สรุปหนังสือ The Skinny on Willpower: วิธีสร้างพลังใจสู้ชีวิต และมีวินัยในตนเอง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ - Jim Randel

📚 สรุปหนังสือ วิธีสร้างพลังใจสู้ชีวิต และมีวินัยในตนเอง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“พลังใจ” คือ หัวใจหลักของประสบความสำเร็จ ถ้าเราขาดพลังใจ แรงใจ เราย่อมทำอะไรไม่ลุล่วง ไม่ประสบความสำเร็จได้ พลังใจ คือ สะพานที่จะนำพาเราไปสู่สิ่งใด สิ่งหนึ่งที่เราปรารถนา ไม่ว่าจะใหญ่ เล็ก ล้วนต้องใช้มัน พึ่งพามัน อาศัยมัน แต่พลังใจดันมีอยู่จำกัดเฉียดเช่นเวลานะสิ ดังนั้น เราจึงต้องมีการทำความรู้จักลักษณะ และการบริหารมันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้แบ่งปันเรื่องเหล่านี้ครับ

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“ระดับของพลังใจที่เรามี คือ ผลลัพธ์ของความตั้งใจจริง และคุณค่าที่เรามีให้แก่เป้าหมายที่ตั้งไว้”

สรุปหนังสือ The Skinny on Willpower: วิธีสร้างพลังใจสู้ชีวิต และมีวินัยในตนเอง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ เขียนโดย Jim Randel

  • ปัจจัยสำคัญที่จะประสบความสำเร็จ คือ ต้องมีพลังใจเพื่อสร้างวินัยในตนเองให้เดินหน้าฟันฝ่าอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ หากมีพลังใจและมีวินัยในตนเองแล้ว โอกาสไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้จะเป็นจริงได้
  • คุณสมบัติที่แยกคนคนหนึ่งให้โดดเด่น ไม่ใช่ความสามารถพิเศษ การศึกษา หรือความฉลาด แต่คือ เรื่องวินัยในตนเอง
  • 99% ของคนที่ทำสิ่งที่ฝันได้สำเร็จ เกิดขึ้นจากการทำงานอย่างหนัก มีความตั้งใจ มีความบากบั่น และมีความกล้าหาญ 
  • ไม่ว่าความสำเร็จของเราจะเป็นแบบไหน เราต้องเตรียมตัวที่จะแลกมันมา คนที่ทำตามความฝันได้สำเร็จ มีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากบุคคลทั่วไป คือ ความแข็งแกร่งของพลังใจและมีวินัยในตนเอง
  • หากเราค้นหาบางสิ่งที่มีค่า จงตระหนักว่าเส้นทางที่เดินไปต้องพบเจออุปสรรคอย่างแน่นอน
  • ความพยายามอยู่ที่ไหน พลังใจอยู่ที่นั่น
  • พลังใจ การมีพละกำลังที่จะลงมือ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คือ ปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ
  • พลังใจ และความสำเร็จ คือ มันไม่มีสูตรสำเร็จ สำหรับทุกคน
  • สิ่งที่ควรจำเอาไว้ตลอดชีวิต คือ ไม่มีอะไรได้มาอย่างง่ายดาย
  • ทุกคนสามารถพัฒนาพลังใจและวินัยในตนเอง ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุใดก็ตาม
  • จงย้ำบอกตัวเองบ่อย ๆ ว่า มันต้องมีเวลาที่เผชิญหน้ากับความยากลำบาก เราอาจนึกถึงอุปสรรคให้เห็นเป็นภาพได้ แล้วถามตัวเองว่าพร้อมเดินไปข้างหน้าเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคหรือยัง
  • คนแต่ละคนที่ประสบความสำเร็จ ต่างก็เคยพยายามดิ้นรนมาแล้วทั้งนั้น และเคยคิดจะล้มเลิก แต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักเป็นบุคคลที่ไม่เคยยอมแพ้
  • 2 ขั้นตอนสำคัญ 
    1. ความสำคัญของการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน
      • การศึกษาวิจัยหลายชิ้นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อคนเรากำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน เราจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า เช่น ฉันจะลดน้ำหนัก 5 กิโล จะทำได้ผลสำเร็จมากกว่าคนที่กำหนดเป้าหมายไว้กว้าง ๆ เช่น ฉันจะผอมลง
      • เป้าหมายที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันช่วยลดความคลุมเครือที่อยู่ในความคิด
    2. ความสำคัญของการให้สัญญากับตนเอง
      • พลังใจ คือ การลงมือทำตามคำมั่นสัญญาที่ตั้งเป้าหมายกำหนดไว้กับตัวเอง
      • การมีวินัยในตนเองคือสัญญาที่เรามีต่อตัวเอง สัญญาที่ต้องปฏิบัติตามไม่ว่าจะด้วยกรณีใดก็ตาม
      • คนที่รักษาคำพูดราวกับเป็นคำสัญญาที่ยกเลิกไม่ได้ มักค้นพบพลังใจและช่วยนำไปสู่การทำตามเป้าหมายได้สำเร็จลุล่วง
  • ค้นหาความแข็งแกร่งที่อยู่ในตัวเอง เพราะตัวเรา คือ ผลพวงของวิวัฒนาการกว่า 1,000 ปี และเป็นผู้อยู่รอดมาได้ ตัวเรามีเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้เพื่อทำเป้าหมายให้สำเร็จอยู่ในตัวแล้ว เราแค่ต้องปลุกมันขึ้นมาแค่นั้น
  • บางจังหวะชีวิตเราจำเป็นต้องใช้วิธี “หักดิบ” กำหนดการกระทำ
    • บุคคลที่ประสบความสำเร็จต่างเชื่อมั่นใน “กฎไม่มีข้อยกเว้น” เมื่อเราทุ่มเท 100% ให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว มันไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทุกอย่างตกลงเรียบร้อยแล้ว ไม่มีการต่อรองใด ๆ
    • เมื่อเราจำเป็นต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ยิ่งเรามีอิสระน้อยมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดีเท่านั้น
  • ก่อนที่เราจะเริ่มต้นรับความท้าทายอะไรก็ตาม จงมั่นใจว่าเราต้องการทำจริง ๆ
  • พลังใจและวินัยในตนเองจะมากหรือน้อยนั้น ผันแปรตามความมุ่งมั่นเอาจังที่เรามีต่อเป้าหมายของเรา
  • 3 บทสรุปของพลังใจแท้จริง
    1. รับรู้หรือรู้สึกตัวตลอดเวลา : การรักษาไว้ซึ่งความตระหนักรู้ ทั้งยามลงมือกระทำและไม่ได้ลงมือกระทำ
    2. รับผิดชอบต่อสิ่งที่เลือก : การยอมรับว่าสิ่งที่เราทำ และไม่ได้ทำ คือ สิ่งที่ควบคุมได้
    3. เลือกสิ่งที่ถูกต้อง : เราจะตัดสินใจได้ง่ายมาก หากได้รับแรงจูงใจจากคุณค่าที่อยู่ภายในจิตใจ
  • ความท้าทายไม่ได้อยู่ตรงที่เราจะลงมือทำทันที แต่อยู่ที่การรักษาไว้ซึ่งพลังใจที่ช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ
  • 3 ขั้นตอน ในการเตรียมตัวสำหรับรักษาความตั้งใจ เพื่อทำให้สำเร็จตามเป้าหมาย
    1. การประเมินตัวเองว่าเราจริงจัง ตั้งใจความพยายามอยู่ที่ไหน พลังใจอยู่ที่นั่นที่จะทำให้สำเร็จตามเป้าหมายมากแค่ไหน
      • ถ้าเราต้องการอะไรสักอย่าง อย่างแท้จริง สิ่งที่โปรแกรมอยู่ภายในจิตใจ จะทำงาน และช่วยให้เราค้นหาวินัยในตนเองจนเจอ
    2. ตั้งเป้าหมายที่สามารถทำได้จริง
      • เหตุผลที่หลาย ๆ คนล้มเลิกกลางคันเพราะพวกเขาไม่ได้กำหนดความคาดหวังไว้อย่างเหมาะสม
      • ถ้าตั้งความคาดหวังไว้อย่างถูกต้อง พลังใจของเราจะไม่ลดน้อยลงตอนที่เกิดปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
    3. ไม่เปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น
      • เหตุผลที่หลายคนหมดพลังใจในการทำเป้าหมายให้สำเร็จ เพราะพวกเขาไม่เข้าใจว่า ความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องที่ยากสำหรับคนทุกคน จงเลิกเปรียบเทียบ
  • นักการตลาดมีความเฉลียวฉลาดเรื่องการบ่อนทำลายความตั้งใจ บั่นทอนวินัยของเรา เช่น ทำให้เราซื้อซีเรียล สูบบุหรี่ หรือใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้า เขาเก่งที่จะเล่นกับความตั้งใจ
  • การทำอะไรสม่ำเสมอ คือ การเสริมสร้างความเชื่อมั่นและการไว้ใจในตัวเอง
  • ไม่ว่าความท้าทายมีขนาดใหญ่มากแค่ไหน ขอให้แค่เริ่มต้นทำ ทำทีละขั้นตอน ทำต่อไปเรื่อย ๆ และก่อนที่เราจะรู้ตัว เราก็กำลังคืบหน้าสู่เป้าหมายไปอย่างมากแล้ว
  • นักวิจัยหลายคนที่ศึกษาเรื่องการประสบความสำเร็จ และพลังใจต่างได้บทสรุปว่า “การทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้สำเร็จ เท่ากับเป็นการสะสมเก็บเป้าหมายไปเรื่อย ๆ เพื่อเป้าหมายสุดท้ายที่ใหญ่กว่า”
  • การพยายามทำมากเกินไป และเร็วเกินไป มีโอกาสจะเกิดความถดถอยได้
  • ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดการไม่ลงมือทำ คือ ขนาดของงานที่ท่วมตัว วิธีคือการแบ่งงานออกเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่ดูน่ากลัวน้อยลง
  • เมื่อเราเริ่มลงมือทำแล้ว เท่ากับเป็นการให้โอกาสตัวเราเดินไปข้างหน้าต่อไป บางทีสิ่งที่เราต้องทำ คือ การแบ่งย่อยงานให้มีปริมาณที่เราสามารถจัดการได้
  • เส้นทางจากจุดที่เรายืนอยู่ไปยังจุดที่ต้องการจะไป คือ การก้าวเดินไปทีละก้าว เป็นก้าวย่างที่สามารถจัดการได้ จงผ่อนการเดินให้ช้าลงและเดินไปอย่างมั่นคง ข้อควรจำคือ ก. แบ่งงานออกเป็นส่วนเล็ก ๆ และ ข. ทำงานส่วนเล็ก ๆ นั้นให้เสร็จ และสะสมไปเรื่อย ๆ
  • สิ่งที่เราต้องเตรียมตัว
    1. กำหนดจุดเสี่ยง และพยายามทำให้มันมีจำนวนน้อยที่สุด
      • เหตุการณ์ที่เรารู้ว่าพลังใจของเราจะถูกทดสอบเป็นพิเศษ เช่น จุดเสี่ยงคือการเห็นขนมหวาน 
    2. กำหนดสิ่งที่ต้องทำกับใจเอาไว้ล่วงหน้าหากเกิดจุดเสี่ยง
      • วางแผนให้แน่ชัดว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไรหากเกิดจุดเสี่ยง เช่น อาจตั้งกฎว่าให้สั่งผลไม้ทุกครั้งเวลาที่คนอื่นสั่งขนมหวาน
    3. กำหนดบทพูดเสริมสร้างพลังใจ
      • เวลาเกิดจุดเสี่ยง คำพูดเสริมสร้างพลังใจช่วยเราได้ เช่น ท่องว่า ผอม ผอม ผอม
    4. สร้างเครื่องยึดเหนี่ยวเอาไว้ยามที่เกิดผิดพลาด
      • ยิ่งเราเดินกลับสู่เส้นทางได้เร็วเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเกิดผลดีมากเท่านั้น เตรียมคำพูดว่า เช่น เอาละ เราพลาดไป แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ลุกขึ้นมาออกกำลังกายใหม่นะ
  • หากถึงเวลาที่รู้สึกตึงเครียด (หรือเผชิญหน้ากับปัญญา) เราก็ไม่จำเป็นต้องใช้แรงใจอะไรมากมายที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย เพราะเราได้กำหนดสิ่งที่ต้องทำไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว (เราได้ทำแผนพลังใจเอาไว้เรียบร้อยแล้ว)
  • เราต้องมีพลังใจสำรองเอาไว้ใช้ในยามที่เราต้องการมากที่สุด พลังใจสำคัญต่อการแก้ปัญหา หากเราหมดแรงใจไปเสียก่อน เราก็จะไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรต่อไป หรือถ้าต้องทำ ก็จะทำได้ไม่นาน
  • ผลการศึกษาพบว่า การนั่งสมาธิช่วยชดเชยและฟื้นฟู พลังใจที่หมดไปได้ (ซึ่งก็เป็นพลังใจเดียวกันกับที่ใช้สร้างให้เกิดวินัยในตัวเอง) 
  • แบบฝึกหัดเสริมสร้างพลังใจ
    1. เมื่อมีอาการคัน จงอดกลั้นความอยากในการเกา ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
    2. ขับรถอย่างช้า ๆ และขับอย่างใจเย็นตามหลังรถคันที่ขับช้า
    3. ฝึกทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ตรงข้ามกับนิสัย (ความถนัด) เช่น ใช้มือข้างที่ไม่ถนัด
  • การควบคุมตนเองต้องถูกพัฒนาขึ้น ในลักษณะเดียวกับที่เราพัฒนากล้ามเนื้อที่อ่อนแอ โดยการออกกำลังกายทีละนิดเป็นประจำทุกวัน ในทุก ๆ วัน
  •  วิธีสร้างความแข็งแกร่งให้จิตใจเพื่อเอาชนะความกลัว
    1. มีความตระหนักรู้ (ณ ช่วงเวลาคับขัน ให้ระบุความคิดที่อยู่ในจิตว่าอะไรคือความคิดที่มีผลต่อพฤติกรรม และมาจากไหน)
    2. รับรู้ว่าความคิดว่าคือ วัตถุชิ้นหนึ่งที่จับต้องได้ (เาราควบคุมชะตาชีวิตได้ก็ต่อเมื่อเราควบคุมจิตใจของตนเองได้)
    3. จงเข้าใจว่ามีความยุ่งเหยิงอยู่ในจิตใจของเราทุกคน (จิตใจคือภาชนะที่ใส่ความคิดมากมายหลายอย่าง ทั้งดี และแย่)
    4. จงรับรู้ว่าเราคือคนที่มีอำนาจควบคุมความคิดได้ (ตระหนักว่า ตัวเราไม่ได้เป็นอย่างที่ความคิดของเราบอก)
    5. จงรับรู้ว่าจิตใจของเราประมวลผลได้ทีละหนึ่งความคิด (ถ้าคิดลบ ให้แทนด้วยการคิดบวก กลบทับความคิดลบนั้นไป)
  • วิธีการควบคุมความคิดระหว่างแข่ง สำหรับนักกีฬา
    • พวกเขามีสติรับรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในจิตใจบ้างตอนถึงเวลาสำคัญ
    • พวกเขารับรู้ว่าความคิด คือวัตถุหรือสิ่งของ ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายไปมาได้
    • พวกเขารู้ว่าบางครั้งอาจมีความคิดลบฟุ้งอยู่ในจิตใจ
    • พวกเขารู้ว่าคนที่รู้ตัวว่ามีความคิดลบเกิดขึ้น คนคนนั้นจะเป็นคนที่มีอำนาจควบคุมจิตใจได้
    • พวกเขารู้ว่าเขาได้รับการฝึกฝนให้แทรกความคิดบวกเวลาที่เผชิญหน้ากับปัญหาท้าทาย
  • จิตใจสามารถมีสมาธิจดจ่อได้ครั้งละหนึ่งอย่างเท่านั้น เราต้องมีสมาธิอยู่กับสิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จ หรือจดจ่ออยู่กับความคิดที่เป็นกลาง
  • พลังใจเชื่อมโยงกับการควบคุมจิตใจโดยตรง เมื่อเข้าใจว่าตัวเรามีความสามารถที่จะปฏิเสธความคิดลบออกจากจิตใจ และใส่ความคิดบวกเข้าแทนที่ได้ เราจะก้าวไปข้างหน้าสู่ความมีวินัย ที่จะติดตัวไปตลอดชีวิตและสามารถนำมาใช้ได้ยามที่ต้องการ
  • ชีวิตเราต่างเผชิญหน้ากับปัญหาท้าทายเรื่องแล้วเรื่องเล่า เป้าหมายจริง ๆ คือ การจัดการกับเรื่องท้าทายเหล่านี้ด้วยวิธีเชิงบวกและเดินหน้าต่อไป
  • จงมีความแน่วแน่และตั้งมั่นในคำสัญญา บุคคลที่ “ตั้งมั่นในคำสัญญา” อย่างแท้จริง จะสามารถปลุกพลังงานที่ส่งเสริมให้พวกเขามีความแข็งแกร่งที่จะมุ่งหน้าสู่ความสำเร็จ
  • คนเราจำเป็น “ต้องตั้งใจจริง” เพื่อจะประสบความสำเร็จ
  • หากเราคาดการณ์ไว้ว่าเส้นทางข้างหน้าคง “ยากและลำบาก” เราก็ไม่มีวันเดินหลงทาง เพราะได้เตรียมตัวเตรียมใจล่วงหน้าไว้แล้ว จะไม่ล้มเลิกกลางคัน แต่จะตั้งใจทำให้สำเร็จ
  • ความยากลำบาก คือ รสชาติของชีวิต คิดเสียว่ามันคือความสุขเคล้าความเศร้า
  • พลังใจเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับพลังงาน หากเราจำกัดจำนวนครั้งที่ต้องใช้พลังใจได้ เราก็จะสำรองพละกำลังเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นได้จริง ๆ 
  • จิตใจคนเราจะทำงานได้ดีที่สุด เมื่อรู้อย่างชัดเจนว่าต้องทำอะไร
  • จิตใจจะอยู่ในสภาพที่ผ่อนคลาย เมื่อสามารถมองเห็นจุดหมายปลายทาง
  • จงชัดเจนกับตนเองว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ และต้องใช้เวลานานแค่ไหนที่จะทำให้สำเร็จ
  • วิธีที่จะทำเป้าหมายใหญ่ให้สำเร็จ คือ การแบ่งแยกมันออกเป็นส่วน ๆ
  • มุ่งความสนใจกับพลังงานที่มีใส่ลงไปที่ก้าวเล็ก ๆ ที่เราสามารถควบคุมได้
  • จงระมัดระวังสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ เราสามารถลดความเสี่ยงที่คิดจะล้มเลิกกลางคันได้ โดยเฉพาะเวลาที่เรารู้สึกขาดความมั่นใจ
  • การเรียนรู้ที่จะควบคุมจิตใจ คือ ปัจจัยสำคัญข้อหนึ่งในความสำเร็จที่เกิดจากความมานะบากบั่น
  • ความคิด คือ วัตถุสิ่งของที่จับต้องได้ เพราะเมื่อเราทำได้ เราจะขับไล่ความคิดลบออกจากจิตใจได้อย่างง่ายดาย และนำภาพเชิงบวกใส่ลงไปแทนที่
  • การควบคุมจิตใจ คือ ผลลัพธ์ของวินัยในตนเองและลักษณะนิสัย
  • กำหนดกรอบในมุมที่เป็นบวก
  • หากเรามองว่าเส้นทางไปยังเป้าหมายข้างหน้านั้นน่าเบื่อและทรมาน เราก็จะล้มเหลว
  • ถ้าเราสามารถตีกรอบเส้นทางไว้ว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าสนุก มันก็มีโอกาสที่เราจะยังเดินต่อไปบนเส้นทางนั้น
  • พลังใจ ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดก็คือ งานทุกชนิดต้องการใช้พลังใจ
  • จงคิด แล้วเลือก ว่าจะใช้พลังใจไปในระยะเวลาสั้นอย่างไร ถ้าเรากำลังมีงานติดพันอยู่ หรือเพิ่งทำงานยาก ๆ เสร็จ อย่ารับงานใหม่ที่จำเป็นต้องใช้ความตั้งใจสูง ๆ
  • เวลาเจอความท้าทาย จงเพิ่มพลังใจด้วยการบังคับตัวเราให้มองเห็นภาพตอนจบของเรื่อง ที่เป็นผลจาการเลือกแต่ละอย่าง
  • พลังใจคือการเลือกได้อย่างถูกต้องและถูกเวลา
  • เรามีพลังใจมากกว่าที่คิด จงหยุดพูดในแง่ลบกับตัวเองว่า “ฉันไม่มีพลังใจหรือวินัยในตนเองที่จะทำให้สำเร็จ”
  • พลังใจเหมือนกับกล้ามเนื้อ ยิ่งใช้งานมากเท่าไหร่ จนถึงจุดที่ล้า พลังใจจะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
  • กระบวนการท้าทายตัวเองจะช่วยขยายศักยภาพให้พร้อมสำหรับความสำเร็จต่อไป 
  • พลังใจไม่ใช่สิ่งที่สามารถส่งต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้ มันคือทักษะที่เราสามารถพัฒนาได้จากความเข้าใจและการฝึกฝน
  • การมีวินัยในตนเองไม่ใช่การปฏิเสธที่จะมีความพึงพอใจ แต่มันคือการชะลอความพึงพอออกไปก่อน
  • การมีวินัยในตนเองคือการทำสิ่งต่าง ๆ วันนี้ เพื่อความสุขใจที่มากกว่าและดีกว่าใน วันพรุ่งนี้
  • การมีวินัยในตนเองอย่างเคร่งครัด ช่วยให้เราขยายขีดความสามารถของตนเองออกไปได้มากขึ้น ประสบความสำเร็จได้มากขึ้น และสามารถค้นหาโอกาสเพื่อที่จะได้พบเจอสิ่งใหม่ ๆ และมีความสุข