สรุปหนังสือ ชีวิตไม่ติดกรอบ (The Art of Non-Conformity) เขียนโดย Chris Guillebeau

📚 สรุปหนังสือ ชีวิตไม่ติดกรอบ (The Art of Non-Conformity)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“จงทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ” จงคิดด้วยตัวเอง แทนที่จะทำตามคนอื่น จงตัดสินใจด้วยตัวเอง แล้วใช้ชีวิตตามแบบที่เราต้องการ เรา คือ ผู้กำหนดชีวิตของเราเอง เราออกแบบชีวิตด้วยมือของเราเอง อย่าปล่อยให้คนอื่นมามีอิทธิพลเหนือความคิด ความรู้สึก และชีวิตของเรา เพราะสุดท้าย เมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว คนเรามักจะเสียใจกับสิ่งที่ไม่ได้ทำตามหัวใจของตนเอง จงใฝ่ฝัน จงกล้าที่จะออกมาใช้ชีวิต อย่าหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิต แล้วชีวิตจะเป็นของเรา

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“ชีวิตเป็นของเรา แล้วทำไมถึงไม่สร้างกฎของตัวเราเองขึ้นมา เราสามารถทำสิ่งที่ดีให้ตัวเองได้ พร้อมกับช่วยเหลือผู้อื่นไปในเวลาเดียวกัน”

สรุปหนังสือ ชีวิตไม่ติดกรอบ (The Art of Non-Conformity) เขียนโดย Chris Guillebeau

  • จงตัดสินใจด้วยตัวเอง จงใช้ชีวิตของคุณเอง
  • ในสมรภูมิระหว่างความหวัง และความกลัว ความหวังมักเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด
  • มองหาแรงจูงใจและเจตนาของผู้อื่น เช่น เมื่อเราอ่านหนังสือสักเล่ม ลองถามตัวเองว่า ทำไมคนนี้จึงใช้เวลาหลายเดือน หรือหลายปีเพื่อสร้างของชิ้นนี้ขึ้นมา พวกเขามีเจตอะไร
  • เราสามารถมีชีวิตที่น่าทึ่ง และไม่ติดอยู่ในกรอบได้
  • เราไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตในแบบที่ผู้อื่นคาดหวัง
  • เราต้องเปิดกว้างรับความคิดใหม่ ตั้งคำถามกับความคิดเก่า ๆ และทิ้งมันออกไป
  • เราต้องไม่พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ ต้องปรารถนาที่จะไปให้เหนือกว่า และไกลกว่าสิ่งที่เราเห็นรอบตัว
  • เราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับอนาคตของตนเอง ไม่ว่าจะดีหรือร้าย
  • อดีตอาจเป็นตัวนิยามสิ่งที่เราเป็นในปัจจุบัน แต่ไม่จำเป็นต้องกำหนดอนาคตของเรา
  • เราต้องเต็มใจที่จะทำงานหนัก แต่ต้องการทำงานประเภทที่ให้พลังแก่เรา และส่งผลดีต่อผู้อื่น งานนอกเหนือจากนี้ก็ควรปล่อยทิ้งไป
  • เวลาที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตของพวกเรามักเป็นช่วงที่ท้าทายที่สุด ไม่ใช่ช่วงเวลาที่สะดวกสบาย
  • การเอาชนะความท้าทาย เป็นสิ่งที่คุ้มค่า แต่ความท้าทายเองก็ต้องคู่ควรแก่การไขว่คว้าด้วย
  • เงินโดยตัวมันเองแล้วไร้ค่า คุณค่านั้นเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราแลกเปลี่ยนเงินเป็นสิ่งอื่น ๆ
  • ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่า การไขว่คว้าความมั่งคั่งเพียงเพราะอยากมั่งคั่งจะไม่ทำให้เราก้าวไปได้ไกลนัก
  • เงินจำนวนหนึ่ง สร้างความสุขได้ และเมื่อมากขึ้นอีกนิดก็ทำให้สุขขึ้นอีกหน่อย แต่เมื่อเกินกว่านั้น ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างเงินและความพอใจในชีวิตก็เป็นศูนย์ ดังนั้น พวกเราจึงมองการใช้เงินเป็นเครื่องมือเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แต่ไม่ใช่เป้าหมายโดยตัวมันเอง
  • อนุญาตให้ตัวเราเองฝัน และจากนั้นก็ต้องลงมือวางแผน
  • ชีวิตของเราจะมีความหมายมากที่สุด เมื่อเราผสานความปรารถนาของเราเข้ากับกลยุทธ์ที่มุ่งช่วยผู้อื่นไปด้วยพร้อมกัน
  • แนวคิดของการเลื่อนความพอใจออกไปก่อน หรือยอมเสียสละในตอนนี้ เพื่ออนาคต ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะคิดล่วงหน้า แต่ชีวิตไม่ได้เริ่มต้นเมื่ออายุ 65 ปี
  • การวางแผนสำหรับอนาคตเป็นสิ่งดี แต่ไม่จำเป็นต้องส่งผลต่อทุก ๆ การตัดสินใจของเราในวันนี้
  • ชีวิตมันสั้น พวกเรามีแนวโน้มที่จะเสียใจกับสิ่งที่เราไม่ได้ทำมากกว่าจะเสียใจกับสิ่งที่เราได้ทำลงไปแล้ว
  • ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ เราต้องมองหาสถานที่ของเราเองในโลกใบนี้ เราเหมาะกับตรงไหน นี่คือคำถามหลักที่สำคัญในชีวิต และการค้นหาคำตอบก็เริ่มต้นด้วยการเข้าใจสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ
  • ความฝัน และความคิดที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เป็นของใคร นอกจากตัวเราเอง และไม่จำเป็นต้องขอโทษหรืออธิบายเหตุผลให้ใครฟัง หากรู้แน่ชัดแล้วว่าความฝันของเราคืออะไร
  • คนมากมายไม่รู้ว่า ต้องการทำอะไรหรือประสบความสำเร็จในเรื่องใดในช่วงเวลาที่อยู่บนโลก แทนที่จะเดินหน้าไปสู่ที่หมายสักแห่ง กลับจมอยู่กับ “การหลีกเลี่ยงชีวิต” โดยปราศจากเป้าหมายหรือจุดประสงค์ที่ชัดเจน
  • หากไม่มีความรู้สึกที่แรงกล้าต่อสิ่งใดเลย ก็เป็นไปได้ที่เราจะยังไม่ค้นพบสิ่งที่ทำได้ดีอย่างแท้จริง
  • วิธีการช่วยให้ค้นหาว่าเราต้องการอะไรจากชีวิต
    1. สร้างโลกในอุดมคติ – เขียนบรรยายวันที่สมบูรณ์แบบในอุดมคติ พร้อมให้ละเอียดมากที่สุด ว่าทำอะไรบ้าง นอนเวลาไหน กินอาหารอะไรตอนเช้า คนที่เราพูดคุยด้วยคือใคร พูดเรื่องอะไร
    2. วางเป้าหมายแบบครอบคลุม – เริ่มเขียนรายการสิ่งที่อยากทำก่อนตาย ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ จนถึงเรื่องที่ยาก โดยเขียนออกมา 3 แบบ คือ เป้าหมาย 1 ปี, เป้าหมาย 5 ปี และเป้าหมายตลอดชีวิต
    3. วางแผนเพื่อเรื่องบังเอิญ – วางแผนล่วงหน้าว่าเป้าหมายบางอันอาจจะเป็นสิ่งที่เราอยากทำ ซึ่งได้ทำก็ดี แต่ไม่ได้ทำก็ไม่เป็นไร
  • นอกจากค้นหาความต้องการของตัวเองแล้ว ต้องคิดเผื่อด้วยว่า เราจะทำอย่างไร เปลี่ยนแปลงอะไรให้โลกใบนี้ เป็นโลกที่ดีขึ้นได้บ้าง
  • เราสามารถสร้างชีวิตที่มุ่งไขว่คว้าสิ่งที่ต้องการได้อย่างไม่ต้องทิ้งการตัดสินใจสร้างความแตกต่าง เพื่อช่วยเหลือคนอื่น
  • เส้นทางสู่การได้สิ่งที่ต้องการ ให้เริ่มด้วยความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งถึงสิ่งที่ต้องการได้จากชีวิต
  • เมื่อเริ่มทำสิ่งที่ต้องการจริง ๆ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจ แต่นั่นก็ไม่เป็นไร
  • หลักการของการใช้ชีวิตแบบนอกกรอบ
    • หนทางเพื่อความสำเร็จมักมีมากกว่าหนึ่งเสมอ
    • โลกใบนี้อุดมสมบูรณ์ มีสิ่งมากมาย ไม่จำเป็นต้องแข่งขันเพื่อได้บางสิ่งมา
    • เมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอนที่จะต้องเสี่ยงกับสิ่งไม่รู้ จงเสี่ยงทำไปเลย
    • ความฉลาดไม่ใช่เงื่อนไขที่จำเป็น ความมุ่งมั่นต่างหากที่จำเป็น
    • เราสามารถฝันและตั้งเป้าหมายได้อย่างไม่จำกัด แต่ต้องจำกัดสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นอันดับแรก ๆ
    • หากก้าวแรกทำสำเร็จ ก้าวต่อ ๆ ไป จะเติบโต และรวดเร็ว
  • อุปสรรคที่ยากที่สุด ที่เราส่วนต้องผ่านพ้นไปให้ได้ คือ ผลลัพธ์โดยตรงจากความกลัวและความไม่มั่นคงของเราเอง
  • เรามักจะพบความกลัวเฉพาะ 3 อย่างจะปรากฏขึ้น คือ กลัวความล้มเหลว กลัวความสำเร็จ และกลัวการเปลี่ยนแปลง
  • ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ความกลัวการเปลี่ยนแปลง เมื่อใดก็ตามที่ต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เรารู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ชีวิตของเราก็อาจจะไม่เหมือนเดิม
  • ขั้นตอนการชนะความกลัว
    • เริ่มจากการยอมรับความกลัว (จดรายการทุกอย่างที่กลัว)
    • เปลี่ยนวิธีคิดและเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง
    • บีบตัวเองให้ตัดสินใจทำ
  • ความกลัวเป็นเรื่องธรรมดา เป้าหมาย คือ การพิชิตความกลัว ไม่ใช่หลีกเลี่ยงหรือแสร้งทำเป็นว่าไม่มีความกลัวอยู่
  • ความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลง จะต้องมีน้อยกว่าความเจ็บปวดจากการคงอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน
  • การถามตัวเองว่า “อะไรคือสิ่งเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้” จะช่วยให้เราเข้าใจการตัดสินใจที่สำคัญได้ดีขึ้น
  • ไม่มีใครรับผิดชอบความสำเร็จหรือความเป็นอยู่ที่ดีของเราได้ นอกจากตัวเราเอง
  • ไม่มีใครรับผิดชอบตัวเราหรือใส่ใจเราได้มากเท่ากับตัวเราเอง
  • ความสามารถ คือ เครื่องประกันความมั่นคง
  • อย่าใช้การเรียนปริญญาโท หรือการเรียนหลักสูตรใด ๆ เป็นการหลบหนีในชีวิต จงเรียนก็ต่อเมื่อมีเหตุผลที่ดี
  • ไม่ว่าเป้าหมาย จะคืออะไร เราก็อาจจะค้นพบว่า เราต้องการความช่วยเหลืออยู่บ้างในระหว่างทาง
  • เราจำเป็นต้องมีคนติดตาม หรือ หากเราวางแผนจะทำธุรกิจ ก็ต้องการกลุ่มลูกค้าผู้ซื่อสัตย์
  • ทำไมคนอื่นจึงเต็มใจติดตามเรา เพราะว่าพวกเขาเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของเรา เพราะงานของเราช่วยพวกเขาในบางด้าน
  • จำไว้ว่าชีวิตของเราเกี่ยวพันกับผู้คนอื่น ๆ หากเราระบุอุดมการณ์ที่ชัดเจนได้ และมีแฟน ๆ คอยสนับสนุน เราก็จะประสบความสำเร็จได้ ยิ่งใหญ่กว่าที่จะสามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว
  • ลองคิดว่า เราจะช่วยให้ผู้อื่นได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้อย่างไร หากสิ่งที่เราทำช่วยยกระดับผู้อื่น หรือตอบสนองต่อความต้องการที่สำคัญของผู้อื่นได้ เราก็เดินมาถูกทางแล้ว
  • มันเป็นไปได้ที่จะทำตามความฝันอันยิ่งใหญ่ แม้ว่าไม่ได้รวยก็ตาม
  • เราต้องรู้ว่า เราอยู่ตรงไหน บนมาตรวัดรายได้และความสุข เพื่อที่จะสามารถวางแผนชีวิตได้ตามนั้น เช่น มีความสุขที่มีรายได้ต่อเดือน xx,xxx
  • พฤติกรรมการใช้เงินของคุณต้องสอดคล้องกับค่านิยมโดยรวมของเรา
  • วิธีใช้จ่ายเงิน คือ การซื้อเพื่อแลกกับคุณค่าที่แท้จริงของเรา
  • ให้คุณค่ากับประสบการณ์ในชีวิตมากกว่าการครอบครองสิ่งของ
  • การลดรายจ่ายเป็นพฤติกรรมของความขาดแคลน ขณะที่การเพิ่มรายได้เป็นพฤติกรรมของความบริบูรณ์
  • ทำงานเพื่อให้มีอิสระทางการเงิน แต่ต้องไม่เกษียณ
  • ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าหนี้ที่ดี หนี้ก็คือหนี้ หลีกเลี่ยงจะดีกว่า
  • การชะลอความสุขไว้ก่อนเป็นหลีกหนีในชีวิตรูปแบบหนึ่ง (ควรวางแผนสำหรับอนาคตไปพร้อมกับมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันด้วย)
  • แทนที่จะพยายามสั่งสมความมั่งคั่ง ให้คิดถึงการเพิ่มและขยายรายได้ให้หลากหลายเป็นหลัก
  • แทนที่จะตั้งเป้าหมายไว้ที่การสะสมความมั่งคั่ง (เงินทุน) ให้มุ่งสร้างรายได้ในทางที่ช่วยให้เราทำเกือบทุกสิ่งที่ต้องการได้โดยไม่มีข้อจำกัดจากการทำงานระหว่างวัน
  • เงินและความสุขสัมพันธ์กันในระดับหนึ่ง แต่หลังจากระดับนั้นแล้ว ก็จะเพิ่มไม่มากนัก
  • สิ่งหนึ่งที่แน่นอน คือ เมื่อเราออกเดินทางไปตามเส้นทางนอกกรอบ เราจะดึงดูดต่อความสนใจและคำวิจารณ์
  • เราอาจมีอะไรก็ได้ที่ต้องการ แต่อาจไม่ใช่ทุกอย่างพร้อมกัน เราต้องมีกระบวนการที่จะกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็น หรือถอนตัวจากเกือบทุกสิ่งในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
  • ทำรายการที่ต้องหยุดทำ (วิธีนี้ดีกว่ารายการสิ่งที่ต้องทำ เพราะมันช่วยให้เห็นว่าอะไรที่ฉุดเราไว้)
  • จงทำสิ่งที่ต้องการ และมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละกับสิ่งที่มีความหมายต่อเรา
  • กล้าไว้ แตกต่างไว้ เมื่อเลือกใช้ชีวิตที่ไม่ธรรมดา ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ แต่ความเสียใจเป็นสิ่งที่เลือกได้ หากเป้าหมายหนึ่งไม่สำเร็จ ก็ยังสามารถลองสิ่งอื่นได้ แต่หากไม่เคยลองอะไรเลย เราก็จะจากโลกนี้ไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น