สรุปหนังสือ สูตรแห่งโชคชะตา เพื่อสร้างชีวิตที่ประสบความสำเร็จ (The Destiny Formula: Find Your Purpose Overcome Your Fear of Failure Use Your Natural Talents And Strengths To Build A Successful Life) เขียนโดย Ayodeji Awosika

📚 สรุปหนังสือ สูตรแห่งโชคชะตา เพื่อสร้างชีวิตที่ประสบความสำเร็จ (The Destiny Formula)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“โชคชะตา” คือผลของการลงมือทำ เป็นสิ่งที่เราต้องสร้างความด้วยมือของเราเอง เราสามารถออกแบบชีวิตที่ประสบความสำเร็จได้ ทุกอย่างอยู่ในมือของเราเพียงแค่รู้คู่มือ วิธีการไปสู่จุดความสำเร็จ โชคชะตาก็จะเป็นของเรา

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“ถ้าเราทุ่มเททีละก้าว ทีละวัน และโชคดีที่อายุยืนนานพอ เราจะได้ทุกสิ่งที่ต้องการ”

สรุปหนังสือ สูตรแห่งโชคชะตา เพื่อสร้างชีวิตที่ประสบความสำเร็จ เขียนโดย Ayodeji Awosika

ออกเดินทาง

  • เราทุกคนต่างมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ในช่วงเริ่มต้นของชีวิต แต่เมื่ออายุมากขึ้น ข้อจำกัดก็เริ่มฝังแน่นในจิตใจของเรา
  • วิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของเราเกี่ยวกับโลกเริ่มแคบลง เมื่อเรายังเป็นเด็ก เราเชื่ออย่างแท้จริงว่าสามารถเป็นนักบินอวกาศ นักกีฬาชื่อดัง หรือเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราเติบใหญ่ เหลือเพียงทางเลือกแบบเดิม ๆ ที่เลือกจากรายการอาชีพที่ถูกสังคมกำหนดไว้
  • เราสามารถเลือกเส้นทางของตัวเอง สามารถตัดสินใจใช้ชีวิตที่ต้องการจริง ๆ สามารถเป็นคนที่ประสบความสำเร็จที่คนอื่นอาจมองข้ามได้ เราถูกกรอกหูมาตลอดชีวิตว่าความสำเร็จนั้นสงวนไว้สำหรับบางคนเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่ความจริง เพราะใคร ๆ ก็สามารถประสบความสำเร็จ
  • ก้าวแรกในการเดินทาง คือ การหาเส้นทางที่ถูกต้องที่จะเดินตาม จุดเริ่มต้นที่ดีคือการนึกถึงสิ่งที่เราใฝ่ฝันอยากเป็นเมื่อตอนเป็นวัยเด็ก เพราะตอนเด็กเราเปิดกว้าง มีความจริงใจ และมีความโน้มเอียงความชื่นชอบตามธรรมชาติมากกว่าตอนโต ลองนึกถึงสิ่งที่เราถูกดึงดูดโดยธรรมชาติตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
  • จงใช้เวลาในการไตร่ตรองถึงความทรงจำในวัยเด็ก เพื่อค้นหาความหลงใหล และความสนใจอีกครั้ง
  • ไม่ว่าจะเดินทางบนเส้นทางใดมานานแค่ไหน ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ เรามีโอกาสที่จะเปลี่ยนทิศทางได้
  • เมื่อพูดถึงการค้นพบเส้นทางที่ตั้งใจจะเดิน การตัดสินใจขึ้นอยู่กับเราเพียงคนเดียว สิ่งสำคัญคืออย่าให้อิทธิพลภายนอกเป็นตัวกำหนดสิ่งที่เราจะตัดสินใจทำ
  • เราต้องใช้ชีวิตของเรา เราเป็นที่ต้องตัดสินใจว่าอะไรเหมาะกับเรา แล้วลงมือทำโดยไม่คำนึงว่าคนรอบข้างจะคิดยังไง อยู่ที่ว่าเรามีความกล้าที่จะทำอะไรบางอย่างที่คนส่วนใหญ่ไม่ทำหรือเปล่า
  • โดยธรรมชาติ มนุษย์มักจะสนใจสิ่งที่คนอื่นคิด เป็นเพราะการเดินทางของสมองของเรา นานมาแล้วในสังคมนักล่า การถูกปฏิเสธทางสังคมหมายถึงการเหินห่างจากกลุ่ม ซึ่งท้ายที่สุดหมายถึงความตาย สมองของเรายังไม่ค่อยอัปเดตกับสภาพปัจจุบันที่เราเป็นอยู่ ซึ่งต่างจากยุคบรรพบุรุษเรา ดังนั้น สมองจึงเชื่อว่าการถูกปฏิเสธทางสังคมหมายถึงความเป็น ความตาย
  • จงเชื่อในสัญชาตญาณ เชื่อมั่นในตัวเอง ใช้ชีวิตที่ต้องการ อย่าเป็นคนที่ต้องมองย้อนกลับไปในชีวิตด้วยความเสียดาย เสียใจ
  • ส่วนที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการกำหนดเป้าหมายสำหรับตัวเราเอง คือ การหาให้เจอว่าเราเก่งเรื่องอะไรแล้วฝึกฝนมันให้มากยิ่งขึ้น
  • มุ่งเน้นเฉพาะสิ่งที่เราเก่ง โดยไม่ต้องสนใจสิ่งที่ทำได้ไม่ดี การใช้เวลาพยายามทำในส่วนที่เราไม่เก่งนั้นไม่มีประโยชน์
  • ใช้กลยุทธ์ 90% หมายความว่า ไล่ล่าหาพื้นที่ที่เราเชื่อว่าในที่สุด เราสามารถอยู่ใน top 10% แรกได้ ซึ่งถ้าเราไม่โฟกัสที่จุดแข็ง ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะไปอยู่จุดนั้นได้
  • เรามีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ ไม่ใช่ที่กระบวนการ เรามีความทะเยอทะยาน ต้องการไปให้ถึงจุดหมายโดยเร็วที่สุด แต่การขาดความอดทน ซึ่งมันเป็นศัตรูตัวฉกาจของเรา
  • เหตุผลอันดับหนึ่งที่จะไม่ประสบความสำเร็จ คือ การขาดความอดทน
  • สิ่งที่คุ้มค่าต้องใช้เวลา สิ่งที่แยกคนธรรมดาออกจากคนเก่งคือความสามารถในการกัดไม่ปล่อย และคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำตลอดเวลา
  • คนส่วนใหญ่ที่ก่อตั้งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกเริ่มต้นจากศูนย์ พวกเขาต้องทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ค่อย ๆ ผลักตัวเองออกมาทีละนิ้ว เพื่อไปยังที่ที่พวกเขาอยู่ตอนนี้

พัฒนาความคิดที่ถูกต้อง

  • แนวคิดที่เป็นรากฐานของทุกความสำเร็จ เป็นคำขวัญที่ผู้ประสบความสำเร็จระดับสูงทุกคนใช้ คือ “เพื่อให้ได้สิ่งที่เราต้องการ เราต้องคู่ควรกับสิ่งที่ต้องการก่อน”
  • หากเราไม่เสียสละที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุระดับความสำเร็จที่พยายามบรรลุ เราจะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง วิธีเดียวที่จะได้สิ่งที่ต้องการคือการมีค่าควรแก่การมีมัน
  • คนที่ประสบความสำเร็จล้วนตัดสินใจที่จะเรียนรู้สิ่งที่พวกเขาต้องการเพื่อประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมของตน แม้แต่คนที่มีพรสวรรค์ก็ต้องทำงานหนักเพื่อให้คู่ควร
  • เมื่อใดที่เรารู้สึกท้อแท้หรือรู้สึกอยากบ่น ต้องจำกฎพื้นฐานว่า เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เราต้องคู่ควรกับสิ่งที่ต้องการ
  • ขนาดความฝัน คือ สิ่งที่กำหนดอนาคตของเรา ยิ่งขยายขนาดของความคิดได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น
  • สาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้คนไม่ประสบความสำเร็จ เพราะพวกเขากำหนดข้อจำกัดตนเองในสิ่งที่เป็นไปได้
  • เราจะไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จได้มากไปกว่าที่ความเชื่อที่เรามี
  • ความจริงก็คือไม่มีใครรู้ว่าเพดานศักยภาพของเราอยู่ที่แค่ไหน อะไรก็ตามที่คิดว่าทำได้ เราอาจจะประเมินมันต่ำไปก็ได้
  • ความคิดเล็ก ๆ นำไปสู่ผลลัพธ์เล็ก ๆ การกำหนดขอบเขตในใจจะสร้างข้อจำกัดในชีวิต สิ่งที่เราคิดจะกลายเป็นคำทำนายด้ที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต
  • จงฝันให้ใหญ่ และถ้าหากความฝันของเราในตอนนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกกลัวสักนิด แสดงว่าความฝันนั้นยังไม่ใหญ่พอ
  • ต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า เราเก่งกว่าที่คิด ปล่อยให้ความคิดใหญ่ครอบงำความคิด เมื่อมีโอกาสเกิดขึ้น ต้องคิดว่า “ฉันทำได้” ไม่ใช่ “ฉันทำไม่ได้” เราต้องตั้งเป้าหมายที่สูงมากสำหรับตัวเอง หากต้องการผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่
  • จงนึกภาพความสำเร็จของทุกวัน และพยายามผลักดันตัวเองไปสู่อนาคตเสมอ
  • เมื่อพยายามทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เราจะเจอช่วงเวลาที่ต้องการให้สิ่งต่าง ๆ พัฒนาเร็ว ๆ ต้องการสร้างชื่อให้ตัวเองโดยเร็วที่สุด และเราอาจหมดความอดทนได้หากไม่ได้ผลในทันที ดังนั้น ถ้าเราไม่เรียนรู้วิธีอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ในที่สุดเราจะเหนื่อยกับงานและยอมแพ้ในที่สุด
  • มองภาพรวมให้ใหญ่ขึ้น เล่นเกมยาว ๆ เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ ต้องมีเป้าหมายไว้ในใจ และเดินหน้าต่อไปจนกว่าจะไปถึงที่นั่น เดินเร็ว แต่อย่ารีบร้อน
  • ความสำเร็จไม่ได้เป็นเส้นตรง ไม่ใช่ขั้นตอนง่าย ๆ ต้องปีนบันไดทีละขั้น ความสำเร็จเป็นเลขยกกำลัง ทุกครั้งที่เราทุ่มเท มันจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนวันหนึ่งมันระเบิด
  • ความพากเพียรจะแยกกลุ่มคนค่าเฉลี่ยออกจากความสำเร็จ
  • เราต้องตัดสินใจว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่อตอนนี้และสูญเสียโอกาสในแต่ละวันจนรู้สึกเสียใจกับชีวิตในภายหลัง หรือจะเลือกตัดสินใจว่าจะทำสิ่งที่ต้องทำตอนนี้ เพื่อเก็บเกี่ยวรางวัลมหาศาลในอนาคต ทางเลือกเป็นของเรา
  • ทุกช่วงเวลาในชีวิตเกี่ยวข้องกับการเลือก เราตัดสินใจหลายล้านครั้งในชีวิต และการตัดสินใจเหล่านั้นคือสิ่งที่นำไปสู่ชีวิตที่เรามี หากต้องการประสบความสำเร็จ ต้องมีความสามารถในการตัดสินใจที่ถูกต้อง
  • คำโปรดปรานของผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จคือ “ครั้งต่อไป” หรือ “พรุ่งนี้”
  • เรามีทางเลือกระหว่างการสร้างความฝันให้คนอื่น กับการสร้างความฝันของตัวเอง
  • ชีวิตที่ไร้จุดหมายก็ไร้เรี่ยวแรง ถ้าไม่มีเป้าหมายกับสิ่งที่ทำในแต่ละวัน เราจะไม่มีแรงจูงใจมากพอ จุดหมายคือเหตุผลที่ทำให้เราลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวัน
  • เหตุผลคือสิ่งที่เราจะกลับไปเมื่อรู้สึกท้อแท้ เป็นสิ่งที่ย้อนกลับไปเมื่อเริ่มสูญเสียมุมมอง เป็นแหล่งพลังงานและพลังทั้งหมดของเรา

ความสำคัญของการเรียนรู้

  • ขั้นตอนแรกในการสร้างความรู้ คือ การให้คำมั่นสัญญากับตัวเองว่าจะเป็นผู้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตที่เหลือ
  • ลักษณะทั่วไปในหมู่คนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง คือ การกระหายเรียนรู้ที่ไม่รู้จักพอ พวกเขาตระหนักดีว่ายิ่งเรียนรู้มากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งรู้น้อยลงเท่านั้น เป็นเพราะว่าพวกเขาตระหนักว่ายังมีอีกมากที่ต้องรู้
  • ยิ่งเรียนรู้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีรายได้มากขึ้นเท่านั้น หนึ่งในสิ่งสำคัญที่แยกกลุ่มคน 1% บนสุดจากส่วนที่เหลือ คือ ความรู้ระดับผู้เชี่ยวชาญ
  • บ่อยครั้งผู้คนมักมองว่าพันธุกรรมและความสามารถเป็นความสำเร็จ แต่ความจริง คือ การอุทิศตนเพื่อการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะต่างหาก
  • เราจะสามารถประสบความสำเร็จได้เท่ากับความสามารถที่เรามี
  • มีเครื่องมือและทรัพยากรที่เราทุกคนพร้อมใช้เพื่อสร้างฐานความรู้ที่มั่นคงได้ เช่น หนังสือ หนังสือคือการลงทุนที่ดีที่สุดที่เราทุกคนสามารถทำได้
  • ความอยากรู้สามารถช่วยให้เราไปถึงจุดสูงสุดได้
  • นักคิดผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนในประวัติศาสตร์ล้วนเป็นคนที่มีความอยากรู้อยากเห็น มองโลกอย่างที่มันเป็นและคิดถึงสิ่งที่สามารถทำได้
  • สิ่งประดิษฐ์ทุกอย่าง ตั้งแต่หลอดไฟ รถยนต์ เครื่องบิน และอื่น ๆ อีกมากมาย ล้วนเป็นผลจากความอยากรู้อยากเห็น และการจินตนาการทั้งนั้น
  • นาทีที่เราสูญเสียความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกรอบตัวคุณ เกมจะจบลง เราจะเสี่ยงต่อการยอมจำนนต่อชะตากรรม เราหยุดคิดหาวิธีใหม่ ๆ ในการพัฒนาชีวิต เริ่มเชื่อว่า “มันก็เป็นอย่างนี้” จงอย่าให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเรา
  • กฎข้อที่หนึ่ง คือ เรียนรู้อยู่เสมอ กฎข้อที่สอง คือ อยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอ
  • ส่วนสำคัญในการพัฒนานิสัยการคิดที่ดีคือการเป็นคนช่างสังเกต
  • สิ่งที่เราควรสังเกตมากที่สุดคือ สังเกตความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จว่าพวกเขาแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

การคิด

  • ความจริงถูกสร้างขึ้นในใจ ความเป็นจริงขึ้นอยู่กับการรับรู้ของคุณ การรับรู้เกิดขึ้นจากสิ่งที่คิด ดังนั้น ความสามารถในการคิดเป็นทรัพยากรที่ทรงพลังที่สุดที่เรามี
  • พกสมุดบันทึกติดตัวไว้เสมอ เพื่อที่เมื่อความคิดดี ๆ วิ่งเข้ามาในหัว จะได้จดบันทึกไว้
  • หนึ่งวิธีที่มีประโยชน์ในการช่วยให้คิดได้ดี คือ การใช้พลังของการกลับด้าน คือ คิดถึงสิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แทนที่จะคิดถึงสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ให้คิดถึงสิ่งที่ทำให้ล้มเหลวแทน
  • หากต้องการใช้ชีวิตที่ไม่ธรรมดา ต้องมีแนวทางที่ไม่ธรรมดา ซึ่งหมายความว่า เราจะไม่มีกฎเกณฑ์ใด ๆ เมื่อไม่มีกฎเกณฑ์ ก็มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ เราจะต้องรับมือกับอุปสรรคต่าง ๆ ที่เจอระหว่างทางได้ดีขึ้น

ตั้งเป้าหมายแล้วลงมือทำทีละก้าว

  • อย่าทำหลายสิ่งหลายอย่างพร้อมกัน ต้องมีการจดจ่อเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ต้องกำหนดเป้าหมายให้เจาะจงไปที่สิ่งที่จำเป็นในปัจจุบัน
  • หลายคนเชื่อว่าการทำงานหลายอย่างพร้อมกันเป็นทักษะที่มีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ การทำงานหลายอย่างพร้อมกันหมายความว่าเรากำลังทำสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่ดีหรือกลาง ๆ วิธีที่ดีที่สุดที่จะได้ผลลัพธ์คือการมุ่งความสนใจไปที่สิ่งหนึ่งสิ่งเดียว
  • ถามตัวเองว่า “อะไรคือสิ่งเดียวที่ฉันสามารถทำได้ในวันนี้เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างจะง่ายขึ้น
  • ถ้าเราต้องการทำสิ่งที่ท้าทาย วิธีที่ผิดคือลงมือทำเลย แต่เราต้องมีแผน มีเป้าหมายสุดท้าย แล้วแบ่งมันออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ และรายการที่ต้องทำ ลงมือทำทีละหนึ่ง แล้วมันจะทำให้กระบวนการไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น
  • เหตุผลเดียวที่ผู้คนประสบความสำเร็จก็เพราะพวกเขามุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่ต้องใช้เวลานานจนกว่าจะสำเร็จ ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับโชค ไม่เกี่ยวกับอัจฉริยะหรือพรสวรรค์ มันเกี่ยวกับการลงมือทำ และความมุ่งมั่น
  • การวางแผนและการตั้งเป้าหมายนั้นมีค่า แต่ต้องระวังไม่ให้ถูกล็อกให้ติดอยู่กับวิธีคิดที่เข้มงวดเกี่ยวกับการเดินทางจนเกินไป เพราะสิ่งต่าง ๆ จะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้เสมอ
  • ต้องปรับตัว มีความยืดหยุ่นในการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทาง และต้องการมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องเสมอ
  • สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับทิศทางคือสามารถเปลี่ยนได้ในทันที เราอาจไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ในทันที แต่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเราได้ทุกเมื่อ
  • ลองนึกภาพชีวิตในอีก 5 ปีข้างหน้า หากเรายังคงทำสิ่งเดิมเช่นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เราจะชอบภาพนั้นไหม ถ้าไม่ ก็ถึงเวลาที่ต้องตั้งเข็มทิศชีวิตไปในทิศทางใหม่
  • จงเริ่มตั้งเป้าหมายไว้เล็ก ๆ เปรียบเป้าหมายเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นจากการเป็นก้อนหิมะเล็ก ๆ ที่กลิ้งลงมาจากเนินเขา มันกลิ้งไปเรื่อย ๆ และใหญ่ขึ้นเมื่อลงจากเนินเขา หลังจากนั้นไม่นาน มันก็เริ่มที่จะเติบโตเป็นขนาดที่ใหญ่โต จนกระทั่งวันหนึ่ง มันใหญ่โตมากจนอะไรก็ตามที่จะมาขวางก็ไม่ได้

รับมือกับอุปสรรค

  • เส้นทางที่จะเดินอาจไม่ง่าย วิธีจัดการตัวเองระหว่างการเดินทางจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน
  • สิ่งแรกที่เราต้องเรียนรู้วิธีการทำคือควบคุมการรับรู้ของตนเอง การรับรู้คือเลนที่เราใช้กำหนดความเป็นจริงของเรา ทุกคนมีวิธีรับรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เราแต่ละคนอยู่ในความเป็นจริงที่แตกต่างกันซึ่งหล่อหลอมด้วยความคิดของเรา
  • หากใส่คน 10 คนในสถานการณ์เดียวกัน พวกเขาจะรับมือกับสถานการณ์นั้น 10 วิธีที่แตกต่างกัน นั้นเป็นเพราะกระบวนการรับรู้ที่แตกต่างกัน ดังนั้นเรามีพลังในการกำหนดความเป็นจริงของตัวเราเอง
  • เวลาเผชิญหน้ากับอุปสรรค เราเผชิญหน้ากับความจริงอันเดียวกัน แต่เราสามารถมีมุมมองต่ออุปสรรคที่แตกต่างกันได้
  • เรามีทางเลือกที่จะตัดสินใจว่าสิ่งต่าง ๆ มีความหมายยังไง โลกอาจเป็นสถานที่ที่ไม่ยุติธรรม หรืออาจเต็มไปด้วยโอกาสขึ้นอยู่กับเรา
  • กุญแจสำคัญในการมีความอดทนและความเพียร คือ การจัดการความคาดหวังของเรา ถึงแม้เราจะทำสิ่งต่าง ๆ ดีที่สุด แต่ก็ยังมีโอกาสล้มเหลว ผิดพลาดอยู่ดี เพราะจะมีบางสิ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของเราเสมอ
  • เราอาจไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ดังนั้นเราต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทุกสิ่ง คิดสถานการณ์ร้าย ๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นไว้
  • อาจจะรับประกันได้ว่าอุปสรรคจะเข้ามาขวางทางระหว่างทางไปสู่ความสำเร็จของเราอย่างแน่นอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุให้คนส่วนใหญ่ละทิ้งความฝันของตนไป
  • เราจะล้มเหลวแน่นอน ถ้าเราบอกตัวเองว่าเราจะข้ามอุปสรรคผ่านไปไม่ได้ เราพ่ายแพ้ทางจิตใจก่อนที่จะเริ่มด้วยซ้ำ
  • เราจะต้องพบกับความพ่ายแพ้ระหว่างทางเพื่อทำสิ่งที่มีคุณค่าให้สำเร็จ
  • ตัวตนของเราจะเปิดเผยเมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดันและเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย วิธีที่ตอบสนองต่ออุปสรรคที่เผชิญจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะประสบความสำเร็จได้แค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจำไว้คือมันควรจะยาก
  • คนที่ประสบความสำเร็จล้วนรู้ว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จนั้นมาจากความล้มเหลว ไม่ใช่โดยการพยายามหลีกเลี่ยงมัน
  • ปฏิบัติต่ออุปสรรคให้เหมือนครูของเรา เรียนรู้จากมัน แล้วเราจะเก่งขึ้น
  • หยุดวิ่งไล่ตามปาฏิหาริย์ ยิ่งเรากำจัดแนวคิดเรื่องความสำเร็จในชั่วข้ามคืนได้เร็วเท่าไร เราก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

ทัศนคติสู่ความสำเร็จ

  • ความสำเร็จ คือ การที่เราตื่นนอนทุกวันแล้วได้ทำในสิ่งที่ต้องการจะทำอย่างแท้จริง มีอิสระในการใช้ชีวิตโดยเป็นตัวตนของตัวเองที่แท้จริง ไม่ใช่อย่างที่คนอื่นบอกว่าควรจะเป็น และการมีจุดมุ่งหมายที่มากกว่าความต้องการส่วนตัว สามารถให้คุณค่าอะไรบางอย่างแก่โลกใบนี้ได้
  • การจะประสบความสำเร็จได้ ต้องปิดกั้นเสียงรบกวนจากโลกภายนอก และค้นหาว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเรา ต้องรู้จักตัวเองและฟังตัวเองเพื่อลงมือเดินตามเส้นทางที่ใช่สำหรับตัวเรา
  • นิยามของความสุขคือการใช้ชีวิตในแบบที่เราอยากให้เป็น
  • วิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาความสำเร็จคือไม่ต้องมองหามัน ให้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องและยกระดับตัวเองไปเรื่อย ๆ แล้วความสำเร็จจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง
  • หากขยันและทำสิ่งต่าง ๆ ไปทีละขั้น ก็ไม่ต้องกังวล ไม่ควรรีบร้อนเพราะตราบใดที่ตัดสินใจที่จะอยู่ในเส้นทาง ความสำเร็จจะเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
  • เราจะต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จของตัวเราเอง คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนเข้าใจบทบาทของตนในชีวิต พวกเขาเข้าใจดีว่าไม่มีใครรับผิดชอบต่อระดับความสำเร็จของตน ยกเว้นตนเอง
  • ในโลกนี้มีคนอยู่ 3 ประเภท คนที่ทำให้สิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น คนที่เฝ้าดูสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น และคนที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
  • ความกลัวคืออารมณ์พื้นฐานที่ทำให้หลายคนยอมแพ้หรือล้มเหลวบนทางไปสู่ความสำเร็จ
  • ความสำเร็จมีไว้สำหรับคนที่เอาชนะความกลัวและใช้มันให้เป็นประโยชน์
  • การไม่สามารถเอาชนะความกลัวจะทำลายชีวิต การจะประสบความสำเร็จได้ ต้องขจัดข้อจำกัดทั้งหมดออกไป และกล้าที่จะทำตามสิ่งที่ตั้งใจจะทำ
  • ปัญหาคนเรามักจะคิดเล็กเกินไป เราต้องมีเป้าหมายที่ใหญ่โตสำหรับอนาคต และต้องเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างผลกระทบบนโลกใบนี้ได้
  • เราต้องกล้าบ้ามากพอที่จะเชื่อว่าชีวิตมีอะไรมากกว่าการตอกบัตรเข้างานและใช้เวลาวันละ 8-9 ชั่วโมงต่อวันในการทำสิ่งที่ไม่ได้แฮปปี้เลย
  • เราต้องกล้าบ้ามากพอที่จะตัดสินใจว่า จะไม่ยอมแพ้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
  • เราต้องกล้าบ้ามากพอจึงจะประสบความสำเร็จ