สรุปหนังสือ The Skinny on Time Management - บริหารเวลาอย่างไร ให้ชีวิตมีประสิทธิภาพเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง เขียนโดย Jim Randel

📚 สรุปหนังสือ บริหารเวลาอย่างไร ให้ชีวิตมีประสิทธิภาพเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือบริหารเวลาอย่างไร ให้ชีวิตมีประสิทธิภาพเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง

“เวลา” เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด เราได้มันมาฟรี ๆ เราใช้มันโดยไม่คิดอะไร และมันก็หมดไปอย่างง่ายดาย แต่เจ้าเวลานี่แหละ คือ ตัวก่อรูป ก่อร่างให้เกิดเรา ถ้าปราศเวลา ก็ย่อมปราศตัวเราเช่นกัน เวลาจึงเป็นวัตถุดิบที่สร้างตัวเราขึ้นมา และเราก็สร้างสรรค์ตัวเราที่เราอยากเป็นผ่านเวลานี่เอง หนังสือเล่มนี้แบ่งปันเริ่มตั้งแต่การตระหนักถึงความสำคัญของเวลา ไปจนถึงเทคนิคการบริหารเวลาต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันคือทักษะ มันคือสิ่งที่ต้องฝึกฝน ไม่ต่างกับทักษะอย่างอื่น ๆ

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“เวลา คือ ของขวัญ คือ โอกาสที่เราจะทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมให้เกิดขึ้น ช่วยเปลี่ยนชีวิตของเราได้ ทุก ๆ วัน เราได้รับของขวัญคือ 24 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 60 นาที เพื่อทำสิ่งที่ยอดเยี่ยม”

สรุปหนังสือ The Skinny on Time Management – บริหารเวลาอย่างไร ให้ชีวิตมีประสิทธิภาพเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง เขียนโดย Jim Randel

  • แม้การบริหารเวลา คือ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนคนหนึ่งประสบความสำเร็จ แต่ไม่ได้แปลว่าผู้ที่บริหารเวลาเก่งจะต้องรีบเร่งทำงานแบบไม่หยุดพัก
  • ทุกคนมีเวลาสัปดาห์ละ 168 ชั่วโมง เดือนละ 720 ชั่วโมง ทุกชั่วโมงที่ผ่านไปนั้นมีค่า เรามีเวลาจำกัด การที่คุณใช้เวลาอย่างไรนั้น มันมีผลกระทบต่ออนาคตของเรา
  • เวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด หากเราใช้อย่างเปล่าประโยชน์ เราต้องรับความเสี่ยงเอาเอง

ตรวจสอบการใช้เวลาของ​ว่าเราใช้เวลาอย่างไรในแต่ละวัน

หัวใจสำคัญ 3 ประการ คือ

  1. ต้องตระหนักรู้หรือรู้ตัวว่าใช้เวลาไปก้บอะไรบ้างในแต่ละวัน
    • ต้องรับรู้ให้ได้ว่าเวลาที่เรามีนั้นผ่านไปช้าเร็วแค่ไหน
    • การรับรู้ถึงเรื่องเวลาจะช่วยให้เรารู้จักตัวเราได้มากยิ่งขึ้น และช่วยให้ค้นพบจุดที่เราสามารถปรับปรุงการใช้เวลาให้เหมาะสมได้
    • หากเราไม่รู้เลยว่าแต่ละวันใช้เวลาไปกับอะไร เราก็จะไม่สามารถบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • คิดพิจารณาแล้วเขียนออกมาว่า เราใช้เวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง และจัดแบ่งเวลาเป็นหมวดหมู่
  2. ต้องมีเป้าหมาย หรือแผนที่เดินทางสู่เป้าหมาย
    • เราจะไม่สามารถจัดสรรและบริหารเวลาได้จนกว่าจะตัดสินใจได้ว่า เราต้องการอะไร?
    • ตัดสินใจว่า วันนี้เราต้องการเดินหน้าไปทางไหน ทำอะไรในอีก 6 เดือน 1 ปี 5 ปีข้างหน้า
    • เป้าหมายคือ วางแผนที่จะพาตัวเราจากจุดนี้ไปให้ถึงจุดที่ต้องการไว้ยังไงบ้าง แล้วมีขั้นตอนยังไง
    • สิ่งที่สำคัญคือการได้เห็นวิธีการเชื่อมโยงเป้าหมายกับเวลา
    • เมื่อกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว เราก็จะสามารถกำหนดขั้นตอนและก็จะจัดสรรเวลาได้ดีขึ้น
  3. ต้องตัดสินใจเลือก
    • หาจุดสมดุลระหว่าง การใช้ชีวิต ณ ปัจจุบัน (การทำในสิ่งที่เราต้องการทำตอนนี้) และ การใช้ชีวิตในอนาคต (การวางตัวเราไว้ในตำแหน่งที่จะพาให้เดินไปสู่ชีวิตที่คุณต้องการข้างหน้า)
    • อย่าปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปเอง จงทำให้ชีวิตเกิดขึ้นด้วยมือตัวเอง
    • การตัดสินใจเลือกอย่างมีสติ ช่วยให้เรากำหนดชีวิตได้ หากไม่ตัดสินใจเลือก เท่ากับว่าปล่อยให้พลังงานอื่นกำหนดความเป็นไปในชีวิตแทนตัวเรา

วิธีบริหารเวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

  • เวลามีจำนวนจำกัด แต่เรายังพอมีหนทางเปลี่ยนเวลาที่ไม่เกิดประโยชน์ให้กลายเป็นเวลาที่มีประโยชน์ขึ้นมาได้ เท่ากับเป็นการสร้างเวลาให้เกิดขึ้นจากเวลาที่มีอยู่ใน 1 วัน เช่น ตื่นนอนให้เร็วขึ้น 10 นาทีทุกวัน 365 วัน จะมีเวลาเพิ่มขึ้นอีก 60 ชม ต่อปี 
  • การบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพนั้น ชั่วโมงแต่ละชั่วโมงของแต่ละคนมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน
  • ให้คิดว่าการบริหารเวลาไม่ใช่ภาระ ให้คิดว่ามันเป็นเรื่องสนุก เสมือนว่าเป็นความท้าทาย เป็นเรื่องที่ต้องจัดการเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่
  • เราต้องลงมือทำงานที่ยาก ๆ ในชั่วโมงเวลาที่ตื่นตัวมากที่สุด นั่นคือตอนที่เรามีพลังมากที่สุด
  • กุญแจสู่ประสิทธิภาพในการทำงานคือการมีสมาธิจดจ่ออยู่กับพลังงาน ไม่ใช่จดจ่ออยู่กับเวลา
  • การตัดทอนชั่วโมงการนอน เพื่อเอาเวลาไปทำอย่างอื่น เป็นความคิดที่แย่ (มีงานวิจัยจำนวนมากสรุปว่า การนอนหลับเพียง 6 ชั่วโมงต่อคืน เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ จะส่งผลกระทบเท่ากับการอดนอน 1 หรือ 2 คืน)
  • การสร้างเวลาด้วยการมองหาช่องว่างของเวลาในแต่ละวัน
    • เพื่อสร้างเวลา ที่ไม่เกิดประโยชน์ ให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาได้ เราสามารถหาอะไรทำช่วงปลอดงาน คือช่องว่างของเวลาระหว่างงาน A และงาน B ซึ่งยังไม่มีอะไรทำเป็นการเฉพาะเจาะจง หรือเวลาว่างระหว่างรออะไรบางอย่าง 
  • การบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ การทำให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด
    1. ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว : การสูญเสียจำนวนมากเกิดจากการไม่ยอมตัดสินใจ
    2. อ่านอย่างรวดเร็ว : หัวใจสำคัญ คือ ต้องไม่พยายามอ่านทุกตัวอักษร
    3. พัฒนาทักษะในการจำ : ผู้ที่มีความจำดีจะปฏิบัติงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

การผัดวันประกันพรุ่ง

  • การผัดวันประกันพรุ่ง คือ ฆาตกรที่ฆ่าความฝันของเรา
  • การผัดวันประกันพรุ่ง คือ เรื่องของจิตใจ
  • คนที่สามารถพัฒนาให้เกิดความแข็งแกร่งทางจิตใจและความอดทนต่อสู้รับมือกับการผัดวันประกันพรุ่งนี้ได้ คือคนที่กำลังเดินทางพิชิตความฝันของเขาได้สำเร็จ
  • การผัดวันประกันพรุ่งคือผลลัพธ์ของกฎสำคัญทางฟิสิกส์ ซึ่งเรียกว่า แรงเฉื่อย
  • แรงเฉื่อย อธิบายว่า สิ่งต่าง ๆ รวมถึงมนุษย์ด้วยนั้น มักอยู่ในสภาพเตรียมพร้อม (นิ่ง) หากไม่มีแรงผลักดัน คนส่วนใหญ่มักจะคงสภาพอยู่นิ่ง ๆ 
  • กลยุทธ์การเอาชนะการผัดวันประกันพรุ่ง
    • ย้ำเตือนเป้าหมายอยู่เสมอ พกกระดาษที่เขียนเป้าหมายด้วยอักษรตัวใหญ่ ๆ 1 แผ่น (เอาเป้าหมายมาเชื่อมโยงกับการกระทำ)
    • แบ่งงานใหญ่ออกเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่สามารถจัดการได้
    • ฝึกจการตระหนักรู้ ให้มองเห็นสัญญาณของการผัดวันประกันพรุ่ง
    • หมั่นจดบันทึกอยู่ตลอดเวลา จะช่วยขับเคลื่อนให้เราลงมือ

การพัฒนาจิตใจ

  • การบริหารเวลา และ ความแข็งแกร่งทางจิตใจ คือสิ่งที่ต้องพัฒนาไปด้วยกัน
  • คนที่สามารถพัฒนาความแข็งแกร่งทางจิตใจได้จะเป็นผู้ที่
    1. ทำงานตามกรอบกำหนดเวลา/หรือแผนงาน
    2. ตัดสินใจเลือกได้ดี
    3. รักษาสมาธิได้
    4. เอาชนะการผัดวันประกันพรุ่งได้
  • ความแข็งแกร่งทางจิตใจคือทักษะที่พัฒนาให้เกิดขึ้นได้
  • 3 ข้อที่ต้องทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการพัฒนาความแข็งแกร่งทางจิตใจ
    1. ความคิดของคุณไม่ใช่ตัวเรา แต่เราคือสิ่งที่อยู่เหนือจิตใจและได้ยินเสียงของจิตใจ
    2. ความคิดเปรียบเสมือนกับวัตถุที่จับต้องได้ เมื่อเรามองความคิดเป็นวัตถุที่จับต้องได้อะไรสักอย่าง เราจะมีอำนาจควบคุมมันได้ 
    3. สมองสามารถประมวลผลความคิดหลักได้ทีละอย่างเท่านั้น 

ความไร้ระเบียบคือศัตรูตัวฉกาจของการมีประสิทธิภาพ

  • เราทุกคนต่างมีความยุ่งเหยิงในชีวิตไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือทางใจ ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าคุณกำลังรู้สึกท่วมท้นไปด้วยสิ่งต่าง ๆ มากจนเกินไป 
  • การลงมือเลือกที่จะทิ้ง (ของไม่จำเป็น) และจัดข้าวของให้เป็นระเบียบจะทำให้ชีวิตรู้สึกเป็นอิสระ
  • ความยุ่งเหยิงกีดขวางความเจริญก้าวหน้า เป็นเหตุให้เกิดความเครียด เป็นเหตุให้ไม่นึกอยากลงมือทำอะไร ลดทอนประสิทธิภาพ
  • การจัดระเบียบบ้าน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการใช้ชีวิตและมุมมองชีวิตอย่างยิ่งใหญ่ นี่คือการปฏิรูปการใช้ชีวิต
  • เมื่อบ้านเป็นระเบียบ เท่ากับว่าคุณจัดระเบียบงานและเรื่องราวในอดีตไปในตัว ดังนั้น เราจึงมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ต้องการอะไรในชีวิต และไม่ต้องการอะไรในชีวิต รวมถึงสิ่งที่ควรลงมือทำและไม่ควรลงมือทำ
  • การทำให้ตัวยุ่งตลอดเวลา ทำให้ไม่มีเวลากลับมาทบทวนความคิดของตัวเอง

เทคนิคสำคัญเพื่อบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพ

  1. จัดพื้นที่ทำงานให้ดูน่าสนใจและเตรียมอุปกรณ์ทำงานให้พร้อม
  2. สร้างระบบการเก็บแฟ้มเอกสาร
  3. ต้องทำลิสต์เพียงอันเดียวที่สามารถเขียนหรือพิมพ์ทุกอย่างที่ต้องจัดการ
  4. เอกสารทุกอย่างต้องมีการจัดการทันที 
  5. สำหรับเรื่องทุกเรื่องที่เข้ามา ให้ตัดสินใจทำข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ 1. จะลงมือทำทันที 2. จะโยนทิ้งหรือลบทิ้ง 3. จะนำไปรวมกับเรื่องอื่นเพื่อจัดการต่อไป
  6. แปลงความคิดให้กลายเป็นขั้นตอนการลงมือทำ
  7. เมื่อมีขั้นตอนการลงมือทำแล้ว ให้ลงมือทำทันที
  8. รักษาระบบการจดบันทึกที่ดี
  9. ทบทวนระบบการจดบันทึกทุกสัปดาห์เพื่อดูว่ามีเรื่องอะไรค้างและดูประสิทธิภาพการทำงาน
  10. ทบทวนเป้าหมายระยะยาวของคุณอย่างน้อยเดือนละครั้ง

การวางแผน

  • การวางแผน คือ การตัดสินใจล่วงหน้า ในสิ่งที่เราต้องทำในระยะเวลาที่กำหนดไว้
  • เราควรใช้พลังงานที่มีไปกับการคิดใคร่ครวญ ตรึกตรองล่วงหน้า ว่าจะลงมือทำอะไร เมื่อไหร่ และทำอย่างไรมากกว่า
  • การใช้เวลาแค่เพียง 10 นาที เพื่อนึกทบทวนสิ่งที่ต้องการ ทำให้สำเร็จและวิธีการที่จะลงมือทำ จะช่วยเพิ่มโอกาส ทำให้สำเร็จได้มากขึ้น
  • สิ่งที่ใกล้เคียงกับการวางแผนมากที่สุด คือ การเตรียมให้พร้อม
  • ความสำเร็จที่ได้มานั้น 75% มาจากความทุ่มเท 15% มาจากการเตรียมให้พร้อม และอีก 10% มาจากแรงบันดาลใจ
  • การเตรียมพร้อมช่วยลดพลังงานที่ต้องใช้ในการทุ่มเทได้

ทำ To Do List

  • ผลผลิตที่เป็นรูปธรรมคือ To Do List หรือ ลิสต์รายการสิ่งที่ต้องทำ เป็นหลักฐานยืนยันว่าเราได้วางแผนและเตรียมพร้อมแล้ว
  • วิธีพัฒนาจิตใจอันสงบนิ่ง คือ การสร้างระบบสำหรับจัดเก็บ และประมวลผลข้อมูล
  • วัตถุประสงค์ของ To Do List คือ ระบบที่ง่าย ๆ เพื่อใช้เก็บและจัดการทุกสิ่งที่ต้องการจำในการใช้ชีวิตทุกวัน
  • บางทีเครื่องมือบริหารเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดอาจเป็นรายการสิ่งที่ต้องทำใน 1 วัน
  • ประโยชน์ของการทำ To Do List 
    • จัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ (การคิดไตร่ตรองในสิ่งที่ต้องทำ และสิ่งที่ไม่ต้องทำนั้นจะช่วยกำหนดกรอบเวลาทำงานให้แก่เรา)
    • ลดความเครียด (สาเหตุหนึ่งของความเครียด คือ ความกดดันเวลาที่เรารู้สึกกังวลว่าจะลืมทำเรื่องโน้นเรื่องนี้)
    • สามารถทบทวนเป้าหมายและลำดับความสำคัญ (เป็นแบบฝึกหัดเรื่องกำหนดเป้าหมายและการตัดสินใจที่ฝึกทำได้ทุกวัน)
    • เกิดความคิดสร้างสรรค์ (เราจะนึกไม่ถึงเลยว่าความคิดหรือไอเดียอะไรจะโผล่ออกมาจากการลงมือเขียน list บ้าง)

Prioritizing (การจัดลำดับความสำคัญ)

  • คนเราส่วนใหญ่มักมีเรื่องต้องทำมากกว่าเวลาที่มีอยู่อันน้อยนิด ดังนั้น เราจึงต้องจัดลำดับความสำคัญ
  • การจัดลำดับความสำคัญ คือ การสร้างลำดับก่อนหลัง ให้แก่สิ่งที่เราต้องการจะทำ
  • ตั้งกฎระเบียบขึ้นในชีวิต ช่วยให้เราลดการออกแรงที่ไม่จำเป็น และประหยัดแรงโดยลดการใช้ความคิด
  • หลายคนลำดับความสำคัญตามการตอบสนอง (การทำ เพราะถูกกดดัน) แทนที่จะเป็นลำดับความสำคัญในเชิงรัก (การทำสิ่งที่สำคัญจริง ๆ)
  • การบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพหมายถึง การลงมือเชิงรุก (เช่น แก้ปัญหาที่สำคัญก่อน) แทนที่จะลงมือทำแบบเชิงรับ (เช่น พอมีงานเร่งด่วน เข้ามาก็พยายามทำให้หมดหมดไป) คนส่วนใหญ่มักจะยอมปล่อยให้ปัจจัยต่าง ๆ ควบคุมชีวิตเรา จากนั้นก็ลงมือเพื่อสนองตอบต่อปัจจัยเหล่านั้น
  • ในการทำ To do list เราจำเป็นต้องปรับสมดุลระหว่างงานที่เร่งด่วนและงานที่สำคัญ และเมื่อใดก็ตามที่สามารถทำได้ เราต้องเลือกทำงานที่สำคัญ ก่อนงานที่เร่งด่วน

กฎ 80-20

  • หลักการพาเรโต (กฎ 80:20) อธิบายถึง “สิ่งที่สำคัญหรือมีประโยชน์จะมีอยู่เป็นจำนวนที่น้อยกว่าสิ่งที่ไม่สำคัญ หรือไม่มีประโยชน์ ซึ่งจำนวนที่มากกว่า” เป็นกฎที่แสดงถึงความไม่สมดุล
  • กฎทองคำ คือ “เราลงมือทำ 20% ทำให้เกิดผลลัพธ์ได้ 80%”
  • หัวใจสำคัญ คือ การรู้อย่างแน่ชัดว่า 20% ของการกระทำ และการลงแรงไปกับอะไรที่จำเป็นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่
  • กฎนี้ไม่ต้องลงแรงอะไรเพิ่ม แค่ทำงานฉลาดขึ้นเท่านั้น
  • วิธีนำกฎ 80-20 ไปประยุกต์ใช้ในชีวิต
    • จงบอกเป้าหมายมา 1 อย่าง
    • จงบอกว่า เราจะทำอะไรได้บ้าง 5 อย่าง เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
    • ในสิ่งที่เราจะทำ 5 อย่างนั้น สิ่งไหนคือสิ่งที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายได้มากที่สุด
    • สิ่งนั้นคือ สิ่งที่เราต้องลงแรงและตั้งใจทำ

มีสมาธิอยู่ตลอดเวลา

  • ถ้าเราต้องการใช้เวลาทุกชั่วโมงให้คุ้มค่าที่สุด เราจำเป็นต้องเพิ่มพละกำลังให้แก่จิตใจด้วยการฝึกสมาธิ
  • ถ้าต้องการประโยชน์จากพลังสมาธิ เราจำเป็นต้องกำจัดสิ่งรบกวนต่าง ๆ ที่เข้ามาทำให้ใจเราวอกแวกหลุดไปจากสิ่งที่กำลังจดจ่ออยู่
  • เลิกหลอกตัวเองว่าทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ เวลาที่เราพยายามทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน เรากำลังลดทอนประสิทธิภาพของงานแต่ละงานลง
  • ขณะที่คนเราประมวลความคิด 2 อย่างพร้อมกัน ความสามารถทางความคิดจะลดต่ำลง จากสมองระดับ MBA ฮาร์วาร์ดเหลือระดับเด็กอายุ 8 ขวบ

เทคนิคพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานและการบริหารเวลา

  1. ตัดทิ้ง – จงตัดเรียนรู้วิธีการตัดทิ้งอย่างรวดเร็วโดยปราศจากความรู้สึกผิด
  2. ตัดสินใจทันที – เรื่องทุกเรื่องที่เข้ามาใน 1 วัน จงตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับมันทันที
  3. สร้างระบบการเก็บข้อมูล – เก็บเอกสาร หนังสือ หรือบทความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำเอาไว้ในที่เดียวกัน
  4. กำหนดเวลารับโทรศัพท์หรือตอบอีเมล – ใน 1 วัน จงกำหนดช่วงเวลาสัก 1 หรือ 2 ครั้ง เพื่อตอบกลับโทรศัพท์ พิมพ์ข้อความ หรืออีเมล
  5. พกสมุดจดบันทึกติดตัว – ใช้บันทึกไอเดียที่ผุดขึ้นในหัวเราระหว่างวันติดตัวเอาไว้
  6. ฝึกอ่านเร็วเพื่อสแกนข้อมูล – ฝึกการอ่านเร็ว
  7. ขอความช่วยเหลือ – หยุดลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ
  8. ทำงานให้เสร็จแบบรวดเร็วจบ – จงทำงานให้เสร็จภายในรวดเดียวหรือช่วงเวลาที่กำหนด
  9. เดินหน้าต่อไป – อะไรทำเสร็จแล้วคือจบ จงเดินหน้าต่อไป

บทสรุป การบริหารเวลาอย่างไรให้ชีวิตมีประสิทธิภาพเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง

  1. ตระหนักรู้เรื่องเวลา เพราะมันคือ “สิ่งที่จำเป็นต้องมี”
  2. สิ่งแรกต้องทำ คือ “การตั้งเป้าหมาย”
  3. หลังจากตั้งเป้าหมาย ต้องตัดสินใจเลือก
  4. เวลา เป็นสิ่งที่ต้อง “สร้าง” และ “ออกแบบ”
  5. อย่าผัดวันประกันพรุ่ง
  6. จัดระเบียบและตั้งใจฝึกจิตใจให้นิ่ง
  7. วางแผนและเตรียมตัวให้พร้อม
  8. จัดลำดับความสำคัญของงาน แยกสิ่งสำคัญออกจากสิ่งที่ไม่สำคัญ
  9. มีสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องเพียงเรื่องเดียว
  10. ใช้เทคนิคการบริหารเวลาที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ หรือเหมาะสมกับตัวเอง