สรุปหนังสือ วิถีความสุขจากทุกมุมโลก (The Little Book of Lykke) เขียนโดย Meik Wiking

📚 สรุปหนังสือ วิถีความสุขจากทุกมุมโลก (The Little Book of Lykke)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“ความสุข” คือ สิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนา แต่น้อยคนนักที่จะเข้าใจว่ามันคืออะไร มันวัดยังไง หนังสือเล่มนี้จะพาเราออกสำรวจหลักของความสุข 6 ประเภท ความเป็นหนึ่งเดียวกัน เงิน สุขภาพ เสรีภาพ ความไว้วางใจ และความมีน้ำใจ

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

ความสุขเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้ และสร้างขึ้นได้

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“ถ้าอยากมีความสุขสักชั่วโมงหนึ่ง ให้นอนหลับสักงีบ ถ้าอยากมีความสุขสักวันหนึ่ง ให้ออกไปตกปลา ถ้าอยากมีความสุขสักปีหนึ่ง ให้รับมรดกก้อนโต ถ้าอยากมีความสุขชั่วชีวิต ให้ช่วยเหลือผู้อื่น”

สรุปหนังสือ วิถีความสุขจากทุกมุมโลก (The Little Book of Lykke) เขียนโดย Meik Wiking

  • สิ่งที่เป็นยอดปรารถนาของมนุษย์ทุกคน คือ ความสุข
  • ลุกกะ (Lykke) เป็นภาษาเดนมาร์ก ซึ่งเป็นแนวคิดเรื่องความสุขในชีวิตประจำวันตามฉบับชาวเดนมาร์ก
  • ประเทศเดนมาร์กเป็นประเทศแรก ๆ ที่จะถูกนึกถึงเมื่อพูดถึง “ความสุข” (ข้อมูลอันดับล่าสุดปี 2021 อยู่อันดับ 2 รองจาก Finland)
  • ปัจจัยความสุข 6 อย่าง คือ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน (ชุมชน) เงิน สุขภาพ เสรีภาพ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และน้ำใจ
  • มนุษย์เราวัดความสุขด้วยตัวเงินมาหลายทศวรรษ เช่น มีเงินเดือนเท่าไหร่? มีรถรุ่นอะไร มีบ้านราคาเท่าไหร่?
  • เราใช้รายได้เป็นตัวแทนค่าของความสุข ความอยู่ดีมีสุข หรือคุณภาพชีวิต และใช้ GDP ต่อหัวเป็นตัวชี้วัดความก้าวหน้าของประเทศชาติ แต่ความสุขนั้นไม่สามารถวัดเช่นนั้นได้ เพราะความสุขเป็นเรื่องของความรู้สึกของแต่ละคน
  • เรารู้สึกมาตลอดว่ามีเงินเท่ากับมีความสุข ใช่เงินเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเพียงอย่างเดียวที่จะทำบันดาลสุขให้เรา
  • เราควรใช้ความรู้สึกของเราเป็นมาตรวัดความสุขมากกว่าสิ่งของภายนอก
  • ความสุขมีความหมายแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน เรามองความสุขในแบบหนึ่ง คนอื่นอาจมองอีกแบบหนึ่ง
  • ความสุขไม่ได้เกิดจากสิ่งใดสิ่งเดียว มันเป็นองค์ประกอบรวมของหลาย ๆ อย่างมารวมตัวกัน
  • มิติความสุขมี 2 ด้าน คือ ความสุขในขณะนี้ (มิติด้านอารมณ์) กับ ความสุขโดยรวม (มิติด้านการนึกคิด)
  • มิติด้านอารมณ์ เน้นศึกษาอารมณ์ความรู้สึก เช่น เมื่อวานมีความสุข ซึมเศร้า เสียใจ กังวลหรือเปล่า? หัวเราะบ้างไหม? รู้สึกมีความสุขหรือไม่?
  • มิติด้านการนึกคิด คือ การดูภาพรวมชีวิตแล้วประเมินว่า โดยรวมพึงพอใจกับชีวิตแค่ไหน มีความสุขมากน้อยแค่ไหน
  • ทั้ง 2 มิตินี้มีความเชื่อมโยงกันในระดับหนึ่ง เช่น ถ้าชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยอารมณ์เชิงบวก ก็มีแนวโน้มที่ระดับความพึงพอใจในชีวิตโดยรวมจะสูงขึ้น หรืออีกด้าน ถ้าเจออะไรแย่ ๆ แต่เช้า แต่ยังรู้สึกว่าโดยรวมแล้ว เรามีชีวิตที่ดีอยู่ก็ได้
  • โดยทั่วไปคนที่ใช้ชีวิตในชนบทมีความสุขมากกว่าคนที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ เป็นเพราะคนอยู่ในเมืองจะมีความทะเยอทะยานสูงกว่า ทำให้เกิดความรู้สึกไม่อใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอยู่เสมอ
  • ความสุขไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อเราได้เป็นเจ้าของรถคันใหญ่ แต่เกิดขึ้นเมื่อได้รู้ว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่า คือ เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน หรือกลุ่มผู้คน
  • ความร่ำรวยไม่ได้วัดด้วยยอดเงินในบัญชี แต่วัดจากสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น สุขภาพของคนที่เรารัก ความรู้สึกซาบซึ้งถึงคุณค่าของสิ่งที่เรามี
  • สถาบันวิจัยความสุขพบว่า ประเทศที่มีความสุขที่สุดล้วนมีบรรยากาศของชุมชนที่เข้มแข็ง
  • ความเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง ความรู้สึกว่าปลอดภัยและมั่นคงที่เพิ่มมากขึ้น มิตรภาพที่งอกงามและแน่นแฟ้น ทั้งหมดจะส่งผลกระทบต่อความสุขของคนเรา
  • คนที่มีความสุขที่สุดต่างมีใครสักคนให้พึ่งพิงยามตกทุกข์ได้ยาก
  • ชาวเดนมาร์กเป็นชาติที่ผู้คนพบปะญาติมิตรบ่อยที่สุด และมีความรู้เชื่อว่าเพื่อน ๆ จะคอยประคับประคองหากพวกเขาล้ม
  • เคล็ดลับความสุข ใช้เวลาทานข้าว นั่งล้อมวงกับครอบครัว เพื่อน ๆ และเพลิดเพลินการกินด้วยกัน
  • ชาวเดนมาร์กจ่ายภาษีแพงอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ยังมีความสุข เพราะรู้สึกว่าว่าการจ่ายภาษีนี้ไป เมื่อยากลำบาก จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล จากชุมชน
  • เรามีเพื่อนบ้านที่นับเป็นเพื่อนได้กี่คน ชาวเดนมาร์กกว่า 39% มีเพื่อนบ้านมากกว่า 7 คน
  • เงินกับความสุขเป็นอะไรที่ซับซ้อน แต่มีความเกี่ยวโยงกัน
  • ประเทศที่ร่ำรวย ผู้คนมักจะมีความสุขมากกว่าประเทศที่ยากจน
  • เงินกับความสุขเชื่อมโยงกันในแง่ของ การไม่มีเงินคือสาเหตุของความทุกข์
  • ยิ่งเรามีสิ่งใดมากเท่าไร เราจะยิ่งหาความสุขจากสิ่งนั้นได้น้อยลง เค้กชิ้นแรกจึงอร่อยสุด แต่ชิ้นที่ 5 กลับไม่ค่อยอร่อยนัก (เรื่องของเงินเหมือนกัน เช่น เราจะมีความสุขกับเงินล้านแรกมากกว่าตอนถึง 10 ล้าน)
  • คนที่ทะเยอทะยานจะมีความสุขที่สั้นกว่า เพราะทันทีบรรลุเป้าหมาย ก็จะวางเป้าหมายใหม่ ยกระดับเพิ่ม จึงทำให้ไม่พึงพอใจในความสำเร็จของตัวเองอยู่เสมอ
  • ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวเดนมาร์กมีความพึงพอใจในชีวิตในระดับสูงคือ พวกเขามักมีความคาดหวังที่ต่ำอยู่เสมอเกี่ยวอนาคตที่จะมาถึง
  • จงสนุกสนานไปกับการเดินทางสู่เป้าหมายให้เต็มที่ แต่พึงระลึกไว้ว่า การบรรลุเป้าหมายไม่อาจเติมเต็มความสุขให้ได้อย่างสมบูรณ์ (ความสุขอยู่ระหว่างทาง)
  • คนที่มีความสุขรู้ว่าความสุขคือผลพลอยได้จากกระบวนการ ไม่ใช่รางวัลที่จะได้รับ
  • ความคาดหวังเป็นบ่อเกิดของความสุขได้ เช่น นึกภาพคาดหวังว่าจะไปเที่ยวต่างประเทศกับคนรักปีหน้า ภาพเหล่านี้จะสร้างสุขให้เราได้ ณ ตอนนี้ (นึกภาพอนาคตที่ต้องการ เพื่อสร้างสุขในวันนี้)
  • เคล็ดลับความสุข จ่ายวันนี้ มีความสุขวันหน้า เช่น ความฝันเราคืออะไร เริ่มเก็บเงินแยกต่างหากไว้ในบัญชีความสุขเพื่อความฝันนั้นตั้งแต่วันนี้
  • เรากำลังใช้จ่ายเงินที่เราไม่มีเพื่อซื้อของที่เราไม่จำเป็น เพื่อต้องการให้คนที่เราไม่ชอบหน้าประทับใจ
  • ถ้าเราจ่ายเงินซื้อสิ่งที่ไม่ต้องการเพียงเพื่อให้ใครต่อใครประทับใจ เราจะไม่ได้ขยับเข้าใกล้ความสุขมากกว่าเดิมเลย
  • ถ้าต้องการควบคุมการบริโภคเพื่ออวดสถานภาพทางสังคมให้ลองใช้กฎยันเทอ (Law of Jante) คือ อย่าคิดว่ามีใครสนใจเรา อย่าคิดว่าเรามีอะไรพิเศษ อย่าคิดว่าตัวเองรู้ดีกว่า ฉลาดกว่าคนอื่น
  • ประเทศรวยขึ้น ใช่ว่าความสุขจะมากขึ้น เพราะ 90% ของความร่ำรวยที่เกิดขึ้นตกอยู่ในมือของคนเพียง 10% ที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ นี่คือสาเหตุที่ประเทศที่รวยขึ้น แต่ผู้คนไม่ได้มีความสุขขึ้นตาม
  • สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเดนมาร์กมีความสุขคือ คุณภาพชีวิตที่ดี ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยเงินก้อนโต
  • เราต้องระลึกและแยกแยะไว้เสมอว่า ความสุขกับความร่ำรวยไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
  • เมื่อไรที่ค้นพบว่าความสุขไม่ได้มีเงินเป็นรากฐาน เมื่อนั้นเราจะพบขุมทรัพย์ที่แท้จริง
  • ถ้าจะซื้อของให้มีคุณค่า ให้เชื่อมโยงเข้ากับช่วงเวลา ความทรงจำ ประสบการณ์ เช่น เก็บเงินไว้ซื้อมือถือเครื่องใหม่ แต่รอให้อ่านหนังสือครบ 50 เล่มก่อน
  • ทัศนคติ 3 อย่างที่สร้างสุข = อ่าน (อ่านวรรณกรรม ช่วยใคร่ครวญตัวเองผ่านการอ่านเรื่องราว) สร้างแฟ้มเก็บรอยยิ้ม (บันทึกสิ่งที่รู้สึกซาบซึ้งทุกอาทิตย์) ตั้งกลุ่มเพื่อนสนุก (รวมตัวทำกิจกรรมร่วมกัน)
  • แม้เงินสำคัญแต่มันไม่ใช่สิ่งเดียวที่สำคัญ
  • ไม่ใช่แค่ว่าเราหาเงินได้เท่าไหร่ แต่เราทำอะไรกับเงินที่มีด้วย
  • จงซื้อประสบการณ์และความทรงจำ ไม่ใช่สิ่งของ
  • ระหว่างซื้อ iPhone (สิ่งของ) กับไปเที่ยว (ประสบการณ์) คนส่วนใหญ่จะบอกว่าประสบการณ์ให้ความสุขมากกว่า
  • ความสุขมีผลต่อสุขภาพ ถ้าปัจจุบันมีระดับความสุขสูงขึ้น ก็มีแนวโน้มได้ว่าจะมีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นในอนาคต
  • เคล็ดลับความสุขคือการปั่นจักรยาน ชาวเดนมาร์ก 9 ใน 10 คนมีจักรยานเป็นของตนเอง 17% ของการเดินทางทั้งหมดเป็นการปั่นจักรยาน และ 63% ของสมาชิกรัฐสภาปั่นจักรยานไปทำงานทุกวัน
  • อุปสรรคสำคัญที่สุดที่คอยขัดขวางความสุข คือ ความรู้สึกด้อยหรือแปลกแยก
  • การสร้างเมืองที่คนรวยกับคนจนมาพบกันได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะในสวนสาธารณะ บนทางเท้า หรือระบบขนส่งมวลน จะช่วยให้ผู้คนมีความสุขได้มากขึ้น
  • การมีเสรีภาพที่จะเลือกว่าจะใช้ชีวิตยังไง และรู้สึกว่าเราเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของเราเองนั้นเกี่ยวพันกับความสุข
  • เสรีภาพเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คนมีความสุข เพราะไม่มีใครมีความสุขได้อย่างแท้จริง หากไม่รู้สึกว่าได้เลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง
  • ชาวเดนมาร์กเป็นชาติที่รักษาสมดุลระหว่างงานกับชีวิตด้านอื่น ๆ ได้ดีที่สุดชาติหนึ่งในโลก
  • ความยืดหยุ่นส่งผลต่อความสุข เช่น ชาวเดนมาร์กสามารถทำงานที่บ้านหรือเลือกเวลาเริ่มงานด้วยตัวเอง มีวันหยุดแบบได้รับค่าจ้างอย่างน้อย 5 อาทิตย์
  • เราไม่ควรคำนึงถึงรายได้ที่คาดว่าจะได้รับเป็นหลักเมื่อพูดถึงเรื่องงาน แต่ควรคำนึงถึงความพึงพอใจที่ได้จากงานนั้นเป็นสำคัญ
  • งานสามารถเป็นบ่อเกิดของความสุขได้ เช่น ชาวเดนมาร์ก 58% บอกว่า พวกเขาจะยังคงทำงานต่อไป แม้ไม่จำเป็นต้องทำเพื่อเหตุผลทางการเงินแล้วก็ตาม
  • ความสุขของเรา จะลดน้อยลงตามระยะทางที่เดินทางไปทำงาน ยิ่งเดินทางไกล ความสุขก็ยิ่งลดลง
  • ชาวเดนมาร์กมีความสุขเพราะคนในสังคมมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันในระดับสูง
  • ยิ่งมีความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจสูง ผู้คนก็ยิ่งไว้ใจกันมากขึ้น ถ้าเราเชื่อใจกันและกัน ย่อมรู้สึกปลอดภัยและกังวลน้อยลง และมองว่าคนอื่น ๆ เป็นพวกเดียวกันมากกว่าจะเป็นคู่แข่ง จึงทำให้เอื้อต่อความสุขได้ง่ายขึ้น
  • หาหนทางที่จะอาสาช่วยเหลือผู้อื่น ปรับปรุงชุมชนให้ดีขึ้น และพัฒนาตนเองให้รู้จักวางเป้าหมายในชีวิต
  • แจกจ่ายรอยยิ้มและถ้อยคำหวานหู สองสิ่งนี้ สามารถมอบให้กันได้ฟรี ๆ