สรุปหนังสือ คัมภีร์สุดยอดกลยุทธ์การสร้างความไว้ใจ (Little Teal Book of Trust) - Jeffrey Gitomer

📚 สรุปหนังสือ คัมภีร์สุดยอดกลยุทธ์การสร้างความไว้ใจ (Little Teal Book of Trust)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“ความเชื่อใจ” เป็นสิ่งที่ต้องบ่มเพาะ สร้างขึ้น ลงแรง ลงเวลา เราอยากให้ใครไว้ใจเรา เราต้องเป็นคนเริ่มสร้างเหตุให้เขาเกิดความไว้ใจเราก่อน ไม่ใช่ว่า เราไม่ทำอะไร แล้วคาดหวังว่าคนอื่นจะเชื่อใจ ไว้วางใจเรา ซึ่งความไว้วางใจนี้ เป็นรากฐานของทุกความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นด้านใด แง่มุมใดก็ตาม

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

ยิ่งมีคนไว้วางใจเรามากเท่าไหร่ ระดับความสำเร็จของเราก็สูงขึ้นตามไปด้วย

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“จงลงทุนสร้างในการสร้างความไว้วางใจไปชั่วชีวิต คุณค่าของมันเกินกว่าสิ่งที่เราลงแรงทำ”

สรุปหนังสือ คัมภีร์สุดยอดกลยุทธ์การสร้างความไว้ใจ (Little Teal Book of Trust) เขียนโดย Jeffrey Gitomer

  • มีคำกล่าวว่า เราใช้เวลาทั้งชีวิตที่จะบ่มเพาะความเชื่อมั่น และความไว้วางใจผู้คนได้ แต่ความผิดพลาดที่ใช้เวลาเพียง  ไม่กี่นาที สามารถทำลายความไว้ใจทั้งหมดที่สร้างมาลงได้ในพริบตา
  • ความเชื่อใจนั้นเติบโตขึ้นตามกาลเวลา
  • การสร้างความไว้ใจเป็นเรื่องยาก และต้องใช้เวลา แต่การรักษาความไว้ใจที่ได้มานั้นเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า
  • ความไว้วางใจ หรือความเชื่อใจนั้น เป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นมาเองเฉย ๆ หากแต่ต้องสร้างขึ้น
  • การกระทำแต่ละอย่างค่อย ๆ สร้างความเชื่อใจไปตามกาลเวลา ชื่อเสียงของเราจะพัฒนาขึ้นเป็นคนที่ไว้ใจได้ พึ่งพาได้ หรือเป็นคนมีใจบริการ
  • การสร้างความไว้วางใจหรือความเชื่อใจเป็นเรื่องของอารมณ์ แต่มันอยู่บนพื้นฐานของความเป็นเหตุเป็นผลด้วยเช่นกัน
  • ความไว้ใจนั้นไม่ใช่อะไรที่ได้มาฟรี ๆ เราต้องทำงานแลกมา
  • “ความเชื่อใจ” เป็นกุญแจไปสู่คำว่า “ตกลง”
  • ความเชื่อใจนั้นไม่ใช่องค์ประกอบที่สำคัญอันหนึ่ง แต่มันเป็นองค์ประกอบเดียวที่สำคัญที่สุดในการสร้างความสำเร็จระยะยาวกับบริษัทไหนหรือใครที่ไหนก็ตาม
  • คำตอบของ “ทำไมฉันควรจะไว้ใจคุณ?” คือ ความไว้ใจจะทำให้ คน 2 คนบรรลุความสัมพันธ์ในทุกระดับ ยิ่งปัจจัยของความเชื่อใจนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน ความสัมพันธ์ก็แผ่ขยายออกไปได้เท่านั้น
  • เคล็ดลับ คือ ต้องเป็นคนที่น่าไว้ใจ ทำได้โดยต้องอาศัยเวลา พร้อมกับคำพูด การลงมือทำ และการกระทำที่จะทำให้เกิดความไว้วางใจขึ้นได้
  • ยิ่งเรากลายเป็นคนที่น่าไว้วางใจเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีศักยภาพในการประสบความสำเร็จได้มากเท่านั้น ไม่ใช่แค่ในความสัมพันธ์เท่านั้น แต่ในความพยายามทั้งหมดที่เราจะทำ
  • การจะได้ความเชื่อใจมา เราต้องมอบความเชื่อใจก่อน
  • การเซอร์ไพรส์ ช่วยนำไปสู่ความเชื่อใจได้
  • องค์ประกอบที่จะแสดงตัวออกมาในรูปของความไว้วางใจ
    • ความสัมพันธ์
    • ดุลยพินิจ
    • ความจริง
    • คุณค่า
    • การรับใช้
    • การมอบความไว้วางใจ
    • การได้รับความไว้วางใจ
  • ความเชื่อใจก่อรากฐานของทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ หรือในชีวิตส่วนเรา
  • เราไว้ใจตัวเองหรือเปล่า? คนที่มองย้อนกลับไปตำหนิตัวเองหรือกังขาตัวเองในการตัดสินใจผิด ๆ จะยังคงทำให้ตัวเองล้มเหลวอีกในการตัดสินใจในอนาคตเพียงเพราะพวกเขาไม่ไว้ใจตัวเอง
  • จงมองการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเราว่าเป็นบทเรียนชีวิต
  • ความผิดพลาดด้วยการคิดวิเคราะห์อย่างดีเยี่ยม นั้นเป็นครูที่ดีที่สุดในโลก และถ้าเราเลือกที่จะเรียนรู้จากมัน เราก็จะเริ่มเชื่อใจตัวเองและเข้าใจว่า ไม่ว่าจะถูกหรือผิด เราก็ได้ตัดสินใจและเดินหน้าต่อไป
  • เราต้องเรียนรู้ที่จะไว้ใจตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก เราไม่สามารถจะไว้ใจคนอื่น ๆ ได้จนกว่าเราจะไว้ใจตัวเอง
  • เราอาจจะต้องพึ่งพาคนอื่น แต่ความหวังพึ่งพานั้น ก็เป็นผลเฉพาะของความไว้ใจ
  • เราจะไม่ทำตามคำแนะนำของใคร ถ้าเราไม่เชื่อใจหรือมีความรู้สึกดี ๆ กับคนที่ให้คำแนะนำ
  • เรามักเชื่อ เพื่อน ญาติพี่น้อง และเพื่อนร่วมงาน มากกว่าใครคนที่พยายามจะขายของให้เราเป็นพันเท่า
  • วิธีการที่ดีที่สุดในการฝึก เพื่อกลายเป็นคนที่น่าไว้วางใจ ก็คือ ศึกษาจากคนอื่นที่ไว้วางใจได้
  • องค์ประกอบที่นำไปสู่ความน่าไว้วางใจคืออะไร?
    1. เราได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างไร
    2. เราเลือกที่จะคบหาข้องเกี่ยวกับใคร
    3. คนที่มีอิทธิพลต่อเรามีใครบ้าง
  • นิสัย คือ พื้นฐานของความสามารถในการสร้างความน่าไว้วางใจ นิสัยของเรา จะแสดงตัวออกมาตามชื่อเสียงของเรา
  • ลักษณะนิสัย เป็นกุญแจไปสู่ ความน่าไว้วางใจ
  • ลองหลับตาแล้วนึกถึงที่เราไว้วางใจ เราจะพบว่า จะเป็นคนที่รู้จักมาเป็นเวลานานที่พิสูจน์ให้เราเห็นครั้งแล้วครั้งเล่า เสมอต้นเสมอปลาย จนควรค่าแก่ความไว้วางใจ
  • เหตุผลที่ทำให้เกิดการไว้วางใจ เชื่อใจ
    1. เชื่อว่าพวกเขาคำนึงถึงผลประโยชน์ของเรา
    2. เชื่อว่าพวกเขาไม่ได้ให้คำแนะนำ โดยนึกถึงสิ่งที่ดีต่อพวกเขา แต่นึกถึงสิ่งที่จะเป็นผลดีต่อเรา
    3. เงินไม่ใช่แรงจูงใจในความสัมพันธ์ และไม่ได้มีอิทธิพลต่อการที่พวกเขาแนะนำเรา
    4. มีอดีตของมิตรภาพร่วมกัน
    5. มีอดีตของความสำเร็จร่วมกัน
    6. เชื่อว่าสิ่งที่พวกเขาบอกเรานั้นเป็นความจริงเสมอ
    7. เมื่อพูดคุยกับพวกเขา จะรู้สึกสบายอกสบายใจมาก
    8. รู้สึกมีความรู้สึกผูกพันใกล้ชิด ที่ทำให้เรามีความสงบ และจิตใจสงบสุข
  • วิธีการที่ง่ายที่สุดในการเข้าใจว่าทำไมคนอื่น ๆ จึงไว้ใจเรา คือ วัดจากคำถามที่พวกเขาถามเรา ยิ่งคำถาม เป็นเรื่องส่วนตัวมากเท่าไหร่ ระดับความไว้วางใจก็จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น
  • ความไว้ใจในทุกระดับ จำเป็นต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเหมือนกัน คือ ความจริง ความจริงใจ คุณค่าที่รับรู้ได้ อดีตของความสำเร็จร่วมกัน
  • ยิ่งคนอื่น ๆ ไว้ใจเรามากขนาดไหน เราก็จะสามารถก้าวจากจุดที่หนึ่งไปจุดที่สองได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น
  • เคล็ดลับ คือ ต้องเป็นคนน่ารัก มีความน่าเชื่อถือ มีความมั่นใจ แล้วในที่สุดความไว้ใจก็จะค่อย ๆ ปรากฏช้า ๆ 
  • ยิ่งเราเชื่อใจอีกคนหนึ่งมากแค่ไหน เราก็ยิ่งมีศรัทธาในตัวเขามากเท่านั้น และอีกฝ่ายก็จะเชื่อใจเรากลับมาเช่นกัน
  • เรามองภาพตัวเองเป็นอย่างไร? เป็นคำถามที่ทรงพลังที่เราควรถามตัวเอง
  • ยิ่งภาพชัดขึ้นเท่าไหร่ เรายิ่งยอมรับที่จะเป็นตัวเองได้มากขึ้น และยิ่งเรามองเห็นอนาคตมากขึ้น ก็จะไปสู่ความสำเร็จได้เร็วขึ้น
  • ความจริง 3 ข้อ
    1. จงไว้ใจตัวเอง สร้างภาพตัวเองที่เราอยากเห็น อยากเป็น ผนวกเข้ากับความเชื่อ เราจะกลายเป็นคนนั้นในที่สุด
      • ถ้าอยากประสบความสำเร็จในเรื่องใด วิธีการที่ง่ายที่สุด คือ ให้วาดภาพตัวเองไปอยู่ตรงนั้นไว้ล่วงหน้า  
    2. จงไว้ใจความเชื่อ เราควบคุมความเชื่อ และภาพต่าง ๆ ที่เราใส่ไว้ในหัวได้
      • เราต้องรักในสิ่งที่เราทำ (หรืออย่างน้อยก็ต้องชอบมัน) เพราะเราจะนึกภาพความสำเร็จในหน้าที่การงานที่เราไม่ชอบไม่ได้
    3. จงเชื่อใจในความคิด ถ้าเราเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองในใจแล้ว เราจะเริ่มบรรลุถึงภาพในจิตใจ และอยู่กับความคิดนั้น  
      • ความคิดจะนำไปสู่การลงมือทำ การกระทำที่มีความมุ่งมาดปรารถนา และมีความหวังในแง่บวก จะนำไปสู่ผลลัพธ์ และภาพความปรารถนาของเราจะกลายเป็นเป็นจริง
  • บุคคลที่เราสามารถไม่ซื่อสัตย์ด้วยง่ายที่สุดก็คือตัวเราเอง เพราะเรามักจะให้เหตุผลแก่ความไม่ซื่อสัตย์กับตัวเอง ไม่แบบใดก็แบบหนึ่งเสมอ
  • ความจริงเป็นเรื่องของคำพูด ความซื่อสัตย์เป็นเรื่องของการกระทำ 
  • การซื่อสัตย์กับผู้อื่นเป็นเรื่องง่าย เพราะความซื่อสัตย์ต้องชัดเจนให้ทุกคนได้เห็น แต่การซื่อสัตย์กับตัวเองนั้นยากกว่า เพราะเราแค่ต้องให้เหตุผลแก่ตัวเองเป็นการส่วนตัว ซึ่งไม่มีใครมาเห็น
  • การซื่อสัตย์กับตัวเองนั้นต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก เพราะนั่นหมายถึงการทำในสิ่งที่ถูกต้องเวลาที่ไม่มีใครเห็น
  • ส่วนสำคัญของความซื่อสัตย์ คือ การมีวินัยในตัวเอง ความเด็ดเดี่ยว และความภาคภูมิใจในสิ่งที่เราเป็นในฐานะคนคนหนึ่ง และการกระทำแต่ละอย่างมีความหมายต่อความเป็นตัวเรา

นิยามของความเชื่อใจ

  1. ความเชื่อใจ คือ ความเสี่ยง ความเชื่อใจนั้นเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อเราได้มอบความไว้วางใจให้แก่ผู้อื่น เพราะถ้าเราไม่เชื่อใจ เราก็คงไม่บอกความลับ ไม่แบ่งปันข้อมูล ไม่ให้ยืมเงิน และทุกสิ่งล้วนมาด้วยความเสี่ยง
  2. ความเชื่อใจ จะเกิดขึ้นทีละนิดในช่วงเริ่มต้น เราไว้ใจผู้คนทีละนิด ๆ จนกระทั่งรู้สึกสบายใจ แล้วค่อยเต็มใจจะตกลงกับเขา
  3. ความเชื่อใจ เป็นรูปแบบหนึ่งของศรัทธา เราต้องมีศรัทธาในตัวพวกเขาก่อน ถึงจะเกิดความเชื่อใจได้ เมื่อมีความเชื่อใจ เราก็จะเต็มใจเสี่ยง
  4. ความเชื่อใจ ช่วยลดแรงต้านลง เมื่อเราเริ่มเชื่อใจใครสักคน แรงต่อต้านภายในใจของเราจะค่อย ๆ ลดน้อยลง แล้วเราจะเปิดรับง่ายขึ้น
  5. ความเชื่อใจ ลดอุปสรรคให้น้อยลง เมื่อมีกำแพงกั้นกลางระหว่างเราและคนอื่น แสดงว่าพวกเขายังไม่เชื่อใจเราอยู่ กำแพงจะสลายได้ ก็ต่อเมื่อ ความเชื่อใจก่อรูปขึ้น
  6. มิตรภาพนำไปสู่ความเชื่อใจ การทำตัวเป็นมิตรนั้นเป็นพื้นฐานของการสร้างความไว้วางใจ ความเชื่อใจ (เราคงไม่ไว้ใจใคร ถ้าเขาทำตัวไม่ดี หรือไม่เป็นมิตรกับเรา)
  7. ความสัมพันธ์ทางธุรกิจนำไปสู่ความเชื่อใจ การบริการที่ดีเยี่ยม ทำสิ่งที่สัญญาไว้ ทำเกิดสิ่งที่ลูกค้าคาดไว้ การกระทำเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ จะนำไปสู่ความเชื่อใจทางธุรกิจ (ลูกค้า)
  8. การติดต่อทางธุรกิจอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อใจ เมื่อไม่มีความเชื่อใจ ไว้วางใจ การทำตกลงทางธุรกิจ ย่อมไม่มีทางเกิดขึ้นได้
  9. การบริการเป็นเวลานานนำไปสู่ความเชื่อใจ ให้บริการ คงคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ และยาวนานพอ จะนำไปสู่การเชื่อใจ วางใจ และเชื่อมั่นให้ลูกค้า
  10. การขายมีพื้นฐานอยู่บนความเชื่อใจ การขาย เกิดขึ้น เมื่อผู้ซื้อเชื่อใจ วางใจ และเชื่อมั่นในสินค้า มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ ความเชื่อใจระหว่างผู้ซื้อที่มีต่อผู้ขาย
  11. ความเชื่อใจเป็นจุดเชื่อมระหว่างใช่กับไม่ใช่ ระดับของความไว้ใจนั้นจะเป็นตัวกำหนดระดับของการตอบตกลงว่าใช่ หรือไม่ใช่
  12. ความเชื่อใจเป็นไฟเขียว การได้มาซึ่งความไว้วางใจไม่ได้หมายความว่า เราเข้าเส้นชัยแล้ว แต่หมายถึงว่า เราได้รับอนุญาตให้เดินหน้าต่อไป 
  13. ความสัมพันธ์ส่วนตัวนำไปสู่ความเชื่อใจ การสร้างความสัมพันธ์นำไปสู่ความเชื่อใจ ลองนึกมองย้อนหลังกับความสัมพันธ์ต่าง ๆ ที่เรามี เช่น พ่อแม่ ลูก แฟน เราล้วนก่อสร้างมาจากความสัมพันธ์ทีละเล็ก ละน้อย จนนำไปสู่ความเชื่อใจกันและกัน
  14. การแต่งงานอยู่บนพื้นฐานของความรักและความเชื่อใจ ความรักจะผุกร่อน จืดจาง หรือสลายไปขึ้นอยู่กับความเชื่อใจกันและกัน
  15. ความเชื่อใจก่อให้เกิดความมั่นใจในตัวเองและจากคนอื่น ความเชื่อใจเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการมีความมั่นใจทั้งกับตัวเอง และผู้อื่น
  • ยิ่งมูลค่าของสิ่งเสนอให้นั้นสูง ปัจจัยของความเชื่อใจก็จะต้องสูงตามไปด้วย  
  • สถานที่ที่ดีที่สุดที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับทัศนคติ ความจงรักภักดี ความซื่อสัตย์ ความเชื่อใจ และความจริง ก็คือที่บ้าน เพราะคนเหล่านี้เป็นคนที่มีความหมายกับเรามากที่สุด
  • ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง จะพัฒนาไปตามกาลเวลา และอยู่บนพื้นฐานของการพึ่งพากัน ความไว้ใจกัน และความจริง
  • ความลับอันยิ่งใหญ่ของการได้มาซึ่งความไว้วางใจ คือ การค้นพบว่าทำไมขณะนี้ จึงไม่มีความไว้วางใจ แล้วค่อย ๆ ทำงานเพื่อให้ได้มาทีละเล็กทีละน้อย
  • ความเชื่อใจ มีอยู่หลายระดับ และต้องได้รับการพิสูจน์ด้วยกาลเวลา
  • กว่าจะได้ความไว้วางใจ จงมอบความไว้วางใจก่อน
  • การมอบคุณค่าให้ก่อน นำไปสู่ความไว้วางใจ
  • จงช่วยคนอื่น เพราะมันทำให้เรารู้สึกดี ยิ่งเราแบ่งปันความช่วยเหลือมากเท่าไหร่ เราก็จะได้รับความช่วยเหลือกลับมามากเท่านั้น
  • เวลาเราพูดอะไรเกี่ยวกับตัวเอง มันคือ การคุยโวเวลา แต่เวลาที่คนอื่นพูดเกี่ยวกับเรา มันเป็นข้อพิสูจน์
  • ไม่ตั้งหน้าตั้งตาขายตลอดเวลา จงตั้งใจสร้างความสัมพันธ์ เมื่อความสัมพันธ์เกิดขึ้น การซื้อก็จะตามมาเอง
  • กุญแจสำคัญในการฝึกฝนการขายทุกประเภทให้เชี่ยวชาญ คือ เปลี่ยน “คำบอกเล่าเกี่ยวกับตัวเรา ว่าเราเจ๋งขนาดไหน ว่าเราทำอะไร มาเป็นคำบอกเล่าเกี่ยวกับลูกค้า ว่าพวกเขาจะได้รับคุณค่าอะไรบ้าง ช่วยเพิ่มผลกำไรได้อย่างไร จากการเป็นเจ้าของสินค้าหรือบริการของเรา”
  • ถอดความ เอาคำว่า “เรา” ออกจากการขาย “เรา” ใช้สำหรับการขาย “คุณ” ใช้สำหรับการซื้อ นี่คือ วิธีคิดแบบ เรา-เรา
  • สิ่งที่เราต้องทำเพื่อขายให้ได้ก็คือ
    1. ให้คำตอบที่ลูกค้าต้องการ
    2. ไอเดียที่ลูกค้าจะได้ประโยชน์
    3. เราแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร
    4. คุณค่าที่ลูกค้ารับรู้ได้
  • ในการขาย ไม่สำคัญหรอกว่าเราพูดอะไร ที่สำคัญคือ ลูกค้ารับรู้อย่างไรในสิ่งที่เราพูด
  • การจะได้มาซึ่งความจงรักภักดี เราต้องให้ก่อน นั่นเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ และความสัมพันธ์เป็นรากฐานของธุรกิจที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จ
  • ความจริงนำไปสู่การเชื่อใจ ฉันต้องเชื่อใจคุณ จึงจะมีความสัมพันธ์กับคุณได้
  • ขอบเขตส่วนตัวของเรา เป็นตัวกำหนดขอบเขตธุรกิจ และอาชีพการงาน และความสุขของเรา
  • สิ่งที่เราควรจะทำหลังจากขายได้ก็คือ นึกดูว่าขายได้อย่างไร และทำไมลูกค้าจึงซื้อ ข้อมูลเหล่านี้ จะนำเราไปสู่การขายครั้งต่อไปได้ง่าย และเร็วยิ่งขึ้น
  • กฎของการขาย คือ ถ้าพวกเขาชอบ เชื่อ และมั่นใจในตัวเรา พวกเขาก็จะซื้อสินค้าจากเรา
  • องค์ประกอบของความเชื่อใจ
    • พูดความจริง เมื่อความจริงไม่มี ความเชื่อใจก็จะหายไป
    • ทำตามสัญญา ผู้คนหวังและคาดหวังให้เราทำตามสัญญา  
    • ทำตามที่พูด พูดสิ่งใด จงทำสิ่งนั้น
    • มอบคุณค่าเกินสินค้าหรือบริการ สิ่งที่เราทำให้ผู้อื่นประสบความสำเร็จมากขึ้น จะเป็นสิ่งสะท้อนที่แท้จริงของความเชื่อมั่น และไว้วางใจ
    • ตรงต่อเวลา การตรงต่อเวลาแสดงให้เห็นว่าเราเคารพเวลาของคนอื่น และเป็นการพิสูจน์ความไว้วางใจได้
    • เป็นมิตร คนที่ยิ้มแย้มจะเป็นประตูเปิดสู่การสื่อสารอย่างเปิดเผย
    • จริงใจ ไม่ใช่แค่การจริงใจกับผู้อื่น แต่จริงใจกับตนเองด้วย
    • เสมอต้นเสมอปลาย ความเชื่อใจไม่ใช่เรื่องนานทีครั้ง แต่เป็นเรื่องความสม่ำเสมอ
    • มอบความไว้วางใจ เรากลายเป็นคนน่าไว้วางใจ เมื่อมอบความไว้วางใจให้คนอื่นก่อน
  • ความจริงอาจจะเจ็บปวด แต่ก็ไม่มากเท่าคำโกหก
  • จงแน่ใจว่าการกระทำของเรา ก่อให้เกิดประโยชน์ที่ดีที่สุดในระยะยาว สำหรับลูกค้า ไม่ใช่ประโยชน์ระยะสั้นตามเป้ายอดขาย
  • คุณค่าของความไว้วางใจ คือ สิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้
  • คุณค่าของความไว้วางใจให้อะไรกับเราบ้าง?
    • ในที่ทำงาน ทำให้เราได้รับมอบหมายความรับผิดชอบและเติบโต เราจะกลายเป็นคนที่ทุกคนเข้ามาหา
    • ในการติดต่อธุรกิจประจำวัน ทำให้เราทำธุรกรรมสำเร็จลุล่วง ขายสินค้าได้ และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ยั่งยืน
    • ในการติดต่อเรื่องส่วนตัวประจำวัน ทำให้เรามีชื่อเสียงว่าเป็นคนมีคุณค่า คุณค่าของความไว้วางใจต่อเพื่อน ๆ มิตรภาพเป็นแก่นของความสัมพันธ์
    • คุณค่าต่อคู่ชีวิต การพูดคุยเปิดเผยและความรู้สึกที่ลึกซึ้งบนพื้นฐานของความจริงและความไว้วางใจ ทำให้เกิดศรัทธาในอีกคนและคำนึงถึงประโยชน์ของเขาในหัวใจตลอดเวลา  
    • คุณค่าของความไว้วางใจต่อตัวเราเอง เราไม่สามารถเชื่อใจคนอื่นได้จนกว่าจะเชื่อใจตัวเอง การเชื่อใจตัวเองเป็นสิ่งที่ทำให้ความไว้วางใจอื่น ๆ เกิดขึ้น
  • อย่าใช้เวลา แม้แต่นาทีเดียวทำให้ความไว้วางใจตกอยู่ในอันตราย เพราะยากเหลือเกินที่จะสร้างสิ่งที่สูญเสียไปแล้วนั้นขึ้นมาใหม่
  • จงเชื่อใจว่า เรามีความสามารถที่จะเชื่อในตัวเอง เชื่อในความเข้มแข็ง และความกล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดและความเชื่อนั้นออกมาในรูปแบบของการไว้ใจผู้อื่น แล้วชีวิตของเราจะดีขึ้น
  • ถ้าไม่พูดความจริง ก็ไม่มีความไว้วางใจ
  • การจะได้มาซึ่งความนับถือจากผู้อื่น เราต้องนับถือตัวเองก่อน
  • จงทำในสิ่งที่ถูกต้องตลอดเวลา แล้วเราจะได้รับความนับถือ จงพูดในสิ่งที่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเชื่อหัวใจตัวเอง  นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้ เพื่อตัวเองก่อน แล้วค่อยทำเพื่อคนอื่น