สรุปหนังสือ จูบกบตัวนั้นซะ! (Kiss That Frog!) เขียนโดย Brian Tracy และ Christina Tracy Stein

📚 สรุปหนังสือ จูบกบตัวนั้นซะ! (Kiss That Frog!)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“อุปสรรค และปัญหา” เปรียบเสมือนกบที่น่าเกลียด น่ากลัวของเรา แต่เจ้ากบเหล่านี้คือ ต้นทุนของความสำเร็จ

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

เป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่ได้พบเจอกับอุปสรรค และปัญหาได้ สิ่งที่สำคัญคือ การปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่ออุปสรรคและปัญหาเหล่านั้นด้วยการมองให้ลึกเห็นบทเรียนอันล้ำค่าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

เพราะยิ่งเราจูบกบที่น่าเกลียดเหล่านั้นมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งแกร่งขึ้น เก่งขึ้น และมีโอกาสประสบความสำเร็จ และมีความสุขมากยิ่งขึ้น

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“ความสามารถที่จะมีความสุข เป็นมาตรวัดความสำเร็จที่แท้จริงของคุณในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง”

สรุปหนังสือ จูบกบตัวนั้นซะ! (Kiss That Frog!) เขียนโดย Brian Tracy และ Christina Tracy Stein

  • กบ คือความเชื่อในแง่ลบ ที่ซ่อนศักยภาพของเราไว้ ประกอบด้วยผู้คน สถานการณ์ และความทรงจำ อารมณ์ ประสบการณ์อันเลวร้าย
  • ลองมองเข้าไปในกระจก ทัศนคติและความคิดของเราที่มีต่อคนที่เราเห็นในกระจก จะส่งผลต่อความสุข ความประสบความสำเร็จของเราอย่างมหาศาล
  • หากเปลี่ยนความคิดที่มีต่อตัวเราเองได้ ชีวิตของเราก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย
  • เราสร้างโลกของตัวเองผ่านความคิดและความเชื่อ
  • ความคิด สามารถทำให้เราสุขหรือเศร้าก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้มันอย่างไร
  • การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การค้นพบว่าอุปสรรคสำคัญที่ขวางกั้นเรากับชีวิตที่วิเศษ มักจะเป็นทัศนคติในแง่ลบที่เรามีต่อตัวเองและผู้อื่น
  • เป้าหมายหลัก ควรเป็นการใช้ชีวิตที่มีความสุข ความสงบ ความตื่นเต้นที่ได้ตื่นมาทุก ๆ วันที่เริ่มต้นใหม่
  • เราเป็นคนสำคัญต่อตัวเอง โลกหมุนรอบตัวเราเพียงคนเดียว และเราเป็นคนให้ความหมายกับทุกสิ่งที่เห็นได้ยิน
  • เรามีอิสระที่จะเลือกเสมอว่าความคิดของเราควรมีเนื้อหาอย่างไร และชีวิตควรเดินหน้าไปในทิศทางไหน
  • เราแตกต่างจากใครก็ตามที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ และเราถูกกำหนดมาให้ทำสิ่งที่แสนวิเศษให้กับชีวิตของตัวเอง
  • ความเชื่อว่าตัวเองมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด เป็นกุญแจดอกสำคัญไปสู่การเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสามารถเป็นได้
  • ไม่มีขีดจำกัดว่าเราสามารถทำ เป็น หรือมีอะไรได้บ้าง เว้นแต่ว่า เราจะยัดขีดจำกัดนั้นลงไปในหัวเราเอง
  • จงตัดสินใจว่าอะไรคือสิ่งที่เราฝัน ก่อนจะตัดสินใจว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นไปได้
  • เพื่อให้มีความสุข และสมปรารถนาอย่างแท้จริง ต้องเริ่มต้นด้วยภาพที่ชัดเจน และสมบูรณ์แบบเกี่ยวกับคนที่อยากเป็น และชีวิตที่อยากครอบครอง
  • จงฝึกฝนการคิดแบบไร้ขีดจำกัด โดยวาดภาพอนาคตที่สมบูรณ์แบบสำหรับตัวเองในทุก ๆ ด้านของชีวิตขึ้นมา
  • จงคิดแบบย้อนกลับจากอนาคต โดยนึกถึงช่วงเวลาในอีก 5 ปีข้างหน้าที่มีชีวิตสมบูรณ์ที่สุด ที่ต้องการ แล้วมองย้อนมาหาตัวเองในปัจจุบัน
  • เลือกเป้าหมายออกมาหนึ่งอย่าง ซึ่งถ้าทำสำเร็จภายใน 24 ชั่วโมง และเป็นเป้าหมายที่จะส่งผลกระทบในแง่บวกอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิต
  • ตั้งปณิธานว่าจะลงมือทำอะไรสักอย่างทันทีเพื่อสร้างชีวิตในฝันขึ้นมา
  • ฝึกสร้างนิสัยในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา แทนที่จะเอาแต่หลบเลี่ยงหรือปฏิเสธว่าไม่มีปัญหาอะไร
  • แยกแยะความแตกต่างระหว่างข้อเท็จจริงกับปัญหาให้ได้ ข้อเท็จจริง คือ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ปัญหา คือ สิ่งที่เราสามารถทำอะไรกับมันได้
  • หนึ่งในกุญแจสำคัญไปสู่ความสุขคือ การตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่หงุดหงิดหรือโมโหเพราะข้อเท็จจริง
    • ข้อเท็จจริง = อดีต (ที่ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว)
    • ปัญหา = อนาคต (ที่ยังสามารถแก้ไขได้)
  • วิธีหนึ่งที่สามารถควบคุมสถานการณ์ในแง่ลบ คือ การวิเคราะห์มันอย่างรอบคอบ
  • กุญแจสำคัญของการวิเคราะห์สถานการณ์คือ การตั้งคำถามและรวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
  • บ่อยครั้ง สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาในตอนแรกกลับเป็นโอกาสในการสร้างความเปลี่ยนแปลง
  • เวลาเผชิญกับความล้มเหลว ผิดหวัง ให้ลองตั้งคำถามกับตัวเอง
    • เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
    • มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?
    • เราสามารถทำอะไรได้บ้าง?
    • ตอนนี้เราจะลงมือทำอะไร?
  • อุปสรรคตัวฉกาจของมนุษย์เราทุกคน คือ อารมณ์ในแง่ลบ
  • ถ้าหากกำจัดอารมณ์ในแง่ลบทิ้งไปได้ ชีวิตย่อมเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
  • ความคิดของมนุษย์จะว่างเปล่าอยู่ได้ไม่นาน เมื่อกำจัดอารมณ์ในแง่ลบทิ้ง อารมณ์ในแง่บวกจะเข้ามาแทนที่โดยธรรมชาติ
  • ความคิดเกิดก่อนความรู้สึก และความรู้สึกก็เกิดก่อนการตัดสินใจและการกระทำ ดังนั้น เราเองที่เป็นคนกำหนดอารมณ์ความรู้สึกของตัวเราเอง จากความคิดที่เกิดขึ้น
  • คนที่มีความสุข และประสบความสำเร็จมากที่สุด จะไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าทันที จะใช้เวลาไปกับการคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น และไตร่ตรองว่าตอบสนองอย่างไรให้ดีที่สุด
  • สิ่งเร้ากับการตอบสนอง ถือว่าเป็นตัวกำหนดคุณภาพชีวิตของคนคนหนึ่งได้
  • เมื่อมองย้อนกลับไปในชีวิต จะพบการตัดสินใจที่ทำให้ไม่มีความสุข ล้วนเป็นผลมาจากการไม่ไตร่ตรองถึงเหตุการณ์นั้น ๆ ให้รอบคอบก่อนที่จะลงมือทำอะไรออกไป
  • ตัวสถานการณ์ ไม่ได้ทำให้รู้สึกมีความสุขหรือไม่มีความสุข แต่การตีความของเราที่มีต่อสถานการณ์นั้นต่างหาก
  • จงเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง เพราะภาษามีความสำคัญอย่างมากสำหรับการตีความหมายของเหตุการณ์ หรือกระตุ้นความคิด ความรู้สึกอารมณ์
  • ยิ่งอารมณ์ในแง่ลบมีความรุนแรงมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งถอยห่างจากความเป็นจริง และไม่สามารถคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้นเท่านั้น
  • ยาถอนพิษ สำหรับคนที่ติดในการคิดแง่ลบ โกรธเคือง และไม่มีความสุข คือ การตัดสินใจว่าจะยืดอกรับผิดชอบ
  • ความจริง คือ เราอยู่ในที่ที่อยู่ และเป็นอย่างที่เรา ณ ตอนนี้ เพราะวิธีคิด
  • สิ่งใดก็ตามที่เรากำลังเก็บเกี่ยวในวันนี้ไม่ว่าจะเป็นด้านใดของชีวิต ล้วนแล้วแต่เป็นผลลัพธ์จากสิ่งที่เราได้หว่านเอาไว้ในอดีต
  • เมื่อเราใช้เวลาส่วนใหญ่คิดถึงอะไร เราจะกลายเป็นสิ่งนั้น ดังนั้น จงคิดถึงสิ่งที่เราต้องการ
  • เราจะเป็นอย่างที่คิด และเราก็จะเป็นอย่างที่เราพูดกับตัวเองด้วยเช่นกัน
  • พูดกับตัวเองซ้ำ ๆ ด้วยถ้อยคำที่เป็นบวก และสร้างแรงบันดาลใจเสมอ โดยให้ประโยค เป็นส่วนตัว เป็นปัจจุบัน และเป็นบวก
  • เราเชื่อในสิ่งที่เราเห็น การเห็นภาพ การนึกภาพ จะหล่อเลี้ยงความคิดด้วยภาพที่ชัดเจนของคนที่เราอยากจะเป็น และผลลัพธ์ที่อยากจะทำให้สำเร็จ จะค่อย ๆ ซึบเข้าสู่จิตใต้สำนึก และกระตุ้นเราให้ลงมือ เพื่อนำไปสู่สิ่งนั้น
  • ก่อนเข้านอนและหลังจากตื่นนอน เป็นช่วงเวลาที่จิตใต้สำนึกตอบรับต่อการคิดภาพสิ่งที่เราต้องการได้ดีที่สุด
  • วิธีที่เร็วที่สุดในการเปลี่ยนความคิดในแง่ลบให้กลายเป็นบวก และปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากประสบการณ์อันเลวร้ายในอดีต คือ การตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะมองอดีตในมุมที่ต่างออกไปจากเดิม
  • ปัญหา คือ โอกาสในการเรียนรู้
  • หน้าที่ของเรา คือ การเพ่งความสนใจไปยังผลประโยชน์ที่ซ่อนอยู่นั้น และอย่าใส่ใจกับส่วนอื่น ๆ ของปัญหา
  • หนึ่งในวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการเปลี่ยนความคิดจากลบให้เป็นบวก คือ เปลี่ยนคำว่า ปัญหา เป็นคำว่า ความท้าทาย หรือโอกาสแทน
  • ปัญหาเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรามีแนวโน้มจะเผชิญกับภาวะวิกฤติทุก ๆ 2-3 เดือน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ การเงิน ครอบครัว และอื่น ๆ
  • การยอมรับว่าตัดสินใจผิดพลาดเป็นจุดแข็ง ไม่ใช่จุดอ่อน
  • มองหาแง่มุมดี ๆ และเสาะหาบทเรียนอันล้ำค่าในความล้มเหลว และความยุ่งยากทุกครั้ง
  • เวลาเจอการเปลี่ยนแปลง สิ่งเลวร้ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ปรับความรู้สึกที่มีต่อมันให้กลางด้วยการพูดว่า “ฉันมองเห็นสิ่งดี ๆ ในทุกการเปลี่ยนแปลง” หรือ “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลในตัวของมันเอง”
  • หนึ่งในกฎความสำเร็จ คือ การยอมรับว่าสิ่งต่าง ๆ ได้เกิดขึ้นแล้ว และเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรมันได้
  • กำจัดคำว่า “ถ้าหากว่า” ออกไปจากพจนานุกรม
  • ยอมรับว่าความสูญเสียเป็นต้นทุนจม (ต้นทุนจมในทางบัญชี คือ จำนวนเงินที่ถูกใช้จ่ายไปและสาบสูญไปตลอดกาล ไม่สามารถเรียกคืนมาได้)
  • อารมณ์ในแง่ลบมีอยู่มาก แต่มากถึง 99% คือ ความกลัวการล้มเหลว และความกลัวการถูกปฏิเสธ
  • จงพยายามอย่าคาดหวังว่าสถานการณ์ต้องออกมาในแบบที่ต้องการ 100% แล้วเราจะไม่รู้สึกผิดหวังเมื่อผลลัพธ์ออกมาผิดคาด
  • เราจะมีสุขภาพทางความคิดดีได้ ขึ้นอยู่กับว่าสามารถให้อภัย ลืม และปล่อยวางประสบการณ์อันเลวร้ายได้ดีแค่ไหน
  • ปัญหากว่า 85% ในชีวิตเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนอื่น อารมณ์ในแง่ลบทั้งหลาย นั้นล้วนเกี่ยวข้องกับคนอื่นอย่างน้อยหนึ่งคนเสมอ
  • อาหารกายที่ทานเข้าไปส่งผลต่อสุขภาพและพลังงาน หากกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เราก็จะมีพลังงานที่ดี แข็งแรงขึ้น นอนหลับสบายขึ้น มีความสุขมากขึ้น
  • อาหารสมองที่เราทานจาก แนวคิด ข้อมูล หนังสือ บทสนทนา การเรียนรู้ และความคิดในแง่บวก เข้าไปส่งผลต่อนิสัย ใจคอ บุคลิกภาพ และเกือบทุกสิ่งในชีวิตของเรา ดังนั้น จงทานอาหารสมองที่ดี มีประโยชน์ และเป็นบวก
  • ฝึกฝนตัวเองให้คิดบวกทุกแง่มุม
    • พูดคุยกับตัวเองในแง่บวก
    • นึกภาพในแง่บวก
    • เลือกคบคนที่คิดบวก
    • ทานอาหารสมองในแง่บวก
    • พัฒนาในแง่บวก
    • สร้างนิสัยสุขภาพในแง่บวก
    • มีความคาดหวังในแง่บวก
  • การลงมือทำ คือ ทุกสิ่ง จงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ตั้งแต่วันนี้จะลงมือทำ
  • ไม่สำคัญว่าเราจะมาจากที่ไหน สิ่งสำคัญจริง ๆ คือ เราจะไปที่ไหนต่างหาก