สรุปหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน Secret Of Millionaire Mind T. Harv Eker (1)

📚 สรุปหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน (Secret of Millionaire Mind)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือไขความลับสมองเงินล้าน (Secret of Millionaire Mind)

“มุมมองที่เรามีต่อเงิน” เป็นตัวกำหนดความมั่งคั่งร่ำรวยของเรา ความมั่งคั่งร่ำรวย เริ่มต้นที่ความคิด ซึ่งมุมมองเหล่านี้ ทุกคนสามารถเรียนรู้ ทำความเข้าใจได้ เมื่อเรียนรู้ เข้าใจ เราจะเริ่มปรับเปลี่ยนมุมมอง และนำไปสู่การกระทำ และผลลัพธ์ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ที่โลกภายในของเรา (มุมมอง ความคิด ความเชื่อ) ซึ่งเป็นต้นเหตุของผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับโลกภายนอก (ความมั่งคั่ง ความร่ำรวย)

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“หน้าที่ของเรา คือ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองมีฐานะร่ำรวย จะได้นำเงินมากระจายให้คนอื่นได้มากขึ้น (ได้ทั้งเงิน ทั้งความสุข)”

🎙️ ฟังหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน (Secret of Millionaire Mind) ในรูปแบบของ Podcast

ติดตามช่องของเรา

สรุปหนังสือ ไขความลับสมองเงินล้าน Secret of Millionaire Mind เขียนโดย T. Harv Eker

  • ถ้าจิตใต้สำนึก หรือ “แผนผังการเงิน (Money Blueprint)” ของเรา ไม่ได้ถูก “กำหนด” ไว้เพื่อความสำเร็จ ไม่ว่าจะเรียนรู้อะไร ไม่ว่าจะรู้มากแค่ไหน และไม่ว่าจะทำอะไร เราย่อมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก
  • ทุกคนสามารถรวยได้ ถ้าคิดแบบเดียวกับที่คนรวยคิด และทำแบบเดียวกับที่คนรวยทำ ทั้งหมดที่ต้องทำ คือ เลียนแบบวิธีคิดของคนรวย

แผนผังการเงิน (Money Blueprints)

  • โลกของการเงิน มี 2 กฎเกณฑ์
    • ภายนอก เช่น ความรู้ทางธุรกิจ การบริหารเงิน และกลยุทธ์ในการลงทุน
    • ภายใน คือสิ่งที่อยู่ในจิตใจ ความคิด อารมณ์ สมองของเรา
  • ลักษณะนิสัย วิธีคิด และความเชื่อ เป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งชี้ระดับความสำเร็จ
  • รายได้ของเรา จะเติบโตได้จนถึงระดับที่เราเติบโต
  • สาเหตุคนที่มีเงินมากมาย แต่กลับผลาญมันจนหมดในที่สุด เพราะสภาพจิตใจของพวกเขาไม่ได้พร้อมกับจำนวนเงินที่ได้รับ
  • เศรษฐีที่สร้างฐานะด้วยตัวเอง ถึงแม้พวกเขาจะล้มละลาย หมดตัว ในที่สุดเขาจะกลับมาได้ เพราะพวกเขามีสมองที่คิดแบบเศรษฐีติดอยู่ในตัวอยู่แล้ว
  • ภายนอก ไม่ = ภายใน
  • แผนผังการเงินในหัว หรือเครื่องคุมระดับการเงิน (สมองที่คิดแบบเศรษฐีเงินล้าน) เป็นตัวกำหนดความร่ำรวยที่แท้จริง
  • หลักการแห่งความมั่งคั่ง : ถ้าเราอยากแก้สิ่งที่เรามองเห็น (โลกภายนอก) เราต้องเริ่มแก้จากสิ่งที่เรามองไม่เห็น (โลกภายใน)
  • หนึ่งในเรื่องสำคัญที่สุดที่จะต้องเรียนรู้ คือ คนเราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่บนมิติเดียว แต่เราใช้ชีวิตอยู่บนมิติ 4 ด้าน
    • ด้านวัตถุ (Physical World)
    • ด้านความคิด (Mental World)
    • ด้านอารมณ์ (Emotional World)
    • ด้านจิตใจ (Spiritual World)
  • สิ่งที่ปรากฏออกมาในด้านวัตถุนั้น เป็นเพียงแค่ “ผลิตผล” ของมิติอีก 3 ด้าน
  • โลกวัตถุ = โลกความคิด + โลกอารมณ์ + โลกจิตใจ
  • เราทุกคนล้วนอยู่ในโลกของเหตุและผล
  • เงิน ความมั่งคั่ง สุขภาพ ความเจ็บป่วย = ผลลัพธ์
  • ถ้าอยากแก้ไขผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ให้แก้ที่ มิติด้านความคิด อารมณ์ และจิตใจ
  • เคล็ดลับสู่การเปลี่ยนแปลง คือ การประกาศเจตจำนง ทุก ๆ วัน ทุกเช้า ทุกเย็น เช่น “โลกภายในของฉันสร้างสรรค์โลกภายนอก” แล้วเอานิ้วชี้แตะศีรษะของเราแล้วพูดว่า… “ฉันมีสมองเงินล้าน”
  • แผนผังการเงิน
    • เราทุกคนต่าง มีแผนผังการเงินและความสำเร็จเฉพาะตัวที่ฝังรากอยู่ในจิตใต้สำนึก และแผนผังตัวนี้ จะเป็นตัวบ่งบอกอนาคตทางการเงินของเรา
    • แผนผังการเงิน คือ โปรแกรมที่ถูกตั้งไว้ หรือ วิถีทางที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเงิน
    • แผนผังการเงิน = ความคิด + ความรู้สึก + การกระทำที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน
    • แผนผังการเงินประกอบด้วยข้อมูลที่ผ่าน “การตั้งโปรแกรม” มาตั้งแต่ในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็ก จากพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง บุคคลที่มีอำนาจ ครู อาจารย์ ผู้นำทางศาสนา ทีวี วัฒนธรรม เป็นต้น
  • สิ่งที่เราต้องทำ คือ การแทรกแซง และปรับ แฟ้มข้อมูลความคิดเรื่องเงินในหัวใหม่
  • การวางเงื่อนไขในจิตใต้สำนึกเป็นตัวกำหนดวิธีคิดของเรา วิธีคิดของเรากำหนดการตัดสินใจ และการตัดสินใจนำไปสู่การกระทำ ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ในที่สุด
  • 3 ปัจจัยที่กำหนดมุมมองเกี่ยวกับเงิน
    • 1 การตั้งโปรแกรมด้วยคำพูด : เราเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับเงิน ความมั่งคั่ง และคนรวยบ้าง ตอนที่ยังเป็นเด็ก?
    • 2 ต้นแบบ : เรามักจะคิดเห็นในเรื่องเงินเหมือนกับผู้ปกครองขอเราคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองผสมกัน เราเห็นอะไรตอนที่คุณเป็นเด็ก?
    • 3 เหตุการณ์ฝังใจในอดีต : สมองของเราจะเชื่อมโยงเรื่องเงินเข้ากับประสบการณ์ในวัยเด็ก เรามีประสบการณ์อะไรตอนที่คุณเป็นเด็ก?
  • สูตรกำหนดว่าเราจะทำความมั่งคั่งกลายเป็นจริงได้อย่างไร คือ การตั้งโปรแกรม -> ความคิด -> ความรู้สึก -> การกระทำ = ผลลัพธ์
  • การตั้งโปรแกรม แผนผังการเงินในหัว
    • ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ถ้าแผนผังการเงินของเรา กำหนดว่า จะมีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน เราก็จะได้เงินจำนวนนั้นในที่สุด
    • เราจะได้ในสิ่งที่เราเชื่อ เราคิด ถ้าเราเชื่อว่าเราจะมีรายได้ 10,000 บาท เราก็ได้เช่นกัน
    • การตั้งแผนผังการเงินในหัวใหม่ จะช่วยให้เรายกระดับ ปลดล็อกความเชื่อหรือจิตใต้สำนึกที่เรามีมาก่อนได้

ความต่างของวิธีคิด และการกระทำระหว่างคนรวยกับคนจนและชนชั้นกลาง

  • สมองของเราก็ไม่ต่างอะไรกับตู้เก็บแฟ้มข้อมูลขนาดใหญ่ ทุกข้อมูลที่เราได้รับ จะถูกเก็บ และจะถูกใช้เมื่อเจอสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
  • สิ่งที่เราต้องทำ คือ การบรรจุข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการเงินที่ถูกต้อง หรือความคิด ข้อมูลของคนที่มั่งคั่งแล้วนั่นเอง เพื่อให้เวลาเราเผชิญกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเงิน มันจะช่วยให้เรามีทางเลือก และตัดสินได้ถูกต้องแบบคนรวย
  • เราจะไม่สามารถสำเร็จด้านการเงินได้ด้วยตัวเองเลย ถ้าในสมองของเรา ไม่มีแฟ้มความรู้เกี่ยวกับเงิน หรือไม่เอื้อต่อความสำเร็จด้านการเงินเลย
  • สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ พยายามแสดงให้เราเห็น คือ การเปลี่ยนสมองให้คิดแบบคนรวย และให้เป็นไปอย่างธรรมชาติ
  • ก้าวแรก คือ การตระหนัก การคิดแบบคนรวย (การเข้าใจว่าคนรวยคิดอย่างไร) โดยการเห็นถึงความแตกต่าง เพื่อปรับแผนผังการเงินในหัวของเรา

1. คนรวยเชื่อว่า “ฉันกุมชะตาชีวิตของตัวเอง”

  • ถ้าไม่เชื่อว่าเราสามารถกำหนดชีวิตทางการเงินตัวเองได้ เราย่อมไม่คิดว่าตัวเองมีอำนาจที่จะบริหารเงินของตัวเองได้
  • ยืดอกรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต 100%
  • เลิกบ่น เลิกกล่าวโทษคนอื่น และเลิกแก้ตัว
  • ยอมรับว่าเรา คือ ผู้กำหนด ลิขิตทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิต รวมทั้งทุก ๆ สิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นด้วย

2. คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อเอาชนะ

  • คนรวย เล่นเกมการเงินแบบเชิงรุก ไม่เน้นตั้งรับ ไม่ได้เน้นความมั่นคง ปลอดภัย แต่เน้นมั่งคั่ง มีเงินทองเหลือกินเหลือใช้อย่างไม่ขาดสาย
  • เราจะได้ในสิ่งที่เป็นความมุ่งหมายที่แท้จริงของเรา
  • จำไว้ว่า เราคิดอย่างไร เราจะได้เช่นนั้น ถ้าเป้าหมายของเรา คือ การพอมีฐานะอยู่สบาย เป็นไปได้ยากที่เราจะมั่งคั่ง ร่ำรวยได้
  • เป้าหมายของเรา คือ ความร่ำรวย

3. คนรวยทุ่มเทเพื่อความรวย คนจนแค่อยากรวย

  • เหตุผลอันดับแรกที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้สิ่งที่ต้องการก็เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
  • การไม่ยอมทุ่มเทที่จะเป็นคนรวย เป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่รวยสักที
  • เปลี่ยนจาก อยากรวย เป็น ฉันมุ่งมั่นที่จะรวย
  • มุ่งมั่น คือ การทุ่มเทแบบไม่มียั้ง ลงแรงลงใจเต็มที่ ทุ่มเททุกสิ่งที่มีเพื่อความมั่งคั่ง เต็มใจทำทุกอย่างที่ต้องทำ ไม่มีข้ออ้าง ไม่มีคำว่าถ้า ไม่มีคำว่าแต่ ไม่มีคำว่าบางที และความล้มเหลวไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
  • บอกตัวเองว่า “ฉันต้องรวยหรือไม่ก็พยายามจนขาดใจตายกันไปข้างหนึ่ง”
  • ต้องเชื่ออย่างหมดใจว่า เราสามารถสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง และเป็นสิ่งที่สมควรได้รับ
  • ถ้าไม่มุ่งมั่นกับการสร้างฐานะอย่างเต็มตัวและสุดหัวใจ ก็จะไม่มีโอกาสร่ำรวย

4. คนรวยคิดการใหญ่

  • กฎแห่งรายได้ เราจะได้รับเงินเท่ากับมูลค่าของตัวเราในท้องตลาด
  • ปัจจัยที่บ่งบอกมูลค่าในตลาดมี 4 ประการ อุปสงค์ อุปทาน คุณภาพ และปริมาณ
  • เริ่มคิดการใหญ่ และตัดสินใจช่วยคนจำนวนมหาศาล เป็นพัน ๆ หรือเป็นล้าน ๆ คน ยิ่งเราช่วยคนมาก เราก็จะร่ำรวย ยิ่งขึ้น ทั้งทางด้านจิตใจ อารมณ์ จิตวิญญาณ
  • การคิดเล็ก และทำแต่เรื่องเล็ก จะนำไปสู่การหมดตัว และความไม่พอใจในตนเอง ส่วนการคิดใหญ่ และทำการใหญ่ จะนำไปสู่การมีพร้อมทั้งเงินและความหมายในชีวิต

5. คนรวยมุ่งความสนใจไปที่โอกาส คนจนมุ่งความสนใจไปที่อุปสรรค

  • คนรวยมองเห็นโอกาส การเติบโต และรางวัลที่จะได้รับ ส่วนคนจนมองเห็นอุปสรรค การสูญเสีย และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
  • คนจนมองเห็นอุปสรรค คนรวยมองเห็นโอกาสที่จะเติบโตได้ คนจนมองเห็นแต่โอกาสที่จะสูญเสีย คนรวยให้ความสำคัญกับรางวัลที่จะได้รับ คนจนให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
  • รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ในชีวิตของตัวเอง และทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความคิดว่า มันต้องได้ผลแน่เพราะฉันจะทำให้มันได้ผล
  • ถ้าอยากรวย จงมุ่งความสนใจไปที่การหาเงิน การเก็บเงิน และการลงทุน ถ้าอยากจน จงมุ่งความสนใจไปที่การใช้เงิน
  • เชื่อว่าถ้าเกิดเรื่องเลวร้ายจนกระทั่งย่ำแย่ถึงขีดสุด ก็มีวิธีหาเงินกลับมาได้เสมอ
  • เสี่ยงโดยทำการศึกษาไว้ก่อน ค้นคว้าข้อมูลด้วยความขยันขันแข็ง ตัดสินใจตามข้อมูล และข้อเท็จจริงที่หนักแน่น
  • สิ่งที่ให้ความสนใจจะยิ่งเพิ่มขยายผล ถ้ามองหาโอกาส ก็จะเจอโอกาส ถ้ามองหาปัญหา ก็จะเจอแต่ปัญหา

6. คนรวยชื่นชมผู้ร่ำรวยและผู้ประสบความสำเร็จคนอื่น ๆ

  • ถ้าเราเห็นคนรวยเป็นคนเลว เป็นไปไม่ได้ ที่เราจะเป็นในสิ่งที่เราเกลียดหรือไม่ชอบ
  • การเกลียดชังคนรวยเป็นหนึ่งในหนทางที่นำไปสู่ความยากจน
  • ฝึกชื่นชมคนรวย วิธีนี้จะเป็นการปลูกฝังความเชื่อลงในจิตใต้สำนึกว่า เมื่อเราร่ำรวย คนอื่นจะชื่นชมเรา
  • จงสรรเสริญในสิ่งที่เราต้องการ

7. คนรวยคบหาสมาคมกับคนที่มองโลกในแง่ดี และคนที่ประสบความสำเร็จ

  • คนที่ประสบความสำเร็จ จะมองความสำเร็จของผู้อื่นเป็นกำลังใจ เป็นต้นแบบในการเรียนรู้ และบอกตัวเองว่า ถ้าพวกเขาทำได้ ฉันก็ทำได้
  • วิธีที่รวดเร็ว และง่ายดายที่สุดในการสร้างความมั่งคั่ง คือ การเรียนรู้ว่าคนรวยซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเล่นเกมอย่างไร
  • ถ้าเราปฏิบัติและมีความคิดแบบเดียวกับคนรวย โอกาสที่เราจะได้รับผลอย่างเดียวกันก็เป็นไปได้
  • ตัดสินใจว่า เรามีดีและมีค่าเท่าเทียมกับพวกเขา แล้วก็ทำตัวให้ได้อย่างนั้น
  • ถ้าอยากร่ำรวย ต้องปรับปรุงแผนผังการเงินภายในหัว ให้เชื่ออย่างสุดขั้วหัวใจว่า เราเองก็มีดีไม่น้อยไปกว่าเศรษฐีเงินล้านคนอื่น

8. คนรวยเต็มใจโปรโมทตัวเอง และคุณค่าของตนเอง

  • จงเชี่ยวชาญในการนำเสนอคุณค่าของตัวเอง
  • การมีอคติต่อแผนส่งเสริมการขายหรือโปรโมชั่นเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญสู่ความสำเร็จ
  • เต็มใจและสามารถโปรโมทสินค้า บริการ และไอเดียของตนด้วยความกระตือรือร้น และมีไฟอย่างแรงกล้า
  • ถ้าเชื่อว่าสิ่งที่เรามีสามารถช่วยคนอื่นได้อย่างแท้จริง หน้าที่ของเรา คือ การบอกให้คนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้รับรู้

9. คนรวยมองปัญหาเป็นเรื่องเล็ก

  • การสร้างฐานะไปสู่ความมั่งคั่งไม่ง่าย มันเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยจุดผกผัน ทางคดเคี้ยว ทางอ้อม และสิ่งกีดขวาง
  • เคล็ดลับสู่ความสำเร็จไม่ใช่การพยายามหลีกเลี่ยง ปิด หรือหันหลังให้กับปัญหา สิ่งที่ต้องทำ คือ การพัฒนาตัวเองให้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าทุก ๆ ปัญหา
  • จำไว้ว่าปัญหาไม่มีทางหายไปเอง ถ้าเรายังมีลมหายใจ เราจะต้องเจอ ปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตเสมอ
  • ขนาดของปัญหาไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ ขนาดใจของตัวเราเองต่างหาก
  • หยุดมองว่าปัญหาเป็นเรื่องใหญ่ แต่มุ่งความสนใจไปที่เป้าหมาย

10. คนรวยเป็นผู้รับที่ยอดเยี่ยม

  • ความรู้สึกว่าตัวเองมีค่าหรือไม่ ล้วนเป็นเรื่องราวที่เราสร้างขึ้นเอง
  • ไม่มีสิ่งใดมีความหมาย นอกจากความหมายที่เรามอบให้ตัวเอง
  • ถ้าเราบอกว่าตัวเองมีค่า เราก็จะมีค่า ถ้าเราบอกว่าตัวเองไร้ค่า เราก็จะไร้ค่า
  • เมื่อไม่เต็มใจจะเป็นผู้รับ เท่ากับกำลังบอกสวรรค์ว่า อย่าส่งอะไรมาให้อีก ถ้าไม่ยินดีจะรับส่วนแบ่ง มันก็จะถูกส่งไปให้คนที่เต็มใจจะรับ นั่นคือ หนึ่งในเหตุผลที่คนรวยร่ำรวยขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนคนจนก็ยากจนลง ๆ
  • เมื่อเปิดกว้างต่อการรับอย่างแท้จริง ชีวิตในด้านอื่น ๆ ของเราก็จะเปิดกว้างไปด้วย ไม่เพียงแต่จะได้รับเงินมากขึ้น เรายังจะได้รับความรัก ความสุข ความสงบสุข และความอิ่มเอมใจมากยิ่งขึ้น

11. คนรวยเลือกที่จะได้รับเงินตามผลงาน

  • การได้รับเงินเดือนประจำไม่ผิด มันแค่ลดประสิทธิภาพในการหาเงินให้ได้ตามศักยภาพสูงสุดของตัวเรา
  • เศรษฐีเงินล้านส่วนมากล้วนร่ำรวยมาจากการทำธุรกิจของตัวเอง
  • อย่าเลือกที่จะรับความมั่งคั่ง (ได้เงินแน่นอน ประจำ) เพราะมันจะแลกบางอย่างที่เราอาจจะไม่ได้รับ นั่นคือ ความมั่งคั่ง
  • คนรวยชอบที่จะรับเงินตามผลงาน ระบบที่ให้ค่า commission หรือได้รับค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ (ล้วนไม่มีหลักประกันที่มั่นคง)
  • โลกการเงิน จำนวนผลตอบแทนมักสมน้ำสมเนื้อกับความเสี่ยงที่ต้องแบกรับเสมอ
  • หนทางเดียวที่จะมีรายได้ที่สอดคล้องกับศักยภาพที่แท้จริง คือ การเลือกที่จะรับค่าตอบแทนตามผลงาน

12. คนรวยเลือกทั้งสองทาง (เงิน + ความสุข)

  • หลายคนเชื่อว่า เงินและความสุข เป็นเรื่องแยกออกจากกัน ต้องเลือกว่าจะรวยหรือมีความสุข ซึ่งเป็นหนึ่งความเชื่อที่เกิดจากการตั้งโปรแกรมทางการเงินผิด ๆ
  • คนที่ร่ำรวยล้วนเข้าใจดีว่า ต้องมีเงิน และมีความสุขด้วย

13. คนรวยสนใจมูลค่าทรัพย์สิน

  • มาตรวัดความมั่งคั่งที่แท้จริง คือ มูลค่าทรัพย์สินไม่ใช่รายได้จากการทำงาน
  • มูลค่าทรัพย์สินคือมูลค่ารวมของทุกสิ่งที่เราครอบครอง
  • หน้าที่ของรายได้จากการทำงาน คือ การเติมกล่องการเงิน ยิ่งมีรายได้จากการทำงานมากเท่าไหร่ เงินเก็บ และเงินที่สามารถนำไปใช้ในการลงทุนก็จะมีมากขึ้น
  • ยิ่งลงทุนได้ดีมากเท่าไหร่ เงินก็จะงอกเงย และเพิ่มพูนมูลค่าทรัพย์สินได้มากขึ้นเท่านั้น
  • คนรวยทุ่มเวลา และพลังไปกับการเรียนรู้เรื่องการลงทุน
  • ถ้าตั้งใจจะเป็นเศรษฐีร่ำรวย ต้องมุ่งไปที่การเพิ่มมูลค่าทรัพย์ ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างนอกเหนือจากรายได้

14. คนรวยเก่งเรื่องการบริหารเงิน

  • คนรวยไม่ได้ฉลาดไปกว่าคนจน เพียงแต่มีนิสัยในด้านการเงินที่แตกต่าง และเอื้อต่อการสร้างความมั่งคั่งมากกว่า
  • สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างความสำเร็จทางการเงิน และความล้มเหลวทางการเงิน คือ วิธีบริหารเงิน
  • ถ้ายังไม่สามารถแสดงให้เห็นว่า เราจัดการกับสิ่งที่มีอยู่ในมือได้ เราก็จะไม่ได้รับอะไรเพิ่ม
  • การบริหารเงินเป็นนิสัย ย่อมมีความสำคัญกว่าจำนวนที่บริหาร
  • ถ้าไม่ควบคุมเงิน มันก็จะควบคุมเรา
  • วิธีการบริหารแบบง่าย เปิดบัญชีธนาคารเพิ่มอีกหนึ่งบัญชีเพื่อฝากเงิน 10% ของเงินทุกบาทที่หามาได้ ใช้สำหรับการลทุน และซื้อหรือสร้างแหล่งรายได้เงยเท่านั้น ห้ามนำเงินนี้ออกมาใช้เด็ดขาด
  • เงินเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต เมื่อเรียนรู้วิธีควบคุมการเงิน ชีวิตก็จะดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน

15. คนรวยให้เงินทำงานหนักเพื่อตัวเอง

  • การทำงานหนัก คือ หนทางเดียวสู่ความร่ำรวยเป็นเรื่องไม่จริง
  • เราต้องทำงานหนักจนกระทั่ง เงินสามารถทำงานหนักให้เราได้ แล้วเราก็จะไม่จำเป็นต้องทำงานอีกต่อไป
  • ยิ่งเงินทำงานหนักเท่าไหร่ ตัวเราก็จำเป็นต้องทำงานน้อยลงเท่านั้น
  • อิสรภาพทางการเงิน คือ ความสามารถที่จะดำเนินชีวิตในรูปแบบที่ต้องการโดยไม่ต้องทำงานหรือพึ่งพาคนอื่นในเรื่องเงิน
  • จะมีอิสรภาพทางการเงินได้ เมื่อรายได้งอกเงย (ที่ไม่แลกด้วยแรงงานของเรา) มีจำนวนมากกว่ารายจ่าย
  • ทำงานเพื่อหาเงินมาลงทุน ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับวันข้างหน้า ไม่ใช่ทำงานหาเงิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับวันนี้
  • อย่ามองว่า เงิน 1 บาทวันนี้ จะเท่ากับ 1 บาท มันคือ เมล็ดพันธุ์ที่สามารถปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวเงินที่จะงอกเงยขึ้นอีกเป็นอีกหลายร้อยบาท
  • ทำงานหนัก เพื่อสะสมเงิน และนำไปลงทุน แล้วจะได้ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักอีก ไม่ใช่ทำงานหนักแล้วใช้เงินทั้งหมดที่หามาได้ ซึ่งแบบนี้ เราจะต้องทำงานหนักไปทั้งชีวิต

16. คนรวยมุ่งไปข้างหน้า แม้จะหวาดกลัว

  • การกระทำคือ สะพาน เชื่อมระหว่างโลกภายใน และโลกภายนอก
  • คนรวย และผู้ที่ประสบความสำเร็จ มีความกลัว ความไม่แน่ใจ และความกังวลเช่นกัน แต่ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านั้นมาหยุดยั้งตนเอง
  • ความกลัว เป็นตัวขัดขวางเราจากการลงมือทำในสิ่งที่เรารู้ว่าจำเป็นต้องทำ
  • ต้องเต็มใจลงมือทำ แม้จะหวาดกลัว อย่าปล่อยให้ความกลัวมาขัดขวาง

17. คนรวยเรียนรู้ และเติบโตอยู่ตลอดเวลา

  • ความสําเร็จเป็นทักษะที่เรียนรู้ได้ เราสามารถเรียนรู้ที่จะประสบความสําเร็จได้ในทุก ๆ เรื่อง
  • วิธีที่รวดเร็วที่สุดในการสร้าง และรักษาความมั่งคั่งเอาไว้ คือ การพัฒนาตัวเอง (พัฒนาโลกภายในของตัวเอง) เพราะโลกภายนอกตัวเรา เป็นเพียงภาพสะท้อนของโลกภายใน
  • ลำดับขั้นตอนสู่ความสำเร็จ คือ เป็น (เป็นในสิ่งที่อยาก) -> ทำ (ลงมือทำเพื่อให้ได้มันมา) -> มี (มีในสิ่งที่เป็น)
  • การจะได้รับเงินมากที่สุด เราต้องเป็นคนเก่งที่สุด
  • ยิ่งเรียนรู้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะหาเงินได้มากขึ้นเท่านั้น และเก็บสะสมเงินได้มากขึ้น
  • จงแบ่งเงิน 10% จากรายได้ใส่ไว้ในบัญชีงบประมาณเพื่อการศึกษา ใช้เงินส่วนนี้สำหรับการสมัครเข้าคอร์ส สัมมนา ซื้อหนังสือ หรือช่องทางการเรียนรู้อื่น ๆ