สรุปหนังสือ What is the Good Life อะไรคือชีวิตที่ดี - พลอย จริยะเวช

📚 สรุปหนังสือ What is the Good Life? : อะไรคือชีวิตที่ดี – พลอย จริยะเวช

👋 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้

“ชีวิตที่ดี” เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล เราต่างนิยาม ชีวิตที่ดีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ การมองโลก และเหตุการณ์ที่เราเผชิญที่ผ่านมา แต่โดยภาพรวมคือ การมีสุขภาพที่ดี การมีกรอบความคิดที่ดี และการมีความสัมพันธ์ที่ดี

ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ 🙏
blank
ตอนนี้เรามีช่อง YouTube แล้ว! Podcast สำหรับคนรักหนังสือและการพัฒนาตัวเอง ถ้าเพื่อน ๆ กดติดตาม ผมจะรู้สึกดีมากครับ
blank

😎 1 ประโยคที่ชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้

“เมื่อวันเมฆคลุมฟ้า ขอให้เชื่อว่า “เช้าวันใหม่” จะมา”

สรุปหนังสือ What is the Good Life? : อะไรคือชีวิตที่ดี เขียนโดย พลอย จริยะเวช

หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนเขียนเรื่องราวจากประสบการณ์คุณพ่อของเธอ ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่กลับนำพาเธอไปสู่โลกใบใหม่ของการค้นพบ เป็นกระบวนการที่มนุษย์คนหนึ่งพยายามนำตนเองและผู้อ่านออกจากด้านมืด ความโศกเศร้า ความเปลี่ยวเหงา เพื่อเข้าสู่ช่วงเวลาใหม่ในชีวิต

  • คำถามสำคัญ คือ What Is the Good Life? หรือ อะไรคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตน่าอยู่ต่อไป?
  • ชีวิตของแต่ละคนเต็มไปด้วยเรื่องราว หรือ Moment ที่ร้อยเรียงต่อกันให้เราจดจำ ผู้คนที่เราพบเจอ สถานที่ที่เรานำตัวเองเข้าไปอยู่และเข้าไปสัมผัส ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ของใครของมันที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน และนั่นทำให้ What is the Good Life ของแต่ละคนแตกต่างกันไป
  • เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่กดดันหรือตกอยู่ในภวังค์แห่งความมืด มีอยู่ 2 ทางที่เราจะเลือกทำได้
    1. คือทิ้งตัวดิ่งลึกลงไป กับความรู้สึกถดถอยหดหู่ โดยเราหลงเข้าใจว่ามันจะช่วยสร้างเกราะกำบังห่อหุ้มเราได้
    2. ดีดตัวให้หลุดจากภวังค์สีเทานั้นและกลับขึ้นสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด ซึ่งคนที่เลือกทางที่สองได้ คือชนะใจตัวคุณเอง
  • “ช่วงเวลาของชีวิต” ไม่สามารถแยกย่อยออกเป็นเศษและส่วน แต่มันกลับถูกผูกให้ร้อยเรียงเป็นตัวตนของเราด้วย “เวลา”
  • ระยะเวลาที่เราแต่คนละใช้ในการสลายทุกข์เป็นสิ่งสำคัญ การทำความเข้าใจในตน ยอมรับ และลงมือปฏิบัติการเพื่อจัดการความรู้สึกลบข้างในของมนุษย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน
  • สรรพสิ่งล้วนมีอยู่รอบตัวมานานแล้ว แต่เราไม่เคยใส่ใจมอง จนได้เปิดใจสัมผัส สิ่งนั้นจึงปรากฏชัด
  • การมีอำนาจหมายถึง การรู้ว่าควรเพิกเฉยกับเรื่องอะไร ควรมุ่งความสนใจไปยังเรื่องใด ระดับไหน
  • การมีชีวิตที่ดี คือ การมีพลังข้างในที่เอื้อต่อการประมวลข้อมูลมหาศาลในโลกอภิมหาโกลาหมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้รู้วิธีการใช้เหตุผลตรรกะจนก่อเกิดกระบวนการเรียนรู้ นำไปสู่ความเข้าใจโครงสร้างสังคมและโลกรอบตัว เกิดการพัฒนาด้านอารมณ์ที่หลอมรวมสิ่งจำเป็นต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำไปสู่การจัด ภูมิศาสตร์ทางการคิด
  • กระบวนการสำคัญกว่าผลลัพธ์ และเราเป็นเพียงส่วนหนึ่ง (Part) ของทั้งหมด (The Whole)
  • มีเริ่มต้นก็ต้องมีจุดจบ การสิ้นสุดของอย่างหนึ่ง หมายถึงการเริ่มต้นของสิ่งต่อไป เช้าวันใหม่จึงวนมาทุกวัน เพื่อให้เราเริ่มต้นชีวิตที่ดี
  • การหัวเราะนั้นทำให้สุขภาพของคนเราดีขึ้น เป็นการออกกำลังกายที่ดีอย่างหนึ่ง ศัพท์หมอเปรียบเทียบว่าเป็น Internal Jogging หรือการวิ่งภายใน ช่วยให้องคาพยพในร่างกายเราทำงานได้ดี
  • เมื่อมีความทุกข์ใหญ่ ลึก ๆ เราต้องการวิ่งภายในถี่บ่อยขึ้น
  • มนุษย์ทุกคนล้วนมีสิ่งเหล่านี้ มีพลังภายในหรือพลังจิตอยู่ในตัวไม่มากก็น้อย แต่มันเป็นสิ่งที่หลับอยู่ ต้องปลุกให้ตื่นขึ้นมา จึงจะเกิดประโยชน์ใช้สอย
  • การจะสร้างพลังงานของจิตใจให้ได้นั้น การบำรุงร่างกาย เพราะพลังภายในเกิดจากจิตที่ดีผนวกกับร่างกายที่แข็งแรง สิ่งสำคัญสุด คือ การนอนหลับ
  • เวลาเราหลับใหล เป็นห้วงขณะที่มนุษย์เอากำลังความเข้มแข็งใส่เข้าไปในร่างใหม่เพื่อทดแทนกำลังที่ใช้ไปมากมายในการประกอบกิจกรรมทำงานต่าง ๆ ในยามตื่นนอน
  • การนอนหลับที่ดี คือ นอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมงแบบรวดเดียว และการนอนที่ดีมีคุณภาพควรนอนให้เป็นเวลาสม่ำเสมอ 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืน เป็นช่วงเวลาเหมาะเจาะที่ร่างกายซ่อมเสริมตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดี
  • การกินอาหารมีประโยชน์ การออกกำลังกายตามสมควรเหมาะเจาะพอดี ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่การนอนหลับและการหายใจให้ดีมีความสำคัญกว่าเรื่องการกินอาหารและการออกกำลัง
  • มนุษย์เรารับพลังภายนอกมาเพิ่มได้ผ่านการหายใจ โยคะ รำมวยจีน เหล่าศาสตร์ตะวันออกโบราณเน้นการหายใจเพื่อเพิ่มพลังภายในพร้อมการขยับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้สอดคล้อง
  • เมื่อสูดเอากำลังความเข้มแข็งเข้ามาแล้ว เราเก็บมันไว้ที่ไหน และจะเอาออกมาใช้อย่างไร เส้นประสาทคือคำตอบ ในการฝึกพลังภายใน การใส่ใจดูแลบำรุงเส้นประสทจึงเป็นหนึ่งในข้อควรปฏิบัติ
  • หัวใจสั่งจ่ายกำลังไปตามเส้นประสาทที่มีทั่วตัว แต่ดวงตาและปลายนิ้วมือเป็นจุดกระจายส่งพลังออกไปให้ผู้อื่นสัมผัสรู้สึกได้ดีขึ้น
  • หัวใจมนุษย์เปรียบเหมือนดวงไฟ ดวงตาเป็นกล้องฉาย ความคิดเป็นกระจกหรือเลนส์สีที่จะทำให้แสงไฟเป็นสีอะไรก็ได้ สุดแล้วแต่ว่าเราจะใช้กระจกสีใดส่อง
  • จงควบคุมพลังภายใน คนหนึ่งโกรธจัดคุมพลังภายในของตนไม่ได้ ปล่อยมันไหลทะลักออกมาหมด ย่อมแพ้พ่ายต่อคู่ต่อสู้ผู้สงบเยือกเย็นและคุมกำลังภายในของตนไว้ได้
  • การโต้เถียง ดูดกำลังออกจากภายในมากที่สุด โดยเฉพาะการโต้เถียงในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ และไม่นำผลดีอะไรมาให้ ควรชั่งตวงวัดก่อนว่าผลตอบแทนที่จะได้รับกลับมันคุ้มค่ากับกำลังภายในที่ต้องเสียไปไหม
  • คนที่มีพลังภายในแข็งแกร่ง ส่วนใหญ่จึงมักไม่พูดอะไรมากมายพร่ำเพรี่อ
  • อัตลักษณ์ (Identity) คือ สิ่งที่หล่อหลอมสร้างความเป็นปักเจกหรืออัตลักษณ์บุคคล ซึ่งในแต่ละช่วงชีวิตยังผันแปรไปตามสภาวการณ์ต่าง ๆ เมื่อมีพลังรุนแรงหลากหลายเข้ามาปะทะตัวตนที่แท้ (True Self) จะส่งผลต่อการนับถือตัวเอง (Self-esteem) ความพอใจในตัวตน อันนำไปสู่ความอยู่ดีมีสุข (Well-being)
  • ความชุบชูใจและรื่นรมย์เปรียบได้กับปุ๋ยหล่อเลี้ยงต้นไม้ให้เติบโตงอกงาม มันคือ อาหารเสริมของจิตหรือเครื่องบำรุงใจให้เป็นสุข เช่น การจิบชากาแฟอ่านหนังสือยามบ่ายในสถานที่บรรยากาศดี
  • ความคิด มุมมองในการขับเคลื่อนชีวิต คนเราจำเป็นต้องเห็นด้านงดงามในชีวิต เพราะเราก็จะมองแต่เรื่องแย่ ๆ และสุดท้ายก็อาจลงเอยด้วยการทำแต่อะไรแย่ ๆ
  • รายได้และสภาวการณ์ลำเค็ญในชีวิตไม่ใช่ข้อจำกัด คนเรามีอิสระที่จะเห็นความงามรอบตัวได้
  • การสร้างเครื่องบำรุงใจให้เป็นสุขผ่านความรู้สึกชุบชูจิต แสวงหาความรื่นรมย์ในชีวิต ไม่มีกฎเกณฑ์ในการเข้าถึง ไม่มีหลักการให้มนุษย์ตัดสินวิเคราะห์กัน อย่าปล่อยให้สังคมรอบตัวหรือผู้อื่นกดดันลิดรอนศักยภาพที่จะรู้สึกเป็นสุขในแบบของเรา
  • ความจริงแท้เป็นสิ่งมีพลัง การที่คนทำสิ่งใดด้วยใจรักจริงด้วยตัวตนข้างในที่แท้ ผลตอบรับและผลลัพธ์ที่ได้คือ พลังบริสุทธิ์ถูกปลดปล่อยออกมา อย่างซื่อตรงและมีอานุภาพ ก่อให้เกิดความงอกงามอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ในทางจิตวิทยา สิ่งสำคัญสุดในการก่อร่างสร้างอัตลักษณ์ คือ การค้นพบตัวตน การใช้ความสามารถและศักยภาพที่มีอยู่แท้จริงในตัว ดึงมันมาจับคู่ให้เหมาะเจาะต่อแต่ละบทบาทในสังคม
  • การค้นพบและพัฒนาตัวตนที่แท้ ทำให้เกิดประสิทธิภาพและมีเสถียรภาพ ย่อมนำไปสู่การใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนกับตัวตนที่แท้จริง ทำให้เกิดความรู้เป็นสุข
  • อีโก้ทำให้คนเราเดินหน้าลำบาก เพราะมันจะมาจำกัดความคิดเราให้หยุดเสาะแสวงหาและหยุดคืดอะไรใหม่ ๆ เพราะคิดว่าฉันแน่แล้ว
  • วิธีคิดและกระบวนการคิด (Methodology) เป็นกุญแจหลักทำให้ความคิดสร้างสรรค์ไม่มีวันหมด
  • การใช้ความคิดสร้างสรรค์ด้วยการต้องรู้อย่างกระจ่างแจ้งว่ากำลังทำอะไรอยู่ (โจทย์) ต้องการอะไรจากงานนี้ (เช่น ต้องการภาพลักษณ์หรือต้องการยอดขาย) ต้องแยกความต้องการให้ชัดเจนอย่างเฉพาะเจาะจงก่อน
  • Ideation คือ ขั้นตอนกระบวนการก่อร่างสร้างรูปทางความคิด วิธีคิดสร้างสิ่งใหม่ ๆ เป็นวิธีหล่อเลี้ยงความคิดสร้างสรรค์ให้ไม่มีวันหมดไปต่อได้เรื่อย ๆ
  • การจะสร้างกระบวนการคิดงานที่ดีได้ ส่วนหนึ่งมาจากการอ่านหนังสือ
  • ถ้าวันนี้ไม่เก่งกว่าเมื่อวาน มันต้องมีอะไรผิดปกติแล้ว การคิดอะไรใหม่ให้แตกต่างจากเมื่อวาน เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น
  • สิ่งที่ทำให้ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้น คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืนมั่นคง ส่วนสำคัญสุดคือ Ideation หรือกระบวนการคิด ที่ต้องเริ่มตั้งแต่ 1-2-3-4-5-6-7-8-9 ก่อนจะไปถึง 10 คือจุดที่ความคิดสร้างสรรค์ประกอบร่างกลายเป็นรูปธรรมเป็นผลสำเร็จจับต้องได้
  • ความคิดสร้างสรรค์ช่วยให้มีชีวิตที่ดี เพราะความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เรามีผลงานโดดเด่นแตกต่าง สำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ได้ ย่อมทำให้งานดี ชีวิตก็ดี ไม่ใช่เพียงเพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจ แต่งานทำให้รู้สึกถึงคุณค่าในตัว
  • นักคิดนักปฏิบัติส่วนใหญ่จึงให้คุณค่ากระบวนการคิดสูงกว่าผลลัพธ์ที่เสร็จออกมา
  • ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมนั้นเหมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งเราใช้มากเท่าไร มันยิ่งแข็งแรง
  • “สามความรู้สึก = หนึ่งความคิด” คือ รู้สึก 3 ครั้ง = คิด 1 ครั้ง และ คิด 3 ครั้ง = ไตร่ตรอง และ ไตร่ตรอง = การกระทำ 1 ครั้ง
  • ความรู้สึก (Heart) กับ การคิด (Head) ต่างกัน ความรู้สึกเป็นอารมณ์ที่ยังไม่ได้สอบทาน การคิดคือการสอบทานแล้วพิจารณาแล้ว จึงต้องสอบทานความรู้สึกก่อนราวสามครั้ง
  • การสอนให้คิดอาจไม่ใช่วิธีการที่ดีสำหรับคนที่เริ่มต้นฝึกคิด จงรู้สึกก่อนคิด
  • ห้วงขณะ (Moment) เปรียบเสมือนอนุภาคหน่วยเล็กสุดของวัตถุ คืออะตอม ที่ไม่สามารถแตกตัวออกไปอีกได้ สิ่งที่เชื่อมต่อห้วงขณะต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันก็คือ เวลา (Time) หรือห้วงขณะที่ต่อกันจนกลานเป็นช่วงหนึ่งช่วงใดในชีวิตของมนุษย์
  • คนเราสามารถเก็บช่วงชีวิตไว้ได้ผ่านวัตถุ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เราเห็นได้ชัดว่าอะไรคือส่วนประกอบของการมีชีวิตที่ดี
  • คนเราทุกคนล้วนมีห้วงเวลาน่าจดจำในชีวิตกันทั้งนั้น มันอาจถูกบรรจุไว้ในกล่องเหล็กที่เคยใส่ขนมหวานที่เรากินหดมแล้ว กล่องเก่าขึ้นสนิมถูกแอบซ่อนไว้ในช่องในห้องน้ำ
  • โลกถูกแบ่งเป็น 2 ด้าน โลกที่ผลิตความคิดแม่บทกับโลกของผู้บริโภคหรือเสพความคิดแม่บทนั้น ๆ
  • ชีวิตที่ดี คือ การต้องมีกระบวนการความคิดคิด และกระบวนทัศน์ พร้อมกับมีสติตรวจสอบ รู้จักและรู้ทันความคิดของตนอยู่ตลอดเวลา เป็นการกรองและกุมปัญญาที่เกิดจากกระบวนการคิด
  • ก่อนคนเราจะค้นพบอะไรได้ ต้องเกิดการเรียนรู้ก่อน การเรียนรู้ 3 ระดับ
    1. รู้จำ รู้ด้วยการจำสิ่งที่คนบอกต่อมา
    2. รู้จัก ซึ่งมาจากการรู้คิดหาเหตุผล เชื่อมโยงเรื่องราว
    3. รู้แจ้ง เป็นการรู้ที่ค้นพบ สร้างความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งด้วยตัวเอง หรือการรู้แบบการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
  • เป้าหมายของการเรียนรู้ คือ อย่าหยุดแค่การรู้จำ ต้องไปต่อให้ถึงการรู้แบบทะลุแจ้งแทงตลอดให้ได้
  • ในชีวิตมนุษย์ ทุกคนล้วนต้องเผชิญช่วงเวลาเลวร้าย การตัดสินใจว่าเราจะเลือกใช้วิธีการไหน ในการรับมือกับช่วงเวลาเลวร้ายของชีวิต จะเป็นตัวกำหนดว่า ตัวตนที่แท้จริงของเราคืออะไร เราคือใคร เราให้คุณค่ากับสิ่งใด
  • แม้จะต้องเผาตัวเองเป็นเทียนที่มอดไหม้ หากแต่เราจะสามารถสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ได้เสมอ ถ้าเราไม่เผลอทิ้ง คุณค่าที่แท้จริงของเรา
  • การมีชีวิตที่ดีคือการรู้จักเข้าใจตัวเอง