สรุปหนังสือ เศรษฐีสอนรวย (The Science of Getting Rich) เขียนโดย Wallace D. Wattles

📚 สรุปหนังสือ เศรษฐีสอนรวย (The Science of Getting Rich)

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“ความคิด” เป็นบ่อเกิดของทุกสิ่งอย่าง รวมถึงความมั่งคั่งร่ำรวย เมื่อโลกภายนอกผันแปรไปตามโลกภายใน ความมั่งคั่งร่ำรวยย่อมเกิดขึ้นในโลกของความคิดก่อนเสมอ มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมสิทธิที่จะประสบความสำเร็จและมั่งคั่งร่ำรวยโดยกำเนิด เพียงแค่เรารู้วิธีการ “การใช้พลังของความคิด”

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์จะประสบความสำเร็จและมั่งคั่งร่ำรวย”

สรุปหนังสือ เศรษฐีสอนรวย (The Science of Getting Rich) เขียนโดย Wallace D. Wattles

  • สิทธิ์ที่จะมั่งคั่งร่ำรวย เป็นเสรีภาพที่ทุกคนพึงสัมผัส และเข้าถึงเช่นเดียวกับสิทธิ์ในการหายใจ
  • “ความคิด” เป็นบ่อเกิดที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ถูกสร้างขึ้น โดยมี “ความปรารถนา” เป็นตัวขับเคลื่อน
  • ความคิดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนา จะค่อย ๆ ปรากฏเป็นภาพ เพื่อเสกสรรปั้นแต่งทุกสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้นจริง
  • สร้างภาพในความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่อยากมี อยากทำ อยากเป็นให้ชัดแจ่มแจ้งขึ้นมาก่อน จากนั้นเก็บภาพนั้นให้เข้าไปอยู่ในทุกช่วงของความคิด แล้วใช้เวลาว่างในแต่ละวัน คิดถึงมโนภาพที่สร้างไว้ด้วยความรู้สึกราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรารถนาได้เป็นจริงตามที่ร้องขอไว้แล้ว
  • มีความศรัทธา ความเชื่ออย่างจริงใจ นี่จะเป็นกระบวนการความคิดที่จะหลอมรวมความปรารถนาและพลังแห่งการสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน เพื่อให้สิ่งที่ต้องการเกิดขึ้นจริงในชีวิต
  • ความมั่งคั่งร่ำรวย จะไม่ได้เป็นบ่อเกิดของความสำเร็จ แต่เกื้อหนุนการดึงศักยภาพ และพรสวรรค์ ยกระดับจิตวิญญาณ ในตัวเราออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้มากกว่าความยากจน
  • วัตถุประสงค์ของธรรมชาติ คือ การพัฒนา และเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น มากขึ้น และดีขึ้น ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเรามีความสามารถที่จะมั่งคั่งร่ำรวยได้มากขึ้นเสมอ
  • ความมั่งคั่งร่ำรวย จะต้องยืนอยู่บนพื้นฐานความพึงพอใจของแต่ละคน (ถูกต้องตามศีลธรรม จริยธรรม และกฎหมาย)
  • ไม่ผิดที่หากคิดอยากจะร่ำรวย เป็นเรื่องผิดปกติ
  • ชีวิต คือ การปฏิบัติตามหน้าที่ที่มีต่อตนเอง การจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสมบูรณ์แท้จริง เราต้องปฏิบัติทุกหน้าที่นั้นให้ได้อย่างสมบูรณ์
  • หน้าที่ของเรา คือ มั่งคั่งร่ำรวย เพื่อพัฒนาสติปัญญาที่มีอยู่ให้มากขึ้น เพื่อแบ่งปันความรักแก่เพื่อนมนุษย์ และให้ความช่วยเหลือกัน
  • จงเลือกเดินทางสายกลาง ทำให้ตัวเองมีความสุขไปพร้อม ๆ กับเผื่อแผ่ความสุขนั้นให้ผู้อื่น
  • ไม่มีของขวัญใดที่จะมอบให้แก่มนุษยชาติได้ดีไปกว่าการทำประโยชน์ให้ตัวเอง
  • ศาสตร์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวย คือ หนทางที่จะนำเราไปสู่ความสุขที่สมบูรณ์แบบทั้งในชีวิต คนที่เรารัก สังคมของเรา โลกของเรา
  • ศาสตร์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวยเป็นแขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์ มีกฎเกณฑ์ตายตัวที่เมื่อบวกลบคูณหาร จะได้ผลลัพธ์ที่แน่นอนตามมา ซึ่งผลลัพธ์ของศาสตร์แขนงนี้คือ ความมั่งคั่งร่ำรวย
  • ความมั่งคั่งร่ำรวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม แต่เป็นสิ่งที่เราสร้างสรรค์ขึ้นเองได้
  • สิ่งสำคัญที่ควรทำเป็นสิ่งแรก คือ ต้องติดต่อ เกี่ยวพันกับผู้คนที่ศรัทธาในสิ่งเดียวกัน เช่น ถ้าได้เจอใครสักคนที่อยู่ในย่านเดียวกันเกิดมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นมา สิ่งที่ต้องทำ คือ คิด และ เชื่อ ว่าเราเองก็เป็นเช่นนั้นได้เช่นกัน
  • ตราบใดที่โลกยังหมุน ตราบนั้น โอกาสของความมั่งคั่งร่ำรวยก็แทรกตัวเข้ามาในชีวิตเราได้เสมอ
  • ความมั่งคั่งร่ำรวย ไม่มีวันขาดแคลน และไม่มีใครผูกขาดความมั่งคั่งร่ำรวยไว้ได้
  • เมื่อสรรพสิ่งในจักรวาลเกิดจากความคิด เป็นความคิด และสร้างความคิด ความร่ำรวยจึงไม่ได้มาจากสิ่งอื่น นอกจากความคิด
  • ความมั่งคั่งร่ำรวย และสรรพสิ่งในโลก ล้วนเกิดจากการนึกคิดหรือมโนภาพของเราทั้งสิ้น
  • ไม่มีสิ่งใดในโลกถูกสร้างขึ้นโดยปราศจากการสร้างรูปแบบของสิ่งนั้นขึ้นในใจก่อน
  • สรรพสิ่งถูกสร้างขึ้นจากสิ่งเดียวเท่านั้น นั่นคือ ความคิดซึ่งอยู่เบื้องหลังการกำเนิดทุกอย่าง
  • ถ้าเราคิดว่าเราคือ คนรวยแม้กำลังจน เราก็จะรวย (ด้วยวิธีไหน เป็นหน้าที่ของจักรวาลที่จะจัดสรรให้เอง)
  • หน้าที่ของเรามีเพียง จดจำ และรำลึกถึงมัน กระทั่งมันเข้าไปฝังอยู่ในหัวใจ วันหนึ่ง มันจะกลายเป็นความคิดแบบใหม่ที่ทำจนเป็นนิสัย และเกิดความเชื่ออย่างสุดหัวใจ
  • เราเองเป็นคนกำหนดความยากจนไว้กับตัวเองด้วยความคิด เราไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงความคิด ความเชื่อเหล่านั้น
  • ความมั่งคั่งร่ำรวยจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากมโนภาพไว้แต่ความยากจน
  • ความจริง คือ
    • จักรวาลปรารถนาให้เรามีทุกสิ่งที่ต้องการจะมี
    • ธรรมชาติ คือ มิตรแท้ที่คอยเกื้อหนุนแผนการใช้ชีวิตของเราเสมอ
    • ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของเราอยู่แล้วโดยธรรมชาติ
  • เราต้องกำจัดความคิดเรื่องแก่งแย่งแข่งขัน หรือการเปรียบเทียบออกจากสมองให้หมดสิ้น เพราะทุกคนสามารถมีทุกสิ่งทุกอย่างได้โดยไม่ต้องเอาของคนอื่นมาเป็นของตน
  • ธุรกิจสามารถร่ำรวยได้โดยไม่จำเป็นต้องทำธุรกิจบนความเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น
  • จงให้ของที่มีคุณค่าแก่ทุกคนมากกว่าที่เอามาจากพวกเขาเสมอ
  • การเชื่อมแรงปรารถนาเข้ากับจักรวาลนั้น สำคัญและยิ่งใหญ่มาก
  • พาหะที่จะเชื่อมโยงแรงปรารถนาไปสู่การรับรู้ของจักรวาล คือ ความกตัญญู
  • ปรับจิตให้ลึกซึ้งต่อการขอบคุณ หรือกตัญญูสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้เราได้ครอบครองสิ่งที่ปรารถนา
  • ยิ่งดำเนินชีวิตเข้าใกล้แหล่งกำเนิดความมั่งคั่งร่ำรวยเท่าไหร่ เราก็จะได้รับความมั่งคั่งร่ำรวยเร็วขึ้นเท่านั้น
  • ยิ่งความกตัญญูรู้คุณแรงกล้าและคงที่ การสร้างมโนภาพของเรา ก็จะยิ่งชัดเจนขึ้น ส่งผลให้สิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการ เดินทางมาหาเราได้เร็ว และมากยิ่งขึ้น
  • แค่ความปรารถนาแรงกล้ายังไม่พอจะทำให้มั่งคั่งร่ำรวย มันต้องชัดเจน หนักแน่น ระบุเจาะให้ละเอียดลึก และมีศรัทธา จึงจะเอาชนะความเกียจคร้าน จนสามารถทำให้มันเป็นจริงได้
  • จงครอบครองความมั่งคั่งร่ำรวย (ในใจ) แล้วมันจะเป็นของเราจริง ๆ
  • ความคิดต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสมองของเรา คือ เพื่อนแท้ที่ดีที่สุด
  • เราต้องป้องกันความคิดให้เกิดความเชื่ออยู่เสมอ เพราะความเชื่อจะก่อตัวเป็นรูปร่าง และขยายขอบเขตจนยิ่งใหญ่ขึ้นได้ด้วยสิ่งที่เราคิด
  • ความคิดสามารถทำให้ทองคำเดินเข้ามาหาเราได้ก็จริง แต่อย่าลืมว่า มันไม่อาจขุดตัวเองได้ สิ่งที่เราต้องทำ คือ ใช้แรงปรารถนากระตุ้นให้เกิดการขุดพบแร่ทองคำ
  • ไม่ว่าการลงมือกระทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของจะเป็นอะไร สิ่งสำคัญคือ ต้องคิดและทำแต่ในสิ่งที่เป็นปัจจุบันเท่านั้น
  • จงละทิ้งความต้องการที่เคยมีในอดีต ไม่ต้องพะวงถึงอนาคต และจงเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เราก็สามารถจะผ่านมันไปได้
  • เหตุผลที่ผู้คนจำนวนมาก ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะแยกการกระทำ และความคิด ออกจากกัน แล้วลงมือทำในทางตรงกันข้าม เช่น รู้กฎแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย แต่ไม่ลงมือทำ หรือ ลงมือทำ แต่ไม่รู้กฎแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย
  • การจะสำเร็จได้ ต้องยึดมั่นในมโนภาพ ใช้เวลาว่างครั้งละ 1-3 ชั่วโมง เพื่อลงลึกในรายละเอียดในมโนภาพ จนสิ่งเหล่านี้ ยึดแน่นลงในความทรงจำ
  • ความคิด ส่งผลให้เกิดการกระทำ การกระทำ ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้า ความก้าวหน้า ส่งผลให้เกิดความมั่งคั่งร่ำรวย ความมั่งคั่งร่ำรวย ส่งผลให้เกิดชีวิตที่เปียมไปด้วยคุณภาพ
  • เมื่อเราร่ำรวย เราจะแบ่งปันได้มากขึ้น ทำประโยชน์ให้กับเพื่อนมนุษย์ สังคม และโลกได้มากขึ้น
  • ยึดมั่นมโนภาพของสิ่งที่ต้องการ และลงมือกระทำเดี๋ยวนี้

สรุป

  1. เริ่มจาก ความปรารถนา คือ ความอยากมี อยากทำ หรืออยากเป็น
  2. ความปรารถนาจะรวมตัวเป็น ความคิด อันเป็นบ่อเกิดทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกถูกสร้างขึ้น
  3. แรงปรารถนาจะแทรกซึมเข้าไปในทุกช่องว่างของความคิด
  4. ความคิดที่ได้จะถูกนำมาวาดเป็นมโนภาพ หรือภาพในใจ
  5. คิดถึงภาพในใจ นั้นด้วยความรู้สึกว่าเราได้เป็นเจ้าของมันแล้ว หรือมันได้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ
  6. คิดถึงภาพในใจ บ่อย ๆ เพื่อให้เกิดพลังสร้างสรรค์สิ่งที่ปรารถนาให้เป็นจริง
  7. จงทำปัจจุบันให้ดีที่สุด