดไปทีละห้อง ให้เปลี่ยนมาตั้งเป้าว่า ช่วงเช้าจะเก็บเสื้อผ้า ตอนบ่ายเก็บหนังสือ
  • เวลาจะเริ่มจัดบ้าน เริ่มจากค้นทุกห้องในบ้าน แล้วให้รวบรวมของทุกชิ้นในหมวดหมู่เดียวกันมากองรวมกันไว้ จากนั้นก็หยิบขึ้นมาถือทีละชิ้นแล้วพิจารณาว่ามันปลุกเร้าความสุขได้ไหม ถ้าไม่ ก็นำไปทิ้ง
  • มีกฎเพียง 2 ข้อเท่านั้น ให้เก็บข้าวของในหมวดหมู่เดียวกันไว้ที่เดียวกัน และอย่ามีพื้นที่เก็บของกระจัดกระจายทั่วไป
  • การจัดบ้าน ควรมีลำดับที่ถูกต้อง คือ เริ่มต้นจากเสื้อผ้า ตามด้วยหนังสือ เอกสาร ของจิปาถะ และปิดท้ายด้วยของที่มีคุณค่าทางจิตใจ
  • คนจำนวนมากใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสิ่งของที่ตัวเองไม่ต้องการเพียงเพราะอยากเผื่อไว้
  • จงทิ้งส่งที่ไม่ได้ทำให้หัวใจเราเต้นแรง แล้วเก็บไว้เฉพาะของที่ทำให้คุณมีความสุขก็พอ
  • การจัดบ้านไม่ได้หมายถึงการหมกมุ่นกับการลดจำนวนสิ่งของ แต่หมายถึงการจดจ่อกับการเลือกสิ่งของที่ปลุกเร้าความสุขให้เราได้และสนุกกับชีวิตในแบบของตัวเอง
  • เมื่อจัดระเบียบข้าวของ เช่น จดหมายของแฟนเก่า สมุดสมัยเรียน ประกาศนียบัตรจบการศึกษา เครื่องแบบนักเรียน ภาพถ่าย นั่นหมายความว่าเรากำลังจัดระเบียบอดีตด้วยเช่นกัน
  • เราต้องกำหนดตำแหน่งตายตัวให้ข้าวของ เพื่อให้ของแต่ละชิ้นมีที่ของมัน ถ้าไม่กำหนดตำแหน่งตายตัวไว้ สุดท้ายห้องของเราก็จะกลับมารกรุงรังอีก
  • เทคนิคช่วยให้ของไม่กลับมารกคือ เมื่อกำหนดตำแหน่งอย่างชัดเจน เวลาใช้งานของอะไรเสร็จ ก็นำไปเก็บตรงจุดที่กำหนดไว้
  • จงออกแบบพื้นที่เก็บของให้มองเห็นได้ง่าย มองแล้วรู้เลยว่าของแต่ละชิ้นอยู่ตรงไหน
  • การไม่เสียเวลาในการค้นหาข้าวของ จะช่วยทำให้เราเครียดน้อยลง
  • ความผิดพลาดของคนส่วนใหญ่คือ การเก็บของไว้ในที่ที่หยิบใช้ได้สะดวกที่สุด แต่ความจริง เราควรคำนึงถึงความสะดวกในการเก็บของเข้าที่มากกว่าความสะดวกในการหยิบออกมาใช้
  • เวลาจัดของ ให้เลิกวางของทับกัน แล้วหันมาเก็บของในแนวตั้ง จะได้พื้นที่ว่างเยอะกว่า
  • ทุก ๆ วัน ให้เอาของออกจากกระเป๋า เช่น กระเป๋าสตางค์ บัตรรถเมล์ บัตรรถไฟ และสมุดบันทึก จัดเก็บใส่กล่องไว้แต่ละอันแยกกัน
  • สิ่งที่เราชื่นชอบอย่างแท้จริงมักไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา และการจัดบ้านจะช่วยให้เราค้นพบว่า สิ่งเหล่านั้นคืออะไร
  • หนึ่งทักษะที่สำคัญที่จะได้รับจากการจัดบ้านคือ ความมั่นใจในการตัดสินใจ เพราะเราต้องได้ตัดสินใจเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ครั้ง ว่าจะเลือกสิ่งนี้เก็บไว้หรือจะทิ้ง
  • ทุก ๆ วัน จงแสดงความชื่นชมต่อสิ่งของทุกอย่างที่ช่วยเหลือเรามาตลอดทั้งวัน เช่น ขอบคุณรองเท้า ขอบคุณร่ม ขอบคุณกระเป๋า
  • การปล่อยวางสำคัญกว่าการเพิ่ม
  • การถามว่าเราอยากเป็นเจ้าของของสิ่งไหน ก็เหมือนกับถามว่า เราอยากใช้ชีวิตแบบไหน
  • ทางเลือกในการจัดบ้านมีอยู่ 3 คือ เผชิญหน้ากับมันตั้งแต่ตอนนี้ เผชิญหน้ากับมันในสักวัน หรือหลีกเลี่ยงมันไปจนวันตาย
  • เมื่อห้องสะอาดแล้วเป็นระเบียบแล้ว เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดบ้านอีกต่อไป จึงสามารถทุ่มเทให้กับเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญในชีวิตได้
  • ทุกครั้งที่กลับบ้าน ให้พูดทักทาย เฮ้ บ้าน ฉันกลับมาแล้วนะ เราจะรู้สึกดีกับการอยู่บ้านมากขึ้น