สรุปหนังสือ กฎ 20 ชั่วโมงแรก (The First 20 Hours) เขียนโดย Josh Kaufman Min

📚 สรุปหนังสือ กฎ 20 ชั่วโมงแรก (The First 20 Hours)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“การเรียนรู้ทักษะใหม่” เป็นสิ่งที่ไม่ได้ไกลตัว และง่ายกว่าที่เราคิด ถ้าเรารู้วิธีการและกลยุทธ์ที่ดี ซึ่งถ้าเรารู้สิ่งนี้ มันจะช่วยย่นระยะเวลาและพลังงานในการเรียนรู้ของเราอย่างมหาศาล เหมาะกับยุคที่ผู้คนที่ไม่ได้มีเวลาเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ มากหนัก

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“ชีวิตคนเราช่างสั้นนัก เมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องใช้เรียนรู้ทักษะ”

สรุปหนังสือ กฎ 20 ชั่วโมงแรก (The First 20 Hours) เขียนโดย Josh Kaufman

  • จงทำงานให้ฉลาดกว่าเดิม ไม่ใช่หนักกว่าเดิม กระบวนการฝึกทักษะไม่ใช่เรื่องของจำนวนชั่วโมงที่ใช้ แต่อยู่ที่ว่าเราทำอะไรกับเวลาเหล่านั้นต่างหาก
  • งานวิจัยของ ดร. เค. แอนเดอร์ส เอริกสัน จากมหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตนได้ระบุว่า การจะมีทักษะในระดับผู้เชี่ยวชาญ ต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ย 10,000 ชั่วโมงในการฝึกอย่างจดจ่อ
    • การที่จะเก่งระดับโลกได้นั้นอาจต้องใช้เวลา 10,000 ชมไปกับการพยายามอย่างจดจ่อ แต่การพัฒนาทักษะให้ดีในระดับที่ต้องการอาศัยความพยายามน้อยกว่านั้นมาก
    • ปล่อยให้กฎ 10,000 ชมเป็นเรื่องของมืออาชีพ เราจะเริ่มต้นด้วยการทุ่มเทความพยายามอย่างชาญฉลาดเป็นเวลาเพียง 20 ชม

การฝึกทักษะอย่างรวดเร็ว คืออะไร?

  • การฝึกทักษะอย่างรวดเร็วเป็นการแบ่งทักษะที่ต้องการฝึกออกเป็นส่วนย่อย ๆ จากนั้นพิจารณาว่าทักษะย่อยใดสำคัญที่สุด แล้วฝึกทักษะเหล่านั้นก่อนอย่างเป็นระบบ
  • การฝึกทักษะอย่างรวดเร็วมี 4 ขั้นตอนหลัก
    1. การแบ่ง (Deconstructing) ทักษะออกเป็นส่วนย่อย ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
    2. การเรียนรู้ (Learning) แต่ละทักษะย่อยให้มากพอที่จะสามารถฝึกได้อย่างชาญฉลาด พร้อมแก้ไขสิ่งผิดพลาดระหว่างการฝึก
    3. การกำจัด (Removing) อุปสรรคทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ที่ขัดขวางการฝึก
    4. การฝึก (Practicing) ทักษะย่อยที่สำคัญที่สุดอย่างน้อย 20 ชั่วโมง
  • ต้องตัดสินใจว่าจะฝึกทักษะอะไร หาวิธีที่ดีที่สุด กำหนดเวลา แล้วฝึกจนกระทั่งเก่งในระดับที่ตั้งเป้าไว้
  • ความคิดสร้างสรรค์ ความยืดหยุ่น และอิสระในการลองผิดลองถูก เป็นองค์ประกอบสำคัญของการฝึกทักษะอย่างรวดเร็ว

การฝึกฝนทักษะใหม่

  • ต้องเชื่อก่อนว่าตัวเองมีศักยภาพพอที่จะฝึกทักษะใหม่ได้ คนส่วนใหญ่มักเชื่อว่าทักษะของตัวเองถูกกำหนดเอาไว้แล้ว คือ ถ้าไม่เก่งหรือไม่มีพรสวรรค์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็จะไม่สามารถทำเรื่องนั้นได้ดี
  • การฝึกทักษะใหม่ต้องอาศัยการจดจ่อเป็นระยะเวลานาน รวมถึงต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความยืดหยุ่น และอิสระในการกำหนดมาตรฐานความสำเร็จของตัวเองด้วย
  • 3 ขั้นตอนของการฝึกทักษะใหม่
    1. ขั้นทำความเข้าใจ (ขั้นต้น) ทำความเข้าใจ ศึกษา และค้นหาวิธี พร้อมแบ่งทักษะออกเป็นส่วนย่อย ๆ ที่สามารถจัดการได้
    2. ขั้นสร้างความเชื่อมโยง (ขั้นกลาง) ลงมือฝึกทักษะ สังเกตการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม และการปรับเปลี่ยนวิธีการฝึกให้สอดคล้อง
    3. ขั้นทำได้โดยอัตโนมัติ (ขั้นสุดท้าย) ใช้ทักษะได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องคิดหรือเพ่งสมาธิกับมัน
  • กระบวนการฝึกทักษะเกิดขึ้นในสมองของเราตลอดเวลา สมองไม่เคยหยุดนิ่ง มันเรียนรู้ จดจำ และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ตลอดเวลา
  • ทางลัดที่ปราศจากการฝึกไม่มีอยู่จริง ถ้าไม่ฝึกก็จะไม่มีทักษะเกิดขึ้น
  • เวลาเดียวที่เราสามารถเลือกเพื่อการฝึกได้ก็คือ วันนี้

หลักการ 10 ข้อในการฝึกทักษะอย่างรวดเร็ว

  1. เลือกทำสิ่งที่สนใจ
    • เลือกปัญหาที่อยากแก้ไขหรือสิ่งที่สนใจ
    • ยิ่งอยากเก่งทักษะนั้นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งฝึกมันได้เร็วขึ้นเท่านั้น
    • คนเราจะเรียนรู้สิ่งที่ตัวเองสนใจได้เร็วกว่า
  2. ทุ่มเททีละทักษะ
    • หนึ่งในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในการฝึกทักษะใหม่ คือ การพยายามที่จะฝึกหลายทักษะในเวลาเดียวกัน
    • การฝึกทักษะใหม่ ๆ ต้องอาศัยเวลาสำหรับการจดจ่อและทุ่มเทที่มากพอ
    • เลือกทักษะใหม่เพียงทักษะเดียว จากนั้นก็ทุ่มเทสมาธิและพลังงานทั้งหมดไปกับการฝึกทักษะนั้น หยุดคิดถึงทักษะอื่น ๆ ที่อยากมีไว้ชั่วคราว
  3. กำหนดระดับทักษะที่ต้องการ
    • คำถามคือ เราอยากใช้ทักษะที่คุณกำลังฝึกได้ดีแค่ไหน
    • ยิ่งระบุระดับทักษะที่ต้องการอย่างเจาะจงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
    • การกำหนดระดับ ช่วยให้รู้ว่าจะฝึกในลักษณะไหน
    • ยิ่งกำหนดระดับทักษะที่ต้องการต่ำมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งฝึกทักษะได้เร็วขึ้นเท่านั้น
    • เน้นไปที่ความมีประสิทธิภาพและความเร็วสูงสุด ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ
  4. ย่อยทักษะ
    • ทักษะส่วนใหญ่แล้วมักประกอบขึ้นจากทักษะย่อย ๆ หลายส่วนรวมกัน
    • แบ่งทักษะออกไปเป็นส่วนย่อย ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
    • การเล่นกอล์ฟ มีทักษะที่ประกอบไปด้วยทักษะย่อย ๆ เช่น การเลือกไม้กอล์ฟ การตีลูกจากที่ตั้งลูก การตีลูกจากหลุมทราย
    • เมื่อย่อยแล้ว การพิจารณาว่าทักษะย่อยใดสำคัญที่สุดก็จะง่ายขึ้น
    • การจดจ่อกับทักษะย่อยที่สำคัญก่อนจะช่วยให้พัฒนาทักษะได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ความพยายามน้อยลง
  5. หาเครื่องมือที่จำเป็น
    • พิจารณาเครื่องมือ อุปกรณ์ สภาพแวดล้อม และจะหาเครื่องมือที่ดีที่สุดได้อย่างไร
    • เช่น เตะบอล ก็ต้องมีพื้นที่ มีลูกบอล
  6. กำจัดอุปสรรคในการฝึก
    • อุปสรรคทางอารมณ์ เช่น ความกลัว ความเคลือบแคลงสงสัย หรือความอับอาย
    • การไขว้เขวเพราะสิ่งแวดล้อม เช่น โทรทัศน์ โทรศัพท์ หรืออีเมล์ที่เข้ามา
    • การขาดแคลนทรัพยากร เช่น การใช้เครื่องมือที่ยืมมา หรืออาศัยเครื่องมือที่ช่วงเวลาใช้งานจำกัด
    • เมื่อเผชิญอุปสรรค ให้ลองปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ให้ง่ายต่อการเริ่มต้นฝึกทักษะมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  7. กำหนดเวลาฝึกทักษะ
    • ไม่มีใครสามารถเพิ่มเวลาได้ ไม่มีใครที่จู่ ๆ ก็มีเวลาเพิ่มขึ้นมาอย่างน่ามหัศจรรย์
    • ต้องสละเวลาที่เหลือแต่ละวันให้มากที่สุด ยิ่งมากเท่าไหร่ ยิ่งดี
    • ตัดกิจกรรมที่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์ทิ้งไป ก็จะมีเวลาสำหรับการฝึกทักษะใหม่มากขึ้น
    • จัดสรรเวลาอย่างน้อย 90 นาทีต่อวัน
    • ตั้งปณิธานไว้ล่วงหน้าว่าจะฝึกให้ครบอย่างน้อย 20 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องเดินหน้าต่อ
  8. สร้าผลตอบรับที่รวดเร็ว
    • ต้องทำให้ได้รับข้อมูลอันแม่นยำอย่างรวดเร็วว่าทักษะที่เรากำลังฝึกพัฒนาไปถึงไหนแล้ว
    • ยิ่งได้รับผลตอบรับช้าเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องใช้เวลาฝึกทักษะมากขึ้นเท่านั้น
    • เช่น การฝึกทักษะการเขียนโปรแกรม เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เขียนโค้ดไป ก็สามารถทราบผลได้เลยว่าถูกต้องหรือไม่
  9. จับเวลาฝึกเป็นรอบ ๆ
    • ตั้งเวลาไว้ 20 นาทีต่อการฝึก 1 รอบ
    • ลองกำหนดเวลาฝึก 3-5 รอบต่อวัน
    • เมื่อนาฬิกาเริ่มนับถอยหลังเมื่อไหร่ จะต้องฝึกจนกระทั่งหมดเวลาโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ
    • ยิ่งฝึกอย่างต่อเนื่องมากเท่าไหร่ ยิ่งพัฒนาทักษะได้เร็วขึ้น
  10. เน้นปริมาณและความเร็ว
    • อย่าคาดหวังผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่เริ่ม
    • เน้นไปที่ปริมาณและความเร็วให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้รูปแบบการฝึกที่ดีพอ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ
    • ยิ่งฝึกได้เร็วและบ่อยเท่าไหร่ ก็ยิง่พัฒนาทักษะได้เร็วขึ้นเท่าน้้น

หลัก10 ข้อสำหรับการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. หาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับทักษะนั้นและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
    • ลองหาข้อมูลในเว็บ ไปร้านหนังสือหรือห้องสมุดที่เกี่ยวข้องกับทักษะนั้น
    • หาหนังสือ สื่อการเรียนรู้ การฝึกอบรม หรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ อย่างน้อย 3 แหล่งที่เกี่ยวข้องกับทักษะที่กำลังพยายามฝึก
    • เป้าหมาย คือ เพื่อค้นหาทักษะย่อยที่สำคัญที่สุด องค์ประกอบสำคัญ และเครื่องมือที่จำเป็น
    • ยิ่งมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับทักษะนั้นมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเตรียมตัวได้ดีมากขึ้นเท่านั้น
    • อ่านข้อมูลแบบผ่าน ๆ ดีกว่าการอ่านอย่างละเอียด
    • หาอ่านเทคนิคต่าง ๆ ที่คนอื่นทำไว้แล้ว เพื่อลดการลองผิดลองถูก
  2. ลงมือทำสิ่งที่ไม่เข้าใจ
    • การค้นหาข้อมูลเบื้องต้นเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุด แต่ส่วนใหญ่เราจะยังไม่เข้าใจข้อมูลที่ได้มาจนกกว่าจะเริ่มลงมือฝึกจริง ๆ
  3. มองหาแบบแผนความคิดและภาพเชื่อมโยง
    • แบบแผนความคิด (Mental Model) คือ หน่วยการเรียนรู้พื้นฐานที่สุด ซึ่งช่วยให้เราทำความเข้าใจ และจัดประเภทสิ่งต่าง ๆ หรือความสัมพันธ์ในโลกนี้
    • การสั่งสมแบบแผนความคิดที่ถูกต้อง จะทำให้เราคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
    • ยิ่งสังเกตเห็นแบบแผนความคิดและภาพเชื่อมโยงในขณะหาข้อมูลเบื้องต้นได้มากเท่าไหร่ การฝึกของเราก็จะยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น
  4. คิดมุมกลับ
    • วิธีช่วยให้เข้าใจการฝึกทักษะใหม่ คือ การคิดถึงความผิดพลาด ไม่ใช่ความสมบูรณ์
    • จะเป็นยังไง ถ้าทุกสิ่งที่ทำผิดพลาดไปหมด ถ้าผลลัพธ์ออกมาเลวร้ายที่สุด
    • การคิดมุมกลับ ทำให้เราต้องเตรียมตัว เช็กความปลอดภัย และมองเห็นองค์ประกอบสำคัญที่ยังไม่ปรากฎเด่นชัด
  5. พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อตั้งความคาดหวังที่เหมาะสม
    • เมื่อเริ่มต้นเป็นเรื่องปกติที่จะประเมินความยากของทักษะนั้นไว้ต่ำหรือสูงเกินไป
    • การพูดคุยกับผู้ที่เคยฝึกทักษะนั้นก่อน จะช่วยล้างความเข้าใจผิด ๆ จะรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง และยังทำให้ไม่ท้อใจตั้งแต่เริ่มกระบวนการ
  6. กำจัดสิ่งล่อใจที่อยู่รอบตัว
    • สิ่งล่อใจคือศัตรูของการฝึกทักษะอย่างรวดเร็ว เพราะมันจะรบกวนสมาธิในการฝึก เมื่อไม่มีสมาธิการฝึกทักษะก็จะช้าลง
    • ต้องป้องกันสิ่งนี้ได้ตั้งแต่ก่อนฝึก ใช้เวลาคาดการณ์และจำกัด หรือลงมือทำมันก่อน
    • ยิ่งมีสิ่งล่อใจในขณะฝึกน้อยเท่าไหร่ ก็จะยิ่งฝึกทักษะได้เร็วขึ้นเท่านั้น
  7. ทบทวนความจำเป็นระยะ
    • การทบทวนจะช่วยเน้นย้ำแนวคิดนั้น และบันทึกลงในความจำระยะยาว
    • นักวิจัยพบว่าความจำจะแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป หมายความว่า จะต้องหมั่นทบทวนแนวคิดใหม่เป็นประจำ
  8. กำหนดขั้นตอนมาตรฐานและรายการตรวจสอบ
    • ขั้นตอนมาตรฐานคือแบบแผนที่ฝึกทักษะนั้นเป็นประจำ
    • นึกถึงกิจวัตรที่นักบาสเกสบอลซ้อมโยนลูกโทษ เริ่มจากเช็กมือกับกางเกง ปล่อยไหล่ลง รับลูกบอลจากกรรมการ ตบบอล 3 ครั้ง หยุด 3 วินาที แล้วโยนลูกออกไป
    • การกำหนดขั้นตอนมาตรฐานและรายการตรวจสอบจะทำให้ฝึกอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังทำให้นึกภาพการฝึกตัวเองได้ง่ายขึ้น
  9. คาดเดาและทดลอง
    • การทดลองทำสิ่งใหม่เพื่อดูว่าสิ่งนั้นได้ผลจริงหรือไม่ และเป็นบททดสอบว่าเราจะได้ประโยชน์จากสิ่งที่เรียนรู้หรือไม่
    • ใช้สมุดบันทึกหรือเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อบันทึกผลการทดลอง และตั้งสมมุติฐานในขณะฝึก บันทึกการคาดเดาและความคิดใหม่ ๆ
  10. อย่าฝืนตัวเอง
    • การตั้งเวลาไว้ 60-90 นาที ก่อนเริ่มฝึก จะทำให้รู้ช่วงเวลาที่ต้องหยุดพัก
    • แบ่งการฝึกออกเป็นช่วง ๆ สลับกับหยุดพัก หากจำเป็น เช่น ฝึก 20 หยุด 10 จากนั้นฝึกต่อ 20 หยุดพัก 10