สรุปหนังสือ ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย (The Asshole Survival Guide) เขียนโดย Robert Sutton Min

📚 สรุปหนังสือ ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย (The Asshole Survival Guide)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย (The Asshole Survival Guide)

ไม่มีอะไรทุกข์ทรมานไปกว่าการที่ต้องทนอยู่ ต้องทนเจอกับคนที่เฮงซวยทุก ๆ วัน โดยเฉพาะในที่ทำงาน ซึ่งวิธีการที่ต้องรับมือมี 2 ทาง คือ หนีหรือทนอยู่แล้วหาวิธีรับมือ แต่สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นคือ ความทุกข์ของเราที่ได้รับจากคนเฮงซวยนั้น มันมีผลกระทบต่อคนรอบข้างเราไหม? เช่น กลับบ้านจากที่บ้านแล้วไปลงที่ครอบครัว ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าเรากลายเป็นคนเฮงซวยเสียเองด้วย ต้องหาวิธีแก้ไขด่วน

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“ถ้าเราแต่ละคนต่างทำหน้าที่แบ่งปันความอบอุ่นกับคนอื่น ๆ เท่าที่ทำได้ โดยไม่ทำร้ายพวกเขาหรือตัวเราเอง บนโลกใบนี้จะมีสถานที่ที่มีแต่ความสุภาพ และดีเพิ่มมากขึ้น”

สรุปหนังสือ ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย (The Asshole Survival Guide) เขียนโดย Robert Sutton

  • คนที่เฮงซวยมีลักษณะหลากหลาย แต่หลัก ๆ คือ ชอบทำให้คนอื่นรู้สึกต่ำต้อย ไม่เห็นคุณค่าคนอื่น ทำให้คนอื่นอับอาย รู้สึกไร้เกียรติ คับแค้นใจ ทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง และหมดแรง
  • งานวิจัยเผยให้เห็นว่า เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง ลูกค้า โดยเฉพาะเจ้านายที่ชอบดูถูกดูแคลนและไม่ให้เกียรติคนอื่น ๆ ทำลายประสิทธิภาพการทำงาน ความเป็นอยู่ที่ดีของคนร่วมงาน สุขภาพกายใจ ทำให้ซึมเศร้า นอนไม่หลับ
  • ความเฮงซวยสามารถติดต่อถึงกันและกันได้ เช่น ถ้าทำงานร่วมกับคนงี่เง่าแค่คนเดียว เรามีแนวโน้มที่จะกลายเป็นแบบนั้นด้วย
  • การศึกษาระยะยาวในทวีปยุโรปแสดงให้เห็นว่า การทำงานให้กับเจ้านายเฮงซวยเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
  • คนที่เฮงซวยมักไม่เคยรับรู้พฤติกรรมแย่ ๆ ของตัวเอง และไม่รับรู้ถึงความรู้สึกคนอื่นว่าจะรู้สึกยังไง
  • คนเฮงซวยมี 2 แบบ เฮงซวยชั่วคราวและถาวร (ควรหลีกเลี่ยงคนเฮงซวยถาวร)
  • คนมีอำนาจน้อยกว่ามักจะถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากคนเฮงซวยที่มีอำนาจมากกว่า
  • การที่เป็นเจ้านาย ไม่ได้หมายความว่า จะมีอำนาจมากกว่าลูกน้อง
  • ขั้นตอนแรกสุดในการรับมือกับคนเฮงซวยคือ การพิจารณาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นร้ายแรงแค่ไหนสำหรับเรา
  • ถ้าเริ่มรู้สึกว่ากำลังเจอกับคนเฮงซวย ถ้าเป็นแบบนี้ เราก็ต้องเริ่มวางแผนอย่างสุขุม เพื่อเอาตัวรอดได้แล้ว เพราะเรากำลังเผชิญกับปัญหาที่อันตราย มันสร้างความเสียหายในระยะยาวได้มากกว่าการทนอยู่
  • ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดในสังคมคือ การที่นิสัยเสีย ๆ นั้นสามารถแพร่ไปได้อย่างรวดเร็วเหมือนโรคติดต่อในสังคม
  • คนที่เหมือนกันจะจับกลุ่มกันมากกว่าคนที่แตกต่างกันจะดึงดูดกัน
  • ถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีแต่คนงี่เง่า ทุก ๆ วัน ก็เหมือนเรากำลังเดินทางไปสู่การกลายเป็นคนเฮงซวยเช่นพวกเขา และจะส่งผลกระทบต่อชีวิตด้านอื่น ๆ ของเรา
  • ถ้าเผชิญกับคนเฮงซวยแต่หลีกหนีไม่ได้ ให้คิดวิธีที่จะอยู่รอดได้ยังไง เช่น หาพันธมิตรรอบ ๆ ตัวที่จะช่วยปกป้องเราได้
  • สิ่งที่สำคัญที่สุด “เราทุกข์มากแค่ไหน?” ถ้ารู้สึกทุกข์มาก ๆ กับใครบางคน เราต้องเริ่มลงมือทำอะไรสักอย่าง และต้องทำเดี๋ยวนี้
  • สิ่งที่สำคัญเวลาเผชิญกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายมันไม่ได้จบ แต่อารมณ์นั้นจะยังติดตัวเราไป และนี่คือความเสียหายทางอารมณ์ที่น่ากลัวที่สุด
  • เราทุกคนสามารถกลายเป็นคนเฮงซวยได้เช่นกัน ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ผิด
  • อารมณ์เป็นสิ่งที่ติดต่อถึงกันได้ อารมณ์เสีย การดูหมิ่น หยาบคาย สามารถลุกลามได้เหมือนไฟป่า
  • คนเฮงซวยคนเดียวหรือแค่ไม่กี่คนทำลายทีมหรือองค์กรได้อย่างรวดเร็ว
  • พนักงานที่อันตรายที่สุดคือ คนที่หน้ายิ้มที่เอาแต่ยิ้ม เยินยอ และพยักหน้าเห็นด้วยกับคนมีอำนาจ แต่สุดท้ายก็หักหลังบริษัท
  • เรามักจะมีอาการเกินจะถอนตัว เมื่อรู้ว่าถึงมันจะแย่ ที่ต้องอยู่กับคนเฮงซวย แต่ได้ทุ่มเทเวลาและความพยายามลงไปมากแล้ว เราก็ไม่ยอมที่จะถอยออกมา
  • งานวิจัยพบว่าพนักงานที่รู้สึกว่าได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม มีหัวหน้าใจร้าย หรือไม่ชอบคนที่ตัวเองทำงานด้วย มีแนวโน้มที่จะใช้รูปแบบการลาออกที่เกรี้ยวกราดและฉับพลันทันทีเป็นพิเศษ
  • การหลีกเลี่ยงคนเฮงซวยตั้งแต่แรกดีกว่าการวิ่งหนีทีหลัง (ดีกว่าติดแหง็กอยู่ แล้วไม่มีทางหนี)
  • วิธีเลี่ยงคนเฮงซวย คือ การลดการพบเจอ เช่น รักษาระยะห่าง หลีกหนี ปล่อยไม่ตอบโต้ เพิกเฉยไม่สนใจ พูดให้น้อย
  • เราต้องมีพื้นที่ปลอดภัย เช่น ห้องเงียบ ๆ ที่สามารถอยู่คนเดียวได้ ใช้เป็นที่หลบภัยชั่วคราว เพื่อลดการพบเจอคนเฮงซวย และเยียวจิตใจตัวเอง
  • ถ้าหนีจากคนเฮงซวยไม่ได้ ให้ปรับเปลี่ยนมุมมองทัศนคติของตัวเองต่อสิ่งเหล่านั้น (แม้มันอาจจะยากก็ตาม)
  • เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เมื่อประสบกับความยากลำบาก จงบอกตัวเองว่ามันจะอยู่แค่ชั่วคราว
  • ฝึกฝนศิลปะแห่งการมองข้ามหัวคนเฮงซวยสำคัญ เราต้องปกป้องกายใจตัวเอง และที่สำคัญปกป้องไม่ให้เราไปลงกับคนรอบข้าง
  • การตัดสินใจอย่างฉับพลันทันทีมักจะเป็นสิ่งที่น่ากลัว เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เฮงซวย ต้องระวังอารมณ์ชั่ววูบ
  • เมื่อเราทำตัวเหมือนคนเฮงซวย ให้พูดขอโทษ แล้วแก้ไขให้มันถูกต้อง
  • อย่าลืมตรวจเช็กตัวเองอยู่เสมอว่า เรากำลังเป็นคนเฮงซวยสำหรับคนอื่นหรือเปล่า
  • เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ที่เจอคนเฮงซวย ให้รับรู้ว่าตัวเราไม่ได้อยู่ลำพัง หันไปหาคนอื่น ๆ คนที่ตกเป็นเป้าเหมือนกัน หรือเพื่อน ครอบครัวเพื่อขอกำลังใจจากพวกเขา’