📚 สรุปหนังสือ Money 101 : เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข - จักรพงษ์ เมษพันธุ์ (หนุ่ม Money Coach)

📚 สรุปหนังสือ Money 101 : เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข – จักรพงษ์ เมษพันธุ์ (หนุ่ม Money Coach)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

ความรู้ทางการเงินเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้เป็นสิ่งแรก ๆ ของชีวิต เพราะชีวิตของเราล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของเงินทั้งสิ้น ยิ่งเราเรียนรู้เรื่องการเงินมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งบริหารจัดการชีวิตได้ดีขึ้นเท่านั้น ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อความสุข ความทุกข์ของชีวิตเรา

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“ชีวิตคนเป็นผลของการเลือก ทุกการตัดสินใจล้วนส่งผลต่อสถานะทางการเงินของเราทั้งสิ้น”

สรุปหนังสือ Money 101 : เริ่มต้นนับหนึ่งสู่ชีวิตการเงินอุดมสุข เขียนโดย จักรพงษ์ เมษพันธุ์ (หนุ่ม Money Coach)

  • เราทุกคนล้วนมีจุดเริ่มต้นสู่การศึกษาการเงินที่แตกต่างกัน
  • ปัญหาเรื่องเงินไม่ได้แก้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความรู้ทางการเงินที่ถูกต้องด้วย
  • ความรู้ทางการเงินเป็นหนึ่งในทักษะชีวิตที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนเราทุกอย่างมาก แต่กลับไม่ค่อยมีใครสอนนัก
  • ผู้ใหญ่มักสอนเด็กว่า ตั้งใจเรียน โตขึ้นจะได้ทำงานมีเงินเดือนดี ๆ แต่ไม่เคยบอกเลยว่า เมื่อได้เงินมาแล้วต้องทำอะไรกับเงินเหล่านั้น
  • 4 ทักษะการจัดการเงินขั้นพื้นฐาน คือ หาเงินได้ ใช้เหลือ เผื่อออม และต่อยอดให้งอกเงย (ขาดทักษะใดทักษะหนึ่งไม่ได้)
  • คนเราจะมีนิยามคำว่า “รวย” แต่ละคนแตกต่างกันไป
  • ต้องตั้งเป้าหมายชีวิตก่อน แล้วจึงตั้งเป้าหมายการเงิน ไม่ใช่เอาเป้าหมายการเงินเป็นตัวตั้งแรก
  • ตั้งเป้าหมายรูปแบบชีวิตที่ต้องการก่อน แล้วดูว่ารูปแบบชีวิตนั้น ต้องใช้เงินสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน
  • ลำดับของเป้าหมาย = ชีวิต (ต้องการอะไร?) → การเงิน (สิ่งที่ต้องการใช้เงินสนับสนุนเท่าไหร่) → เรียนรู้และลงมือทำ (ต้องรู้อะไร ต้องทำอะไรบ้าง?)
  • เป้าหมายการเงินพื้นฐาน 4 ข้อ มีพอใช้สำหรับปัจจัยสี่ เติมเต็มความสุขได้ตามที่ต้องการ สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และมีความมั่งคั่งเพียงพอจนวันสุดท้าย
  • เริ่มจากการตอบโจทยใช้จ่ายในชีวิตประจําวัน (ยึดหลักความจําเป็น) ค่อยเป็นเรื่องของการเติมเต็มความฝัน (ความต้องการ) เช่น บ้าน รถ เที่ยวต่างประเทศ
  • ถ้าอยากบริหารเงินให้สำเร็จต้องรู้จัก 2 คำ คือ สภาพคล่อง (สภาวะชีวิตที่มีกิน มีใช้ เหลือเก็บ) และ ความมั่งคั่ง (สภาพคล่องที่สั่งสมไว้ในรูปแบบทรัพย์สินต่าง ๆ)
  • ความมั่งคั่งเป็นผลจากการมีสภาพคล่องที่ดีอย่างต่อเนื่อง
  • ถ้าอยากประสบความสำเร็จทางการเงิน สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ แต่ละเดือนต้องมีเงินเหลือเก็บเพื่อนำไปต่อยอดได้
  • คนมีรายได้มาก หรือรายได้น้อยไม่ได้วัดที่จำนวนรายได้ แต่วัดกันที่สภาพคล่องสุดท้ายของแต่ละเดือนว่ามีเงินเหลือเก็บเพื่อนำไปต่อยอดมากแค่ไหน
  • สมการออม = เก็บออมแล้วที่เหลือค่อยนำไปใช้ ไม่ใช่ ใช้ก่อนแล้วค่อยนำที่เหลือไปเก็บออม
  • เมื่อเราเก็บออมเงินได้เรื่อย ๆ เราจะมีความหวัง และความมั่นใจในชีวิตมากขึ้น
  • เมื่อซื้อของฟุ่มเฟือย ให้จ่ายภาษีให้ตัวเองด้วย (เช่น ซื้อกาแฟแพง ๆ สักแก้ว ให้หัก 10% จากราคาที่ซื้อ หรือซื้อกระเป๋าให้หัก 10% แล้วนำเงินไปเก็บออม)
  • ลองเริ่มต้นเก็บออม 5 % แล้วค่อยเพิ่มเปอร์เซ็นต์มากขึ้นเรื่อย ๆ
  • รายได้ → ออม → นำไปต่อยอด → งอกเงย → มั่งคั่ง
  • เราทุกคนต่างมีสภาวะทางการเงินที่แตกต่างกัน เราต้องรู้ว่าสถานะทางการเงินของตัวเองในตอนนี้เป็นยังไง และคอยตรวจสอบตลอดเวลา
  • ตัวชี้วัดสถานะการเงิน คือ ทรัพย์สินสุทธิ = ทรัพย์สิน- หนี้สิน
  • ชีวิตคนเราสะสมอะไร เราก็จะได้ผลลัพธ์ทางการเงินอยางนั้น เช่น เราสะสมสินทรัพย์ เราก็จะได้รายรับ แต่หากสะสมหนี้สิน เราก็ได้รายจ่าย
  • การมีหนี้สินไม่ได้แปลว่าไม่ดี แต่ต้องวางแผนไม่ให้เกินกำลัง
  • ก่อนจะลงทุน ต้องมีเงินสํารองเผื่อฉุกเฉินเสมอ เผื่อไว้สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การตกงาน ได้รับค่าจ้างช้า หรือจำเป็นต้องใช้เงินกะทันหัน (ควรมีเงินสำรอง 6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน)
  • เตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องร้าย ๆ ไว้เสมอ แล้วชีวิตเราจะพบแต่เรื่องที่ดี ๆ
  • ไม่ใช่หนี้ทุกแบบจะนำความทุกข์มาให้ ในโลกทางการเงิน หนี้แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ หนี้จน และ หนี้รวย
  • หนี้จน (ค่าใช้จ่ายเพิ่ม ยิ่งมีมากยิ่งจน) หนี้รวย (สร้างรายได้เพิ่ม ยิ่งมี ยิ่งรวย)
  • อย่ายึดหลักคิด ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เพราะจะทำให้เราเหนื่อย เป็นภาระภายหลัง และขาดอิสรภาพในการจะทำสิ่งต่าง ๆ ในอนาคต
  • เวลาจะตัดสินใจซื้ออะไร ให้ดู ความเหมาะ + ความพร้อมทางการเงิน
  • เรากำลังอยู่ในยุคที่รายได้ทางเดียวถือเป็นความเสี่ยงอย่างมาก
  • สร้างรายได้เสริมควบคู่ไปด้วย เน้นที่พัฒนาเรื่องทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ คอนเนคชั่น และไอเดีย (เช่น ทำ Youtube เกี่ยวกับสิ่งที่เราชอบไปด้วย)
  • เรียนรู้ลงทุนโดยการใช้เงินคนอื่นมาช่วยเพิ่มโอกาสให้เรา เช่น การใช้เงินกู้ หรือหุ้นส่วน (แต่ต้องเข้าใจเรื่องความเสี่ยงด้วย)
  • เป้าหมายความมั่งคั่ง 2 เป้าหมาย คือ เกษียณเร็ว (เน้นสร้างทรัพย์สินเพื่อให้มี Passive Income) และ เกษียณรวย (ทยอยออม ลงทุนระยะยาว สะสมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ)
  • หมั่นสร้าง Passive Income ให้ตัวเอง เช่น ซื้อกองทุนกินปันผล ปล่อยเช่า สร้างธุรกิจแล้วปล่อยให้คนอื่นทำงานแทน หรือสร้างงานลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร (งานเขียน เพลง หรือ YouTube)
  • จงสร้างทรัพย์สิน ก่อนซื้อหนี้สิน (หากอยากเน้นการสร้างทรัพย์สิน จงทำตัวให้เบาสบายจากหนี้)
  • สาเหตุที่ไม่สามารถอดทนสร้างสินทรัพย์เพื่อสร้าง Passive Income ได้ เพราะ “หนี้” เราสร้างหนี้และรายจ่ายเอาไว้เกินตัว จึงทำให้อดทนต่อการสร้างทรัพย์สินได้ยาก
  • คนรวยไม่ทํางานเพื่อเงินแต่ทํางานเพื่อสร้างทรัพยสิน
  • โฟกัสที่การเพิ่มทรัพย์สินมากกว่าการหารายได้
  • หากต้องการมีอิสรภาพทางการเงินได้เร็ว ต้องมองหาการลงทุนที่ดีให้เจอก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องเงิน
  • ปัจจัยที่ทำให้ทุนเกษียณเติบโต = เงินออมที่สม่ำเสมอ ผลตอบแทนที่ได้รับ และระยะเวลาในการลงทุน
  • ความรู้เรื่องดอกเบี้ยทบต้น ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งดี
  • เป้าหมายการเกษียณควรคิดไว้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน
  • ทุกครั้งที่ได้เงินมา ให้เลือกจ่ายให้ตัวเองก่อน และทุกครั้งที่ต้องใช้จ่าย ให้เลือก โดยยึดหลักสภาพคล่องทางการเงินของตัวเองก่อน
  • คุณสมบัติคนที่ประสบความสำเร็จทางการเงิน 3 ข้อ มีความรับผิดชอบทางการเงิน มีความรู้ทางการเงิน และมีวินัยทางการเงิน
  • อิสรภาพทางการเงิน = สุขภาพการเงินที่ดี (สภาพคล่องดี ปลอดหนี้จน พร้อมชนความเสี่ยง สอดคล้องเกณฑ์ภาษี บั้นปลายมีทุนเกษียณ) ซึ่งเกิดจากการ มีวินัยทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน และความรับผิดชอบทางการเงิน