สรุปหนังสือ สู่วัยชราอย่างมีศิลปะ แรงบันดาลใจเพื่อชีวิตที่งามอุดม The Art of Ageing: Inspiration for a Positive and Abundant Later Life เขียนโดย John Lane

📚 สรุปหนังสือ สู่วัยชราอย่างมีศิลปะ แรงบันดาลใจเพื่อชีวิตที่งามอุดม

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“ชีวิต” มีจุดเริ่มต้น มีจุดจบ และ “ความชรา” ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ฝังอยู่ในตัวเราตั้งแต่เกิด สักวันหนึ่งเราต้องเผชิญกับความชรา หลีกหนีไม่พ้น นี่คือสัจธรรม สิ่งที่สำคัญคือ เราจะอยู่ในฐานะ “คนชรา” อย่างไรให้มีสุขภาพที่ดี และมีความสุข เอิบอิ่มใจ มองความชราด้วยความงดงาม ความมหัศจรรย์ ซึ่งเป็นห้วงเวลาสุดท้าย ที่เราได้ผ่านทุกข์ ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน เป็นช่วงที่เราจะเข้าใจโลก และเข้าใจตัวเองมากที่สุด

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

การเป็นชายชราที่เผชิญความเปล่าเปลี่ยวและความทุกข์ยากอย่างหาญกล้า เด็ดเดี่ยวและสำนึกบุญคุณ นี่คือ ตัวอย่างและเส้นชัยแห่งชีวิตมนุษย์ที่แท้

สรุปหนังสือ สู่วัยชราอย่างมีศิลปะ แรงบันดาลใจเพื่อชีวิตที่งามอุดม The Art of Ageing: Inspiration for a Positive and Abundant Later Life เขียนโดย John Lane

  • ความชราเป็นธรรมชาติส่วนหนึ่งของชีวิต หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราและเพื่อนร่วมโลก ล้วนถือกำเนิด เจ็บป่วย แก่ตัว และล้มตาย และเราทั้งหลายไม่ช้าก็เร็วจะต้องเผชิญกับความจริงนี้เช่นกัน
  • การรู้ว่าชีวิตเป็นแค่สิ่งชั่วคราว ทำให้เราเห็นค่าของความงามทุกนาที และไม่ยอมเสียโอกาสที่จะเรียนรู้และให้ความรัก
  • มองวัยชราในมุมใหม่ ไม่ใช่มองข้อเสีย (ความโศกเศร้า ร่วงโรย และการสูญเสีย) แต่มองมันในฐานะการผสมผสานอย่างซับซ้อนของทั้งสิ่งดีและร้าย
  • วัยที่เพิ่มขึ้นอาจแทนที่ด้วยความเข้าใจที่ลุ่มลึกและการมีชีวิตอย่างแยบคาย ความเร่งร้อน อาจถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขุมของจิตที่ผ่อนคลาย
  • การแก่ชรา คือ การเติบโตของปัญญาญาณ เป็นหนึ่งในหมู่ผู้คนซึ่งพบดุลยภาพระหว่างกำลังวังชากับการใคร่ครวญ การผจญภัยกับการพินิจพิจารณา ความกระตือรือร้นกับความเยือกเย็น
  • เราเป็นผู้เลือก ว่าจะเป็นคนมองโลกแง่ร้าย ระทมอมทุกข์ หรือเป็นนายเหนือศิลปะแห่งชีวิตที่ผาสุข
  • การได้ใคร่ครวญถึงความตาย ทำให้การยอมรับอย่างลึกซึ้ง เกิดขึ้นท่ามกลางอารมณ์หม่นเศร้า นั่นคือการรู้ถึงความเปราะบางของชีวิต จงเผชิญหน้ากับมัน
  • เมื่อแก่ตัวขึ้น แม้อวัยวะหลายส่วนค่อย ๆ เสื่อมสภาพ แต่ด้านภายในกลับมีบทบาทมากขึ้น เราเริ่มให้ความใส่ใจจาก โลกภายนอก สู่ โลภายใน ความปิติ ความเงียบ ความนิ่ง และความใคร่ครวญมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น
  • ความแก่ยังมอบอิสรภาพอย่างใหม่ให้แก่เรา คือ อิสรภาพที่จะเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องสนใจการยอมรับจากใครอื่น อิสระที่จะปฏิเสธลัทธิวัตถุนิยมของโลกปัจจุบัน การเสพติดชีวิตเร่งด่วน และกใช้ของฟุ่มเฟือย
  • ความแก่ อาจจะเป็นช่วงเวลาแห่งความเศร้าและการสูญเสีย แต่ขณะเดียวกัน ก็เป็นช่วงเวลาแห่งความหมายและจิตวิญญาณอันเป็นรางวัล
  • ชีวิตที่เต็มอิ่มควรให้โอกาสเราได้ตระหนักถึงแสงและเงา การขึ้นและลง ความยินดีและความผิดหวังของการเดินทางของชีวิต
  • ไม่ว่าจะเป็นใคร และได้รับพรใดมา ชีวิตของเราควรให้โอกาสแก่การรู้จักตัวเอง

การรับมือกับความชรา

  • ไม่มีอะไรมีค่าเท่ากับความสำคัญของการซื่อตรงต่อข้อด้อยของตนเอง
  • เมื่อใดที่พบว่าอารมณ์จ่อมจมไปทางลบ ดูถูกตนเอง หรือท้อแท้ พยายามหมุนกลับ หาโอกาสอาบรดหัวใจด้วยความสุขและความเบิกบาน
  • วันพรุ่งนี้คือวันใหม่ โอกาสใหม่ จงต้อนรับด้วยความขอบคุณและความหวัง มองไปข้างหน้า เมื่อนั้นแล้วการมองโลกในแง่ดีและการรู้จักให้อภัยก็เป็นวิถีของเรา
  • อย่าติดอยู่กับปัญหา พยายามมองด้านบวก ระลึกรู้ถึงความมหัศจรรย์และข้อดีที่ยังมีชีวิตอยู่
  • ฝึกยอมรับสถานะตนเองในปัจจุบัน การปฏิเสธความแก่เฒ่า คือ การไม่ยอมรับหนึ่งในกระบวนการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ความกลัวการแก่อาจเลวร้ายยิ่งกว่าการแก่เสียเอง
  • การเกษียณจะเปิดโอกาสแก่ช่วงชีวิตใหม่ การเริ่มต้นที่สดใหม่ เวลาสำหรับค้นหาและตระหนักรู้ในตนเอง 
  • เราแต่ละคนเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์เฉพาะตน ซึ่งเรามีชีวิตและจะตายไปพร้อมกับมัน ไม่ว่าเราจะรู้หรือไม่
  • หนึ่งในเป้าหมายของชีวิต คือ การค้นหาและเติมเต็มความสามารถ พรสวรรค์ของตนเอง
  • ความเครียดพอประมาณอาจเป็นประโยชน์ในแง่การเตือน ตัวกระตุ้น หรือแม้แต่ความท้าทาย แต่ความเครียดที่มากเกินอาจซ้ำเติมอาการทั้งหลายของวัยชรา
  • ทางแก้ความเครียด คือ การฝึกตอบรับอย่างผ่อนคลายให้เป็นนิสัย เช่น การลูบไล้สัตว์เลี้ยงตัวโปรด การฝึกสมาธิภาวนา โยคะ และการฝึกหายใจ การฟังดนตรีที่ไพเราะเสนาะใจ
  • พยายามแบ่งปันความรู้สึกผิด สารภาพและให้อภัยตนเอง อย่ามีชีวิตตามเกณฑ์บังคับ แต่เป็นอย่างที่เราเป็น ซื่อสัตย์ต่อความเป็นตัวเอง และไม่เน้นย้ำความดีพร้อมหรือข้อด้อยของตนจนเกินจริง
  • การเรียนรู้ที่จะเผชิญความกลัวตายเป็นหนทางเดียวที่จะพาเราข้ามพ้นและเอาชนะมัน
  • คนเราแก่เพราะคิดว่าตัวเองแก่
  • การอาลัยต่อความแก่และการตาย จะกระตุ้นให้แก่ชราเร็วยิ่งขึ้น การยอมรับวงจรธรรมชาติของชีวิตอย่างสงบสง่าอาจช่วยปัดเป่าความทุกข์ทั้งกายและทางใจไปได้ 
  • ข้อดีของการใช้ชีวิตที่ลดความยุ่งเหยิงเคร่งเครียดให้น้อยลงนั้น มีอยู่มาก เราอาจมีสิ่งของน้อยลง แต่มีเวลามากขึ้นเพื่อจะรื่นรมย์กับกิจกรรมสร้างสรรค์ มีเวลามากขึ้นเพื่อการเป็นอยู่

ชะลอก้าวย่างของความชรา

  • ในช่วงทศวรรษ 1930 มอริซ เออร์เนสต์ เขียนหนังสือชื่อ The Longer Life สำรวจประวัติชีวิตของคนที่มีอายุยืนถึงร้อยปีในวัฒนธรรมต่าง ๆ ของยุโรป ย้อนไปถึงยุคโบราณ โดยได้หลักยึดปฏิบัติทางที่จะช่วยให้คนเรามีชีวิตยืนยาวถึง 100-120 ปี ดังนี้
    • กินแต่พอประมาณ
    • ออกกำลังกายและสูดอากาศบริสุทธิ์ให้มาก
    • เลือกอาชีพที่เป็นมิตร
    • สร้างเสริมบุคลิกภาพที่สุขุมเยือกเย็นหรือไร้กังวล
    • หมั่นรักษาสุขอนามัยและความสะอาด
    • ดื่มเครื่องดื่มที่ดีมีประโยชน์
    • ละเว้นยากระตุ้นหรือยากล่อมประสาท
    • พักผ่อนให้เพียงพอ
    • ขับถ่ายเป็นประจำวันทุกวัน
    • อยู่ในที่ที่อากาศอบอุ่น
    • รื่นรมย์กับเพศสัมพันธ์แต่พอดี
    • ยามเจ็บป่วยควรได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
  • หลักความเชื่อของกรีกและโรมันโบราณ “อาหารที่กินแต่พอประมาณคือเคล็ดลับของชีวิตที่ยืนยาว”
  • ลุยจิ คอร์นาโร ขุนนางชาวเวนิสสมัยศตวรรษที่ 15 มีอายุถึง 103 ปี เขากระฉับกระเฉงและสมองแจ่มใสไปจนวาระสุดท้าย วิธีที่เขาพบความสำเร็จนี้ คือ การละเว้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกินอาหารแต่พอจำเป็นแก่สุขภาพ โดยสรุปแล้วอาหารของเขาประกอบด้วยขนมปัง เนื้อ และซุปใส่ไข่
  • งานวิจัยที่ศึกษาชีวิตชาวญี่ปุ่น 5,820 คน บ่งชี้ถึงปัจจัยสำคัญต่อวัยชราที่มีสุขอนามัยดี 6 ประการ
    1. การไม่สูบบุหรี่
    2. การดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกินสองหน่วยต่อวัน
    3. มีระดับความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ
    4. การหลีกเลี่ยงน้ำหนักตัวที่มากขึ้น
    5. ออกกำลังกาย การรักษากำลังวังชาให้อยู่ตัว 
  • อาหารการกินที่ดี + การออกกำลังกายที่เหมาะสม + การนอนที่ดี = เพิ่มโอกาสที่จะมีอายุยืนยาว
  • การหัวเราะช่วยลดความเครียด และกระตุ้นการหลั่งของสารในร่างกายที่เรียกว่าเอ็นดอร์ฟินส์ 
  • คนอายุยืนที่สุดที่มีการบันทึกไว้ คือ หญิงชาวฝรั่งเศส ชื่อ ฌานน์ กาลมองต์ ซึ่งมีชีวิตจนถึงอายุ 122 ปี เธอยอมรับว่าอารมณ์ขันช่วยให้เธออายุยืน เธอสูบบุหรี่มาจนถึงอายุ 110 ปี
  • การทบทวนชีวิต ไม่มีข้อแนะนำใดยิ่งไปกว่าความปรารถนาที่คนแก่มักมีอยู่เหมือน ๆ กัน นั่นคือ การย้อนมองชีวิตและประเมินแผนการ ปัญหา สัมพันธภาพ ความสำเร็จและความล้มเหลวในอดีต 
  • เมื่อท่านแก่ตัวขึ้น และความเพลิดเพลินทางเนื้อหนังหมด แรงดึงดูดให้ตื่นเต้น ความปิติสุขทางจิตวิญญาณจะยิ่งเพิ่มแรงดึงดูด
  • ไม่มีสิ่งใดสำคัญและให้พลังยิ่งไปกว่าเป้าหมายที่จะมีชีวิต 
  • ชีวิตที่ไร้ความหมาย คือ ชีวิตที่ว่างเปล่า แต่ความหมายก็เป็นเรื่องที่ต้องค้นหาด้วยตนเอง ไม่ใช่สิ่งที่ผู้อื่นจะบอกได้ว่าชีวิตของเราเกิดมาเพื่อออะไร
  • ชีวิตจำเป็นต้องมีเป้าหมาย แต่มันควรจะเป็นเป้าหมายของตัวเราเอง ไม่ใช่การให้ค่าหรือบงการของสังคม
  • จงให้เวลาแก่การค้นหาและกำหนดเป้าหมายชีวิตของตัวเอง เมื่อเราค้นพบภารกิจนั้นและมุ่งมั่นแน่วแน่ ชีวิตของเราจักเต็มอิ่ม
  • ทุก ๆ วัน หาเวลาทำกิจกรรมที่ช่วยเติมพลังให้แก่ตนเองอย่างน้อยสักหนึ่งอย่าง ไม่ว่าเดิน อ่านหนังสือ เขียนจดหมาย ฟังดนตรี ฝึกโยคะ ทำสวน หรือทำสมาธิ
  • จงใคร่ครวญถึงคำถามที่ว่า ฉันเกิดมาทำไม และทำอยู่บ่อย ๆ หรือควรทำวันละหลาย ๆ ครั้ง
  • จงพึงพอใจและขอบคุณในสิ่งที่ตนมี ลืมความยุ่งยากที่เป็นแค่ปัญหาหยุมหยิมในแต่ละวัน และหันมาตรวจตราชีวิตด้วยความชื่นชมพอใจ
  • ตอบแทนสิ่งที่มอบความเบิกบานแก่เรา โดยการมองหาโอกาสที่จะแสดงความสำนึกบุญคุณ ขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่
  • จงมีความสุขกับความรื่นรมย์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีอยู่ รวมถึงมิตรภาพ การเดิน การทำสวน ทำอาหาร การกิน การเขียนบทกวี เขียนรูป ฟังและเล่นดนตรี อ่านหนังสือ เลี้ยงสัตว์
  • พึงให้เวลาแก่การอยู่กับความเงียบและการภาวนา
  • หนึ่งในกุญแจสู่ชีวิตที่น่าพึงพอใจ คือ การยอมรับไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิต ยอมรับว่ากล้ามเนื้ออ่อนแรงลงทุกวัน ยอมรับว่าสมาธิถดถอยกว่าที่เคยเป็น กิจกรรมบางอย่างที่คิดว่าทำได้อย่างง่าย ๆ ทุกวันนี้กลับทำไม่ได้ 
  • สรรพสิ่งจะไม่หวนคืน จึงไร้ประโยชน์ที่จะมัวอาลัยอาวรณ์ การเสแสร้งว่าตนยังหนุ่มแน่นเป็นความโง่เขลาอย่างยิ่ง 
  • จงให้เกียรติแก่ร่างกายที่กำลังแก่เฒ่าของเรา ในฐานะเพื่อน ไม่ใช่ในฐานะคนรับใช้ แต่ร่างกายนี้ไม่เคยเรียกร้องความดีความชอบ แต่รับใช้เรามาอย่างเต็มกำลัง
  • มองทุก ๆ เรื่องในทางบวก ยอมรับว่าชีวิตก้าวไปข้างหน้า มีความสุขกับทุกสิ่งที่มีอยู่
  • ช่วงปีท้าย ๆ ของชีวิต มักมอบโอกาสให้เราได้ใคร่ครวญว่าทั้งหมดในชีวิตที่ผ่านมานั้นคืออะไร การพิจารณาไตร่ตรองอย่างจริงจังถึงคำถามที่ลึกซึ้งที่สุด เราคือใครและที่ทางใดที่เหมาะแก่เรา
  • การถนอมรักษาความหวัง หากสูญเสียคู่ชีวิตหรือเพื่อนรัก จงอย่าปล่อยให้ความโศกเศร้ากัดกินหัวใจ เดินหน้าต่อไปตราบที่ยังสามารถ
  • ความแก่ชราเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราควรตักตวงให้มากที่สุด จากธรรมชาตินี้ การมีชีวิตคือการแก่ไปเรื่อย ๆ 

ชีวิตล้ำค่าสุดหรรษา

  • ในแวดวงกวี ศิลปะอันเงียบงัน เราย่อมพบยอดฝีมือ จะเป็นผู้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ล้วนแต่สร้างผลงานอยู่อย่างต่อเนื่องจวบจนวันที่พวกเขาจากไป
  • การมีชีวิตอย่างสัตย์ซื่อจริงใจ คือ การสิ่งสำคัญคือความพยายามที่จะบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์พรสวรรค์ และตระหนักถึงศักยภาพที่แฝงฝังอยู่ในตัวดื่มกินชีวิตไปจนถึงแก่น 
  • ความชราเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมแก่การเริ่มต้นค้นหาความเป็นไปได้ของชีวิตที่เต็มเปี่ยม และหากโชคดีมันอาจเป็นประสบการณ์อันน่าอิ่มเอมยิ่ง

ความไม่แน่นอนอย่างยิ่ง

  • ไม่ช้าก็เร็ว เราแต่ละคนจะได้เผชิญหน้ากับคำถามที่ว่า การหยุดทำงานของร่างกายนำไปสู่จุดจบของชีวิตอย่างสิ้นเชิงหรือไม่ ความตายใช่แค่กระบวนการหยุดทำงานของร่างกาย หากรวมถึงจิตสำนึกและวิญญาณด้วยใช่หรือเปล่า หลังจากลมหายใจสุดท้ายสิ้นสาย จิตสำนึกจะดำรงต่อเนื่องไปในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือไม่ 
  • ยอมรับความตาย เตรียมพร้อมเผชิญความตาย จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากเราไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าถึงพิธีศพของตัวเอง อย่างน้อยที่สุด ควรเตรียมพินัยกรรมที่เขียนบอกว่า ต้องการให้คนข้างหลังจัดการอย่างไรกับร่างของเรา

ศิลปะการแก่เฒ่า

  • การชื่นชมความมหัศจรรย์ของสิ่งทั้งหลายอย่างเงียบ ๆ ปาฏิหาริย์ สิ่งธรรมดาสามัญ งดงามล้ำค่า ความงามเป็นของขวัญที่ธรรมชาติมอบแด่เราทุกคน และแค่นาทีที่เราสัมผัสรับรู้อาจเป็นปีติสุขสูงสุดในชีวิต
  • การมีอายุยืนควรเปิดโอกาสให้เราได้พัฒนาต่อเนื่องไปเป็นการเพิ่มเติมเวลาให้เราได้ค้นหาว่าเราคือใคร ค้นหาอัตลักษณ์ จุดหมายปลายทางและเหตุผลที่ทำให้เรายังมีชีวิตอยู่ เพื่อจะได้มีความสุขกับความสามารถที่จะรักชีวิต
  • จงเดินไปให้สุดทาง ความตายนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งทั้งปวง
  • การเกิดและการตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อย่าตื่นเต้นจนเกินเลยต่อการเกิด และอย่าโศกาอาดูรเกินควรเมื่อมีการตาย
  • ด้านหนึ่งไม่ควรกังวลเรื่องความตาย หากวันนี้เรามีชีวิตดีงาม ความตายก็จักเป็นไปได้ด้วยดี อีกด้านหนึ่ง เราควรพร้อมที่จะตายทุกเมื่อ พึงตระเตรียมและพร้อมไว้
  • เฉกเช่นการเดินทางทั้งหลาย ชีวิตมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิวัฒนาการที่สร้างเราทั้งหลายขึ้นมา