สรุปหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน Secret Of Millionaire Mind T. Harv Eker (1)

📚 สรุปหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน (Secret of Millionaire Mind)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือไขความลับสมองเงินล้าน (Secret of Millionaire Mind)

“มุมมองที่เรามีต่อเงิน” เป็นตัวกำหนดความมั่งคั่งร่ำรวยของเรา ความมั่งคั่งร่ำรวย เริ่มต้นที่ความคิด ซึ่งมุมมองเหล่านี้ ทุกคนสามารถเรียนรู้ ทำความเข้าใจได้ เมื่อเรียนรู้ เข้าใจ เราจะเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมอง และนำไปสู่การกระทำ และผลลัพธ์ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ที่โลกภายในของเรา (มุมมอง ความคิด ความเชื่อ) ซึ่งเป็นต้นเหตุของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับโลกภายนอก (ความมั่งคั่ง ความร่ำรวย)

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ใครสนใจ อย่าลืมไปติดตามกันได้นะครับ : ) 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“หน้าที่ของเรา คือ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองมีฐานะร่ำรวย จะได้นำเงินมากระจายให้คนอื่นได้มากขึ้น (ได้ทั้งเงิน ทั้งความสุข)”

🎙️ ฟังหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน (Secret of Millionaire Mind) อย่างรายละเอียด ในรูปแบบของ Podcast

ติดตามช่องของเรา

สรุปหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน Secret of Millionaire Mind เขียนโดย T. Harv Eker

ความต่างของวิธีคิด และการกระทำระหว่างคนรวยกับคนจนและชนชั้นกลาง

  • สมองของเราก็ไม่ต่างอะไรกับตู้เก็บแฟ้มข้อมูลขนาดใหญ่ ทุกข้อมูลที่เราได้รับ จะถูกเก็บ และจะถูกใช้เมื่อเจอสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
  • สิ่งที่เราต้องทำ คือ การบรรจุข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการเงินที่ถูกต้อง หรือความคิด ข้อมูลของคนที่มั่งคั่งแล้วนั่นเอง เพื่อให้เวลาเราเผชิญกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเงิน มันจะช่วยให้เรามีทางเลือก และตัดสินได้ถูกต้องแบบคนรวย
  • เราจะไม่สามารถสำเร็จด้านการเงินได้ด้วยตัวเองเลย ถ้าในสมองของเรา ไม่มีแฟ้มความรู้เกี่ยวกับเงิน หรือไม่เอื้อต่อความสำเร็จด้านการเงินเลย
  • สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ พยายามแสดงให้เราเห็น คือ การเปลี่ยนสมองให้คิดแบบคนรวย และให้เป็นไปอย่างธรรมชาติ
  • ก้าวแรก คือ การตระหนัก การคิดแบบคนรวย (การเข้าใจว่าคนรวยคิดอย่างไร) โดยการเห็นถึงความแตกต่าง เพื่อปรับแผนผังการเงินในหัวของเรา

1. คนรวยเชื่อว่า “ฉันกุมชะตาชีวิตของตัวเอง”

  • ถ้าไม่เชื่อว่าเราสามารถกำหนดชีวิตทางการเงินตัวเองได้ เราย่อมไม่คิดว่าตัวเองมีอำนาจที่จะบริหารเงินของตัวเองได้
  • ยืดอกรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต 100%
  • เลิกบ่น เลิกกล่าวโทษคนอื่น และเลิกแก้ตัว
  • ยอมรับว่าเรา คือ ผู้กำหนด ลิขิตทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิต รวมทั้งทุก ๆ สิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นด้วย

2. คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อเอาชนะ

  • คนรวย เล่นเกมการเงินแบบเชิงรุก ไม่เน้นตั้งรับ ไม่ได้เน้นความมั่นคง ปลอดภัย แต่เน้นมั่งคั่ง มีเงินทองเหลือกินเหลือใช้อย่างไม่ขาดสาย
  • เราจะได้ในสิ่งที่เป็นความมุ่งหมายที่แท้จริงของเรา
  • จำไว้ว่า เราคิดอย่างไร เราจะได้เช่นนั้น ถ้าเป้าหมายของเรา คือ การพอมีฐานะอยู่สบาย เป็นไปได้ยากที่เราจะมั่งคั่ง ร่ำรวยได้
  • เป้าหมายของเรา คือ ความร่ำรวย

3. คนรวยทุ่มเทเพื่อความรวย คนจนแค่อยากรวย

  • เหตุผลอันดับแรกที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้สิ่งที่ต้องการก็เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
  • การไม่ยอมทุ่มเทที่จะเป็นคนรวย เป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่รวยสักที
  • เปลี่ยนจาก อยากรวย เป็น ฉันมุ่งมั่นที่จะรวย
  • บอกตัวเองว่า “ฉันต้องรวยหรือไม่ก็พยายามจนขาดใจตายกันไปข้างหนึ่ง”
  • ต้องเชื่ออย่างหมดใจว่า เราสามารถสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง และเป็นสิ่งที่สมควรได้รับ
  • ถ้าไม่มุ่งมั่นกับการสร้างฐานะอย่างเต็มตัวและสุดหัวใจ ก็จะไม่มีโอกาสร่ำรวย

4. คนรวยคิดการใหญ่

  • กฎแห่งรายได้ เราจะได้รับเงินเท่ากับมูลค่าของตัวเราในท้องตลาด
  • ปัจจัยที่บ่งบอกมูลค่าในตลาดมี 4 ประการ อุปสงค์ อุปทาน คุณภาพ และปริมาณ
  • การคิดเล็ก และทำแต่เรื่องเล็ก จะนำไปสู่การหมดตัว และความไม่พอใจในตนเอง ส่วนการคิดใหญ่ และทำการใหญ่ จะนำไปสู่การมีพร้อมทั้งเงินและความหมายในชีวิต

5. คนรวยมุ่งความสนใจไปที่โอกาส คนจนมุ่งความสนใจไปที่อุปสรรค

  • คนรวยมองเห็นโอกาส การเติบโต และรางวัลที่จะได้รับ ส่วนคนจนมองเห็นอุปสรรค การสูญเสีย และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
  • ถ้าอยากรวย จงมุ่งความสนใจไปที่การหาเงิน การเก็บเงิน และการลงทุน ถ้าอยากจน จงมุ่งความสนใจไปที่การใช้เงิน
  • เชื่อว่าถ้าเกิดเรื่องเลวร้ายจนกระทั่งย่ำแย่ถึงขีดสุด ก็มีวิธีหาเงินกลับมาได้เสมอ
  • เสี่ยงโดยทำการศึกษาไว้ก่อน ค้นคว้าข้อมูลด้วยความขยันขันแข็ง ตัดสินใจตามข้อมูล และข้อเท็จจริงที่หนักแน่น
  • สิ่งที่ให้ความสนใจจะยิ่งเพิ่มขยายผล ถ้ามองหาโอกาส ก็จะเจอโอกาส ถ้ามองหาปัญหา ก็จะเจอแต่ปัญหา

6. คนรวยชื่นชมผู้ร่ำรวยและผู้ประสบความสำเร็จคนอื่น ๆ

  • ถ้าเราเห็นคนรวยเป็นคนเลว เป็นไปไม่ได้ ที่เราจะเป็นในสิ่งที่เราเกลียดหรือไม่ชอบ
  • การเกลียดชังคนรวยเป็นหนึ่งในหนทางที่นำไปสู่ความยากจน
  • ฝึกชื่นชมคนรวย วิธีนี้จะเป็นการปลูกฝังความเชื่อลงในจิตใต้สำนึกว่า เมื่อเราร่ำรวย คนอื่นจะชื่นชมเรา
  • จงสรรเสริญในสิ่งที่เราต้องการ

7. คนรวยคบหาสมาคมกับคนที่มองโลกในแง่ดี และคนที่ประสบความสำเร็จ

  • คนที่ประสบความสำเร็จ จะมองความสำเร็จของผู้อื่นเป็นกำลังใจ เป็นต้นแบบในการเรียนรู้ และบอกตัวเองว่า ถ้าพวกเขาทำได้ ฉันก็ทำได้
  • วิธีที่รวดเร็ว และง่ายดายที่สุดในการสร้างความมั่งคั่ง คือ การเรียนรู้ว่าคนรวยซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเล่นเกมอย่างไร
  • ถ้าเราปฏิบัติและมีความคิดแบบเดียวกับคนรวย โอกาสที่เราจะได้รับผลอย่างเดียวกันก็เป็นไปได้
  • ตัดสินใจว่า เรามีดีและมีค่าเท่าเทียมกับพวกเขา แล้วก็ทำตัวให้ได้อย่างนั้น

8. คนรวยเต็มใจโปรโมทตัวเอง และคุณค่าของตนเอง

  • จงเชี่ยวชาญในการนำเสนอคุณค่าของตัวเอง
  • การมีอคติต่อแผนส่งเสริมการขายหรือโปรโมชั่นเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญสู่ความสำเร็จ
  • เต็มใจและสามารถโปรโมทสินค้า บริการ และไอเดียของตนด้วยความกระตือรือร้น และมีไฟอย่างแรงกล้า

9. คนรวยมองปัญหาเป็นเรื่องเล็ก

  • การสร้างฐานะไปสู่ความมั่งคั่งไม่ง่าย มันเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยจุดผกผัน ทางคดเคี้ยว ทางอ้อม และสิ่งกีดขวาง
  • จำไว้ว่าปัญหาไม่มีทางหายไปเอง ถ้าเรายังมีลมหายใจ เราจะต้องเจอ ปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตเสมอ
  • ขนาดของปัญหาไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ ขนาดใจของตัวเราเองต่างหาก
  • หยุดมองว่าปัญหาเป็นเรื่องใหญ่ แต่มุ่งความสนใจไปที่เป้าหมาย

10. คนรวยเป็นผู้รับที่ยอดเยี่ยม

  • ความรู้สึกว่าตัวเองมีค่าหรือไม่ ล้วนเป็นเรื่องราวที่เราสร้างขึ้นเอง
  • ไม่มีสิ่งใดมีความหมาย นอกจากความหมายที่เรามอบให้ตัวเอง
  • ถ้าเราบอกว่าตัวเองมีค่า เราก็จะมีค่า ถ้าเราบอกว่าตัวเองไร้ค่า เราก็จะไร้ค่า

11. คนรวยเลือกที่จะได้รับเงินตามผลงาน

  • การได้รับเงินเดือนประจำไม่ผิด มันแค่ลดประสิทธิภาพในการหาเงินให้ได้ตามศักยภาพสูงสุดของตัวเรา
  • เศรษฐีเงินล้านส่วนมากล้วนร่ำรวยมาจากการทำธุรกิจของตัวเอง
  • คนรวยชอบที่จะรับเงินตามผลงาน ระบบที่ให้ค่า commission หรือได้รับค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ (ล้วนไม่มีหลักประกันที่มั่นคง)
  • หนทางเดียวที่จะมีรายได้ที่สอดคล้องกับศักยภาพที่แท้จริง คือ การเลือกที่จะรับค่าตอบแทนตามผลงาน

12. คนรวยเลือกทั้งสองทาง (เงิน + ความสุข)

  • หลายคนเชื่อว่า เงินและความสุข เป็นเรื่องแยกออกจากกัน ต้องเลือกว่าจะรวยหรือมีความสุข ซึ่งเป็นหนึ่งความเชื่อที่เกิดจากการตั้งโปรแกรมทางการเงินผิด ๆ
  • คนที่ร่ำรวยล้วนเข้าใจดีว่า ต้องมีเงิน และมีความสุขด้วย

13. คนรวยสนใจมูลค่าทรัพย์สิน

  • มาตรวัดความมั่งคั่งที่แท้จริง คือ มูลค่าทรัพย์สินไม่ใช่รายได้จากการทำงาน
  • มูลค่าทรัพย์สินคือมูลค่ารวมของทุกสิ่งที่เราครอบครอง
  • ยิ่งลงทุนได้ดีมากเท่าไหร่ เงินก็จะงอกเงย และเพิ่มพูนมูลค่าทรัพย์สินได้มากขึ้นเท่านั้น
  • คนรวยทุ่มเวลา และพลังไปกับการเรียนรู้เรื่องการลงทุน

14. คนรวยเก่งเรื่องการบริหารเงิน

  • คนรวยไม่ได้ฉลาดไปกว่าคนจน เพียงแต่มีนิสัยในด้านการเงินที่แตกต่าง และเอื้อต่อการสร้างความมั่งคั่งมากกว่า
  • สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างความสำเร็จทางการเงิน และความล้มเหลวทางการเงิน คือ วิธีบริหารเงิน
  • การบริหารเงินเป็นนิสัย ย่อมมีความสำคัญกว่าจำนวนที่บริหาร
  • ถ้าไม่ควบคุมเงิน มันก็จะควบคุมเรา
  • เงินเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต เมื่อเรียนรู้วิธีควบคุมการเงิน ชีวิตก็จะดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน

15. คนรวยให้เงินทำงานหนักเพื่อตัวเอง

  • การทำงานหนัก คือ หนทางเดียวสู่ความร่ำรวยเป็นเรื่องไม่จริง
  • เราต้องทำงานหนักจนกระทั่ง เงินสามารถทำงานหนักให้เราได้ แล้วเราก็จะไม่จำเป็นต้องทำงานอีกต่อไป
  • ยิ่งเงินทำงานหนักเท่าไหร่ ตัวเราก็จำเป็นต้องทำงานน้อยลงเท่านั้น
  • อิสรภาพทางการเงิน คือ ความสามารถที่จะดำเนินชีวิตในรูปแบบที่ต้องการโดยไม่ต้องทำงานหรือพึ่งพาคนอื่นในเรื่องเงิน

16. คนรวยมุ่งไปข้างหน้า แม้จะหวาดกลัว

  • การกระทำคือ สะพาน เชื่อมระหว่างโลกภายใน และโลกภายนอก
  • ความกลัว เป็นตัวขัดขวางเราจากการลงมือทำในสิ่งที่เรารู้ว่าจำเป็นต้องทำ
  • ต้องเต็มใจลงมือทำ แม้จะหวาดกลัว อย่าปล่อยให้ความกลัวมาขัดขวาง

17. คนรวยเรียนรู้ และเติบโตอยู่ตลอดเวลา

  • ความสําเร็จเป็นทักษะที่เรียนรู้ได้ เราสามารถเรียนรู้ที่จะประสบความสําเร็จได้ในทุก ๆ เรื่อง
  • ลำดับขั้นตอนสู่ความสำเร็จ คือ เป็น (เป็นในสิ่งที่อยาก) -> ทำ (ลงมือทำเพื่อให้ได้มันมา) -> มี (มีในสิ่งที่เป็น)
  • การจะได้รับเงินมากที่สุด เราต้องเป็นคนเก่งที่สุด
  • ยิ่งเรียนรู้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะหาเงินได้มากขึ้นเท่านั้น และเก็บสะสมเงินได้มากขึ้น
  • จงแบ่งเงิน 10% จากรายได้ใส่ไว้ในบัญชีงบประมาณเพื่อการศึกษา ใช้เงินส่วนนี้สำหรับการสมัครเข้าคอร์ส สัมมนา ซื้อหนังสือ หรือช่องทางการเรียนรู้อื่น ๆ

อ่านจบแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง ช่วยบอกเราหน่อยครับ 🙏
47 responses
OMG
OMG
16
Love
Love
23
Like
Like
6
Sad
Sad
1
Dizzy
Dizzy
1
Sleepy
Sleepy
0