สรุปหนังสือ บทเรียนเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ (The School of Greatness - A Real-World Guide to Living Bigger, Loving Deeper, and Leaving a Legacy) เขียนโดย Lewis Howes

📚 สรุปหนังสือ บทเรียนสร้างความยิ่งใหญ่ (The School of Greatness)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“ความยิ่งใหญ่” คือสิ่งที่เราทุกคนมีอยู่ในตัวที่รอให้เราเข้ามาบ่มเพาะเพื่อแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างแท้จริง ความยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นได้ด้วยส่วนประกอบหลาย ๆ ด้านในชีวิต

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“หากไม่มีการทำเพื่อผู้อื่น ความสำเร็จก็จะว่างเปล่า”

สรุปหนังสือ บทเรียนเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ (The School of Greatness – A Real-World Guide to Living Bigger, Loving Deeper, and Leaving a Legacy) เขียนโดย Lewis Howes

8 บทเรียนเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่

  • ความยิ่งใหญ่ไม่ได้เกี่ยวกับการทำงานให้มาก หรือ ทำเงินให้มาก แต่มันคือการมีจุดมุ่งหมาย และกลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถเป็นไปได้
  • ความยิ่งใหญ่คือการทำให้ดีขึ้นทุกวัน
  • ความยิ่งใหญ่ คือ การลงมือทำทุกวัน ใช้เวลาหลายปีในการอุทิศ วินัย และแรงผลักดันที่สม่ำเสมอ

บทเรียนที่ 1 จงมีวิสัยทัศน์

  • มองทุกอย่างให้เป็นไปได้ ไม่มีความฝันใดที่ใหญ่เกินไปหรือบ้าเกินไป
  • จงจินตนาการว่า เราต้องการอะไรในชีวิต ถ้าเกิดเราไม่มีทางล้มเหลว?
  • ทำภาพในหัวให้ชัด มองเห็นทุกความเป็นไปได้
  • เราต้องการความปรารถนาที่จะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ และเราจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์เพื่อเติมเต็มความปรารถนานั้น
  • คนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ความสามารถ แต่เป็นความปรารถนาที่จะบรรลุศักยภาพของตนเอง
  • มีเป้าหมายที่รู้สึกว่าทำได้ แต่ต้องไม่ง่ายเกินไป จะทำให้เรามีสมาธิ และทิศทาง ป้องกันไม่ให้เราฟุ้งซ่านหรือท้อแท้ เมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
  • มุ่งสร้างวิสัยทัศน์เป็นอันดับแรก เพราะเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในทุกการเดินทางสู่ความสำเร็จ
  • หากต้องการเป็นเลิศในสิ่งไหน เราต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า เราต้องการอะไร (What) ทำไมถึงต้องการ (Why) และเมื่อใดที่ต้องการให้มันเกิดขึ้นจริง (When)
  • วิสัยทัศน์ไม่ใช่แค่ความฝัน วิสัยทัศน์อันทรงพลังเกิดขึ้นเมื่อเราจับคู่ความฝันกับเป้าหมายที่ชัดเจน
  • ความฝันที่ไร้เป้าหมาย เป็นเพียงจินตนาการ
  • การมีวิสัยทัศน์ไม่ใช่เพียงทำให้เรารู้ชัดเจนว่าเราต้องการอะไร แต่มันยังบ่งบอก นิยาม กำหนดว่าเราอยากจะเป็นใคร
  • เราจะกลายเป็นสิ่งที่เราจินตนาการว่าตัวเองเป็น
  • งานของเรา คือ การสร้างวิสัยทัศน์ที่ทำให้อยากกระโดดออกจากเตียงในทุก ๆ เช้า
  • การสร้างวิสัยทัศน์ คือ การสร้างภาพในหัวให้ชัดเจนว่า อะไรคือสิ่งที่เราต้องการ (เป้าหมาย) เราอยากจะเป็นอะไร (ความฝัน) แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นในความคิดของเรา การลงมือทำเท่านั้นที่จะทำให้มันเป็นกลายเป็นความจริงขึ้นมาได้
  • วิธีการทำวิสัยทัศน์ให้เกิดขึ้นจริง
    • สร้างใบรับรองความสำเร็จขึ้น
      • เขียนเป้าหมายลงไป ปริ้นมัน ใส่กรอบให้มัน แขวนไว้สักแห่งที่มองเห็นได้ทุก ๆ วัน
    • สร้างเพอเฟกเดย์ขึ้นมา
      • เพอเฟกเดย์ คือ วันที่เราบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างสมบูรณ์
      • เช่น ตื่นกี่โมง ตื่นแล้วทำอะไรต่อ ทั้งวันทำอะไรบ้าง ก่อนนอนทำอะไร จนจบวัน ให้ละเอียดมากที่สุด
      • คนที่ประสบความสำเร็จล้วนมีแผนรายวันที่ถูกออกแบบอย่างละเอียดเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
    • สร้างคำแถลงการขึ้นมา
      • เราเป็นใคร ยืนหยัดเพื่อสิ่งไหนในชีวิต
      • ใช้สำหรับเมื่อเจอกับสถานการณ์ที่ไม่อาจคิด ให้เรากลับมาอ่านคำแถลงการของตัวเอง
      • ตัวอย่างคำแถลงการ เช่น ผมรักตัวเอง ทุกคน และทุกสิ่ง, จะคอยสนับสนุนผู้คนและโลกใบนี้, พูดแต่สิ่งที่เป็นความจริง, มีเมตตาต่อผู้อื่น หรือใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
      • ปริ้นมันออกมาแล้วพกใส่กระเป๋าเงิน ติดตัวตลอดเวลา
    • เขียนเป้าหมายประจำตัวออกมา
      • เป็นการเปลี่ยนสิ่งที่เป็นเป้าหมาย (นามธรรม) ให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ (รูปธรรม)
      • หยิบกระดาษขึ้นมา เขียนชื่อ วันที่ และให้ถามตัวเองว่าต่อจากนี้ 6 เดือนหรือ 1 ปี เราคือใคร? สิ่งที่ฉันยืนหยัดคืออะไร? อะไรคือเป้าหมายของฉัน เป้าหมายของครับครัว เป้าหมายทางธุรกิจ เป้าหมายด้านสุขภาพ
      • ทำให้เสร็จภายใน 24 ชมเท่านั้น

บทเรียนที่ 2 จงเปลี่ยนความทุกข์ยากลำบากให้เป็นข้อได้เปรียบ

  • พายุทำให้ต้นไม้หยั่งรากลงพื้นดินได้ลึกมากยิ่งขึ้น – Dolly Parton
  • เมื่อความทุกข์ยากลำบากเกิดขึ้น เรามีทางเลือกสองทาง
    1. ไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้มันครอบงำ และตกเป็นเหยื่อของมัน
    2. ยอมรับความท้าทาย เผชิญหน้า ทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวความสำเร็จของเรา
  • เตรียมตัวให้พร้อมเสมอกับช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากลำบาก เพราะมันจะเกิดขึ้นในทุกด้านของชีวิตเรา ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม หน้าที่ของเราคือ การเรียนรู้พร้อมยอมรับ แล้วเราจะสามารถเอาชนะมันและใช้มันเป็นเครื่องมือสร้างประโยชน์ใช้ในอนาคตได้
  • ความยิ่งใหญ่ = พรสวรรค์ + วิสัยทัศน์ + การลงมือทำ + ความทุกข์ยากลำบาก
  • เมื่อพูดถึงความยิ่งใหญ่ เราต้องไม่มีที่ว่างในชีวิตสำหรับ “ข้อแก้ตัว”
  • ความล้มเหลว ช่วยให้เราเรียนรู้ เติบโตไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้
  • สิ่งที่ผู้ยิ่งใหญ่ล้วนมีเหมือนกัน คือ ความทุกข์ยากลำบากบนเส้นทางสู่ความสำเร็จ
  • อุปสรรค ความทุกข์ยากลำบาก คือ เชื้อเพลิงแห่งความสำเร็จ เช่นเดียวกับออกซิเจนที่ต้องการเชื้อเพลิง เพื่อจะจุดติดกลายเป็นไฟได้
  • ถ้าอุปสรรคเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงสำหรับการติดไฟ แสดงว่าทุกอุปสรรคทำให้ไฟไหม้ด้วยพลังที่แรงยิ่งขึ้น เช่นกัน อุปสรรค ทำให้ความสำเร็จของเรายิ่งใหญ่ขึ้น
  • มุมมองของเรา คือ ทางเลือกของเรา เราเลือกมุมมองได้เสมอ
  • ไม่มีสิ่งที่ดีหรือร้าย มีแต่ความนึกคิดการรับรู้ของเราเท่านั้น
  • ถนนที่ขรุขระจะนำพาไปสู่ความยิ่งใหญ่
  • การดิ้นรนเป็นส่วนที่ทำให้เกิดความยิ่งใหญ่ในชีวิต
  • ผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริง จะไม่วิตกกังวลกับอุปสรรค ความทุกข์ยากลำบากมาก เพราะพวกเขาเข้าใจว่า มันคือสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ใช่จุดจบของพวกเขา
  • ผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนมองว่าปัญหา อุปสรรค หรือความทุกข์ยากนั้นไม่สำคัญ วิธีคิดและการตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นต่างหากที่สำคัญ
  • เราสามารถไปได้ช้าเท่าที่ต้องการ แต่ไม่สามารถหยุดได้ เราต้องไม่มีวันยอมแพ้หรือเลิกทุ่มกับชีวิต
  • การวิ่งก็เหมือนกับชีวิต ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างต่อเนื่องทุกวัน บางวันเรารู้สึกไม่ดี บางวันรู้สึกดีมาก บางวันไม่มีแรงบันดาลใจ บางวันฝนตก และอากาศหนาว แต่ก็ยังต้องออกไปวิ่ง
  • บรรดาผู้ยิ่งใหญ่ล้วนเรียนรู้วิธีใช้ความทุกข์ยากให้เป็นประโยชน์ มีอำนาจเปลี่ยนความทุกข์ยากนั้นให้กลายเป็นความยิ่งใหญ่ได้
  • ความเป็นจริง ความล้มเหลวเป็นเพียงผลลัพธ์ ไม่ใช่ว่าเราแย่หรือไม่ดีพอหรือไร้ความสามารถ
  • ความล้มเหลว เปิดโอกาสให้เราได้พิจารณาว่าอะไรไม่ได้ผล และหาวิธีทำให้มันสำเร็จ
  • ทุกคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมักจะล้มเหลวมากกว่าคนอื่น ๆ
  • Thomas Edison อดทนต่อความล้มเหลว 10,000 ครั้งก่อนที่เขาจะสร้างหลอดไฟสำเร็จ ความล้มเหลวแต่ละครั้งเป็นแค่ผลลัพธ์ที่บอกเขาว่าเขายังไม่เจอวิธีที่ใช่ ความล้มเหลวไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความไร้ความสามารถของเขา หากแต่เป็นสิ่งที่เพิ่มโอกาสที่ประสบความสำเร็จในครั้งต่อ
  • ความทุกข์ยากทุกประเภทจะยังคงอยู่ในชีวิตของเราจนกว่าเราจะปรับมุมมอง และยอมรับ เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น
  • มันไม่เป็นไร เราเป็นมนุษย์ เมื่อเราเผชิญหน้ากับสภาวะที่ทุกข์ยากลำบาก อย่าลืมรักตัวเอง และห้อมล้อมตัวเองด้วยคนที่รัก คนที่ให้กำลังใจเรา
  • วิธีรับมือกับความทุกข์ยากลำบาก
    • ขั้นตอนที่ 1 ตระหนักเกี่ยวกับมัน
      • ความทุกข์ยากลำบากมี 2 ประเภท
        1. ความทุกข์ยากเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มักเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เช่น การทะเลาะกันในความสัมพันธ์ ความรู้สึกเหนื่อยและเครียด
        2. ความทุกข์ยากที่ใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นได้ยาก เช่น การสูญเสียคนในครอบครัว รถชน การเจ็บป่วย และการเลิกราครั้งใหญ่ ตกงาน ล้มละลาย
      • ตระหนักว่าความทุกข์ยากลำบากเป็นสิ่งที่หลีกหนีไม่พ้น จะช่วยให้เราเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดีขึ้น
    • ขั้นตอนที่ 2 เขียนมันหรือเล่าให้คนอื่นฟัง
      • เขียนหรือเล่าให้ใครสักคนฟังว่าความทุกข์ยากลำบากนั้น ทำให้เรารู้สึกยังไง และทำไมถึงคิดว่ามันทำให้เรารู้สึกแบบนั้น
    • ขั้นตอนที่ 3 ยอมรับ
    • ขั้นตอนที่ 4 แสดงความขอบคุณใครสักคน
      • บอกสิ่งที่รู้สึกขอบคุณกับคนที่สำคัญต่อเรา ครอบครัว แฟน เพื่อน หรือคนรอบข้าง
    • ขั้นตอนที่ 5 นึกถึงวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และการลงมือทำ
      • กลับไปโฟกัสที่สิ่งที่เราต้องการประสบความสำเร็จ และเหตุผลที่ต้องการมัน อ่านเป้าหมายที่เคยเขียนไว้ แล้วกลับไปลงมือทำต่อ

บทเรียนที่ 3 จงบ่มเพาะมายเซ็ทแห่งแชมป์เปี้ยน

  • เสียงภายในหัวของเรา ความเชื่อในตัวเรา คือ สิ่งที่กำหนดความคิดและมายเซ็ท ซึ่งจะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จหรือความล้มเหลว
  • เราทุกคนมีทางเลือก เลือกที่จะคิดแบบกลาง ๆ และได้ผลลัพธ์โดยเฉลี่ย หรือจะคิดแบบแชมป์เปี้ยน และรอรับรางวัลที่น่าทึ่ง
  • คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อในตัวเอง และความสามารถของตน เพราะพวกเขาไม่เข้าใจว่าพวกเขาพิเศษแค่ไหน
  • จงจำไว้ว่า เรายอดเยี่ยมเสมอ เราไม่เหมือนใคร และจะไม่มีเราเกิดขึ้นอีกในจักรวาลนี้
  • มายเซ็ทแชมป์เปี้ยน เป็นเรื่องของการโฟกัส โฟล ความเชื่อ และความฉลาดทางอารมณ์ เป็นการอุทิศอย่างเต็มตัวเพื่อวิสัยทัศน์สู่ความสำเร็จในอนาคต
  • พื้นฐานมายเซ็ทแห่งแชมป์เปี้ยน คือ ความเชื่อ พวกเขามีความเชื่ออย่างแรงกล้าในบางสิ่ง เช่น เชื่อว่าพวกเขาเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก หรือเชื่อว่าได้รับพระหัตถ์จากพระเจ้าเพื่อทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่
  • พวกเขามีความมั่นใจ 100% ว่าจะบรรลุสิ่งที่ต้องการได้ ซึ่งสิ่งนี้เป็นตัวสร้างความแตกต่างบนเส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่
  • การปลูกฝังมายเซ็ทแห่งแชมป์เปี้ยนนั้นไม่ใช่งานที่ใช้เวลาแค่ชั่วข้ามคืน มันคือการต้องฝึกฝนอย่างยาวนาน
  • แต่ละวัน จงทำอะไรบางอย่างที่จะช่วยขยายขอบเขตของความสามารถของเรา
  • ความยิ่งใหญ่บรรลุได้เมื่อเราอยู่นอกโซนความคุ้นเคยของเรา
  • องค์ประกอบพื้นฐานของมายเซ็ทแห่งแชมป์เปี้ยน
    1. การสร้างภาพในหัว (Visualization)
      • เป้าหมายของการสร้างภาพในหัว คือ การให้เห็นผลลัพธ์ที่ต้องการก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง
      • เช่น การเขียนหนังสือ ก่อนจะลงมือเขียนหนังสือทุกครั้ง ให้นึกภาพตัวเองเข้าไปในร้านหนังสือ เห็นหนังสือตัวเองวางอยู่บนชั้น มองเห็นตัวเองกำลังนั่งเซ็นหนังสือ พูดต่อหน้าผู้คนหลายพันคน และเล่าเรื่องราวของหนังสือเล่ม ว่าหนังสือเล่มนี้สร้างผลกระทบต่อผู้คนยังไงบ้าง
      • เช่น ทุกคืนก่อนนอน นึกภาพสิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จในวันรุ่งขึ้น ก่อนจะออกเดทกับใครสักคน นึกภาพล่วงหน้าว่าจะทำอะไรบ้าง
      • การสร้างภาพในหัวล่วงหน้าเป็นกระบวนที่ทรงพลัง มันทำให้จิตใจของเราอยู่ในที่ที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ และมีความมั่นใจ พร้อมความหวัง
    2. การทำสมาธิ (Meditation)
      • การสร้างภาพในหัวทำให้จิตใจเต็มไปด้วยภาพว่าเราตั้งใจจะลงเอยที่ไหน การทำสมาธิคือการทำให้จิตปลอดโปร่งจากทุกสิ่งอย่าง
      • ควรทำทุกเช้า เมื่อตื่น และทุกคืนก่อนที่จะเข้านอน
      • หัวใจของการทำสมาธิคือ หยุดทุกอย่างแล้วจดจ่ออยู่แต่กับลมหายใจ ตระหนักถึงลมหายใจ
    3. การเจริญสติ (Mindfulness)
      • วิธีที่ง่ายที่สุด คือ การเริ่มจดบันทึกความคิด สิ่งที่เจอ และสิ่งที่อยากขอบคุณในแต่ละวัน
      • เช่น เขียนว่า วันนี้ผมปิดการขายไม่ได้ สิ่งที่ขาดหายไป คือ ผมไม่มีความมั่นใจในสินค้าของตัวเอง
      • เมื่อเราเริ่มจดบันทึกสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน นานเข้า เราจะเริ่มมองเห็นรูปแบบของความคิด ความรู้สึกของเรา และข้อผิดพลาดต่าง ๆ ของตัวเอง
    4. ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)
      • หัวใจสำคัญอันดับแรกของการก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ คือ มีวิสัยทัศน์ มีเป้าหมาย แต่วิธีที่จะเติมเต็มที่ดีที่สุดให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ คือ การให้ความสนใจอย่างเต็มที่กับปัจจุบันขณะ
      • การจดจ่อ ทรงพลังอย่างมาก และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้
      • ความมั่นใจ และเชื่อมั่นในตัวเอง คือ สิ่งที่แชมป์เปี้ยนทุกคนมี แม้ว่าบางครั้งพวกเขาจะกลัว
      • ความฉลาดทางอารมณ์ คือ ความสามารถในการเข้าใจและตระหนักรับรู้อารมณ์ตัวเอง และผู้อื่น
      • ยิ่งพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์มากเท่าไหร่ ก็จะสามารถจัดการกับสถานการณ์ทางอารมณ์ในทุกด้านของชีวิตได้ดีขึ้นเท่านั้น
      • หนึ่งในความฉลาดทางอารมณ์ที่สำคัญที่สุด คือ การรู้จักตัวเอง รู้จักจุดแข็งและจุดอ่อนของตน

บทเรียนที่ 4 จงพัฒนาความรู้สึกเร่งในการลงมือทำ

  • จงทำทุกวิถีทางและไล่ตามโอกาสด้วยความรู้สึกเร่งด่วน เสมือนว่าชีวิตของเราขึ้นอยู่กับมัน
  • ความยิ่งใหญ่ ความสำเร็จ คือ สิ่งที่เราต้องวิ่งไปหามัน และมันก็เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราช้า มันก็จะเคลื่อนหนีเรา
  • การพัฒนาความรู้สึกเร่งในการลงมือทำ คือ การทำงานอย่างชาญฉลาด (Work Smart) และทำงานหนัก (Work Hard)
  • วิสัยทัศน์ที่ปราศจากการกระทำ คือ ความฝัน การกระทำโดยปราศจากวิสัยทัศน์ คือ ฝันร้าย
  • เราจำเป็นต้องมีทั้งวิสัยทัศน์และการลงมือทำเพื่อบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่
  • วิสัยทัศน์เป็นแผนที่ ส่วนการกระทำเป็นตัวขับเคลื่อน
  • Muhammad Ali เคยพูดไว้ว่า “ผมเกลียดการฝึกทุกนาที แต่ผมบอกตัวเองว่า อย่าล้มเลิก ทนทุกข์ตอนนี้ แล้วใช้ชีวิตที่เหลือทั้งชีวิตในฐานะของแชมป์เปี้ยน” นี่คือตัวอย่างของคนที่มีมายเซ็ทเร่งด่วนในการลงมือทำ
  • เราต้องลงมือทำมัน ลงมือทำมัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ในวันที่เราทุกข์ทรมานที่สุด
  • หัวใจของการพัฒนาความรู้สึกเร่งในการลงมือทำ คือคำคำเดียวกันของ Nike “Just Do It” เพียงแค่ลงมือทำมัน
  • ความกลัว รั้งให้เราไม่เร่งลงมือทำ
    • กลัวที่จะดูแย่เมื่อลงมือทำ
    • กลัวที่จะเจอความล้มเหลว
    • กลัวที่จะสำเร็จ เพราะบางครั้งเราไม่ต้องการเป็นจุดสนใจหรือต้องรับผิดชอบอะไรบางอย่าง
  • วิธีขจัดความกลัวที่จะเริ่มต้นง่าย ๆ คือ ค่อย ๆ ก้าว ค่อย ๆ ลงมือทำ
  • ในแง่หนึ่ง ความกลัวเป็นองค์ประกอบที่จำเป็น เพราะมันจะช่วยคำนวณความเสี่ยงให้เรา แต่เราต้องไม่ปล่อยให้ความกลัวนั้นมาตัดสินใจแทนเรา
  • จงลงมือทำ จงเร่งรีบ จงผลักดันตัวเอง นี่คือสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างในชีวิตของเราได้

บทเรียนที่ 5 จงดูแลรักษาร่างกาย

  • ถ้าร่างกายอ่อนแอ จิตใจก็จะไม่แข็งแรง
  • การดูแลร่างกายสำคัญ ไม่ใช่เแค่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ แต่สมองของเราด้วย
  • จิตใจและร่างกายเชื่อมโยงกัน ทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเรา
  • การดูแลร่างกายเป็นส่วนพื้นฐานและเป็นรากฐานการไปสู่ความยิ่งใหญ่
  • ร่างกาย คือ เครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนความฝันของเรา พาเราผ่านพ้นอุปสรรค ทำให้เรามีโฟกัส และเติมเชื้อเพลิงให้กับการรีบลงมือทำที่จะทำให้ความฝันเป็นจริง
  • ถ้าเราอยากชนะชีวิต เราต้องมีพลังงานที่ใช้ร่างกายและอารมณ์เพื่อรับมือกับทุกความท้าทาย และอุปสรรค
  • เรามีหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต และการนอนหลับมักจะเป็นหนึ่งในสิ่งแรกที่เรามักจะละเลย
  • การนอนอย่างมีคุณภาพนั้นสำคัญอย่างมาก
  • การขาดการนอนที่มีคุณภาพนั้น สามารถทำลายความสามารถในการบรรลุผลความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้

บทเรียนที่ 6 จงพัฒนานิสัยดี ๆ

  • คนที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่มีนิสัยแห่งความสำเร็จ
  • แชมป์เปี้ยนไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอัตโนมัติ แต่เป็นสิ่งที่สามารถสร้างขึ้นได้ เมื่อยอมรับและผูกมัดตัวเองเข้ากับนิสัยที่ดี
  • ตัวอย่างนิสัยที่แย่ เช่น ตัดสินมากเกินไป กินของไม่ดี ไม่ออกกำลังกาย นอนตอนเช้า นอนเยอะเกินไป อยากได้แต่ไม่ยอมสละ ดูหมิ่นพ่อแม่ ไม่ยอมพัฒนาตัวเอง
  • ตัวอย่างนิสัยที่ดี เช่น แสดงความขอบคุณอยู่เสมอ ยิ้มให้กับผู้คนให้ได้มากที่สุด เข้านอนเร็ว และเพียงพอ 7-9 ชั่วโมง จัดเตียงในทุกเช้า มีระเบียบ รักคนอื่น กินอาหารสุขภาพ ออกกำลังกาย ทำสมาธิ การจินตนาการภาพอนาคตของความสำเร็จ เคารพผู้อื่น ลงทุนพัฒนาตัวเอง อยู่ท่ามกลางผู้คนที่สร้างแรงบันดาลใจ
  • การสร้างนิสัยที่ดีอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เราเข้าสู่เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่อัตโนมัติ
  • นิสัยและผลลัพธ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการเตรียมตัวเพื่อเอาชนะและทำในสิ่งที่เหมาะเป็นสิ่งสำคัญ วิธีการคือ จดบันทึกนิสัยที่ต้องการรักษาไว้ และนิสัยที่ต้องการกำจัดทิ้ง แล้วสร้างรางวัลที่จะได้รับเมื่อเรามันทำ
  • รางวัลสำหรับนิสัยที่ดี คือ การเติบโต รางวัลสำหรับนิสัยที่แย่ ๆ คือ ความพึงพอใจชั่วคราว แต่ทั้งสองต่างมีราคาที่ต้องจ่าย ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเลือกแบบไหน
  • นิสัยของผู้ประสบความสำเร็จระดับสูง
    • ทำ To-do list เสมอ
    • ตื่นก่อนทำงาน 3 ชั่วโมง (เพื่อเตรียมตัวสำหรับวันนี้)
    • อ่านหนังสือหรือฟังพอดแคสต์ระหว่างการเดินทาง
    • ใช้เวลาสร้างเครือข่าย 5 ชั่วโมงต่อเดือน
    • อ่าน 30 นาทีต่อวัน
    • ออกกำลังกาย 4 วันต่อสัปดาห์
    • กินอาหารขยะให้น้อยที่สุด
    • ดู TV วันละ 1 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า
    • เขียนเป้าหมาย
    • เชื่อในการพัฒนาตัวเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
    • เชื่อว่า นิสัยที่ดี ๆ จะสร้างโอกาสให้เรา
    • เชื่อว่า นิสัยที่แย่ ๆ จะส่งผลเสียให้เรา
    • ทำในสิ่งที่พูด พูดในสิ่งที่จะทำ
    • ให้ความสำคัญต่อการซาบซึ้งขอบคุณ พอจบวันหาสิ่งที่ขอบคุณในวันนี้
    • มีกิจวัตรตอนเช้าที่ดี
    • สร้างนิสัยแห่งการปล่อยวาง

บทเรียนที่ 7 จงมีพลังงานดี ๆ อยู่รอบตัว

  • หากคุณต้องการก้าวไปอย่างรวดเร็วให้ไปคนเดียว แต่ถ้าอยากไปได้ไกลให้ไปด้วยกัน – สุภาษิตแอฟริกา
  • หากอยากยิ่งใหญ่ จงมีความยิ่งใหญ่อยู่รอบตัว
  • ทุกความสำเร็จล้วนมีผู้คนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น ๆ
  • การมีผู้คนที่เป็นพลังงานดี ๆ อยู่รอบตัวสำคัญกว่าการมีคนฉลาด ๆ มากมายรายล้อม
  • จงมองหาผู้ให้คำปรึกษาที่ดี
  • นักกีฬาที่เก่งที่สุดในโลกต่างก็มีโค้ช หากปราศผู้ให้คำปรึกษาที่ดี เราก็เหมือนจรวดนำวิถีที่ไร้ผู้ชี้นำเส้นทางไปสู่ความยิ่งใหญ่
  • การเลือกที่ปรึกษา เลือกเพื่อนฝูง และหุ้นส่วน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดประการหนึ่งบนเส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่
  • จงห้อมล้อมตัวเองอยู่กับผู้ที่มีความฝัน ผู้ชอบลงมือทำ และนักคิด
  • เครือข่ายของคุณคือมูลค่ารายได้สุทธิของคุณ – Porter Gale

บทเรียนที่ 8 จงใช้ชีวิตเพื่อผู้อื่น

  • วิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาตัวเองคือการเสียสละตัวเองในการรับใช้ผู้อื่น – Mahatma Gandhi
  • ความยิ่งใหญ่ คือ การอยู่เพื่อคนอื่น การใช้ชีวิตที่เน้นคนอื่นเป็นสิ่งที่ทำให้เราบรรลุความยิ่งใหญ่
  • เมื่อละทิ้งตัวตน เราก็จะชนะและเติบโตได้อย่างแท้จริง
  • หากไม่มีการทำเพื่อผู้อื่น ความสำเร็จก็จะว่างเปล่า
  • ผู้อายุยืนยาวมักจะเป็นผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือผู้อื่น
  • ให้มองตัวเองว่าเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่ใหญ่กว่า นี่คือก้าวแรกในการใช้ชีวิตเพื่อผู้อื่น
  • ถ้าอยากจะยิ่งใหญ่ ก็จำเป็นต้องฝึกฝนความเห็นอกเห็นใจและช่วยเหลือผู้คนอยู่เสมอ เช่น ให้นึกว่าฉันเคยเป็นอย่างคนนี้ ฉันต้องช่วยเค้าดีขึ้น อย่างที่ฉันเคยทำ
  • การให้เป็นหัวใจของชีวิต จงทำให้การรับใช้ผู้อื่นเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจประจำวัน