สรุปหนังสือกล้าที่จะถูกเกลียด-เขียนโดย-Ichiro-Kishimi-และ-Fumitake-Koga (1)

📚 สรุปหนังสือกล้าที่จะถูกเกลียด

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือกล้าที่จะถูกเกลียด

ชีวิตของเราเป็นผลรวมของความสัมพันธ์ตัวเรากับผู้คนอื่น ๆ ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความสุขและความทุกข์ในชีวิต

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

เราจะสุขและทุกข์จากความสัมพันธ์ที่มีขึ้นอยู่กับมุมมองของเรา

ถ้าเราแคร์ ใส่ใจและพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาอกเอาใจคนอื่น ในที่สุดเราก็จะเหนื่อยและไม่มีความสุขในชีวิตได้เลย

เราต้องกล้าที่จะเป็นตัวเอง แล้วชีวิตของเราจะมีความสุขและตัวเบามากขึ้นเยอะ ซึ่งอาจจะมีคนเกลียดบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไร เราเกิดมาในชีวิตเพื่อใช้ชีวิตตัวเอง ไม่ได้เพื่อใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือกล้าที่จะถูกเกลียด

“จงใช้ชีวิตให้เหมือนการเต้นรำ และทุ่มเทให้กับวินาทีนี้อย่างสุดกำลัง” - หนังสือกล้าที่จะถูกเกลียด

“จงใช้ชีวิตให้เหมือนการเต้นรำ และทุ่มเทให้กับวินาทีนี้อย่างสุดกำลัง”

สรุปหนังสือกล้าที่จะถูกเกลียด เขียนโดย Ichiro Kishimi และ Fumitake Koga จากสำนักพิมพ์วีเลิร์น

  • ไม่มีใครบนโลกใบนี้อยากถูกเกลียด แต่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีทางที่เราจะทำให้ถูกใจทุกคนบนโลกใบนี้ได้
  • เราไม่สามารถห้ามไม่ให้คนอื่นเกลียดเราได้ ทุกคนล้วนมีคนเกลียดด้วยกันทั้งนี้ นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ยอมรับมันซะ
  • เมื่อเราถูกใครสักคนเกลียด นั่นแสดงว่า เราได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระตามเส้นทางของตัวเอง
  • ถ้าเป็นไปได้ไม่มีใครอยากถูกเกลียด แต่ชีวิตที่ต้องคอยทำตามความหวังของคนอื่นคือชีวิตที่ไร้อิสรภาพ
  • การที่กังวลกับสายตาของคนอื่นเป็นเพราะเราอยากให้คนอื่นนึกถึงเรา นั่นเป็นแค่การใส่ใจแต่ตัวเอง ไม่ใช่การใส่ใจคนอื่น
  • ถ้าเราเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทุกอย่างรอบตัวเราก็จะเปลี่ยนตาม ดังนั้นแทนที่จะมัวนั่งรอให้คนอื่นหรือสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เราต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงก่อน
จงใช้ชีวิตโดยไม่ยินยอมให้อดีตมาครอบงำปัจจุบันและอนาคตของเรา - หนังสือกล้าที่จะถูกเกลียด
  • จงใช้ชีวิตโดยไม่ยินยอมให้อดีตมาครอบงำปัจจุบันและอนาคตของเรา
  • ทุกสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับว่าเรามองมันอย่างไร และเราต่างมีโลกของใครของมัน เรามองเห็นโลกคนละแบบ โลกที่เราเห็นกับโลกที่คนอื่นเห็นล้วนแตกต่างกัน
  • อดีตไม่มีความหมาย อดีตไม่ได้กำหนดปัจจุบันหรืออนาคตของเรา ตัวเราในปัจจุบันต่างหากคือผู้จะกำหนดอนาคตและปัจจุบัน
  • ถ้าเชื่อว่าชีวิตเราทั้งในตอนนี้และอนาคตถูกอดีตกำหนดเอาไว้หมดแล้ว เราก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย
  • การโกหกตัวเองที่เลวร้ายที่สุดคือ การเอาแต่มองอดีตและอนาคตโดยไม่สนใจชีวิตในวินาทีนี้
  • ในชีวิตไม่มีใครเลือกเส้นทางชีวิตให้เราได้ เราเท่านั้นที่เป็นคนเลือกเองและเราเลือกได้ตั้งแต่วินาทีนี้
  • ที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไม่ใช่อยู่ที่สิ่งแวดล้อม แต่อยู่ที่เราตัดสินใจไม่เปลี่ยนแปลงและเลือกใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ เองต่างหาก
  • คนเราอยากเปลี่ยนแปลง อยากพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น แต่ไม่เปลี่ยนก็เพราะเรากลัวการเปลี่ยนแปลง
  • การที่เราไม่มีความสุขไม่ได้เป็นเพราะอดีตหรือสภาพแวดล้อม และก็ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ เราแค่มีความกล้าไม่มากพอต่างหาก
  • ตราบใดที่ชีวิตเรายังผูกติดกับคำว่า ถ้า เช่น ถ้าฉันทำ มีแบบนี้ แบบนั้น ถึงจะเปลี่ยนแปลงได้ เราก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย
  • หลักการยอมรับตัวเองคือ ยอมรับในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ เลิกมองสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
  • จำไว้ว่าการอยู่ในสังคมย่อมทำให้เราเจ็บปวดบ้าง และบางครั้งเราก็อาจทำให้คนอื่นรู้สึกแย่หรือเจ็บปวดได้เหมือนกัน
ชีวิตเป็นของเรา มีแต่เราเท่านั้นที่ใช้มันได้ ถ้าเราไม่ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง แล้วใครที่ไหนจะมาใช้ชีวิตเพื่อเรา - หนังสือกล้าที่จะถูกเกลียด
  • ชีวิตเป็นของเรา มีแต่เราเท่านั้นที่ใช้มันได้ ถ้าเราไม่ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง แล้วใครที่ไหนจะมาใช้ชีวิตเพื่อเรา
  • ความสัมพันธ์คือบ่อเกิดของความทุกข์ แต่ในทางกลับกัน ความสัมพันธ์ก็เป็นบ่อเกิดของความสุขด้วย
  • ความทุกข์ใจทั้งหมดล้วนเกิดจากความสัมพันธ์กับผู้คน ถ้าไม่มีอยากทุกข์ก็จงไปอยู่ในจักรวาลที่มีเราคนเดียว ซึ่งเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้
  • การสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่ในสังคม นี่คือภารกิจของชีวิต
  • จำนวนเพื่อนหรือคนรู้จักไม่ได้มีคุณค่าอะไร สิ่งที่ควรคำนึงถึงมากกว่าคือระยะห่างและระดับความสนิทของความสัมพันธ์ต่างหาก
  • คนเราไม่ได้ต่ำต้อยกว่าคนอื่นเลย เราแค่คิดไปเองว่าตัวเองต่ำต้อยเท่านั้น
  • ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน ไม่ต้องแข่งขันกับใคร แค่มุ่งที่จะก้าวไปข้างหน้าก็พอ ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร
  • จำไว้ว่าเราไม่ได้เดินไปข้างหน้าเพื่อที่จะแข่งขันกับคนอื่น แต่เพื่อให้ก้าวไปได้ไกลกว่าจุดที่ตัวเองอยู่ในปัจจุบัน
  • บนโลกใบนี้ไม่มีคนที่เหมือนกันไปเสียทุกอย่าง เราต้องเปิดใจยอมรับว่าเราแตกต่างจากคนอื่น
  • จงปฏิบัติต่อกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ เราควรหันหน้าเข้าหากันด้วยความจริงใจในฐานะที่เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกันกับเรา
  • เราต้องไม่มองแค่ว่าคนอื่นกำลังทำอะไร แต่ต้องมองให้ลึกลงไปถึงตัวตนของเขา เราไม่ควรตัดสินคนอื่นว่า ทำอะไรบ้าง แต่ควรยินดีที่เขามีตัวตนในโลกนี้
  • จงเลิกปรารถนาการเป็นที่ยอมรับ ความทุกข์ใจที่เกิดจากความสัมพันธ์ของมนุษย์มีจุดเริ่มต้น มนุษย์เรามีชีวิตอยู่โดยปรารถนาให้คนอื่นยอมรับ
จำไว้ว่า “มนุษย์เราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อทำตามความคาดหวังของคนอื่น” - หนังสือกล้าที่จะถูกเกลียด
  • จำไว้ว่า “มนุษย์เราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อทำตามความคาดหวังของคนอื่น”
  • สิ่งที่เราทำได้มีแค่เลือกเส้นทางที่ตัวเองเชื่อว่าดีที่สุด ส่วนคนอื่นจะตัดสินการเลือกของเรายังไง นั้นก็เป็นธุระเขา เราไม่สามารถไปห้ามหรือแก้ไขอะไรได้
  • คนอื่นจะชอบหรือจะเกลียดเราก็เป็นธุระของเขา ไม่ใช่ธุระอะไรของเรา
  • ความสัมพันธ์ที่ดีนั้นจำเป็นต้องมีการเว้นระยะห่างระหว่างกันเอาไว้ระดับหนึ่ง หากใกล้กันเกินไปเราจะหันหน้าเข้าหากันไม่ได้ แต่ถ้าห่างกันเกินไปก็ไม่ดีเหมือนกัน
  • การยอมรับตัวเองคือการยอมรับว่าตัวเองทำไม่ได้ ในเรื่องที่ทำไม่ได้จริง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามพัฒนาตัวเองให้สามารถทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด
  • คนเรามีความสามารถเพียงพอ แต่ขาดก็แค่ความกล้าเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับความกล้า
  • ความสุขคือการรู้สึกว่าได้ช่วยเหลือคนอื่น นี่คือนิยามของความสุข
  • คนเราจะเห็นว่าตัวเองมีคุณค่าก็ต่อเมื่อคิดว่าตัวเองมีประโยชน์กับใครสักคน
  • ชีวิตคือเส้น เป็นจุดเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อกันแต่ในขณะ จุดหนึ่งจุดก็คือเวลาแต่ละวินาทีในตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตจึงเป็นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในวินาทีนี้
  • จงมอบความหมายให้กับชีวิตที่ไม่มีความหมาย เพราะชีวิตมนุษย์ไม่ได้มีเหตุผลหรือมีความหมายเสมอไป