สรุปหนังสือ 15 กฎทองแห่งการพัฒนาตนเอง (The 15 Invaluable Laws of Growth) John C. Maxwell

📚 สรุปหนังสือ 15 กฎทองแห่งการพัฒนาตนเอง (The 15 Invaluable Laws of Growth)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ 15 กฎทองแห่งการพัฒนาตนเอง (The 15 Invaluable Laws of Growth)

มนุษย์เราเกิดมาพร้อมขุมพลังศักยภาพอันยิ่งใหญ่ แต่เรากลับไม่เคยบ่มเพาะให้มันเติบโตขึ้นเลย หนึ่งในหน้าที่สำคัญที่สุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์ คือ การบ่มเพาะศักยภาพที่มีอยู่ในตัวให้สมบูรณ์ ซึ่งการจะไปถึงศักยภาพของเรานั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องลึกลับ หรือจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ มันคือกระบวนการที่ต้องตั้งใจ และมีแบบแผน

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือ 15 กฎทองแห่งการพัฒนาตนเอง (The 15 Invaluable Laws of Growth)

“มาตรวัดความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้คนที่รับใช้เรา แต่อยู่ที่จำนวนผู้คนที่เรารับใช้ต่างหาก”

🎙️ ฟังหนังสือ15 กฎทองแห่งการพัฒนาตนเอง (The 15 Invaluable Laws of Growth) ในรูปแบบ Podcast

ติดตามช่องของเรา

สรุปหนังสือ 15 กฎทองแห่งการพัฒนาตนเอง : The 15 Invaluable Laws of Growth เขียนโดย John C. Maxwell (จอห์น ซี. แม็กซ์เวลล)

หนังสือเล่มนี้จะแบ่งออกเป็นกฎทั้งหมด 15 กฎสำหรับการพัฒนาตนเอง ซึ่งกฎทั้งหมดนี้สามารถครอบคลุมหลักการพัฒนาตนเองได้แทบทั้งหมด และทุกกฎดีมากจริง ๆ ครับ

กฎข้อที่ 1 กฎแห่งความตั้งใจ

  • การพัฒนาไม่ได้เป็นเรื่องของความบังเอิญ ไม่ใช่อยู่ลอย ๆ แล้วเราจะเก่งขึ้นได้เลย
  • เราต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองพัฒนาไปด้วยความบังเอิญ ต้องมีการกำหนดความตั้งใจ วางแผน สำหรับการพัฒนา และเราเท่านั้นคือผู้ตัดสินใจเองว่าจะพัฒนาตัวเองในด้านไหน
  • เราต้องพัฒนาตัวเองเพื่อจะไปช่วยพัฒนาคนอื่น เพราะยิ่งให้ ก็ยิ่งได้ และยิ่งได้ ต้องยิ่งให้
  • ศักยภาพ เป็นคำมหัศจรรย์ที่สุดคำหนึ่ง เป็นคำที่มองโลกไปข้างหน้าในแง่ดี เต็มไปด้วยความหวังและเป็นเสมือนคำสัญญาที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จ
  • การไม่บรรลุศักยภาพของตัวเองก็เหมือนกับการตายไปทั้ง ๆ ที่เสียงดนตรียังบรรเลงอยู่ในใจ
  • ต้องพยายามคว้าโอกาสที่จะพัฒนาตัวเอง ให้เหมือนราวกับว่าอนาคตของเราขึ้นอยู่กับเรื่องนี้
  • การพัฒนาจะเริ่มต้นไม่ได้เลย ถ้ารอเวลาที่เหมาะสม เดินหน้าลงมือทำ ตั้งแต่ยังไม่พร้อม
  • อย่ากลัวการทำผิดพลาด บนเส้นทางการพัฒนาตัวเอง เราล้วนต้องผิดพลาด
  • อย่ารอคอยแรงจูงใจ ลืมมัน แล้วเริ่มลงมือทำเลย
  • อย่ามัวแต่สนใจว่าคนอื่นเก่งกว่าเรา ทุกคนยืนอยู่จุดที่แตกต่างกัน หันกลับมามองจุดที่เราอยู่ แล้วพัฒนาจากจุดนั้นให้เต็มที่
  • การพัฒนาตัวเอง เป็นสิ่งที่ไม่ง่าย ต้องอาศัยความอดทน
  • จะเริ่มทำอะไร ก็ต้องหาวิธีที่ดีที่สุดเสียก่อน (ถ้าอยากได้วิธีที่ดีที่สุด เราก็ต้องเริ่มต้นลงมือทำ แล้ววิธีการจะตามมาเอง)
  • ลงมือทำเดี๋ยวนี้ (คำว่า “ไว้วันหลัง” เป็นหนึ่งในฆาตกรสังหารความฝัน)
  • เผชิญหน้ากับความกลัว (เราทุกคนล้วนมีความกลัวกันทั้งนั้น ถามตัวเองว่า “เราจะปล่อยให้อารมณ์แบบไหนแข็งแกร่งกว่ากัน”)

กฎข้อที่ 2 กฎแห่งการรู้จักตัวเอง

  • การจะพัฒนาได้ ควรจะรู้จักตัวเอง รู้จักจุดเด่น จุดด้อย รู้ว่าตัวเองเคยอยู่ที่จุดใด และตอนนี้อยู่ตรงไหนอย่างคร่าว ๆ ด้วย เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่สามารถกำหนดเส้นทางที่ตัวเองอยากไปได้
  • เราต้องรู้จักตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปด้วยกันด้วย ดังนั้น เราต้องสำรวจตัวเองไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาตัวเอง
  • การรู้จักตัวเอง และรู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่เราต้องทำให้ได้ในชีวิตนี้
  • การก้าวจากสิ่งที่เราทำอยู่ ไปสู่สิ่งที่ตัวเองอยากทำมีกระบวนการคือ การรู้ตัว → การลงมือทำ → ภาระรับผิดชอบ → ดึงดูดคนที่คิดและทำเหมือนกัน → ประสบความสำเร็จ

คน 3 ประเภทเกี่ยวกับการมีทิศทางในชีวิต

  1. คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร (ไม่มีทิศทางชัดเจนในชีวิต ไปไม่ถึงศักยภาพสูงสุดของตัวเอง)
  2. คนที่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร แต่ไม่ยอมทำ (ไม่ยอมทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เพราะกังวลว่าจะทำให้ตัวเองละเลยความรับผิดชอบเรื่องอื่นไป)
  3. คนที่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร แล้วลงมือทำ (มีความหลงใหล มุ่งมั่นในจุดหมาย และพัฒนาไปในทิศทางที่ช่วยให้เข้าไปใกล้จุดหมายของตัวเองมากขึ้น)

กระบวนการรู้จักตัวเอง

  1. เราอยากจะทำ หรือหลงใหลอะไร?
  2. เราชอบสิ่งที่ทำอยู่หรือไม่?
  3. เรามีความสามารถพิเศษ ทักษะ และโอกาสอะไรบ้าง ในการสนับสนุนความปรารถนาที่จะทำสิ่งนั้น
  4. แรงจูงใจของเราที่อยากจะทำสิ่งนั้นคืออะไร?
  5. รู้ไหมว่าต้องทำอะไร เพื่อจะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
  6. จะหาคำแนะนำจากใครได้บ้าง เพื่อมาช่วยระหว่างทาง (เราไม่สามารถไปถึงจุดที่ต้องการได้เองเพียงลำพัง ระหว่างทางจะต้องมีคนอื่นมาช่วยเหลือแนะแนวทางให้)
  7. เพื่อทำความฝันต้องทำงานหนัก เรียนรู้ พัฒนา เสียเวลา ทรัพยากร และการเสียสละ เราเต็มใจจะลงทุนลงแรงขนาดนั้นหรือเปล่า?
  8. เราต้องการพัฒนาอะไรมากที่สุด (ต้องเน้นที่จุดแข็งของตัวเอง และเอาชนะจุดอ่อนที่ขัดขวางไม่ให้เราบรรลุเป้าหมาย)
  9. เมื่อไหร่เราจะเริ่มต้นทำสิ่งที่อยากทำ? (ไม่มีใครพร้อมได้ด้วยการรอคอย เราจะพร้อม ก็ต่อเมื่อได้เริ่มลงมือทำเท่านั้น)
  10. จะเป็นอย่างไรเมื่อได้ทำสิ่งที่อยากทำ? (ลองนึกภาพดู)

กฎข้อที่ 3 กฎแห่งกระจกเงา

  • เราต้องเห็นคุณค่าของตัวเอง เพื่อจะเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง
  • ทำไมคนมากมายจึงล้มเหลวที่จะพัฒนา และก้าวไปไม่ถึงศักยภาพสูงสุดของตัวเอง หนึ่งในเหตุผลสำคัญ คือ การไม่เคารพนับถือตนเอง
  • เราต่างมีพื้นที่แห่งโอกาสอยู่หลาย 100 ไร่ แต่กลับไม่เคยนำมาใช้เพาะปลูก เพราะเชื่อว่าตัวเองไม่มีวันจะเรียนรู้ เติบโต และเจริญก้าวหน้าได้
  • หากไม่ตระหนักว่าตัวเองมีคุณค่า และมีค่าควรแก่การลงทุนลงแรง เราจะไม่มีวันได้สละเวลาและความพยายาม
  • สาเหตุที่เราไปไหนไม่ได้ไกล ไม่ได้เป็นเพราะตัวเรา แต่เป็นเพราะการคิดของเราต่างหากที่คิดว่าตัวเองทำไม่ได้
  • ทุกแง่ทุกมุมในชีวิตล้วนเป็นผลมาจากวิธีที่เราประเมินตัวเอง
  • เรามองตัวเองเช่นไร การกระทำของเราก็เป็นเช่นนั้น
  • หากคะแนนความปรารถนาของเรามีอยู่ 10 แต่การเคารพตนเองมีอยู่ 5 เราจะไม่มีวันทำผลงานได้ในระดับ 10
  • เราให้คุณค่าตัวเองเท่าไร คนอื่นก็ให้เราเท่านั้น
  • เราไม่ควรกังวลเกินไปว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับเรา แต่ควรกังวลว่าเราคิดอะไรกับตัวเองมากกว่า

กฎข้อที่ 4 กฎแห่งการไตร่ตรอง

  • การพัฒนามีหลายวิธี และชีวิตมีบทเรียนนับไม่ถ้วนให้เรียนรู้ แต่มีการพัฒนาบางรูปแบบที่จะเกิด ก็ต่อเมื่อเราเต็มใจหยุดพักชั่วขณะ
  • จงเรียนรู้ที่จะหยุดชั่วขณะ เพื่อให้ตัวเองค่อย ๆ พัฒนา
  • ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็ตาม ให้สร้างคำถามเกี่ยวกับเรื่องนั้น แล้วเขียนคำตอบในช่วงที่เรากำลังไตร่ตรองเรื่องราว
  • การหยุดไตร่ตรองจะเปลี่ยนประสบการณ์ให้เป็นความเข้าใจอันลึกซึ้ง
  • ทุกคนต้องมีเวลาและสถานที่สำหรับหยุดชั่วขณะ (การหยุดชั่วขณะทำให้คนเรามั่นใจว่ากำลังเดินไปถูกทาง และพร้อมเปลี่ยนแปลงแก้ไขแนวทางได้)
  • การตั้งใจหยุดชั่วขณะจะช่วยให้คิดดีขึ้นและกว้างขึ้น (ผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนล้วนใช้เวลามากมายอยู่คนเดียวเพื่อคิด)

กฎข้อที่ 5 กฎแห่งความสม่ำเสมอ

  • แรงจูงใจช่วยให้เราเริ่มต้น แต่ระเบียบวินัยจะทำให้เราพัฒนาต่อไป
  • เราจะมีความสามารถพิเศษมากแค่ไหนหรือได้รับโอกาสกี่ครั้งก็ไม่สำคัญ ถ้าอยากพัฒนาตัวเอง หัวใจสำคัญคือความสม่ำเสมอ
  • อย่าเสียเวลารอ คอยแรงบันดาลใจ
  • หากใครทำงานเมื่อมีอารมณ์อยากทำหรือเมื่อสะดวกเท่านั้น ก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จ
  • แทนที่จะเน้นที่เป้าหมาย กลับเน้นที่การพัฒนา หยุดเน้นจุดหมายปลายทาง ให้เน้นการเดินทาง
  • ไม่หยุดเมื่อบรรลุเป้าหมาย แม้ถึงเป้าหมายแล้ว ก็ขอให้ยังต้องพัฒนาต่อไป

พัฒนาความสม่ำเสมอได้ด้วยการตั้งคำถาม

  1. อนาคตของเราขึ้นกับการพัฒนาตัวเอง รู้ไหมว่าตัวเองต้องการพัฒนาอะไร?
  2. รู้ไหมว่า ตัวเองควรจะพัฒนาอย่างไร? (เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ)
  3. รู้ไหมว่า ทำไมตัวเองจึงอยากพัฒนาต่อไป? (การรู้ว่าทำไม ต้องทำจะช่วยรักษาแรงจูงใจให้คงอยู่ไปเรื่อย ๆ)
  4. รู้ไหมว่า เมื่อไหร่ควรจะพัฒนา? (คำตอบคือ ทำเดี๋ยวนี้ วันนี้)

กฎข้อที่ 6 กฎแห่งสภาพแวดล้อม

  • การพัฒนาตัวเอง จะเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
  • เราทุกคนต้องการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมเพื่อจะพัฒนาตัวเอง
  • ถ้าอยากจะเรียนรู้ให้ได้ดีที่สุด เราต้องอยู่ในที่ที่มีคนเก่งกว่าตัวเอง
  • ถ้าเราอยู่ที่หนึ่ง เก่งที่สุด แสดงว่าเราอยู่ผิดที่แล้ว จงมองหาสภาพแวดล้อมใหม่
  • การพัฒนา = การเปลี่ยนแปลง เราสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่พัฒนาอะไร แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะพัฒนาโดยไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
  • การเปลี่ยนแปลงขึ้นกับการตัดสินใจเลือกของตัวเอง

6 ทางเลือกที่ต้องตัดสินใจ เพื่อนำตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นสำหรับการพัฒนา

  1. ประเมินสภาพแวดล้อมปัจจุบันของตัวเอง (ตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงจุดไหน และทำไมถึงอยากเปลี่ยนแปลง)
  2. เปลี่ยนแปลงตัวเอง + สภาพแวดล้อม (เปลี่ยนสภาพแวดล้อม + เปลี่ยนตัวเอง = การพัฒนาจะเร็วขึ้น และสำเร็จมากขึ้น)
  3. เปลี่ยนคนที่อยู่รอบข้าง (เปลี่ยนไปคบคนที่ดีขึ้น จะมีโอกาสพบความสำเร็จเพิ่มขึ้น)
  4. ท้าทายตัวเองในสภาพแวดล้อมใหม่ (คว้าโอกาส เปิดโอกาสให้ตัวเองได้โบยบิน)
  5. ให้ความสำคัญกับปัจจุบัน (สิ่งที่เราทำตอนนี้จะกำหนดว่า เราจะเป็นคนแบบไหนและอยู่ที่ใดในอนาคต)
  6. ก้าวไปข้างหน้า แม้มีคนวิจารณ์ (การลงมือทำมักก่อให้เกิดเสียง จงก้าวต่อไป)

กฎข้อที่ 7 กฎแห่งการออกแบบต้องมีกลยุทธ์ จึงจะพัฒนาไปถึงขีดสุดได้

  • เหลียวมองย้อนหลัง เพื่อวางแผนไปข้างหน้า
  • เวลาสร้างกลยุทธ์สำหรับการพัฒนา ต้องเป็นกลยุทธ์ที่ปรับเข้ากับตัวเองได้ นำไปใช้ต่อได้ และถ่ายทอดได้
  • หากไม่เชื่อว่าตัวเองจะพบความสำเร็จในชีวิตได้ในระยะยาว เราจะไม่มีวันใส่ใจกับการวางแผนเท่าที่ควร
  • สิ่งสำคัญ ๆ ในชีวิตมักใช้เวลานานและมีต้นทุนสูงเกินที่คาดไว้
  • ขณะสร้างกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาตัวเอง ให้หาเวลาและทรัพยากรที่จำเป็นเอาไว้ แล้วพอคิดว่าน่าจะมีเพียงพอแล้ว ก็ให้คูณด้วย 2
  • อย่าแค่ยอมรับวิธีของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง แต่ต้องปรับวิธีของคนอื่นให้เข้ากับตัวเอง แล้วใช้วิธีเหล่านั้นมาสร้างจุดเด่น เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย
  • ชีวิตต้องมีการออกแบบระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบคิด ระะบบการทำงาน ระบบการจัดสรรเวลาประจำวัน ระบบจัดลำดับความสำคัญ ระบบการนอน ระบบการออกกำลังกาย
  • ระบบใด ๆ ก็ตามที่สร้างขึ้น ควรเป็นระบบที่ง่ายและตรงไปตรงมา

จะพัฒนากลยุทธ์ได้ ต้องอาศัย “ระบบสำหรับทุกสิ่ง”

  • ระบบคืออะไร ระบบคือกระบวนการที่ใช้เพื่อทำให้บรรลุเป้าหมาย ตามหลักการ และการปฏิบัติที่เฉพาะเจาะจง มีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนและทำซ้ำได้ เช่น ระบบวางแผนประจำวัน ทุกเช้าทบทวนตารางว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เหตุการณ์สำคัญวันนี้มีอะไรบ้าง
  • ระบบมีอิทธิพลต่อเวลา เงินทอง และความสามารถ เป็นเครื่องมือที่ดีเยี่ยมในการพัฒนาตัวเอง เป็นกระบวนการที่ทำอย่างจงใจ ตั้งใจ และนำไปปฏิบัติได้จริง
  • ระบบใช้ได้ผลโดยไม่ขึ้นกับอาชีพ ระดับความสามารถ หรือประสบการณ์
  • ชีวิตที่ไร้ระบบเป็นชีวิตที่ต้องเผชิญกับงานและความท้าทายด้วยมือเปล่า
  • ระบบที่ดีต้อง คำนึงถึงภาพรวม, มีระเบียบ, ช่วยจัดลำดับความสำคัญ, วัดผลได้, นำไปประยุกต์ใช้ต่อได้ และช่วยสร้างวินัยความสม่ำเสมอ

กฎข้อที่ 8 กฎแห่งความเจ็บปวด

  • ความสามารถในการรับมือกับประสบการณ์ที่เลวร้ายได้ดี จะนำไปสู่การพัฒนาอันยิ่งใหญ่ให้เราได้
  • ความเจ็บปวดบังคับให้เผชิญความจริงที่ว่า เราเป็นใครและยืนอยู่ ณ ที่ใด โดยวิธีที่เรารับมือกับประสบการณ์ จะบ่งบอกตัวตนของเรา
  • ทุกครั้งที่เผชิญประสบการณ์อันน่าเจ็บปวด เราจะค่อย ๆ รู้จักตัวเองดีขึ้น
  • ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ผ่านเข้ามาแต่ละครั้ง จะกลายเป็นโอกาสที่จะพัฒนาตัวเอง
  • เราต้องมีความคาดหวังที่เป็นจริงกับความเจ็บปวดและปัญหา เพราะไม่มีทางจะหลีกหนีมันไปได้
  • การเรียนรู้กฎแห่งความเจ็บปวดจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากพัฒนาตัวเอง
  • ประสบการณ์น่าเจ็บปวดสอนอะไรเราได้บ้าง สอนให้เราใช้ความยากลำบากและอึดอัดมาเร่งพัฒนาตัวเอง ดังนั้นประสบการณ์ที่เลวร้าย จึงอาจช่วยให้เราเจริญก้าวหน้าได้
  • คนเรามักต้องเจอประสบการณ์ที่เลวร้ายก่อน จึงจะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้
  • ทุกความเจ็บปวด ประสบการณ์อันเลวร้าย มีบทเรียน มีข้อคิด มีโอกาสซ่อนอยู่
  • ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็เจ็บปวดทั้งนั้น อยู่ที่ว่า เราจะเลือก “ความเจ็บปวดจากการมีวินัยต่อตนเอง หรือ ความเจ็บปวดจากการเสียใจในภายหลังที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงชีวิต”

กฎข้อที่ 9 กฎแห่งขั้นบันได ยิ่งมีอุปนิสัยดี จะยิ่งพัฒนาตัวเองได้ดี

  • อยากประสบความสำเร็จ ต้องคิดให้เหมือนคนที่ประสบความสำเร็จ
  • 99% ของผู้นำที่ล้มเหลวเป็นเพราะขาดอุปนิสัยที่ดี
  • ความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุด สามารถส่งเสริมหรือทำลายชื่อเสียงของเราได้มากที่สุด
  • อุปนิสัยที่ดี เป็นหัวใจของความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต หากปราศจากอุปนิสัยที่ดี ก็เท่ากับชีวิตขาดรากฐานอันมั่นคง
  • มุ่งมั่นพัฒนาภายในมากกว่าภายนอก เพราะหากเน้นที่การพัฒนาภายในมากกว่าภายนอก พอเวลาผ่านไปภายนอกของเราจะดีขึ้นด้วย
  • การจะพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จ ต้องมาจากการดำเนินชีวิตที่ภายในกับภายนอกสอดคล้องกัน
  • เรามักกำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกไม่ได้ แต่กำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นภายในได้
  • ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่ต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา ถามตัวเองว่า อยากให้ใครทำอะไรให้เราบ้าง แล้วเริ่มทำสิ่งนั้นให้เขาก่อน
  • การพัฒนาตัวเองหมายถึงการเพิ่มความสามารถในฐานะมนุษย์ด้วยการยึดถือหลักคุณธรรม
  • ทำ และสอนเฉพาะเรื่องที่ตัวเองเชื่อ และหลงใหล
  • ให้คุณค่ากับความถ่อมตัว
  • หากต้องการพัฒนา และบรรลุศักยภาพของตัวเอง ก็ต้องใส่ใจนิสัยมากกว่าความสำเร็จ

กฎข้อที่ 10 กฎแห่งยางยืด การพัฒนาจะยุติลง เมื่อเลิกใส่ใจว่า ตัวเองห่างไกลจากเป้าหมายแค่ไหน

  • ชีวิตจะเริ่มต้นเมื่อเราก้าวพ้นขอบเขตที่ตัวเองคุ้นเคย ด้วยการขยายขีดความสามารถ
  • ไม่คุ้มค่าเลยที่จะตั้งเป้าเป็นแค่คนธรรมดา
  • การทำเรื่องเดิม ด้วยวิธีเดิม กับคนหน้าเดิม ในเวลาเดิม การทำเช่นนี้อาจทำให้รู้สึกดี แต่ก็นำไปสู่ความธรรมดา
  • เราต้องตระหนักว่า คนเราจะบรรลุศักยภาพของตัวเองได้ ก็ต่อเมื่อกล้าทำอะไรที่ตัวเองไม่คุ้นเคย
  • จงเปรียบเทียบตัวเองกับตัวเอง แล้วแข่งกับตัวเอง
  • หากอยากก้าวหน้า เราต้องยอมให้ปัจจุบันและอนาคตของตัวเอง ต่างจากอดีตไปอย่างสิ้นเชิง
  • คนที่ยอมเสี่ยงจะเรียนรู้มากกว่า และเร็วกว่าคนที่ไม่ยอมเสี่ยง แถมยังได้ประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและกว้างกว่า ซึ่งจะช่วยให้พัฒนาตัวเองได้ดีกว่า
  • พอเราพัฒนา เราดีขึ้น คนรอบตัวเราก็ได้ประโยชน์ไปด้วย
  • หากหยุดขยายขีดความสามารถ เราก็จะหยุดมีชีวิตอย่างแท้จริง

กฎข้อที่ 11 กฎแห่งการแลกเปลี่ยน

  • เราต้องยอมสละ เพื่อจะพัฒนา
  • หากยังทำแบบเดิม ก็จะได้ผลลัพธ์เช่นเดิม หากต้องการไปถึงจุดหมายใหม่ ก็ต้องใช้เส้นทางใหม่
  • ความสุขชั่วคราวเป็นศัตรูของการพัฒนาเสมอ เราเลือกได้ว่า จะทำให้ตัวเองเพลิดเพลินใจแล้วย่ำอยู่กับที่ หรือจะพัฒนาตัวเองก่อนแล้วค่อยสุขใจในภายหลัง
  • กฎแห่งการแลกเปลี่ยน หากอยากพัฒนาเพื่อบรรลุศักยภาพสูงสุด เราต้องเต็มใจสละบางสิ่งที่มีค่า
  • การตัดสินใจเลือกทำให้คนที่ประสบความสำเร็จต่างจากคนที่ล้มเหลว
  • เราควรมองการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าเป็นโอกาสที่จะพัฒนาและคว้าเอาไว้ อย่าลืมว่าการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าทำให้ชีวิตเราดีขึ้น
  • เราจะได้ทั้งรางวัลและผลลัพธ์จากการตัดสินใจของตัวเอง เราต้องรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง และความสำเร็จสูงสุดจะขึ้นกับการตัดสินใจเลือกของตัวเอง
  • หากอยากไปให้ถึงจุดหมาย ก็ต้องเต็มใจเปลี่ยนชีวิตของตัวเอง หากอยากได้สิ่งที่ไม่เคยมี ก็ต้องทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ไม่อย่างนั้นเราจะได้ผลลัพธ์เดิม ๆ
  • เราอาจไม่ได้สิ่งที่ต้องการเสมอไป แต่จะได้สิ่งที่ตัวเองเลือกเสมอ
  • เราสละส่วนหนึ่งของชีวิตไป เพื่อรับอะไรบางอย่างมาทดแทนเสมอ
  • ทุกคนมีพลังที่จะเลือกทำสิ่งต่าง ๆ แต่ทุกครั้งที่ตัดสินใจเลือกไปแล้ว ทางเลือกนั้นจะมีพลังเหนือเราและทำให้เราเปลี่ยนไป
  • หากไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเสียบ้าง ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

กฎข้อที่ 12 กฎแห่งความอยากรู้อยากเห็น

  • การตั้งคำถามว่า ทำไม จะไปกระตุ้นการพัฒนาของเราได้
  • ความอยากรู้ อยากเห็นเป็นหัวใจของการเป็นผู้เรียนไปตลอดชีวิต หากอยากเติบโตและพัฒนาไปเรื่อย ๆ เราต้องไม่เลิกเรียนรู้
  • ความแตกต่างระหว่างคนที่กำลังพัฒนา และอยากรู้อยากเห็นกับคนที่ไม่เป็นอย่างนั้น คือ ความเชื่อที่ว่า ตัวเองสามารถเรียนรู้ พัฒนา และเปลี่ยนแปลงได้
  • เมื่อใดก็ตามที่เห็นใครที่ชอบตอบมากกว่าตั้งคำถาม ให้มั่นใจได้เลยว่า คนแบบนี้จะพัฒนาตัวเองได้ช้าลงและหมดไฟที่จะทำแบบนั้น
  • เคล็ดลับของการคง “ความอยากรู้อยากเห็นที่ศักดิ์สิทธิ์” เอาไว้ได้ คือ ให้ถามว่า “ทำไม” อยู่เสมอ
  • จงถามว่าทำไม จากนั้นให้สำรวจและประเมินสิ่งที่ค้นพบ แล้วทำซ้ำอีก
  • ให้เริ่มต้นทุกวันด้วยความมุ่งมั่นว่าจะเรียนรู้สิ่งใหม่ จะมีประสบการณ์ที่ต่างไปจากเดิม จะพบปะคนหน้าใหม่ ๆ
  • ในโลกนี้ไม่มีความคิดใดสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะดีสักเพียงใด ก็ยังสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้เสมอ
  • คนที่อยากรู้อยากเห็นจะตั้งคำถามอยู่ร่ำไป ฉะนั้นจึงเรียนรู้ได้อย่างไม่หยุดยั้ง
  • หากอยากหลีกเลี่ยงชีวิตที่สะดวกสบายเกินไปและย่ำอยู่กับที่ ต้องหมั่นตั้งคำถามและท้าทายกระบวนการเพื่อหาวิธีที่ดีกว่า
  • นักคิด “ในกรอบ” ส่วนใหญ่กลับคิดว่า รอบตัวมีทรัพยากรจำกัด จึงไม่อาจแบ่งปันกันได้ หากคนหนึ่งชนะ อีกคนก็แพ้ ไม่มีทางที่ทุกคนจะชนะด้วยกัน
  • วิธีที่ดีที่สุดที่จะเปลี่ยนใจเฉื่อยชาให้หันมากระตือรือร้น คือ ต้องรบกวนกิจวัตรของใจด้วยการคิดนอกกรอบ
  • เมื่อเราใช้ชีวิตอย่างเบิกบาน การทำงานกับการเล่นสนุกก็แทบไม่ต่างกัน เมื่อเราทำสิ่งที่รักและรักสิ่งที่ทำ ทุกอย่างจะกลายเป็นประสบการณ์ให้เรียนรู้
  • อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอันหนึ่งของความอยากรู้อยากเห็นและการเรียนรู้ คือ ไม่อยากดูเป็นคนโง่ในสายตาคนอื่น

กฎข้อที่ 13 กฎแห่งการมีต้นแบบ

  • การพัฒนาตัวเองเป็นเรื่องยาก หากใช้แค่ตัวเองเป็นต้นแบบ
  • เราเหมือนคนที่เราชื่นชมและต้นแบบที่เราทำตาม ดังนั้นจึงควรเลือกผู้ให้คำปรึกษาอย่างรอบคอบ
  • เราต้องมีต้นแบบระยะยาว เป็นใครสักคน ให้สังเกต ปฏิบัติตาม และเรียนรู้จากพวกเขา
  • ความท้าทายอันยิ่งใหญ่ที่สุดต่อความเป็นผู้นำคือการเป็นผู้นำตัวเอง การสอนคนอื่นว่าจะต้องทำอะไรนั้นไม่ยาก แต่การแสดงให้เห็นจริงยากกว่า
  • ยิ่งพยายามบรรลุศักยภาพสูงสุดของตัวเอง ยิ่งมีอะไรใหม่ ๆ ให้ลองทำ แล้วเราจะรู้วิธีก้าวต่อไปได้อย่างไร ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ของคนอื่น
  • ไม่มีคนที่ประสบความสำเร็จ คนไหนไม่เรียนรู้จากคนที่มีประสบการณ์มากกว่า บางครั้งพวกเขาเจริญรอยตามคนเหล่านั้น บางครั้งก็เอาคำแนะนำมาลองทำเรื่องใหม่ ๆ
  • คุณค่าของภูมิปัญญา ความเข้าใจ ประสบการณ์ และความรู้ของผู้มีประสบการณ์ บางครั้งสามารถย่นระยะเวลาการแก้ปัญหาได้ให้เราได้
  • เราต้องการใครสักคน และใครสักคนก็ต้องการเรา เราไม่ใช่เกาะที่ตั้งอยู่กลางน้ำอย่างโดดเดี่ยว
  • ทุกคนย่อมต้องการให้คนอื่นมาช่วยพัฒนาจุดเด่นเฉพาะของตัวเอง หรือนำทางให้เราผ่านพ้นปัญหาบางอย่างไปได้

กฎข้อที่ 14 กฎแห่งการขยายยิ่งพัฒนา ยิ่งเพิ่มขีดความสามารถ

  • กฎแห่งการขยายเป็นเรื่องของการเรียนรู้ พัฒนา และเพิ่มขีดความสามารถของเรา
  • หากอยากขยายขีดความสามารถ ต้องเริ่มที่ใจของตัวเองก่อนเสมอ
  • ศักยภาพในตัวเราไร้ขีดจำกัด เมื่อใดที่คิดถึงข้อจำกัด แสดงว่าเรากำลังสร้างข้อจำกัดขึ้นมาเอง
  • ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่า คนทั่วไปใช้ศักยภาพอันแท้จริงของตัวเองเพียง 10%
  • จงพิจารณาความเป็นไปได้ไว้หลาย ๆ ทาง ให้มองหาคำตอบไว้หลาย ๆ แบบเพื่อให้ตัวเองมีทางเลือก
  • ลงมือทำตามความฝันก่อน แล้วค่อย ๆ ลงรายละเอียดขณะทำตามความฝันนั้น เพราะความยืดหยุ่นสำคัญมากต่อความก้าวหน้า และกลยุทธ์จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นจากกระบวนการค้นพบของตัวเอง
  • ไม่มีความท้าทายอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าความท้าทายของการขยายขอบเขตจิตใจของตัวเอง ซึ่งเป็นเสมือนการข้ามพรมแดนอันยิ่งใหญ่ เราต้องเป็นนักบุกเบิกเพื่อเข้าสู่ดินแดนที่ไม่คุ้นเคย เพื่อเผชิญสิ่งที่ไม่รู้จัก และเพื่อพิชิตความสงสัยกับความกลัวของตัวเอง
  • จงใช้ชีวิตในแต่ละวันของพรุ่งนี้ให้เราไปได้ไกลกว่าวันนี้
  • กระบวนการขยายศักยภาพของคนคนหนึ่งจะเกิดอย่างต่อเนื่อง มีขึ้นและมีลง มาตรฐานที่เรากำหนดขึ้นสำหรับตัวเอง จะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ สิ่งที่เราทำได้จะเปลี่ยนไปขณะที่เราพัฒนาตัวเอง

กฎข้อที่ 15 กฎแห่งการช่วยเหลือ

  • การพัฒนาตัวเองจะทำให้เราพัฒนาคนอื่นได้
  • การประสบความสำเร็จ คือการทำสิ่งที่มีความหมาย เราต้องพยายามจะประสบความสำเร็จเพื่อไปช่วยคนอื่นให้ประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่เพื่อให้ตัวเองมีความสุข
  • การให้เวลา แบ่งปันความเชี่ยวชาญ และทรัพยากร โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นการกระทำที่ไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งทำให้โลกนี้ ดีขึ้น เราต้องการคนที่เป็นผู้ให้มากขึ้น
  • วิธีเดียวที่จะรักษาทัศนคติของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไว้ได้ คือสร้างนิสัยของการให้ ไม่ว่าจะเป็นการให้เวลา ให้ความใส่ใจ ให้เงินทองหรือทรัพยากรต่าง ๆ
  • คำถามคือ “เราเป็นเจ้าของทรัพย์ หรือทรัพย์เป็นเจ้าของเรา” คนที่ช่วยเหลือผู้อื่นจะบริจาคทรัพย์ไปเพื่อให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น โดยไม่คำนึงว่า ตัวเองจะมีมากหรือน้อยสักเพียงใด
  • คนที่ประสบความสำเร็จต่างมุ่งมั่นกับการหว่านเมล็ด เพราะรู้ว่าในที่สุดจะได้เก็บเกี่ยว กระบวนการนี้เป็นไปโดยอัตโนมัติ หากใช้ชีวิตโดยตั้งใจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีในชีวิตของคนอื่น ชีวิตของเราจะไม่ว่างเปล่า
  • หากอยากเป็นผู้ให้อยู่เสมอ ก็ต้องพัฒนาอยู่เรื่อยไป เพราะเมื่อใดเราหยุด เราจะไม่เหลืออะไรจะให้ใครได้แล้ว
  • จงรับใช้ผู้อื่นแทนที่จะรับใช้ตัวเอง