สรุปหนังสือ พ่อรวยสอนลูก (Rich Dad Poor Dad) เขียนโดย Robert Kiyosaki

📚 สรุปหนังสือ พ่อรวยสอนลูก (Rich Dad Poor Dad)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“ความเชื่อ และความรู้ที่ถูกต้อง” เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์การทางเงินของเรา พ่อรวยเปรียบเสมือนความเชื่อที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเงิน พ่อจนเปรียบเสมือนความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับการเงิน และเพียงความเชื่อที่มีแตกต่างกัน สามารถส่งผลต่อความคิด การตัดสินใจ การกระทำ และผลลัพธ์อย่างมหาศาล

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“เราหวังอะไรในอนาคต จากการทำงานหนักวันแล้ววันเล่า?”

สรุปหนังสือ พ่อรวยสอนลูก (Rich Dad Poor Dad) เขียนโดย Robert Kiyosaki

  • เป้าหมายของเกมการเงิน คือ การพยายามออกจากสนามแข่งหนูที่วิ่งวนอยู่ที่เดิมไม่จบไม่สิ้น
  • การออกจากสนามแข่งหนูไม่ใช่เรื่องยาก แต่ความกลัวต่างหากที่ฉุดรั้งเราไว้
  • โลกทุกวันนี้ เพียงแค่ไปโรงเรียน เรียนให้เก่ง และหางานที่มั่นคง ไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว
  • ความแตกต่างระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง คือ การกำหนดอนาคตของตนเอง และการยอมให้คนอื่นเป็นผู้กำหนด
  • จงหาเวลาเรียนรู้เรื่องการเงิน สอนคนที่รักให้รู้จักจัดการเรื่องการเงิน
  • ความรู้ และไหวพริบทางการเงินเท่านั้น ที่จะช่วยแก้ปัญหาทางการเงินของเราได้
  • เหตุผลหนึ่งที่คนรวยยิ่งรวยขึ้น และคนจนยิ่งจนลง เพราะโรงเรียนไม่สอนวิชาการเงิน โรงเรียนสอนแต่วิชาการและวิชาชีพ
  • ชีวิตคนแตกต่างกันก็เพราะวิธีคิดของแต่ละคน
  • วิธีคิดที่แตกต่างระหว่าง พ่อจน-พ่อรวย
    • พ่อจน ความรักเงินเป็นบ่อเกิดของความชั่วร้าย – พ่อรวย การขาดเงินเป็นบ่อเกิดของความชั่วร้าย
    • พ่อจน มักจะพูดว่า “ไม่มีปัญญาซื้อ” – พ่อรวย ชอบพูดว่า “ทำยังไงจึงจะซื้อได้”
    • พ่อจน มักไม่ค่อยชอบคิดเรื่องเงิน – พ่อรวย ชอบฝึกให้สมองทำงานด้วยการคิดเรื่องเงิน
    • พ่อจน ไม่รวยก็เพราะพ่อมีลูก – พ่อรวย พ่อต้องรวยเพราะพ่อมีลูก
    • พ่อจน เรียนมาก ๆ จะได้ทำงานกับบริษัทที่มั่นคง – พ่อรวย เรียนมาก ๆ จะได้ซื้อบริษัทที่มั่นคง
    • พ่อจน เงินทองต้องปลอดภัยไว้ก่อน – พ่อรวย เงินทองต้องรู้วิธีจัดการกับความเสี่ยง
    • พ่อจน บ้านเป็นการลงทุนและทรัพย์สินที่ใหญ่ที่สุด – พ่อรวย บ้านเป็นหนี้สิน
    • พ่อจน พยายามประหยัดเพื่อสะสมทุกบาททุกสตางค์ – พ่อรวย ใช้เงินทุกบาททุกสตางค์เพื่อการลงทุน
    • พ่อจน พูดว่า ชาตินี้ไม่ได้รวยแน่ ในที่สุดมันก็เป็นจริง – พ่อรวย ชอบคิดว่าตนเองรวย ในที่สุดมันก็เป็นจริง
    • พ่อจน มองว่าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ – พ่อรวย มองว่าความรู้การเงินคืออำนาจ
    • พ่อจน มองว่าควรขยันเรียนให้ได้ปริญญา จะได้งานที่มีเงินเดือนสูง ๆ – พ่อรวย ให้เรียนเพื่อจะได้รวย เพื่อจะได้เข้าใจว่าใช้เงินทำงานให้เราได้ยังไง
    • พ่อจน ทำงานเพื่อเงิน – พ่อรวย ไม่ทำงานเพื่อเงิน ให้เงินทำงานเพื่อเรา
  • จงระวังความคิด และสิ่งที่เราฟัง เพราะความจนไม่ได้จนเพราะมีรายได้น้อย แต่เพราะความคิด ซึ่งส่งผลต่อการกระทำ
  • เงินคืออำนาจ แต่ที่มีอำนาจมากกว่าเงิน คือ การศึกษาวิชาการเงิน เงินได้มาแล้วก็เสียไป แต่ความรู้ความเข้าใจว่าเงินทำงานอย่างไร จะช่วยให้เรามีอำนาจเหนือ และใช้มันสร้างความร่ำรวยได้ตลอด
  • เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าเงินทำงานอย่างไร จึงต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิตทำงานเพื่อเงิน
  • ถ้าอยากรวย ต้องรู้วิธีหาเงิน
  • โลกแห่งความเป็นจริง คือบทเรียนที่ดีที่สุด โลกไม่เคยสอนอะไรเราด้วยวิธีพูดหรือเล็คเชอร์ โลกผลักเราไปข้างหน้า แล้วบอกเราว่านี่เรียนสิ
  • คนส่วนใหญ่ต้องการให้คนอื่นเปลี่ยน แต่สิ่งที่ทำง่ายกว่าคือการเปลี่ยนตัวของเราเอง
  • คนส่วนใหญ่ พอพบเจอปัญหา ก็จะหางานใหม่ที่ดีกว่า เงินเดือนมากกว่า คิดว่างานใหม่จะช่วยแก้ปัญหาได้ ซึ่งส่วนมากก็จะพบว่า ไม่ใช่
  • เราเรียนรู้การใช้เงินทำงานได้จากชีวิตจริง ซึ่งบทเรียนนี้ไม่ได้มีเรียนในห้องเรียน
  • ความกลัว ทำให้เรายังต้องเป็นลูกจ้าง เพราะกลัวว่าจะไม่มีเงินจ่ายหนี้ กลัวจะถูกออกจากงาน กลัวไม่มีเงิน กลัวที่จะต้องเริ่มต้นใหม่ นี่คือ ผลจากการเรียนเพื่อเป็นลูกจ้าง เพื่อมาทำงานเพื่อเงิน
  • การเรียนรู้วิธีใช้เงินทำงานเป็นวิชาที่ต้องเรียนชั่วชีวิต การเรียนรู้เรื่องเงินนั้นไม่มีสิ้นสุด ยิ่งเรียน ก็ยิ่งรู้ว่าต้องเรียนมากขึ้นอีก
  • คนส่วนใหญ่ทำงานรับเงินเดือน ใช้จ่าย และมีหนี้ ก็ยิ่งทำงานหนักมากขึ้น ๆ เพื่อให้ได้เงินมากขึ้น ซึ่งวิธีนี้ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง การเรียนรู้วิธีการใช้เงินทำงานต่างหากที่ช่วยแก้ปัญหานี้
  • ความกลัวว่าจะไม่มีเงิน ทำให้คนเราทำงานหนักขึ้น มากขึ้น เมื่อได้รับค่าจ้าง ก็เกิดความอยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ ทำให้ชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้ กลัว 👉 ไปทำงาน 👉 ได้เงิน 👉 กลัว
  • ทุกคนอยากได้สิ่งที่ดีมากกว่าเสมอ จึงทำงานเพื่อสนองความต้องการเหล่านั้น ใช้เงินเพื่อซื้อความสุข แต่มันไม่ยั่งยืน เราจึงต้องหาเงินเพิ่มขึ้น ทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อหาความสุขความสบายให้ตัวเองอยู่เรื่อย ๆ ไม่จบไม่สิ้น
  • คนจำนวนมาก ชอบพูดว่า เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ เขาอาจจะกำลังหลอกตัวเอง เพราะที่พวกเขายอมทำงานในฐานะลูกจ้าง วันละ 8 ชม เพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อเงิน
  • อย่าให้อารมณ์เป็นตัวกำหนดการกระทำ แต่จงใช้สมองกำหนดการกระทำ
  • ความยากจนมีสาเหตุมาจากความกลัว เราควรจะมีชีวิตอยู่ด้วยความหวัง ความฝัน และความสุข
  • โรงเรียสอนให้นักเรียนทำงานเพื่อเงิน แต่ไม่เคยสอนวิธีควบคุมอำนาจเงิน
  • ความกลัว และความโลภของเรา คือ อุปสรรค วิธีเดียวที่จะควบคุมความกลัว ความโลภ จะต้องเผชิญหน้ากับมัน เอาชนะด้วยการเลือกคิดในสิ่งที่ถูกต้อง
  • แทนที่จะลุกขึ้นไปทำงานทุกเช้าเพราะความกลัว เราควรหยุดและตั้งคำถามว่าการทำงานให้หนักขึ้น ช่วยแก้ปัญหาหรือไม่
  • เมื่อปราศจาก “ความกลัว” เราจะมีอิสระทางความคิด และสามารถมองเห็นโอกาสที่ผ่านเข้ามา เห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น
  • คนจำนวนมากกำลังให้ความสำคัญต่อเงินมากเกินไป สิ่งมีค่ากว่า คือ การศึกษา
  • การที่รู้จักเตรียมตัวให้เป็นคนที่ยืดหยุ่น เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ต่างหากที่จะทำให้เราร่ำรวยขึ้น
  • ความรู้จะช่วยแก้ปัญหา และสร้างความร่ำรวย มีเงินแต่ขาดความรู้ ไม่ช้า เงินมากแค่ไหนก็จะหมดไป
  • การมีเงินมาก ๆ นั้นไม่สำคัญเท่ากับการรู้จักวิธีรักษามันไว้ให้อยู่กับเราตลอดไป
  • เรามัวแต่ไปสนใจเรื่องความรู้อื่น ไม่ใช่เรื่องความรู้ทางการเงิน
  • ถ้าอยากรวย ต้องมีความรู้เรื่องการเงิน
  • หากต้องการรวย บัญชีเป็นวิชาสำคัญที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • กฎ คือ ต้องรู้ว่าอะไรคือทรัพย์สิน อะไรคือหนี้สิน และจงซื้อทรัพย์สิน หากต้องการรวย
    • คนรวยเพิ่มทรัพย์สิน คนจนและชั้นกลางเพิ่มหนี้สิน โดยคิดไปว่า มันคือทรัพย์สิน
    • ทรัพย์สิน คือ การเอาเงินใส่กระเป๋า หนี้สิน คือ เงินออกจากกระเป๋า
  • บ้านไม่ใช่การลงทุนที่ดี เพราะตามมาด้วยรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดก็ไหลออกทางช่องรายจ่ายมากยิ่งขึ้น
  • การตัดสินใจซื้อบ้านแพงเกินไปแทนที่จะนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนอย่างอื่นมีผลเสียต่อชีวิตของคนเรา
    1. สูญเสียเวลา เวลาที่น่าจะทำให้ทรัพย์สินอื่นเติบโต
    2. สูญเสียทุน เงินก้อนที่จะได้ใช้ลงทุน
    3. สูญเสียโอกาสที่จะได้ประสบการณ์ด้านการลงทุน
  • คนส่วนใหญ่ คือ เมื่อรายรับมากขึ้น รายจ่ายก็มากขึ้นตามเป็นเงา
  • สนามแข่งหนู = รายได้มากขึ้น 👉 ซื้อของมากขึ้น (รายจ่ายมากขึ้น) 👉 หนี้สินเพิ่มขึ้น 👉 ทำงานหนักขึ้น
  • คนรวย ยิ่งนาน ยิ่งรวยขึ้น เพราะทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นสร้างรายได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
  • เมื่อไม่มีพื้นฐานความรู้ทางการเงิน จึงต้องอยู่อย่างระมัดระวัง เพราะภาระหนี้ ทำให้ไม่กล้าหยิบฉวยโอกาสที่จะผ่านเข้ามาในชีวิต ดังนั้น รายได้จึงมาจากแหล่งเดียว คือ เงินเดือน ทำให้ชีวิตทั้งชีวิตขึ้นอยู่กับนายจ้างเท่านั้น
  • หากเป็นลูกจ้าง เรากำลังทุ่มเทเพื่อคน 3 กลุ่ม คือ กำลังทำงานให้นายจ้างหรือผู้ถือหุ้นรวยขึ้น กำลังทำงานเพื่อเลี้ยงรัฐบาล และ ทำงานเพื่อเลี้ยงนายธนาคาร (จ่ายค่าบ้าน ดอกเบี้ย หนี้บัตรเครดิต)
  • ปัญหา คือ ยิ่งทำงานมาก ยิ่งต้องจ่ายมาก
  • เป้าหมาย คือ การเอาเงินรายได้จากทรัพย์สินกลับไปลงทุนในทรัพย์สินอีก เพื่อให้ได้ทรัพย์สินที่โตขึ้น ๆ สร้างรายได้ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่ต้องออกแรงอีกต่อไป
  • 💸 คำจำกัดความสำหรับความมั่งคั่ง (Wealth) ทางการเงิน คือ การที่เราไม่ต้องทำงานก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ โดยไม่ได้วัดที่ตัวเลขในช่องทรัพย์สินหรือหนี้สินที่เต็มไปด้วยรายการต่าง ๆ ที่สรุปไม่ได้ว่ามีค่าหรือจำเป็นหรือไม่
  • จำนวนเงินที่เงินสามารถทำงานให้เราได้ เป็นเครื่องวัดความมั่นคง และความอยู่รอดทางการเงิน
  • คำว่า แค่ไหนถึงจะรวย ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่คำจำกัดความของแต่ละคน
  • ปัญหาของระบบการศึกษา มุ่งให้จบมาทำงานตามที่เล่าเรียน จนลืมไปว่าเรากำลังทำงานให้คนอื่น และไม่ใช่เพื่อตัวเองเลย
  • ถ้าต้องการมีความมั่นคงทางการเงิน ต้องทำธุรกิจที่จะทำให้ทรัพย์สินเติบโตขึ้น (แต่ต้องเป็นธุรกิจที่เราชอบมันจริง ๆ)
  • ถ้ายังอยากเก็บงานประจำไว้ ให้เริ่มด้วยการลงทุนทุกบาทลงไปในทรัพย์สินที่ไม่ใช่หนี้สิน
  • ควรจำกัดรายจ่ายให้น้อยที่สุด ลดภาระหนี้สิน และสร้างทรัพย์สิน
  • ถ้าไม่เอารายได้มาซื้อทรัพย์สิน ก็จะไม่มีความมั่นคงทางการเงิน
  • คนรวยซื้อความสบายทีหลัง แต่ชนชั้นกลางกับคนจน มักซื้อความสบายก่อนสิ่งอื่นใด เช่น รถ บ้านหลังใหญ่ ๆ เพชร เพื่อเอามาประดับ
  • คนรวย จะสร้างทรัพย์สินขึ้นมาก่อน พอมันทำรายได้ให้มากพอ จึงนำรายได้นั้นไปซื้อความสะดวกสบาย
  • ความสบายหรือสิ่งฟุ่มเฟือยเป็นรางวัล จากผลของการลงทุนในทรัพย์สิน
  • ถ้าทำงานเพื่อเงิน อำนาจอยู่ในมือนายจ้าง แต่ถ้าใช้เงินทำงาน อำนาจอยู่ในมือเรา
  • ถามตัวเองว่า “เรากำลังทำงานให้ใคร ทำให้ใครรวยขึ้น?”
  • ความรู้ 4 อย่างที่เป็นหลักสำคัญของไหวพริบทางการเงิน (ถ้าอยากรวย ต้องมีสิ่งเหล่านี้)
    1. ความรู้ทางบัญชี
    2. ความรู้เกี่ยวกับการลงทุน
    3. ความเข้าใจตลาด
    4. ความรู้เรื่องกฎหมาย
  • คนที่ประสบความสำเร็จมักจะเป็นคนกล้า ไม่ใช่คนฉลาด ถ้าจะเก่งเรื่องการเงิน ต้องมีทั้งความรู้และความกล้า
  • ทำไมต้องรู้เรื่องการเงิน คำตอบก็คือ เพื่อจะได้มีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น
  • ถ้าไม่รู้เรื่องการเงิน โลกนี้จะเป็นโลกที่น่ากลัวสำหรับเรา
  • ความรู้เป็นสมบัติ ความไม่รู้เป็นความเสี่ยง และความเสี่ยงมีอยู่ทั่วไป เรียนรู้ที่จะจัดการกับความเสี่ยงดีกว่าที่จะหลบ
  • การลงทุนในการศึกษาความรู้เรื่องการเงินสำคัญมากกว่าการลงทุนใด ๆ ยิ่งฉลาดมากจะยิ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้น
  • ยิ่งเรียนมาก ยิ่งรู้มาก ยิ่งรู้มากก็ยิ่งเห็นโอกาส ยิ่งเห็นโอกาส ยิ่งทำเงินได้มากขึ้น
  • ลูกจ้างทำงานพอที่จะไม่ให้ถูกไล่ออก และนายจ้างก็จ่ายค่าจ้างพอที่จะไม่ให้ลูกจ้างลาออก ผลลัพธ์คือ ลูกจ้างไม่เคยก้าวไปทางไหนได้ไกล จะติดอยู่กับความมั่นคงของงาน เงินเดือน ซึ่งเป็นเพียงรางวัลระยะสั้น แต่จะกลายเป็นปัญหาระยะยาว
  • จงทำงานเพื่อประสบการณ์ และการเรียนรู้ที่จะได้รับมากกว่าเพื่อค่าตอบแทนที่ได้รับ
  • แทนที่จะมุ่งเน้นความรู้ความชำนาญด้านเดียว ให้ใฝ่หาความรู้ที่หลากหลายแทนที่จะหาแต่เงิน เราอาจมีรายได้น้อยในระยะแรก แต่ในบั้นปลายจะได้ผลตอบแทนงดงาม
  • แม้ว่าจะมีความรู้ และไหวพริบทางการเงิน แต่บางคนยังไม่ประสบความสำเร็จ สาเหตุมาจาก ความกลัว ความคิดด้านลบ ความขี้เกียจ นิสัย และความหยิ่งทะนงตน
  • ถ้ากลัวความเสี่ยง จงเริ่มให้เร็ว
  • ทุกคนมีความกลัว ทั้งหมดขึ้นอยู่ว่าจะมีวิธีจัดการอย่างไร คนจนกับคนรวยต่างกันตรงวิธีจัดการกับความกลัว
  • คนส่วนมากฝันถึงเงินล้าน แต่กลัวที่จะสูญเสียเงิน จึงไม่มีโอกาสไปถึงสวรรค์
  • ถ้าต้องการรวย ต้องโฟกัสวางไข่ทีละหลาย ๆ ฟองลงในตะกร้าเพียงไม่กี่ใบ อย่าเอาไข่ไม่กี่ฟองใส่ลงไปในหลาย ๆ ตะกร้า
  • ถ้าพบว่าตัวเองกำลังขี้เกียจ ให้ถามตัวเองว่า “เราจะได้อะไรจากการกระทำนี้บ้าง เช่น บ้าน รถ ครอบครัวสุขสบาย” จงเติมความอยากให้ตัวเอง เป็นเชื้อเพลิงให้เรา
  • จงจ่ายตัวเองก่อนเสมอ ช่องทรัพย์สินสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
  • ความรู้ทำให้ได้เงิน ความไม่รู้ทำให้เสียเงิน ทุกครั้งที่ทะนงตนว่ารู้แล้วหรือไม่คิดว่าความรู้นั้น ๆ มีความสำคัญ เรามักจะเสียเงินทุกที
  • จงขวนขวายหาความรู้จากหนังสือ หรือผู้ที่มีความรู้มีประสบการณ์ในเรื่องนั้น ๆ
  • สิ่งสำคัญสำหรับการจะร่ำรวย คือ เรามีความมุ่งมั่นมากพอหรือเปล่า
  • วิธีหาเงิน ต้องใช้ไหวพริบทางการเงิน ซึ่งมีอยู่ในตัวเราทุกคน แต่วัฒนธรรม การศึกษาทำให้สิ่งนี้ไม่มีโอกาสได้เกิดขึ้น ผู้ใหญ่มักมองว่าเงินเป็นกิเลส เป็นความโลภที่มนุษย์ทุกคนควรละทิ้ง
  • จงสร้างความอยาก และไม่ความอยากให้กับตัวเอง เช่น ไม่อยากทำงานไปตลอดชีวิต หรือ อยากเป็นอิสระ มีเวลา มีชีวิตเป็นของตัวเอง
  • นิสัยการใช้เงินสะท้อนให้เห็นตัวตนของเรา
  • เรามีอิสระในการเลือก ทุกครั้งที่มีเงินอยู่ในมือ เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกอนาคต
  • จงเลือกคบเพื่อนด้วยความระมัดระวัง เช่น คนมีเงินมักจะคุยแต่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เรื่องการลงทุน เศรษฐกิจ ทำให้เราได้รับความรู้ไปด้วย
  • หากไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ไม่มีโอกาสรวย ถ้าควบคุมตัวเองไม่ได้ แม้มีเงินก็จะจ่ายหมด
  • เงิน คือ ความคิด ถ้าต้องการเงินมากขึ้นก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิด หลายคนที่ประสบความสำเร็จก็เริ่มจากความคิดเล็ก ๆ ที่กลายเป็นใหญ่ในเวลาต่อมา
  • จงเป็นผู้ให้ ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ให้แม้จะขาดเงินในมือ ให้ความรัก ความเป็นมิตร ให้รอยยิ้ม แล้วเราจะได้รับในที่สุด
  • หากต้องการรู้เรื่องการเงิน สอนคนอื่นแล้วเราจะรู้มากขึ้น
  • ไม่ใช้เงินจากบัตรเครดิตซื้อความฟุ่มเฟือย แต่จงใช้ทรัพย์สินซื้อ
  • หากต้องการเป็นนายเป็นผู้ควบคุมเงิน ต้องฉลาดกว่าเงิน หากปล่อยให้เงินฉลาดกว่า จะตกเป็นทาสของเงินไปตลอดชีวิต
  • หาบุคคลเป็นแรงบันดาลใจ แล้วท่องไว้ว่า “ในเมื่อเขาทำได้ เราก็ต้องทำได้”
  • การศึกษาและความรู้เรื่องเงินเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มแต่เนิ่น ๆ หาซื้อหนังสือมาอ่าน เข้าสัมมนา ฝึกฝน เริ่มจากเงินจำนวนน้อย ๆ
  • สำหรับผู้ปกครอง จงสอนให้ลูกเข้าใจความแตกต่างของคำว่า ทรัพย์สิน และหนี้สิน
  • ลงมือทำ ต้องลงมือทำ ถ้าอยากประสบความสำเร็จทางการเงิน ต้องลงมือทำเดี๋ยวนี้ ✌️

สำหรับใครอยากรู้จักผู้เขียน Robert Kiyosaki (โรเบิร์ต คิโยซากิ) มากขึ้น ผมได้ทำบทความ “10 เคล็ดลับความสำเร็จของโรเบิร์ต คิโยซากิ” ถ้าสนใจคลิกเพื่ออ่านได้เลยครับ