สรุปหนังสือ คนที่ทำงานเก่งที่สุดในโลก เขาทำอะไรกัน (The Fred Factor) เขียนโดย Mark Sanborn

📚 สรุปหนังสือ คนที่ทำงานเก่งที่สุดในโลก เขาทำอะไรกัน (The Fred Factor)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ คนที่ทำงานเก่งที่สุดในโลก เขาทำอะไรกัน (The Fred Factor)

“เฟร็ด” คือ บุรุษไปรษณีย์ที่ดูมีชีวิตธรรมดา แต่สามารถสร้างชีวิตที่มีความหมาย และสร้างความแตกต่างกับชีวิตได้ด้วยหลักการง่าย ๆ คือ “ทำให้คนอื่นมีความสุข”

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

เมื่อเห็นคนอื่นที่เราทำให้เขามีความสุข เราย่อมได้รับของความสุขนั้นเป็นสิ่งตอบแทน และเป็นความสุขที่ทรงพลังอย่างมาก เพราะมันทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่า มีความหมาย

ซึ่งเราทุกคนสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ทุก ๆ วัน เช่นที่เฟร็ดทำ แล้วชีวิตหลังจากการตื่นนอนทุก ๆ เช้า ของเราจะแตกต่างไปจากเดิม

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“ยิ่งเราเติบโตขึ้นก็ยิ่งมีสิ่งต่าง ๆ ให้แบ่งปันกับผู้อื่นมากขึ้น”

สรุปหนังสือ คนที่ทำงานเก่งที่สุดในโลก เขาทำอะไรกัน (The Fred Factor) เขียนโดย Mark Sanborn

  • เฟร็ด และวิธีทำงานแบบเฟร็ด คือ แบบอย่างที่สมบูรณ์แบบของความเป็นเลิศในการทำงานในศตวรรษที่ 21
  • ไม่ว่าใครก็เป็นเฟร็ดได้ สามารถนำไปใช้ได้กับทุกคน ทุกสาขา อาชีพ ทุกสถานการณ์ และทุกเวลา เราจะไม่เพียงประสบความสำเร็จในการทำงานเท่านั้น แต่ยังจะมีชีวิตที่สุดพิเศษอีกด้วย
  • งานทำให้คนเรามีเกียรติ
  • งานทำให้เรามีโอกาสในการทำให้ลูกค้ามีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น
  • เมื่อได้ทำสิ่งดี ๆ เราจะรู้สึกดี
  • ความสุขของผู้อื่นคือรางวัลของเรา
  • ไม่มองลูกค้าแค่ลูกค้า แต่เป็นเพื่อนที่มองเห็นคุณค่าความพยายามของเราในการช่วยมอบคุณค่า บริหาร สินค้าดี ๆ ให้
  • จงปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างที่อยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา
  • มองทุกวันเป็นวันใหม่ และทำแต่ละวันให้ดีกว่าเมื่อวาน อย่าเสียเวลาหนึ่งวันไปโดยเปล่าประโยชน์
  • คนเราไม่ควรทำสิ่งที่ถูกต้องเพราะจำใจ แต่ทำเพราะมันเป็นสิ่งที่ถูกที่ควร
  • การใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องอาศัยการเป็นผู้ให้มากกว่าการเป็นผู้รับ
  • การช่วยเหลือผู้อื่นไม่ใช่หน้าที่ หากแต่เป็นโอกาส
  • การช่วยเหลือเป็นเรื่องสนุกกว่าการได้รับความช่วยเหลือ
  • จงทำให้ดีที่สุด เพราะมีคนเฝ้ามองเราอยู่
  • อย่าเข้มงวดกับตัวเองมากเกินไป เมื่อได้พยายามทำดีที่สุดแล้ว มันย่อมส่งผลดีต่อชีวิตของคนอื่นแล้ว

ลักษณะของเฟร็ด

  • ทำงานเกินหน้าที่รับผิดชอบ
  • ใส่ใจ คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น
  • ทำสิ่งที่เกินความคาดหวัง
  • พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือผู้อื่น

หัวใจสำคัญของความเป็นเฟร็ด 4 ข้อ

หลักการที่ 1 ทุกคนสร้างความแตกต่างได้

  • เราทุกคนสามารถสร้างความแตกต่างได้เสมอ
  • มนุษย์เราทุกคนล้วนอยากรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า อยากรู้สึกว่าสิ่งที่ทำในแต่ละวันไม่ใช่แค่การหาเลี้ยงชีพ แต่เป็นการใช้ชีวิตอยู่เพื่อทำสิ่งที่มีความหมาย
  • ลองเปลี่ยนงานที่ทำอยู่ให้กลายเป็นงานที่เรารักโดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวงาน แต่ใช้วิธีทำงานในแบบที่แตกต่างออกไปแทน
  • ผู้ที่จะกำหนดว่างานที่ทำเป็นเรื่องธรรมดาหรือเป็นสิ่งพิเศษก็คือ คนที่ทำงานนั้น
  • นิยามความสำเร็จหนึ่งอย่าง คือ การทำงานให้สนุก และดีเยี่ยมในเวลาเดียวกัน
  • หากทำบางอย่างโดยหวังว่าจะได้รับคำขอบคุณหรือคำยกย่องชมเชย มักจะผิดหวังเสมอ
  • หากเริ่มทำสิ่งที่ถูกต้อง โดยรู้ว่าการได้ทำ คือ รางวัลในตัวของมันเอง เราจะรู้สึกพึงพอใจ ไม่ว่าคนอื่นจะให้การยอมรับหรือไม่ก็ตาม (ถ้าได้รับรางวัลหรือมีคนยอมรับก็ยิ่งดี)
  • เราสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ทุกวัน ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม บ่อยครั้งการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ได้
    • เราเปลี่ยนแปลงโลกของคนรักหรือลูก ๆ โดยการให้เวลาหรือแสดงความรักมากขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจเปลี่ยนโลกทั้งใบของพวกเขาในวันนั้นไปเลยก็ได้
    • เราเปลี่ยนแปลงโลกของเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า พนักงานขายสินค้า หรือพนักงานในร้านอาหารได้ด้วยรอยยิ้มหรือใบหน้าที่บูดบึ้ง
  • ทุกคนล้วนสร้างความแตกต่างในทุก ๆ วันกันอยู่แล้ว
  • การสร้างความแตกต่างหมายถึงการสร้างผลกระทบบางอย่างต่อบุคคล กลุ่มคน หรือสถานการณ์
    • การใส่ใจคนอื่น การให้เกียรติ และการปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างสุภาพ ล้วนสร้างความแตกต่างในแง่บวก
    • การเฉยเมย การวิพากษ์วิจารณ์ และการดูถูกดูแคลน ล้วนก่อให้เกิดความแตกต่างในแง่ลบ
  • คำถามสำคัญที่สุดที่ควรถามตัวเองคือ ฉันสร้างความแตกต่างในแง่ไหน
  • 3 กลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่าง
    • กลยุทธ์ที่ 1 : ระบุว่าจะสร้างความแตกต่างเมื่อไหร่?
      • คำตอบ คือ ทุกโอกาส
    • กลยุทธ์ที่ 2 : กำหนดเป้าหมายว่าคุณอยากสร้างความแตกต่างให้ใคร?
      • คำตอบ คือ ขึ้นอยู่กับเรา ลูกค้า ครอบครัว เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน
    • กลยุทธ์ที่ 3 : มองให้เห็นความแตกต่าง
      • ใช้เวลาพิจารณา คิด ทบทวน จะช่วยให้มองออกว่า เราสามารถสร้างความแตกต่างในสถานการณ์ที่คุณเผชิญอยู่ได้อย่างไร

หลักการที่ 2 ความสำเร็จมีรากฐานอยู่บนความสัมพันธ์

  • การบริการที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้ให้บริการ และผู้รับบริการมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
  • ไม่ว่าจะเป็นงานประเภทไหนหรือธุรกิจอะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการสร้างความสัมพันธ์ เพราะคุณภาพความสัมพันธ์จะเป็นตัวกำหนดคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการ
  • ตระหนักว่างานที่ทำเกี่ยวข้องกับการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์
  • ฝึกฝนตัวเองให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสังคม
  • ใส่ใจการปฏิสัมพันธ์ทุกครั้ง โดยไม่ได้ใช้คนรอบตัวเป็นทางผ่านไปสู่ผลลัพธ์ แต่ใช้ความสัมพันธ์ในการสร้างรากฐานไปสู่ความสำเร็จ
  • ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น สร้างความจงรักภักดี และเป็นรากฐานของความร่วมมือทางธุรกิจ และการทำงานเป็นทีม
  • คุณภาพความสัมพันธ์ขึ้นอยู่กับปริมาณเวลาที่คุณทุ่มเทให้กับความสัมพันธ์นั้น เราจึงควรมอบช่วงเวลาที่ดีที่สุดให้กับคนที่อยากสร้างความสัมพันธ์ด้วย
  • สร้างความสัมพันธ์กับทุกคน แม้แต่กับเด็ก 3 ขวบ
  • กฎเหล็ก 7 ข้อของการสร้างความสัมพันธ์
    1. เป็นตัวเอง ไม่แสร้งทำตัวเป็นคนอื่น
    2. ใส่ใจผู้อื่น
    3. เป็นผู้ฟังที่ดี
    4. เข้าอก เข้าใจผู้อื่น
    5. ซื่อสัตย์ ซื่อตรง รักษาคำพูด
    6. มีใจที่จะชอบช่วยเหลือ
    7. ตรงต่อเวลา

หลักการที่ 3 สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง

  • ทักษะที่สำคัญที่สุด คือ ความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า และเพื่อนร่วมงานโดยไม่ต้องใช้เงิน แต่ใช้จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์แทน
  • ยิ่งรีบใช้เงินแก้ปัญหามากเท่าไหร่ ก็มีแนวโน้มที่มันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดน้อยลงเท่านั้น
  • ความจริงแล้วคนเราต้องแข่งขันกับศักยภาพของตัวเองทุกวัน และโดยส่วนใหญ่แล้วก็มักจะทำได้ต่ำกว่าขีดความสามารถที่แท้จริงเสมอ
  • การทำอะไรก็ตาม ที่ไม่ได้ช่วยสร้างมูลค่าใด ๆ ล้วนเป็นการเสียเวลาและพลังงาน
  • เฟร็ด ประสบความสำเร็จด้วยการเสนอแนวคิด ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดีกว่าคู่แข่ง และไม่ได้มีแค่มูลค่าที่เพิ่มขึ้น แต่ยังลงมือเพิ่มมูลค่านั้นด้วยตัวเอง
  • จงสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการทำมากกว่าที่ผู้คนคาดหวัง โดยที่ตัวเองแทบไม่ได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเลย
  • หากเรามองไม่เห็นความหมายของสิ่งที่ทำอยู่ ก็ไม่สามารถสร้างคุณค่าให้สิ่งนั้นได้
  • หลักสูตรสร้างมูลค่าเพิ่มแบบเร่งรัด
    1. พูดความจริงเสมอ
    2. ใช้ความเป็นตัวเองให้กลายเป็นพลัง
    3. ดึงดูดการนำเสนอด้วยศิลปะ หรือสร้างเอกลักษณ์บางอย่าง
    4. ตอบสนองความต้องการล่วงหน้า
    5. เพิ่มเติม “สิ่งดี ๆ” สร้างประสบการณ์ในเชิงบวก เช่น ความสนุกสนาน ความกระตือรือร้น หรืออารมณ์ขัน
    6. กำจัด “เรื่องแย่ ๆ” ของตัวเอง
    7. ทำให้ง่ายเข้าไว้ ลดขั้นตอน ความเข้มงวดออกไป
    8. พัฒนา ทำให้ดีขึ้น
    9. สร้างความประหลาดใจ
    10. สร้างความบันเทิงให้ผู้อื่น

หลักการที่ 4 : หมั่นสร้างความแปลกใหม่ให้ตัวเอง

  • ทุกเช้าที่ตื่นนอน คือ การเริ่มต้นชีวิตใหม่ เราสามารถเลือกที่จะทำงานหรือใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการให้เป็นเสมอ
  • หากอยากก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง แค่ต้องหยิบฉวยโอกาสในการสร้างความแปลกใหม่ให้กับตัวเองในแต่ละวัน ด้วยการลงมือทำในสิ่งเล็ก ๆ หรือเรื่องที่ยิ่งใหญ่
  • วิธีเพิ่มมูลค่าที่ดีที่สุด คือ การพัฒนาตัวเอง
  • การถูกบีบให้ทำบางอย่างที่ควรทำแต่ไม่ได้อยากทำ สามารถบั่นทอนความเป็นเราได้
  • ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านให้เต็มที่ ผ่านการใคร่ครวญว่า อะไรคือบทเรียนที่สำคัญที่สุดที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์นั้น
  • เขียนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาในแต่ละวัน หยิบฉวยและใช้ประโยชน์จากมันให้มากที่สุด
  • จงฉลาดในการลงมือทำ
  • พัฒนาจากสิ่งที่ดีที่สุด ลองค้นหาว่าคนที่เก่งที่สุดทำอะไร จากนั้นก็เฝ้าสังเกตและเรียนรู้ แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้พิเศษในแบบของตัวเอง
  • ทำสิ่งพิเศษวันละครั้ง เพราะการเปลี่ยนเรื่องธรรมดาให้กลายเป็นสิ่งพิเศษเกิดจากการลงมือทำแบบค่อยเป็นค่อย
  • ถ้าเราทำเรื่องพิเศษ เช่น แสดงความรักต่อแฟน พูดชมคนเพื่อนร่วมงาน วันละครั้งทุกวันเป็นเวลา 1 ปี ไม่นานชีวิตเราก็จะเต็มไปด้วยสิ่งพิเศษ
  • จงแข่งขันกับตัวเองด้วยการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
  • อย่ารอให้ถึง “เวลาที่เหมาะสม” เพราะมันไม่มีวันมาถึง
  • เราอาจทำงานประจำที่ไร้อนาคตที่สุดบนโลกใบนี้ แต่ก็ไม่ควรเอามันมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่สร้างความแปลกใหม่ให้ตัวเอง และงานของเรา