สรุปหนังสือ Sometimes You Win Sometime You Learn John C. Maxwell

📚 สรุปหนังสือ ล้มเหลวแล้วต้องเรียนรู้ (Sometimes You Win-Sometimes You Learn)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

ความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ มันคือความสมบูรณ์ที่ไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ หน้าที่ของมนุษย์ คือ การยอมรับ และเรียนรู้จากสิ่งที่จะได้รับจากความล้มเหลวนั้น แล้วเปลี่ยนมันมาเป็นบทเรียน เป็นประสบการณ์ เพื่อเป็นคลังอาวุธที่จะพิชิตความสำเร็จ หรือเป้าหมายของเรา

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“ไม่มีตรงไหนในชีวิตที่ไม่มีบทเรียน ถ้ายังมีชีวิตอยู่”

สรุปหนังสือ ล้มเหลวแล้วต้องเรียนรู้ (Sometimes You Win-Sometimes You Learn) เขียนโดย John C. Maxwell

  • หากยังมีชีวิตอยู่ แสดงว่ายังมีโอกาสเรียนรู้รอคอยอยู่เบื้องหน้า และทุกครั้งที่ล้มเหลวหรือผิดพลาด เราควรจะคอยถามตัวเองเสมอว่า “เราได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง”
  • เมื่อเรียนจบใช่ว่าการเรียนรู้ต้องจบสิ้นลง นั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่แท้จริง
  • คำถามคือ เราจะมัวแต่นอนเลียแผลหลังจากต่อสู้จนหมดแรงและไม่อยากลุกขึ้นมาลองอีกแล้ว หรือจะคว้าโอกาสไว้เพื่อศึกษา ประเมิน และทบทวนบทเรียน แล้วใช้ความรู้นั้นเป็นมาต่อสู้กับอุปสรรคในชีวิตอีกครั้ง
  • ชีวิตเต็มไปด้วยปัญหาและความพ่ายแพ้เสมอ แต่หากมีอาวุธที่เหมาะสม เราจะไม่แพ้
  • 2 คำถามที่สำคัญ คือ “ถ้ารู้ว่าตัวเองไม่มีวันล้มเหลว เราจะทำอะไรบ้าง?” และ “เราได้เรียนรู้อะไรบ้างเวลาที่ล้มเหลว”
  • หยุดพูดว่า “ชนะบ้าง แพ้บ้าง เป็นเรื่องธรรมดา” ให้เป็น “ชนะบ้าง แพ้บ้าง แต่ต้องได้เรียนรู้”
  • ถ้าเราเข้าใจดี และรับมือถูกวิธี ความพ่ายแพ้จะให้ “บทเรียนอันยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต”
  • ความพ่ายแพ้ทำให้อารมณ์ของมนุษย์อ่อนแรง ทำให้เราอ่อนแอ ถูกจองจำ เป็นอัมพาต ท้อแท้ และไม่สบาย หากต้องการประสบความสำเร็จ เราต้องหาวิธีหลุดพ้นจากบ่วงอารมณ์ให้ได้
  • ชีวิตเป็นการสูญเสียอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องใหญ่และเรื่องเล็ก
  • คุณลักษณะที่แบ่งแยกความแตกต่างระหว่างคนประสบความสำเร็จกับคนล้มเหลว คือความสามารถในการรับมือกับความผิดหวังและการสูญเสีย
  • ปริมาณหรือความรุนแรงของความพ่ายแพ้นั้น ไม่สำคัญเท่ากับวิธีที่เราเผชิญกับความพ่ายแพ้
  • ความพ่ายแพ้เปลี่ยนแปลงเราได้ แต่ควบคุมเราไม่ได้
  • ถ้ามองโลกถูกวิธี ความพ่ายแพ้จะเป็นโอกาสให้เราได้เปลี่ยนแปลงและปรับปรุง
  • ความพ่ายแพ้จะกำหนดตัวตนของเรา ถ้าเราหยุดนิ่งอยู่กับความพ่ายแพ้
  • เราเรียนรู้จากความพ่ายแพ้ได้มากกว่าจากชัยชนะ
  • ความพ่ายแพ้ให้โอกาสเราเรียนรู้ แต่ผู้คนมากมายไม่คว้าโอกาสไว้ แล้วความพ่ายแพ้ก็เป็นเรื่องที่เลวร้ายจริงๆ

เรื่องของความอ่อนน้อมถ่อมตน

  • ความถ่อมตนเป็นรากฐานสำหรับทุก ๆ คนที่จะเรียนรู้จากชัยชนะและความพ่ายแพ้ของตัวเอง และเป็นกุญแจไปสู่ความสำเร็จสูงสุด
  • ความทะนงตนทำให้คนเราพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง แม้แต่ตอนที่รู้ว่าตัวเองผิด
  • ถ้าถ่อมตนและเปิดใจยอมรับบทเรียนที่ชีวิตหยิบยื่นให้ เราจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น
  • จำไว้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือตอนจบ ไม่ใช่ตอนเริ่มต้น
  • ถ้าสนใจตัวเองมากไป เราจะมองไม่เห็นภาพรวมทั้งหมด ความถ่อมตนทำให้เรากลับมาเห็นภาพใหญ่ ทำให้ตระหนักว่า เราอาจจะอยู่ในภาพนั้น แต่เราไม่ใช่ภาพทั้งหมด
  • ความถ่อมตน ทำให้เราใจกว้างและปรารถนาจะปรับปรุง มองทุกสิ่งตามจริง ในขณะที่ความทะนงตนทำให้เราใจแคบและพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง
  • ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การขจัดปัญหากับความผิดพลาด แต่อยู่ที่การพัฒนาโดยเรียนรู้จากปัญหาและความผิดพลาดเหล่านั้น
  • คนฉลาดที่อ่อนน้อมถ่อมตัวไม่เคยกลัวที่จะยอมรับว่าตัวเองผิด เพราะทำให้เขาฉลาดขึ้น
  • ความผิดพลาดมักเป็นครูดีที่สุด ถ้าเต็มใจยอมรับว่าทำพลาดและเรียนรู้จากความผิดนั้น
  • เราจะเรียนรู้ ได้ก็ต่อเมื่อตั้งคำถาม เมื่อผิดพลาด เช่น อะไรที่ผิพลาด? ผิดพลาดเมื่อไหร่? ผิดพลาดตรงไหน? ทำไมจึงผิดพลาด? จะเรียนรู้อะไรบ้าง? จะนำบทเรียนไปใช้ในอนาคตได้อย่างไร?
  • มนุษยชาติทำผิดพลาดมากมาย และความถ่อมตนยอมให้เราเรียนรู้จากความผิดนั้น
  • ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสมบูรณ์แบบเพื่อจะประสบความสำเร็จ
  • การล้มเหลวแล้วละทิ้งไอเดียทั้งหมดไปไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่การล้มเหลวแล้วตระหนักว่ามีข้อดีอยู่ในนั้นยากยิ่งกว่า
  • หากอ่อนน้อมถ่อมตัว เราจะเปิดใจยอมรับว่า ความผิดพลาดของตัวเองอาจเป็นต้นต่อไปสู่ความสำเร็จก็ได้
  • ความสำเร็จและชื่อเสียงไม่เกิดกับคนเก่งที่สุดเสมอไป บางครั้งเกิดกับคนที่เปลี่ยนวิกฤต เป็นโอกาสได้ต่างหาก

ความเป็นจริงของชีวิตชีวิต

  • ถ้าอยากประสบความสำเร็จในชีวิตและเรียนรู้จากความพ่ายแพ้ของตัวเอง เราต้องกล้าเผชิญความเป็นจริงและนำสิ่งนี้มาสร้างรากฐานในการพัฒนา
  • การเปลี่ยนจากความล้มเหลวไปสู่ความสำเร็จง่ายกว่าการเปลี่ยนจากข้อแก้ตัวไปสู่ความสำเร็จ
  • ความเป็นจริงสามอย่างของชีวิต (ชีวิตเป็นเรื่องยาก ชีวิตเป็นเรื่องยากสำหรับทุกคน และชีวิตแต่ละคนยากลำบากไม่เท่ากัน)
  • ทันทีที่ยอมรับความจริงว่าชีวิตเป็นเรื่องยาก เราจะเริ่มพัฒนา มองทุกวิกฤตเป็นโอกาส เราจะขุดค้นและได้พบตัวตนของเรา แล้วเริ่มยอมรับความท้าทายของชีวิต
  • ชีวิตไม่ยุติธรรม และเราไม่ควรคาดหวังว่าชีวิตจะยุติธรรม ยิ่งเผชิญความเป็นจริงได้เร็ว เราจะยิ่งเผชิญกับทุกอย่างที่เข้ามาหาเราได้ดีขึ้น
  • ความจริงคือ เราจะต้องพบเจอกับความยากลำบากอย่างแน่นอน
  • ชีวิตไม่ง่าย ไม่ยุติธรรม และเราเจ็บปวด
  • กุญแจสำคัญอย่างหนึ่งในการเอาชนะ คือ อย่าทำให้ชีวิตตัวเองยากลำบากขึ้นไปอีก ชีวิตของเราคงยากลำบากพออยู่แล้ว
  • ความสำเร็จมีวิธีบิดเบือนความเห็นของเราเกี่ยวกับความเป็นจริง ทำให้เราคิดว่าตัวเองดีกว่าตัวเราจริง ๆ หลอกให้เราเชื่อว่าแทบไม่มีอะไรเหลือให้เรียนรู้อีกแล้ว
  • ชีวิตเป็นเรื่องยากลำบาก แต่เราจะได้สิ่งที่ปรารถนา ถ้าหากเราเต็มใจเผชิญกับความเป็นจริง และรู้ว่าจุดเริ่มต้นของตัวเองอยู่ตรงไหน ทั้งคำนวณว่าต้องทุ่มเทอะไรบ้างเพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมาย จากนั้น ลงมือทำ
  • การยอมรับปัญหาไม่ทำให้เราชนะปัญหาได้ก็จริง แต่ถ้ายอมเผชิญความจริง ก็เท่ากับเราได้สร้างรากฐานสำหรับการปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสมากมายที่จะประสบความสำเร็จ
  • เวลาเจอความท้าทาย เราจะเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี หรือจะปล่อยให้เรื่องร้ายทำลายชีวิตทั้งหมด เราต้องเลือกเองว่าจะทำแบบไหน

ความรับผิดชอบ คือ ขั้นแรกของการเรียนรู้

  • ความรับผิดชอบเป็นความสามารถที่สำคัญที่สุดซึ่งคนคนหนึ่งจะพึงมีได้ เราจะพัฒนาศักยภาพของตัวเองไม่ได้ จนกว่าจะก้าวออกมาพูดว่า “ฉันรับผิดชอบเรื่องนี้เอง”
  • ถ้าเราไม่รับผิดชอบตัวเอง ก็เท่ากับเรายอมสละการควบคุมชีวิตตัวเองให้ผู้อื่น
  • ทุกครั้งที่ล้มเหลว เราเลือกได้ว่าจะทำให้ตัวเองเจ็บปวดโดยยอมรับผิดชอบ ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วประสบความสำเร็จ หรือจะหลีกเลี่ยงการรับผิดชอบที่ทำให้เจ็บปวดเพียงแค่ชั่วคราว แล้วหาข้อแก้ตัว
  • ถ้าหลีกหนีความรับผิดชอบ ไม่ตรวจสอบความล้มเหลวของตัวเอง และไม่ยอมเรียนรู้ เราจะล้มเหลวและพ่ายแพ้ในเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
  • แทนที่จะยอมรับว่าตัวเราทำผิดพลาด หาวิธีแก้ไข และพัฒนา แต่เรากลับเลิก และหนีมัน ในที่สุดก็ค่อย ๆ เดินห่างความสำเร็จออกไปทีละก้าว
  • เราจะรับมือกับชีวิตของตัวเองอย่างไร แค่ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปเอง หรือแน่วแน่กับทางที่ตัวเองเลือกอย่างกระตือรือร้นและรับผิดชอบ
  • ความสำเร็จที่แท้จริงเป็นการเดินทาง ข้อแก้ตัวเป็นเสมือนเส้นทางแยกออกที่อยู่ตามรายทางไปสู่ความสำเร็จ
  • เราหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ไม่ได้ แต่เลือกได้ว่าจะแก้ตัวหรือไม่
  • พอเราเลิกแก้ตัวแล้วหันมารับผิดชอบ ชีวิตจะเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง
  • ถ้าเรายอมรับผิดชอบต่อตัวเอง แสดงว่าเรารับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตัวเองด้วย
  • ชีวิตมีหลายเรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะไม่เป็นไปอย่างที่คิดไว้ มีบางอย่างดีเกินจินตนาการ แต่บางอย่างแย่กว่าที่คิด ไม่ว่าเราจะเป็นใคร ก็ไม่มีทางรู้อนาคตของตัวเอง
  • หยุดมองว่าความพ่ายแพ้ ความล้มเหลวของตัวเองเป็นเรื่องถาวร
  • ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างคนประสบความสำเร็จกับคนล้มเหลว ไม่ใช่การล้มเหลว เพราะทั้งสองกลุ่มต่างล้มเหลว แต่คนที่ประสบความสำเร็จจะรับผิดชอบต่อตัวเองด้วยการเรียนรู้จากความล้มเหลว และไม่ทำความล้มเหลวเดิมซ้ำ
  • ถ้าอยากชนะ อย่าพยายามทำเรื่องเดิมซ้ำซาก เราต้องต้องรับผิดชอบต่อทางที่ตัวเองเลือกไตร่ตรองว่าอะไรผิดอะไรถูก แล้วปรับเปลี่ยน ลองทำใหม่ ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่ไปสู่ความสำเร็จ
  • ขั้นสุดท้ายของการรับผิดชอบ คือ การรับประกันว่าเราพูดอย่างไรก็จะทำอย่างนั้น

การปรับปรุง คือ หัวใจของการเรียนรู้

  • ไม่มีทางลัดไปสู่ความสมบูรณ์แบบ
  • 3 คำที่พูดยากที่สุด นั่นคือ “ฉันทำผิด” เวลาทำผิดพลาดหรือล้มเหลว
  • ความปรารถนาจะปรับปรุงตัวเองอยู่ในดีเอ็นเอของคนที่ประสบความสำเร็จทุกคน
  • คำถามที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ “ฉันจะได้รับอะไร” แต่เป็น “ฉันจะกลายเป็นคนแบบไหน”
  • ความปลอดภัยจะไม่พาเราไปข้างหน้า ไม่ช่วยให้เราชนะอุปสรรค ไม่นำเราไปสู่ความก้าวหน้า ถ้าทำแต่เรื่องที่ปลอดภัย เราจะอยู่กับความน่าเบื่อ เราต้องยอมสละความปลอดภัยเพื่อจะได้ปรับปรุงพัฒนา
  • ความผิดพลาดไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นข้อพิสูจน์ว่าเรากำลังพยายาม
  • ชีวิตท้าทายเราทุกวันให้พัฒนาความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่ เราจะประสบความสำเร็จเมื่อไปถึงจุดสูงสุดในตัวเองและทุ่มเททำให้ดีที่สุด
  • การปรับปรุงเกิดขึ้นจากการค่อย ๆ ทำ ไม่ใช่การทำครั้งใหญ่แบบม้วนเดียวจบ
  • แรงจูงใจอาจจะช่วยให้เราเริ่มต้นได้ แต่อุปนิสัยที่ดีที่เราสร้างมาและฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอนั้น จะทำให้เราปรับปรุงไปเรื่อย ๆ
  • เริ่มต้นโดยตั้งคำถามตัวเอง 3 ข้อในตอนท้ายของแต่ละวัน วันนี้ฉันได้เรียนรู้อะไรบ้าง? วิธีการพัฒนาของฉันในวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง? จะทำอะไรต่างไปจากเดิมได้บ้าง?
  • 3 สิ่งสำหรับเริ่มต้นปรับปรุงพัฒนาตัวเอง ตัดสินใจว่าตัวเรามีค่าพอที่จะปรับปรุง (หากจะปรับปรุงตัวเอง เราต้องเชื่อก่อนว่าตัวเองปรับปรุงได้) เลือกว่าจะปรับปรุงด้านไหน (ให้เน้นที่จุดเดียวก่อน) หาโอกาสปรับปรุงจากความพ่ายแพ้ของตัวเอง (ตรวจสอบความผิดพลาดตอนที่ยังจดจำรายละเอียดทุกอย่างได้)
  • ความรู้อาจมาจากการศึกษา แต่ภูมิปัญญามาจากการเรียนรู้และปรับปรุงจากความผิดพลาดของตัวเอง

ความหวัง คือ แรงจูงใจในการเรียนรู้

  • ว่ากันว่าคนเราอยู่ได้ 40 วัน โดยไม่กินอาหาร อยู่ได้ 4 วัน โดยไม่ดื่มน้ำ อยู่ได้ 4 นาที โดยไม่มีอากาศ แต่อยู่ได้แค่ 4 วินาที ถ้าสิ้นหวัง
  • จงอ้าแขนรับความหวัง แล้วความหวังจะทำให้เรามีพลัง
  • ความหวังเติมพลังให้เรามีชีวิต ความหวังมีแต่ให้ แม้แต่ยามที่เราแทบไม่มีอะไรเหลือหรือไร้สิ้นทุกสิ่ง ความหวังเป็นสมบัติอันมีค่าสูงสุดในชีวิตเรา
  • งานแรกและงานสุดท้ายของผู้นำคือ การทำให้คนมีความหวัง
  • หน้าที่ของผู้นำ คือ ช่วยให้ผู้คนเชื่อว่า สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สามารถจะเป็นไปได้ มันจะทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้นั้น เป็นไปได้ขึ้นมา
  • เสียอะไรได้ แต่อย่าสูญเสียความหวัง การสูญเสียความหวัง อาจเป็นการสูญเสียครั้งสุดท้าย เพราะยามสิ้นหวัง เราจะหมดแรงจูงใจและความสามารถจะเรียนรู้ไปด้วย
  • ความหวังเป็นสิ่งสวยงาม เป็นแรงจูงใจยามท้อถอย เติมพลังให้ยามอ่อนล้า ส่องสว่างที่สุดยามที่ชีวิตมืดมนที่สุด เติมความหวานยามชีวิตขื่นขม
  • ความหวังเป็นเชื้อเพลิง จุดความกล้าหาญที่จะยอมรับว่าชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบาก และเจ็บปวดให้แก่เรา
  • ถ้าปราศจากความหวัง สิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้
    • มนุษย์จะไม่พยายามหาวิธีรับมือกับโควิด
    • มนุษย์จะรักษาโรคโปลิโอไม่ได้
    • มนุษย์จะสร้างทางรถไฟจากมหาสมุทรแอตแลนติกถึงมหาสมุทรแปซิฟิกไม่ได้
    • เราขับเครื่องบินจากนิวยอร์กไปปารีสไม่ได้
    • มนุษย์พาคนไปลงดวงจันทร์ไม่ได้
  • หากสิ้นหวัง คนเราจะไม่สนใจอนาคตข้างหน้า ความหวังช่วยให้เกิดแรงจูงใจ ช่วยให้ก้าวไปข้างหน้า
  • วิธีการบ่มเพาะความหวัง คือ ความหวังเป็นสิ่งที่เราเลือกเองได้ จงเลือกทีจะมีความหวัง, เปลี่ยนวิธีคิด เชื่อว่าเป็นไปได้ที่จะเกิดสิ่งดี ๆ ในอนาคต และจงชนะเรื่องเล็กๆ หลายๆ ครั้ง

สอนง่ายและเต็มใจเรียนรู้ คือ เส้นทางแห่งการเรียนรู้

  • เครื่องชี้วัดว่าใครจะก้าวไปถึงศักยภาพสูงสุดของตัวเองได้ คือ จิตวิญญาณที่สอนง่ายและเต็มใจเรียนรู้
  • การสอนง่ายและเต็มใจเรียนรู้ เป็นการมีทัศนคติกับพฤติกรรมที่ตั้งใจจะเรียนรู้และพัฒนาไปตลอดชีวิต
  • หากจะใช้ชีวิตให้เต็มศักยภาพของตัวเอง เราต้องเรียนรู้อยู่เรื่อย ๆ และขยายความสนใจออกไป ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีจิตวิญญาณที่สอนง่ายและเต็มใจเรียนรู้
  • การสอนง่าย และเต็มใจเรียนรู้ เป็นทักษะที่เราเลือกได้ เราเลือกได้ว่าจะเปิดใจรับหรือปิดกั้นความคิด ประสบการณ์ใหม่ๆ คำติชมของผู้คน รวมไปถึงการเต็มใจ จะเปลี่ยนแปลง
  • ลักษณะเฉพาะของคนที่สอนง่ายและเต็มใจเรียนรู้ (มีทัศนคติที่เอื้อต่อการเรียนรู้, มีกรอบความคิดแบบพวกมือใหม่, พิจารณาตัวเอง อย่างจริงจังและลึกซึ้ง, กล้าบอกความจริงด้วยความรัก และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทุกวัน)
  • การฝึกฝนประจำวันเพื่อให้เป็นคนสอนง่าย และเต็มใจเรียนรู้มากขึ้น (ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าเสมอ, พิจารณาใคร่ครวญสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต และนำไปประยุกต์ใช้)
  • ในแวดวงวิทยาศาสตร์ ความผิดพลาดย่อมมาก่อนการค้นพบเสมอ และเป็นไปไม่ได้ที่จะค้นพบโดยไม่สะสมข้อผิดพลาด
  • ถามตัวเองทุกวันว่า “ฉันจะเรียนรู้อะไรได้บ้าง จากสิ่งที่อ่าน สิ่งที่มองเห็น สิ่งที่ได้ยิน สิ่งที่ได้พบ สิ่งที่ทำผิด สิ่งที่ได้พูดคุยในวันนี้”
  • ความปรารถนาอยากจะเรียนรู้เป็นแรงจูงใจอันยิ่งใหญ่ให้มีชีวิตต่อไป

ความทุกข์ยาก คือ ตัวเร่งในการเรียนรู้

  • ความเจ็บปวดจากความทุกข์ยาก จะทำให้เราเปลี่ยนไปตลอดกาล และเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย
  • ความทุกข์ยากเป็นตัวเร่งสำหรับการเรียนรู้และเป็นประโยชน์กับเราได้ ถ้าเราเผชิญความทุกข์ยากด้วยกรอบความคิดที่ถูกต้อง
  • ความทุกข์ยากเป็นโอกาสให้เราได้ค้นพบตัวเอง มันเรียกร้องความสนใจ หยุดเราไว้ให้พิจารณาสถานการณ์ของตัวเองและดูว่าเรากล้าหาญหรือไม่
  • บทเรียนจากความทุกข์ยาก
    • จำนวนครั้งที่ล้มเหลวสำคัญน้อยกว่าจำนวนครั้งที่ประสบความสำเร็จ
    • เวลาหมดแรงและท้อแท้ เราต้องพยายามต่อไป ไม่ใช่เลิกพยายาม
    • ถนนไปสู่ความสำเร็จไม่ราบเรียบและง่ายดายเสมอไป
    • เวลาท้อถอยกับความก้าวหน้าของตัวเอง ต้องไม่ยอมให้สิ่งที่กำลังทำอยู่มาเป็นอุปสรรคก่อนจะไปถึงจุดหมาย
  • ความทุกข์ยากเข้ามาหาเราในฐานะเครื่องมือสำหรับการสอน
  • ความทุกข์ยากเป็นครู ที่ดีกว่าความสำเร็จ
  • ความทุกข์ยาก มักเป็นประตูไปสู่โอกาส
  • ความทุกข์ยากเป็นตัวเร่งในการเรียนรู้ในชีวิตที่ดีที่สุด

ปัญหา คือ โอกาสในการเรียนรู้

  • กุญแจไปสู่การเอาชนะ และการเรียนรู้จากปัญหา คือต้องเข้าหาปัญหาทันที
  • ปัญหาเดียวกัน แต่มองคนละมุมมอง ผลลัพธ์รับที่ได้ย่อมต่างกัน มุมมองของเราต่อปัญหาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
  • อย่าประเมินปัญหาหรือพลังของตัวเองที่จะรับมือกับปัญหาต่ำหรือสูงเกินไป แต่มองตามความเป็นจริงแล้วจัดการแก้ไข
  • ปัญหาที่เรากำลังเผชิญก็เป็นปัญหาแบบเดียวกับของมนุษย์นับล้านๆ คน ที่ล้วนพบผ่านเจอมาเช่นกัน
  • ขนาดของคนสำคัญกว่าขนาดของปัญหา
  • อย่ารอคอยให้ปัญหาแก้ไขด้วยตัวเอง เพราะปัญหาเป็นสิ่งที่ต้องการให้เราใส่ใจ ถ้าทิ้งไว้ มีแต่จะแย่ลง
  • อย่ากระตุ้นให้ปัญหารุนแรงขึ้น ปัญหาเปรียบเสมือนกองไฟ เวลาเผชิญกับปัญหา เรามีน้ำ 2 ใบ คือ น้ำเปล่า กับ น้ำมัน เราจะเทใบไหน?
  • วิธีเอาชนะปัญหาและเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสในการเรียนรู้
    • คาดคะเนว่าปัญหาอาจจะเกิดขึ้น
    • เล่าปัญหาให้คนอื่นฟัง
    • ประเมินปัญหา
    • สำนึกบุญคุณของปัญหา (ปัญหา = โอกาส)
  • ปัญหาจะเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อเราปล่อยให้เป็นปัญหา แท้จริงแล้วปัญหาเป็นโอกาส
  • เวลาเผชิญกับปัญหา จงเต็มใจยอมให้ประสบการณ์ไม่ดี แล้วยอมรับความเป็นมนุษย์ของตัวเอง เรียนรู้ที่จะหัวเราะเยาะตัวเองและชีวิต รักษามุมมองที่ดี ที่ถูกต้องไว้ อย่าทำให้มันแย่ลง เปลี่ยนแย่ให้เป็นดี และอย่ายอมแพ้

การเปลี่ยนแปลง คือ สิ่งที่ต้องยอมเสียเพื่อจะได้เรียนรู้

  • ชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง
  • การเปลี่ยนแปลงอาจน่ากลัว และบางครั้งรู้สึกเหมือนตัวเองพ่ายแพ้ แต่ทุกอย่างที่ได้มา ต้องเสียบางอย่างไป
  • การเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องส่วนร่วม เพราะเมื่อเราเปลี่ยนแปลง ย่อมส่งผลกระทบจต่อทุกคนรอบข้าง
  • คนที่ยืนกรานจะใช้วิธีของเมื่อวานนี้ในโลกของวันนี้ จะอยู่ในวงการธุรกิจ ของวันพรุ่งนี้ไม่ได้
  • ถ้าอยากเรียนรู้ต้องยอมเปลี่ยนแปลง
  • ถ้าอยากดีขึ้น เราต้องเต็มใจเปลี่ยนแปลง การพัฒนาจะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเราตัดสินใจจะเปลี่ยนแปลง
  • คนส่วนใหญ่ทำเรื่องเดิมด้วยวิธีเดิม แต่คาดหวังผลที่ต่างไป
  • การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นโอกาส ทุกครั้งที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เราจะมีโอกาสเดินไปทางที่ถูกและได้พัฒนาตัวเอง
  • การเปลี่ยนแปลงมักเรียกร้องให้เราเสียสละหรือทำอะไรบางอย่างตอบแทนเสมอ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง
  • จะสบายตอนนี้แล้วลำบากทีหลัง หรือลำบากตอนนี้แล้วสบายทีหลังก็ได้ แต่อย่าลืมว่าถึงอย่างไรก็ต้องลำบาก ยิ่งรอนาน ยิ่งลำบากมาก
  • ความเสียใจส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เราทำ แต่เกิดจากสิ่งที่เราทำได้และควรทำแต่ไม่ทำ สิ่งสุดท้ายที่เราเสียไปคือโอกาส ซึ่งเป็นต้นทุนอันสูงค่า
  • คนส่วนใหญ่จะเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อถูกกระตุ้นด้วย 3 ปัจจัย พวกเขาเจ็บปวดมากพอจนต้องทำ, พวกเขาเรียนรู้มากพอจนอยากจะทำ และพวกเขาได้รับมากพอจนสามารถทำได้
  • คำถามหนึ่งที่สำคัญของชีวิตคือ “ฉันคือใคร” แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ “ฉันจะเป็นใคร”
  • ถ้าอยากจะเปลี่ยนแปลง เราจะต้อง คิดต่างจากเดิม ทำตัวต่างจากเดิม และรับมือกับความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม
  • หากอยากจะพัฒนา ต้องลืมบทเรียนเก่าไปก่อน

ความเป็นผู้ใหญ่ คือ การให้ค่าของการเรียนรู้

  • ความเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้มาพร้อมอายุเสมอไป บางคนอายุมากแต่ไม่เป็นผู้ใหญ่ก็มี แต่คนที่เป็นผู้ใหญ่คือคนที่เรียนรู้จากความพ่ายแพ้ มีสติปัญญา จิตใจมั่นคงเมื่อเผชิญความยากลำบากในชีวิต
  • การเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่จะมีความหมายน้อยมาก ถ้าไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนบทเรียนให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร
  • การควบคุมอารมณ์ที่ถูกต้องจะพาเราขึ้นไปสู่ความสำเร็จ แต่การควบคุมอารมณ์ที่ผิดจะพาเราลงต่ำสู่ความล้มเหลว
  • กุญแจไปสู่ความสำเร็จ คือ การกระทำ เรามักอยากเกิดความรู้สึกดี ๆ ก่อน จึงจะลงมือทำ ทั้งที่ความจริงต้องลงมือทำก่อน เพราะถ้าทำสิ่งที่ถูกต้อง สุดท้ายเราจะเกิดความรู้สึกที่ดี ๆ ขึ้นเอง
  • ถ้าเราทำสิ่งที่ถูกต้อง เวลาเจอสถานการณ์ที่เลวร้าย ก็จะช่วยสร้างอุปนิสัยและช่วยให้เรานับถือตัวเอง

การชนะไม่ใช่ทุกสิ่ง การเรียนรู้ต่างหาก คือ ชัยชนะ

  • บางคนชนะ แต่ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย และถ้ามุ่งจะเอาชนะมากกว่าเรียนรู้ ชีวิตจะลำบาก
  • ความพึงพอใจเป็นอันตรายที่คนประสบความสำเร็จต้องเผชิญ ความสำเร็จในวันนี้เป็นความเสียหายอันยิ่งใหญ่ที่สุดต่อความสำเร็จ ในวันพรุ่งนี้
  • หัวใจของการคิดที่ถูกต้อง มาจากการมีทัศนคติที่ดีอยู่เสมอ
  • สิ่งที่เรามีไม่อาจกำหนดความสำเร็จของตัวเองได้ วิธีคิดของเราต่างหากที่เป็นตัวกำหนด
  • คนที่เรียนรู้อยู่เสมอมีการคิด 3 แบบ คือ อย่าปล่อยความรู้ที่มีอยู่ทำให้คิดว่าตัวเองรู้ทุกเรื่อง, รักษาทัศนคติที่ดี และยอมรับความคิดสร้างสรรค์ในทุกสถานการณ์
  • ทัศคติที่ดีเกิดจาก การป้อนความคิดดี ๆ ให้จิตใจตัวเองอย่างต่อเนื่อง อ่านหนังสือดีๆ สะสมคำพูดดีๆ และฟังข้อความดีๆ
  • สิ่งที่ยับยั้งไม่ให้ผู้คนบรรลุศักยภาพสูงสุดของตัวเอง คือ “ขอบเขตของจินตนาการ” ทั้งหมดที่คอยกักขังการคิดและการกระทำไว้
  • การเรียนรู้ที่ดีขึ้นเกิดจากการคิดที่ดีขึ้น
  • ความกล้าเสี่ยง + การมีความสามารถ = ความสำเร็จ
  • ช่องว่างอันยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือช่องว่างระหว่างการรู้กับการลงมือทำ (รู้ว่าควรทำอะไร แต่ไม่ลงมือทำ)
  • จะก้าวหน้าได้ เราต้องกล้าเสี่ยง ความก้าวหน้านำไปสู่ความล้มเหลวได้ และให้โอกาสมากมายที่จะเรียนรู้ ทุกครั้งที่ลองทำอะไรใหม่ๆ ต้องกล้าเสี่ยง
  • การเสี่ยงเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ศิลปะแห่งการจัดการความเสี่ยง คือ การรวม 2 ขอบเขตประสานกัน ระหว่าง จุดแข็ง (จุดที่เราทำงานได้ดีที่สุด) + จุดปลอดภัย (จุดที่เรารู้สึกมั่นคงปลอดภัย)
  • ถ้าไม่ได้ทำงานตามจุดแข็งของตัวเอง ปัญหาของเราจะกลายเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าได้ทำอะไรตามจุดแข็งของตัวเอง ปัญหาจะกลายเป็นความท้าทาย เป็นการเรียนรู้ และเป็นหนทางไปสู่การปรับปรุง
  • ยิ่งอายุมากขึ้น เราจะรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้พยายามลงมือทำสิ่งต่างๆ มากกว่าการได้พยายามทำแล้ว แต่ว่าล้มเหลว
  • ถามตัวเองว่า “ฉันได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง?” ถ้าเรามีคำตอบอยู่เสมอ แสดงว่าเราก้าวหน้าขึ้นแล้ว